<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 06:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 06:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกงหรือเปล่า?&#039;เพนกวิน&#039;ดราม่าถูกตำรวจทำร้ายมีแผลทั้งตัว แค่นี้นะขอไปนอนพักรักษาก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11 ส.ค.64-เพจบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak โพสต์เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ถึงพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ผมถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำชั่วคราว(รังสิต) พร้อมเพื่อนอีก 8 คนร่างกายของพวกเราปวดเจ็บระบม จากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายที่ใต้ถุนศาลเมื่อวาน ส่วนตัวผมมีบาดแผลฟกช้ำตามแขนขา ร่างกาย รวมถึงที่ใบหน้า ผมเป็นห่วงนิว สิริชัย ที่มีอาการบาดเจ็บที่ขาจนต้องพันผ้าอยู่จนถึงตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้เราไม่เพียงถูกทำร้ายจากตำรวจ แต่เราถูกทำร้ายจากศาลธัญบุรี ตั้งแต่ศาลออกหมายจับ โดยไม่ออกหมายเรียก ทั้งที่เป็นคดีเล็กน้อย รวมถึงการอนุญาตให้ฝากขังเราทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดชัดเจนว่า ขอให้ขังพวกเราเพราะหากปล่อยแล้วจะไปเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อ แสดงว่าทั้งศาลและตำรวจรู้เห็นเป็นใจกันในการปิดกั้นการแสดงออก ทางการเมือง และขัดขวางการใช้เสรีภาพของประชาชนหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าต่อให้ชนชั้นนำจะทำอย่างไร ก็ไม่มีทางจะหยุดการต่อสู้ของประชาชนได้ นั่นหมายความว่ารัฐบาลเผด็จการของประยุทธ์ใกล้ถึงการอวสานแล้วเต็มทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอฝากฝังการต่อสู้ไว้กับทุกท่าน ทุกท่านไม่ต้องเป็นห่วงผม เพราะความเจ็บปวดที่ผมได้รับน้อยกว่าความเจ็บปวดของประชาชนทั้งประเทศไทยได้รับ ผมจะดูแลตัวเอง และรอพบพี่น้องประชาชนที่ปลายทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ขอฝากข้อความไว้เพียงแค่นี้ ขอตัวไปนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บดังกล่าว จะสื่อสารเป็นระยะนะครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่าศาล, ถูกทำร้าย, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611309c780081.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มอริส เค&#039;เผยชีวิตสุดทรหด โดนทำร้ายตกตึกแล้วกระทืบซ้ำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงดัง มอริส เค มาเปลือยชีวิตสุดทรหด ถูกบูลลี่ ทำร้าย โดนเตะตกจากชั้น 2 ในบ้านอุปถัมภ์ เอาขี้หมาใส่น้ำให้คนในบ้านกินแก้แค้น รวมถึงการที่คบนางแบบสาวนานกว่า 10 ปี ทั้งที่ชอบผู้ชาย ผ่านรายการ &amp;ldquo;เรื่องลับมาก (NO CENSOR)&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วีรกรรมตอนเด็กแสบสุดๆเคยเอาไม้เสียบแก้มเพื่อนจริง แต่ผมไม่ได้เอาไม้ไล่แทง ณ ตอนนั้นตอนประถม เราโดนเพื่อนแซว เพื่อนเข้ามาจะต่อย แต่ขณะนั้นเรากำลังกินปลาหมึกย่าง เกิดการสู้กับเพื่อนขณะถือไม้ปลาหมึกย่างพอแยกกัน ไม้ปลาหมึกย่างก็ไปอยู่ที่แก้มเพื่อน หลังจากนั้นเราก็โดนเยอะมาก โดนทั้งครูตี ที่บ้านตี โดนประณามหยามเหยียดหนักมาก