<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังดีเดย์  8 เม.ย. บัตรคนจนใช้แอปฯ “ถุงเงินประชารัฐ” ซื้อของได้เพิ่มอีกกว่า 2 หมื่นร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 2562 นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 เม.ย.2562 จะเป็นวันแรกที่กรมบัญชีกลางจะเปิดให้ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) สามารถใช้แอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;ถุงเงินประชารัฐ&amp;rdquo; กับร้านค้ารายย่อยที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคารกรุงไทย ที่ขณะนี้มีแล้วกว่า 2 หมื่นร้านค้า จากเป้าหมายที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง มอบให้ดำเนินการ 1 แสนร้านค้า ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการใช้จ่ายด้วยบัตรคนจนจากเดิมที่ต้องจ่ายกับร้านที่เข้าร่วมโครงการ และ ร้านที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติที่ใช้รับชำระค่าสินค้าและบริการ (อีดีซี) ซึ่งครบแล้ว 3.7 หมื่นเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การใช้แอพลิเคชั่นมีกลุ่มเป้าหมายสำหรับร้านค้ารายย่อย เช่น ในตลาดสด ร้านแผงลอย โดยผู้ถือบัตรคนจนสามารถโหลดแอปพลิเคชั่น และเชื่อมต่อข้อมูลจากบัตร เพื่อใช้สแกนบาร์โค๊ดกับร้านค้าที่ได้ลงทะเบียนกับธนาคารกรุงไทยได้ทันที ในลักษณะเดียวกับการโอนเงินพร้อมเพย์ ซึ่งเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ผู้ถือบัตรมีทางเลือกในการใช้บัตร และใช้บริการได้ครอบคลุมมากขึ้น มีร้านค้าเข้ามาร่วมโครงการได้มากขึ้น โดยกรมบัญชีกลางจะขอความร่วมมือคลังจังหวัดทุกแห่ง พาณิชย์จังหวัด และธนาคารกรุงไทย เข้าไปให้ข้อมูลกับร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมบัญชีกล่าว เปิดเผยภายหลังพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศ ในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ว่า กรมบัญชีกลางได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่ได้รับรางวัลองค์กร ที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ซึ่งมีหน่วยงานที่ได้รับรางวัล จำนวน 27 หน่วยงาน &amp;nbsp;31 รางวัล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินตามขั้นตอนการบริหารด้านการเงินการคลัง 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง มิติด้านการเบิกจ่าย มิติด้านการบัญชีภาครัฐ มิติด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ &amp;nbsp;และมิติด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด โดยจะส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลัง ในภาพรวมของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ยกย่องเชิดชูหน่วยงานสำหรับความมุ่งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารจัดการการเงินการคลังให้เป็นไปอย่างถูกต้อง มีความโปร่งใส ลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณในปีนี้คาดว่าจะสามารถทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดเกณฑ์การเบิกจ่ายใหม่ โดยวัดจากเม็ดเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้าง ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ สามารถเบิกจ่ายได้สูงกว่าเป้าหมายทุกเดือนเฉลี่ย 10%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงเงินประชารัฐ, บัตรคนจน, ร้านค้ารายย่อย, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b95200614411.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.แนะเลิกบัตรคนจน ส่อเอื้อเจ้าสัว เปลี่ยนจ่ายตรงกระตุ้น &#039;จีดีพี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่นยืน ในโครงการผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 11.4 ล้านเสียง ตนเห็นว่าควรมีการปรับปรุงระบบด้วยการยกเลิกบัตรคนจน แต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้บัตรดังกล่าวประชาชนต้องซื้อสินค้าผูกขาดกับร้านธงฟ้า ประชารัฐ ที่มีสินค้าเฉพาะของเจ้าสัวต่างๆของประเทศ&amp;nbsp;ขณะที่การใช้บัตรคนจนก็ไม่สามารถขึ้นรถประจำทางได้ จนสุดท้าย รัฐบาลต้องใช้งบประมาณพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;quot;ถุงเงินประชารัฐ&amp;quot; เพื่อแก้เกี้ยวหวังแก้ปัญหา แต่ก็เสียเงินในการพัฒนาระบบไปจำนวนมหาศาล ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ามีการตั้งบริษัทเพื่อหวังผลประโยชน์ตรงนี้ไว้ล่วงหน้าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;ตนยังเห็นว่าควรเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลประชาชนจำนวน 11.4 ล้านคนที่เป็นข้อมูลตาย และเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลเป็น หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; Negative Income Tax หรือ NIT&amp;nbsp;เพราะเป็นการช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลในรูปแบบของการโอนเงินหรือจ่ายเช็คให้แก่บุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์&amp;nbsp;โดยให้คนมาลงทะเบียนภาษีรับเงินทุกปี เพราะจะทำให้ทราบว่าแต่ละปีจะมีคนจนจำนวนเท่าใด เพื่อเตรียมงบประมาณให้เหมาะสมตรงกับความเป็นจริง เพราะโครงการดีจริงคนจะต้องลดลง มิใช่สอบถามกี่ครั้งก็มีจำนวนเท่าเดิมคือ 11.4 ล้านคนเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเห็นด้วยกับใช้งบประมาณไปลงสู่รากหญ้า มิใช่ผูกขาดให้กับเจ้าสัว หรือ เอาเงินไปพัฒนาระบบผ่านบัตรคนจนผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ แทนที่จะโอนเข้าบัญชีให้แก่ชาวบ้านโดยตรงเพื่อให้เพิ่มวงรอบการหมุนเงินในระบบให้เพิ่มขึ้น และจีดีพีจะโตกว่าที่เป็นอยู่นี้เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี และ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีมาหลายพันล้านบาทแล้ว&amp;quot; อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20084</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงเงินประชารัฐ, บัตรคนจน, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ผูกขาดเจ้าสัว, พรรคประชาธิปัตย์, พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, ไทยนิยมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc68bf42ce66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้านค้ารายย่อยโวยแอปฯ ถุงเงินประชารัฐ ใช้ยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านค้ารายย่อยโวย แอปฯ ถุงเงินประชารัฐ ใช้ยาก ทำเสียเวลาทำมาหากิน เมินสมัครเข้าร่วมโครงการ ทำให้ยอดยังห่างเป้า 1 แสนรายอีกไกล &amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;แก้เกมถกคลังขอยกเลิกใช้รหัส 6 หลัก เพื่อให้ร้านค้าและคนใช้สะดวกขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ถึงความคืบหน้าโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแบบใช้มือถือรับชำระค่าสินค้าจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงินประชารัฐ&amp;rdquo; ว่า ได้รับการร้องเรียนจากร้านค้ารายย่อยเป็นจำนวนมากว่า โครงการดังกล่าวมีความยากในการใช้งาน เพราะต้องสมัคร ต้องดาวน์โหลดแอปฯ และเวลาใช้งานก็ยุ่งยาก โดยในการรับชำระค่าสินค้าจากผู้บัตรถือ ก็ต้องมาเปิดแอปฯ ในมือถือ แล้วนำไปสแกนบัตร จากนั้นต้องกดกรอกตัวเลข แล้วยื่นมือถือให้ร้านค้าตรวจสอบจำนวนเงินว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้อง ก็กดรหัสบัตร 6 หลักเพื่อยืนยันการจ่ายเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร้านค้าให้ข้อมูลว่าถ้ากำลังขายหมู ขายผักอยู่ แล้วลูกค้ามาซื้อ โดยคนที่ซื้อเป็นผู้ถือบัตร คิดดูว่าจะเสียเวลาขนาดไหน ต้องเอามือเปื้อนๆ มากดมือถือ กดแล้วกว่าจะได้เงิน ต้องส่งมือถือไปมา ระหว่างเจ้าของร้านกับผู้ถือบัตร เพื่อตรวจสอบว่าจำนวนเงินถูกต้องมั้ย คิดดู กว่าจนได้เงิน เสียเวลามาก แล้วยิ่งเวลามีลูกค้ามาเข้าคิวซื้อทีละมากๆ จะยุ่งขนาดไหน แบบนี้สู้รับเงินสดไม่ดีกว่าหรือ ทีเดียวจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ถือบัตร ให้ข้อมูลว่า มีความยุ่งยากในการไปขอรหัสบัตร 6 หลัก เพราะในพื้นที่ห่างไกลบางพื้นที่ก็ไม่มีสาขาของธนาคารกรุงไทยตั้งอยู่ หรือไม่มีตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนรหัสบัตร 6 หลักได้ ทำให้ไม่สามารถใช้บัตรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ได้มีการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้ว โดยได้เสนอให้ยกเลิกการกำหนดรหัสบัตร 6 หลัก เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการใช้บัตรทั้งกับร้านค้าและผู้ถือบัตร เหมือนกับที่ผู้ถือบัตรนำบัตรไปใช้รูดผ่านเครื่องรูดบัตรก่อนหน้านี้ ที่ไม่ต้องมีการกดรหัสบัตรยืนยัน และยังได้เสนอให้เพิ่มจำนวนเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้สมัครเพื่อดาวโหลดแอปฯ และใช้รับชำระเงินจากผู้ถือบัตร เพื่อแก้ปัญหากรณีที่เจ้าของร้านมีลูกจ้างเป็นผู้รับชำระเงิน แต่เบอร์โทรศัพท์ที่จะใช้ได้ ต้องให้เจ้าของร้านเป็นผู้ยืนยันก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17156</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ถุงเงินประชารัฐ, ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ, ร้านค้าโวย, ใช้งานยาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b95200614411.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
