<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตรวจโผครม.2/4 เอ๋ลุ้น7วันยุติปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เอ๋-ปารีณา&amp;quot; ชีวิตต้องลุ้น สู้ยิบตา ไม่ให้โดนหยุดปฏิบัติหน้าที่ อดเข้าสภา-ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี หลัง ป.ป.ช. ยื่นคำร้องถึงศาลฎีกาฯ ตั้งข้อหาทำผิดจริยธรรมร้ายแรงฐานรุกป่าสงวน ประเดิมเป็นนักการเมืองคนแรก โผ ครม.บิ๊กตู่ 2/4 ยังไม่นิ่ง ปชป. ไม่เอาแล้ว ดีลแลกกระทรวงกับภูมิใจไทย สุดท้ายโยนนายกฯ เคาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ภายหลังจาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าว 9 เสียง เห็นชอบตามความเห็นชอบของคณะกรรมการไต่สวนว่า การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 จึงเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องของ ป.ป.ช.ดังกล่าว มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ป.ป.ช. ผู้ร้อง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา น.ส.ปารีณา ผู้คัดค้าน ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก. โดยไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด อันส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประกอบกับผู้คัดค้านได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 ว่ามีทรัพย์สินเป็นที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 จำนวน 29 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งผู้ร้องได้มีมติการประชุมครั้งที่ 35/2563 วันที่ 12 มี.ค.2563 พิจารณาเรื่องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้คัดค้าน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.และกรณีมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท.5 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า นอกจากนี้ การที่ผู้คัดค้านได้รับโอนสิทธิเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ จำนวน 29 แปลง เนื้อที่ 853 ไร่ 75 ตารางวา ในขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนเรื่อง ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนว่าข้อกล่าวหามีมูล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้อง ป.ป.ช.ยังระบุอีกว่า การที่ผู้คัดค้านครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าว เป็นการยึดถือครอบครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังถูกหน่วยงานของรัฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดทางอาญาฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สิ่งแวดล้อม หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ที่มีลักษณะขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์สาธารณะ และมีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรงก่อให้เกิดความร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกบุกรุกทำลาย&amp;nbsp; โดยคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงิน จำนวน 36,224,791 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่ง ส.ส. ต้องดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานจริยธรรม โดยจะต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม การกระทำดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-12 ธ.ค.2562 ท้องที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี&amp;quot; คำร้องระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง ป.ป.ช.ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่ง 1.ให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้องจนกว่าจะมีคำพิพากษา 2.ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ป.ป.ช.ยื่นคำร้องแล้ว ศาลฎีกาบันทึกคำร้องของ ป.ป.ช.ไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2564 โดยหลังจากนี้ศาลฎีกาจะกำหนดวันนัดฟังคำสั่งชั้นรับคำร้องว่าจะรับหรือไม่รับคดีนี้ต่อไป ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่รับคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขั้นตอนนั้น หากองค์คณะพิจารณาพิพากษามีคำสั่งในชั้นรับคำร้องแล้วให้รับคำร้อง จึงจะส่งสำนวนคำร้องของ ป.ป.ช. ให้ผู้คัดค้านทราบ รวมทั้งทำหนังสือแจ้งคำสั่งรับคำร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรก ซึ่งระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องแล้วผู้คัดค้านจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้ศาลแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