โดนครูที่โรงเรียนบูลลี่จนเป็นแผลในใจ เกิดจากกรณีนี้แหละ และครูโกรธมาก ครูบอกว่าที่ผมเป็นแบบนี้เพราะเป็นพันธุกรรม อาจด้วยครูโกรธมาก เราเป็นคนมีเรื่องกับเพื่อนแทบทุกวัน เพื่อนชอบล้อ แกล้ง แหย่ เราก็ปกป้องตัวเองไม่อยากให้ใครมาว่าเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนว่าทั้งไอ้ดำ ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ ที่เจ็บกว่านั้นคือแม่เป็นโสเภณี โอ้โห หรือแม้แต่ที่เราโดนเรียกบ่อยๆคือข้าวนอกนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราโกรธมาก โกรธเขาและโกรธพ่อแม่เราด้วย ทำไมทำให้เราต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่เราต้องทำตัวไม่อ่อนแอ ตอนแรกเราพยายามหนีแต่ไม่รอด เราโดนตลอด ตอนหลังเราต้องทำตัวกร่าง ทำตัวใหญ่เพื่อปกป้องไม่ให้ใครมาล้อ ใครมาล้อเราต่อย ใครมาล้อเราก็ทำร้ายร่างกาย เพื่อไม่ให้เขามายุ่งกับเรา โดนมองเป็นอันธพาลเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เป็นปมในใจเรื่องผิว เพราะเราโดนว่าเยอะมาก จนเรารู้สึกว่าเราก็ไม่อยากโดนล้อ ไม่อยากแตกต่าง ไม่อยากให้ใครล้อเรา วันนั้นสิ่งหนึ่งเรารู้ว่าสิ่งที่จะทำให้เราไม่แตกต่างคือเราต้องเหมือนเขา เรากลับบ้านเห็นสก็อตไบรท์ขัดหม้อข้าว มันก็น่าจะขัดผิวเราให้ขาวได้ ขัดไปก็แสบมาก เลือดออกซิบๆ ตอนนั้นเป็นความรู้สึกไม่ไหวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยเอาขี้หมาผสมน้ำให้คนที่บ้านกินเพราะที่บ้านชอบใช้ความรุนแรง ใช้งานเราเยอะ บางทีเราก็ขี้เกียจ เวลาเราโดนตีมากๆ ทำอะไรเขาไม่ได้ หน้าที่เราทำหน้าที่เก็บขี้หมา กรอกน้ำ กวาดบ้าน วันนั้นโดนตีมากๆโดนทำร้ายมากๆ เราก็เก็บขี้หมาให้มือเลอะๆ แล้วเอามือนั้นไปกรอกน้ำแล้วใส่ให้เขากิน มันคงเป็นความแก้แค้นที่เราไม่รู้จะทำอะไรได้ แล้วก็เคยถูกเตะตกจากตึกสองชั้นแล้วโดนกระทืบซ้ำอีก คนนี้เขาเลี้ยงนก แล้วนกพิราบของเขาต้องกินข้าวตรงเวลา วันนั้นเขาบอกให้ผมให้อาหารนกตอน 5 โมงเย็น น้องชายเขาใช้ให้ผมทำงานจนปลีกตัวไม่ได้ เลยเวลามายี่สิบนาที ไม่ได้ให้ข้าวนก พอเขารู้ ก็เรียกผมไปกรงนกชั้นสอง เขาก็โมโห ตบตีผมจากตรงนั้น จนผมตกมาชั้นนึงก็คิดว่าจบแล้ว แต่เขาก็รีบลงมากระทืบและเตะซ้ำอยู่ตรงนั้น ผมไม่รู้จะไปไหน ไปไหนไม่ได้ เขาคือครอบครัวที่เอาผมไปเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ เขาเลี้ยงเด็กอยู่ในบ้านประมาณ 7 คนได้ ต้องทนมา 17 ปี&amp;nbsp; กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมากๆ ตอนนั้นทำได้อย่างเดียวคืออดทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเราอายุ 17 เราไม่ได้เรียนหนังสือ เรามีเวลาว่างมาก เขาให้เราอยู่ในบ้านอย่างเดียว แล้วเรารู้สึกเราอยากมีคุณค่ามากกว่านี้ ตลอดเวลาที่อยู่กับเขาถามว่าเขาเลี้ยงเราดีไหม โอเค เรามีที่นอน เรามีอาหารการกิน แต่ความสุขทางใจเราไม่มี แล้วต้องโตไปเรื่อยๆ โดยเราไม่ได้เรียนหนังสือ เราอยากมีชีวิตที่ดี นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราไม่ไหวแล้ว เราต้องการเรียนหนังสือ ก็ขอเขาเรียน เขาก็ไล่เราออกจากบ้าน เขาเลี้ยงเราเพื่อเป็นคนใช้ไหม ก็ใช่ แต่ทุกวันนี้คงไม่ทำแล้ว เพราะเขาแก่มากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเข้าวงการก็ดีขึ้น