<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.ระดม6 แสนล้านบาทพัฒนาโรงไฟฟ้า 5.4 พันเมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.เตรียมระดมทุน 6 แสนล้านบาท พัฒนาโรงไฟฟ้าภายใน 10 ปีรวม 5.4 พันเมกฯ ยันไม่หวั่นแม้สัดส่วนผลิตไฟในพีดีพีจะเหลือ 24% ลุ้นครองส่วนที่ยังไม่กำหนดผู้ผลิต 11% ปลายแผน ลุยพัฒนาโรงไฟฟ้าเดินเบา พร้อมโซลาร์ในเขื่อน ชี้ศักยภาพสามารถผลิตไฟได้เกิน 1 หมื่นเมกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62- นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้มีแผนที่จะใช้เงินลงทุนกว่า 600,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสายส่ง รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงที่จะหมดอายุสัญญาในระยะ 10 ปี รวม 5,400 เมกะวัตต์ ได้แก่โรงไฟฟ้านำพอง ที่จะเริ่มโครงการในปี 2568 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ พระนครใต้ สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง และพระนครเหนือ รวมทั้งสิ้น 8 โรง โดยแบ่งเป็นเชื้อเพลิงถ่านหิน 700 เมกกะวัตต์ ที่แม่เมาะ นอกนั้นจะเป็นโรงไฟฟ้าคอมไบน์ไซเคิ้ล ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เรากำลังดูอยู่ว่าช่องทางในการหาเงินใดบ้างที่ทำแล้วมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่ผ่านมาจะเป็นการกู้เงินจากธนาคารในประเทศไทย แต่เบื้องต้นก็มองว่าการออกหุ้นกู้ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ดี เพราะเราจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมลงทุนกับเราได้ ซึ่งยืนยันยันได้ไม่มีปัญหาด้านการเงินแน่นอน&amp;quot;นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทั้ง 8 แห่งจะทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในประเทศของ กฟผ. อยู่ที่ 31% หลังที่จะมีการปลดระวางของโรงไฟฟ้าที่หมดอายุแล้ว ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนของ กฟผ. อยู่ที่ 35% และตามที่มีการระบุในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี 2018) ที่กำหนดสัดส่วนให้กฟผ.มีการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 24% นั้นเป็นช่วงปลายแผนในอีก 20 ปีถัดไป ซึ่งในช่วงนั้นก็จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าที่ยังไม่มีการระบุว่าเป็นของใคร หรือให้ฝ่ายไหนดำเนินการอีก 11% หากในอนาคตทางรัฐบาลมอบหมายให้ กฟผ. ดำเนินการในส่วนนั้นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ก็จะมากกว่า 24%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเอกชน (ไอพีพี) ในช่วงปลายแผนก็เหลือเพียงแค่ 13% เท่านั้นจากปัจจุบันที่อยู่ที่ 33% ซึ่งจะมีการกระจายสัดส่วนไปสู่ในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(วีเอสพีพี)มากขึ้นกว่า 35% และในส่วนนั้นก็จะเป็นการผลิตไฟจากพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)มากที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับกฟผ. รวมถึงปัจจุบัน กฟผ.ก็เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เพิ่มขึ้น ที่เป็นการตั้งแบบลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ซึ่งล่าสุดก็ได้ทำการเสนอต่อกระทรวงพลังงานไปเพื่อขอดำเนินการโซลาร์ลอยน้ำรวม 2,725 เมกะวัตต์ กระจายในเขื่อนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ได้ติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน(เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ)ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขนาด 16 เมกะวัตต์ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี ขนาด 21 เมกะวัตต์ กำหนดแล้วเสร็จในปี 63 เพื่อเป็นการนำร่องควบคู่พัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าให้เดินเครื่องในสถานการณ์ที่เชื้อเพลิงต่ำได้(โรงไฟฟ้าเดินเบา) โดยเบื้องต้นเป็นการติดตั้งเพื่อกักเก็บไฟฟ้าประมาณ 20 เมกะวัตต์ โดยจะใช้จ่ายในช่วง 15 นาที ในกรณีที่โรงไฟฟ้าหลักเกิดเหตุดับหรือขัดก่อนเพื่อลดผลกระทบของประชาชนก่อนที่จะสามารถเดินเครื่องเข้าระบบของโรงไฟฟ้าหลักได้อีกครั้ง โดยใช้งบประมาณสถานีละ 800 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เรากำลังเดินหน้าที่จะพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งเมื่อดูจากศักยภาพของเขื่อนน้ำของ กฟผ. นั้นจะสามารถติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำและผลิตไฟฟ้าได้อีก 10,000 ในเขื่อนทั่วประเทศ และในอนาคตหากมีการติดตั้งเอนเนอร์ยี่สตรอเรจร่วมด้วย รวมถึงผนวกกับการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำและไฟฟ้าจากการปั่นไฟ จะทำให้เขื่อนสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 18-20 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนการพัฒนาโรงไฟฟ้าเดินเบา เพื่อจะติดตั้งใช้กับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือก่อน