ปชป.ไม่เอาด้วยแลกกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้ได้รายชื่อมาครบทั้งหมดแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง จากนั้นจะดำเนินการให้จบสิ้นโดยเร็ว โดยแต่ละพรรคได้เสนอเข้ามาแล้ว แต่จะอยู่กระทรวงไหนก็เป็นเรื่องของตนที่จะตัดสินใจตามความเหมาะสม โดยรับฟังข้อคิดเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เพราะเราต้องไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สัปดาห์นี้จะได้เห็น ครม.ชุดใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็จะครบขั้นตอนเมื่อมีการถวายสัตย์ฯ เดี๋ยวสื่อก็รู้ก่อนอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์? กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ได้ส่งรายชื่อในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรายชื่อเป็นไปตามมติของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค จากนี้เป็นดุลพินิจของนายกฯ ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ได้คุยกับนายกฯ เพื่อทบทวนแล้ว และนายกฯ ได้แจ้งให้ไปดำเนินการ ซึ่งพรรค ปชป.ได้ไปดำเนินการจนได้ตัวบุคคลมาแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนที่นายกฯ จะดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือไม่ ถึงการสลับเก้าอี้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องสลับกระทรวงได้ให้ความเห็นเบื้องต้นส่วนตัวไปกับนายกฯ ว่าถ้าเป็นไปตามเดิมจะดีที่สุด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจนายกฯ เพราะต้องเคารพในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้แจ้งไปแล้วว่าเป็นกระทรวงเดิมที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นการสลับให้พรรคเดียวดูกระทรวงเดียวจริงจะอธิบายกับประชาชนอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่ได้อธิบายกับนายกฯ ไปว่าหากเป็นไปตามเดิมจะดีที่สุด เพราะการผสมผสานระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทำงานในกระทรวงเดียวกันสามารถบริหารจัดการ และทำงานได้เป็นอย่างดี เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จากพรรคภูมิใจไทยก็ช่วยงานตนเป็นอย่างดี เราทำงานกันไม่ได้มีปัญหาอะไร ทำงานร่วมกันได้ด้วยดี แต่ทั้งหมดอยู่ที่ดุลพินิจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้พร้อมกับเป็นตัวแทนกล่าวอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะมีอายุครบ 67 ปี ในวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด โดย พล.อ.ประวิตรได้อวยพรขอให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง จากนั้นบรรดาคณะรัฐมนตรีนำดอกไม้มามอบให้กับนายกฯ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.ยังแจ้งอีกว่า ในช่วงของการพักเบรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินเข้าไปหา พล.อ.ประยุทธ์ในห้อง เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการสลับเก้าอี้ รมช.ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าจะสลับกระทรวงกัน แต่เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายจุรินทร์ระบุว่าไม่มีการสลับกระทรวงกันแล้ว จากนั้นได้ให้คนมาตามนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ที่มีข่าวว่าจะถูกสลับไปเป็น รมช.คมนาคมเข้าไปพบในห้อง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาที โดยพรรคภูมิใจไทยให้เป็นอำนาจนายกฯ ในการตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์กรณีรายชื่อรัฐมนตรี โดยเมื่อสื่อถามถึงความเหมาะสมของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค พปชร. ที่มีข่าวว่าจะไปเป็น รมว.ดิจิทัลฯ พล.อ.ประวิตรได้ตอบว่า นายชัยวุฒิจบวิศวะจุฬาฯปริญญาโท พร้อมถามสื่อว่าคุณจบอะไร คุณจบมหาวิทยาลัยราชภัฏหรือ ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า จบปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า แล้วจะเอาอย่างไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรได้ขอชี้แจงประเด็นมหาวิทยาลัยราชภัฏว่า &amp;ldquo;ไม่ว่าจะจบราชภัฏหรือจบที่ไหน ทุกคนก็มีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกระแสดรามาเรื่องนี้ว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะบูลลี่ เพราะไม่ว่าจะจบราชภัฏหรือจบที่ไหนก็มีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น ที่ถามสื่อแบบนั้นเพราะจะบอกแบบนั้น ต่างสถาบันก็สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่งในอาชีพเดียวกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังกล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐว่า อยากยื่นก็ยื่นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวยืนยันว่า &amp;ldquo;ไม่มีๆ ไม่มีหรอก เป็นเรื่องของคนคนเดียว ที่ไม่มีความคิด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง, ปรับ ครม., ปารีณา ไกรคุปต์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c6d90fe8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