และคนไม่ค่อยรู้ว่าเราเคยมีแฟนเป็นผู้หญิง ตั้งแต่ผมเริ่มเข้าวงการ เรารู้จักกันตอนอายุ 24 ผมเข้าวงการแล้ว ตอนนั้นไม่ใช่ไม่รู้ตัว แต่รู้สึกดีจังที่มีคนสนใจเราและอยากคบเรา เรารู้สึกว่าผุ้ชายต้องมีแฟนเป็นผู้หญิง สังคมทำให้เราต้องคิดแบบนั้นเราก็คุยกัน ที่ชอบคือเขาลูกครึ่งเหมือนกัน เขาผิวสีเหมือนกัน เขาเป็นนางแบบที่อเมริกา ปีนึงหรือสองปีเขามาเมืองไทยที เราก็ติดต่อเรียนรู้กันไป 10 ปี 10 ปีทีรู้จักกันมา ความสัมพันธ์เหมือนแฟนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกับตัวเองบ่อยมาก เพราะสังคม ศาสนาที่นับถือเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เราก็พยายามทำให้ถูกต้อง เรามีแฟนเป็นผู้หญิง เราอยู่กับเขาเรามีความสุข แต่ถ้าเราได้อยู่กับผู้ชายเราจะอบอุ่นมากขึ้น จริงๆเขารู้ตั้งแต่คบแล้ว เราบอกว่าผมอยู่กับผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ คุณโอเคเปล่า เขาก็โอเค วันหนึ่งเราไปอี๋อ๋อกับผู้ชาย นางเห็นก็หน้าเหวี่ยงมา และจะกลับเลย เขาบอกเขาทนไม่ได้ เราก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นต้องเคลียร์ ถ้าผมต้องแต่งกับคุณ เพราะเรามีแพลนจะแต่งงานกัน ถ้ายอมรับความจริงไม่ได้ อย่าอยู่เลย ผมไม่สามารถดูแลคุณได้ ให้มีความสุขได้ตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม mor_ris_k&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดราม่า, ถูกทำร้าย, มอริส เค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d777af0a2128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 06:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 06:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งคู่กัดแฉ&#039;ปวิน&#039;จอมลวงโลก!พบพิรุธไล่ลบโพสต์จิก&#039;ทาทายัง&#039;หลังอ้างเสียขวัญถูก&#039;สเปรย์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.62- แอนดริว แม็กเกรเกอร์ มาร์แชล นักหนังสือพิมพ์อิสระ คู่กัด &amp;nbsp;ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Andrew MacGregor Marshall รายงานเรื่อง ปวิน ใน bbc thai &amp;nbsp;เป็นเรื่องตลกที่น่าหดหู่ ตำรวจเกียวโตไม่ได้ยืนยันว่าปวินถูกโจมตีโดยนินจาที่มีพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาได้ยืนยันว่าพวกเขาถูกเรียกไปที่อพาร์ทเม้นต์ของปวินหลังเกิดเหตุ และปวินอ้างว่าเขาถูกโจมตีโดยนินจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาไม่พบหลักฐานที่จะสนับสนุนเรื่องราวเพราะมันไม่มี ตำรวจเกียวโตไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาไม่มีผู้ต้องสงสัยและจะไม่มีการจับกุมเพราะปวินไม่ได้พูดความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนี้แอนดริว แม็กเกรเกอร์ โพสต์ข้อความจับผิด ปวิน มาเป็นระยะ ระบุว่าเพราะคำโกหกของปวิน ได้ทำลายการเคลื่อนไหวของประชาธิปไตยไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดพบว่า ปวิน ได้ลบโพสต์ โจมตีทาทายัง ที่เขาโพสต์หลังเหตุการณ์ที่อ้างว่าถูกบุรุษลึกลับทำร้าย จนนำมาซึ่งข้อสงสัยว่า เขาถูกทำร้ายจนเสียขวัญอย่างหนัดแล้วทำไมถึงยังมีอารมณ์โพสต์ข้อความจะไล่ตามจับทาทายังได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โพสต์ของ &amp;nbsp;Jom Petchpradab เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ระบุว่า หลังจากพยายามติดต่อ สืบหาข้อมูล ถึงการเงียบหายไปของ อ.