และโรงไฟฟ้าแม่เมาะในระยะต่อไป&amp;quot;นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแผนพีดีพีนั้นทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดว่าจะต้องมีการพิจารณาใหม่ทุก 5 ปีซึ่งในอนาคตมัดส่วนดังกล่าวก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกันนี้ กฟผ. ยังมีแผนที่จะออกแบบโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งในช่วง 10 ปีนี้ เป็นโรงไฟฟ้าเชิงท่องเที่ยวด้วย โดยจะนำร่องในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ฯก่อน 2 แห่ง โดยเบื้องต้นมีแผนที่จะซื้อพื้นที่เพิ่มเพื่อพัฒนาพื้นที่ในการรองรับนักท่องเที่ยว และคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อนำเข้ามาอุปโภคและบริโภคในพื้นที่ โดยคาดว่าจะมีการสรุปเร็ว ๆ นี้ก่อนที่จะขยายผลต่อไปยังโรงอื่น ๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพช., กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, ถ่านหิน, น้ำพอง, พระนครเหนือ, พระนครใต้, วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a55e9f1ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอท.หนุนใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าชี้พลังงานทดแทนไม่เสถียร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท. ลั่นหนุนใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าไม่สนับสนุนนพลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิงหลัก แจงไม่มีเสถียร รองรับการผลิตภาตอุตสาหกรรมตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงานเสวนา&amp;quot;อนาคตพลังงานไฟฟ้าไทย ทำอย่างไร ถ้าไม่พึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน&amp;quot; ที่จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ว่าส่วนตัวยังไม่สนับสนุนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจากพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์) สำหรับการนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากในส่วนของการผลิตในโรงงาน ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง พลังงานดังกล่าวยังไม่สามารถรองรับได้ เนื่องจากความไม่มีเสถียรภาพและมีความไม่แน่นอนสูง ถึงแม้ว่าจะมีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน(เอนเนอร์ยี สตอเรจ) มาสำรองก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าประเทศไทยยังต้องการไฟฟ้าจากจากเชื้อเพลิงหลัก(เบสท์โหลด) ประมาณ 40-50% ทั้งนี้ทางเลือกการใช้เชื้อเพลิงของประเทศไทยก็มีอยู่ไม่มาก หากไม่ใช้ถ่านหิน ก็คงต้องมองถึงก๊าซธรรมชาติที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการพึ่งพากว่า 65% แล้ว และ 1 ใน 3 ก็นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ที่นำเข้ามาก็เป็นแบบแห้ง ซึ่งไม่สามารถนำมาคัดแยกเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้เหมือนที่ขุดเจาะในประเทศเอง &amp;nbsp; &amp;quot;นายเจน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่านหิน, ส.อ.ท., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เจน นำชัยศิริ, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac4cb0ef34a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบถ่านหินยอมยุติชุมนุมหลัง&quot;ศิริ&quot;ยอมเซ็นเอ็มโอยูม็อบ5 ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศิริ&amp;rdquo; ยอมเซ็นเอ็มโอยูม็อบหนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา5 ข้อ &amp;nbsp;กำหนดให้นำอีเอชไอเอของโรงไฟฟ้า-ท่าเรือมาประกอบการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี &amp;nbsp;หากสรุปว่าสร้างได้ ต้องให้ กฟผ.เสนอรายงานต่อ สผ. ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มี.ค. 61 - นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) กับเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารกระทรวงพลังงานเป็นพยานว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม ในการตัดสินใจก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อำเภอเทพา โดยจะดำเนินตามข้อตกลงที่มีสาระสำคัญดังนี้ 1.ฝ่ายสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ยินดีให้มีการจัดทำการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ โดยมีคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีกระบวนการทำงานตามหลักสากลที่เป็นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การทำเอสอีเอจะต้องให้ความสำคัญไปที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเนื่องจากถูกพิจารณาให้เป็นพื้นที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) มาตั้งแต่ต้นตามนโยบายของรัฐบาล 3.