ปวิน ทั้งคนใกล้ชิด สนิทสนมทั้งในและต่างประเทศ อยู่หลายคน ทุกคน ทุกแหล่ง ต่างก็อ้างข้อมูลของ Andrew MacGregor Marshall ที่บอกว่า อ.ปวิน สบายดีเพียงแต่อย่างจะดึงตัวเองจากโลกโซเชี่ยลไปสักพัก เท่านั้นเอง ( แหล่งข่าวจากขอบเตียงแอบกระสิบมาว่า ก็คงไม่พ้นเรื่องผู้ชง ผู้ชายนั่นแหละค้า...ที่เป็นเหตุหลัก ) และยืนยันว่า การเงียบหายไปครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการมาทัวร์ต่างประเทศของ หน.พรรคสีส้มนะครับ เพราะอ.ปวิน ไม่กินน้ำส้มมานานแล้ว ...เอาเป็นว่า อาจารย์ เยียวยาหัวใจตัวเองเรียบร้อย และพร้อมเมื่อไหร่ ก็คงจะได้เห็นลีลา คารม ของ อ.ปวิน กันอีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกทำร้าย, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, ปวินโกหก, แอนดริว แม็กเกรเกอร์ มาร์แชล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4cb487693d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 05:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปวิน&#039;อ้างโทรศัพท์ลึกลับจากเยอรมันโทรหาก่อนถูก&#039;สเปรย์&#039; เชื่อมโยงก่อการร้ายสากล ยันคู่ขาเป็นคนดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.62- ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการแห่งศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ผู้ต้องหาหลบหนีคดี ม.112 ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย อ้างว่า หนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิด ได้รับโทรศัพท์ลึกลับทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งเขาบอกว่าไม่เคยได้รับโทรศัพท์แบบนี้เลยตั้งแต่มาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2012&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โทรศัพท์ครั้งแรกเป็นคนญี่ปุ่นที่โทรเข้ามาที่สำนักงานของเขา ครั้งที่สองโทรเข้ามือถือ ครั้งที่สามเกิดขึ้นในระยะเวลา 24 ชม. ก่อนเกิดเหตุบุกทำร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนครั้งสุดท้าย เป็นเบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศโทรเข้ามายังสำนักงานของมหาวิทยาลัยที่เขาทำงาน และทิ้งข้อความว่าเป็นชายชาวต่างชาติโทรจากเยอรมนี ระบุชื่อพร้อมด้วยตำแหน่งนำหน้าว่า &amp;quot;ดอกเตอร์&amp;quot; ซึ่งได้ลองค้นหาชื่อในกูเกิล แต่ไม่พบบุคคลชื่อนี้ ซึ่งปวินตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นตำแหน่งดอกเตอร์ น่าจะมีชื่อปรากฏอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเหตุการณ์โทรศัพท์ทั้ง 4 ครั้ง ปวินคุยกับคนใกล้ชิดว่ามีโทรศัพท์แปลก ๆ มาถึงเขามากเกินไป และเริ่มระวังถึงความปลอดภัยในการใช้ชีวิต รวมทั้งการอยู่ในที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวินเล่าถึงเหตุการณ์บุกทำร้ายในที่พักในกรุงเกียวโตว่า เหตุเกิดตอนเวลาประมาณ 4.45 น. ของวันที่ 8 ก.ค. ขณะที่เขาและคู่ชีวิตกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนในคอนโดมิเนียมของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวินอ้างว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาทางประตูระเบียงด้วยการใช้ค้อนทุบกระจกให้เป็นรูแล้วสอดมือเข้ามาปลดล็อกประตู จากนั้นได้ตรงมาเปิดประตูห้องนอนที่เขาบอกว่าปกติไม่ได้ล็อก หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุกระชากผ้าห่มที่เขาและคนใกล้ชิดห่มอยู่ แล้วฉีดสารเคมีจากกระป๋องใส่ตัวพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ผมบอกได้คือ คนร้ายเป็นนักย่องเบา ตอนเข้านอน ผมไม่ได้ยินอะไรเลย จนกระทั่งจุดที่เข้ามาอยู่ในห้องผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวินใช้คำว่า &amp;quot;สเปรย์ไม่ยั้ง&amp;quot; อธิบายเหตุการณ์ชั่วนาทีนั้น และเริ่มรู้สึกเจ็บแสบตามผิวหนังเนื่องจากฤทธิ์ของสารเคมี หลังจากนั้น ปวินบอกว่า คู่ชีวิตของเขาได้พยายามวิ่งตามผู้ก่อเหตุแต่หนีไปได้ และจำลักษณะการแต่งกายของผู้ก่อเหตุได้ว่า แต่งกายด้วยชุดดำทั้งหมด สวมคลุมหมวกไอ้โม่ง โผล่ให้เห็นแต่ตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวินเล่าว่า หลังจากนั้นเขารีบไปล้างตัว และราว 15 นาทีต่อมา ตำรวจก็เดินทางมาถึงจากการโทรแจ้งความของเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากการถูกบุกรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวินระบุว่า จนถึงขณะนี้ ตำรวจญี่ปุ่นยังไม่เปิดเผยว่าสารเคมีที่ใช้ในการทำร้ายนั้นเป็นสารเคมีอะไร แต่จากการให้แพทย์ตรวจที่โรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ พบว่าเป็นสารเคมีที่ทำให้ผิวหนังเจ็บแสบเป็นรอยแดง แต่หายได้ภายใน 48 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปวินยังเปิดเผยว่า ตำรวจญี่ปุ่นยังสั่งห้ามให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน และหยุดการเคลื่อนไหวใด ๆ บนโซเชียลมีเดีย นั่นเป็นสาเหตุที่เขาหายไปจากโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เขาก็บอกว่าอย่าทำ (ห้ามใช้โซเชียลมีเดียและห้ามให้ข้อมูลกับสื่อ) เพราะจะทำให้การสอบสวนหยุดชะงัก แต่เมื่อห้ามไม่ได้ เวลาคุณบอกสื่อขออย่างเดียว อย่าบอกว่าตำรวจสอบสวนไปถึงไหนแล้ว แต่ผมก็บอกว่าผมก็ไม่รู้อยู่ดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวิน อ้างถึงคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นชุดที่เข้ามาสอบสวนที่บ้านพักว่า ทางตำรวจญี่ปุ่นเข้าใจถึงบริบทของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสถานภาพการเป็นผู้ลี้ภัยของเขา จากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจตัดกรณีการบุกเพื่อลักขโมยออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขายังอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หน่วยตำรวจที่ทำคดี ไม่ใช่หน่วยที่ดูแลอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นหน่วยตำรวจต่อต้านก่อการร้ายสากลภายใต้สำนักงานตำรวจประจำเกียวโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อสงสัยแรกสุด เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายสากล เพราะว่ามีองค์ประกอบจากต่างประเทศ&amp;quot; ปวินอ้างคำพูดของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปวินเปิดเผยถึงการสืบสวนของตำรวจว่า ตำรวจสอบปากคำเขานาน 4 ชม. และแยกสอบปากคำเขาและคู่ชีวิตของเขา ตำรวจได้สอบสวนในทุกมูลเหตุ ทั้งอาชญากรรมที่มีสาเหตุจากความเกลียดชัง หรือด้านความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งปวินปฏิเสธว่า คู่ของเขาได้รับการปฏิบัติที่ดีจากเพื่อนบ้านในตึกเดียวกันที่เห็นพวกเขามา 7-8 ปี แล้ว เพื่อนบ้านให้การยอมรับบุคคลข้ามเพศ และทั้งสองคนไม่เคยถูกกลั่นแกล้งใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลบีบีซีไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกทำร้าย, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, ม.112, โทรศัพท์จากเยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb97ad15e33f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โบว์&#039;ชี้&#039;จ่านิว&#039;ถูกทำร้ายไม่ใช่ครั้งแรกยกครั้งหนึ่งเคยโดนคนแต่งกายคล้ายทหารอุ้มไปขู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเพจBow Nuttaa Mahattana&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62-น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ &amp;quot;โบว์&amp;quot; แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาอีกครั้งถึงกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง อายุ 27 ปี ถูกรุมทำร้ายว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จ่านิวถูกทำร้าย หลายคนรู้จักเขาจากกิจกรรมขึ้นรถไฟไปตรวจสอบการคอรัปชั่นอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งถูกสกัดกลางทางพร้อมคดีความในศาลทหาร จ่านิวเป็นนักกิจกรรมที่ขึ้นเหนือล่องใต้มากที่สุดคนหนึ่ง เนื่องจากคุ้นเคยกับการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถเมล์และรถไฟ จุดเด่นของจ่านิวคือเขาไม่กลัวที่จะเดินทางไปที่ไกลๆเพื่อให้คนได้เข้าถึงกิจกรรม แม้จะไม่มีคนร่วมมากเท่าที่กรุงเทพ เพราะความหวาดกลัวและอันตรายในต่างจังหวัดมีมากกว่า แต่เขาก็ไป จ่านิวจึงเป็นไม่กี่คนในบรรดานักกิจกรรม ที่มีคดีความอยู่ในหลายจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ครั้งหนึ่งจ่านิวเคยถูกอุ้มโดยคนแต่งเครื่องแบบทหารหลายคนจากข้างกำแพงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตยามดึก เขาถูกนำตัวขึ้นรถไปข่มขู่ในป่าหญ้า โชคดีที่กล้องข้างมหาวิทยาลัยไม่เสีย และมีการเผยแพร่ภาพเป็นข่าวทันที กลุ่มคนที่นำตัวไปจึงรีบพากลับมาส่ง จ่านิวเรียนจบแล้ว เป็นรัฐศาสตร์บัณฑิตจากธรรมศาสตร์ แต่การมีคดีความมากมายก็ไม่ได้เป็นผลดีนักกับการสมัครงาน นิวอยากเรียนภาษาเพิ่มเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต
ครอบครัวของจ่านิวลำบากมาก คุณพ่อเสียชีวิตตอนนิวอยู่ปีหนึ่ง ทำให้แม่ที่ทำงานรับจ้างทำงานบ้านรายวันพร้อมเป็นหมอดู(แม่นมาก) ต้องเลี้ยงลูกวัยเรียนสามคนและยายอีกหนึ่งตามลำพัง แต่แม่ก็อดทนเพื่อให้ลูกไปถึงฝั่ง และเข้าใจในอุดมการณ์ของนิว แม้มันจะไม่ได้ทำให้ชีวิตคนในครอบครัวง่ายขึ้นเลย วันนี้นิวถูกทำร้ายที่ป้ายรถเมล์ ..&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37486</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, ถูกทำร้าย, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา, โบว์ คนอยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf46d84ced5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