ให้กระทรวงพลังงานนำข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และของท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ดำเนินการแล้ว มาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอสอีเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หากผลการศึกษาเอสอีเอได้ข้อสรุปให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาได้ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)นำอีเอชไอเอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่มีอยู่แล้ว ยื่นต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และดำเนินการศึกษาอีเอชไอเอของท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี และ 5.หากผลการศึกษาเอสอีเอไม่เห็นชอบกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพาให้ กฟผ.พิจารณาพื้นที่อื่นที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี สาเมาะ ประธานเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่าเราชาวเทพาได้คลี่คลายความเครียด เพราะเราต้องการมาหลายวันแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ วันนี้เราสามารถดึงโรงไฟฟ้าเทพากลับมาได้ เท่ากับเราดึงความเจริญเข้ามาสู่เทพา เราขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือและดูแลเรามาตลอด พวกเราที่มาอยู่ตรงนี้ถ้าไม่มีพวกท่านดูแลเราก็อยู่ไม่ได้ ขอขอบคุณ กฟผ. และพวกเรามีภารกิจที่ยังต้องรับผิดชอบอยู่ เราขอขอบคุณที่ให้การดูแลเราตลอดมา เราไม่ประสบปัญหาเรื่องความอดอยาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่านหิน, ท่าเรือ, ม็อบโรงไฟฟ้า, เทพา, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb8cb6cb9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศิริ” ลั่นใต้ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟถ่านหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศิริ&amp;rdquo; ลั่นไม่มีความจำเป็นสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ไปอีก 5 ปีข้างหน้า ยันมีแผนเสริมกำลังไฟฟ้าไม่ให้กระทบประชาชนแน่นอน พร้อมให้เดินหน้าศึกษาพื้นที่อื่น ๆ อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งของสังคม ส่งทีโออาร์ประมูลบงกช-เอราวัณ ให้ กพช. เคาะ เม.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 2561 - นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายในงาน MEET the PRESS ว่าในปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นต้องตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเชื้อเพลิงถ่านหินในภาคใต้ ในช่วงเวลา 5 ปีหลังจากนี้ โดยยืนยันว่ากระทรวงมีกระบวนการจัดการปัญหาตามแผนพัฒนาสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง 500 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง 2 เส้น ที่เป็นการดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ซึ่งช่วงหลังจากนี้ต้องไปศึกษา วิเคราะห์พื้นอื่น ๆ ควบคู่กับกระบี่และเทพา ให้เหมาะสมที่สุดในการตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน และไม่ให้เกิดความขัดแย้งของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีแผนที่จะพัฒนาไฟฟ้านอกเหนือจากการเพิ่มกำลังไฟฟ้าที่ส่งมาจากภาคกลาง ด้วยการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในภาคใต้อย่าง ขนอมและจะนะ ทั้งนี้ยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟจากชีวมวลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ 300 เมกะวัตต์ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้เชื้อเพลิงเยอะแต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นที่จะวางแผนหรือชัดชวนคนเข้ามาดำเนินการในส่วนนี้&amp;rdquo;นายศิริ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าการกำหนดร่างการจัดซื้อจัดจ่าง(ทีโออาร์) การประมูลสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ทั้งเอราวัณและบงกช เบื้องต้นจะมีการเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อีก 2 ครั้งในเดือนมี.ค. และเม.ย. 61 ก่อนที่จะออกประกาศเชิญชวนผู้เข้าร่วมประมูล และคาดว่าจะใช้เวลาคัดเลือกและหาผู้ชนะได้ภายในเดือน พ.ย. หลังจากนั้นจะมีการทำสัญญาการผลิตและลงมือสำรวจและผลิตได้ภายในเดือน ก.พ. ปี 62&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3682</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ถ่านหิน, ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, เทพา, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้ากระบี, ไฟฟ้าใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e82d00e17b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ม็อบหนุนถ่านหินบี้ฉีกMOUกลุ่มต้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ที่ว่าการอำเภอเหนือคลอง เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนจังหวัดกระบี่นับร้อยคน นำโดย นายไพโรจน์ บุตรเผียน นายกิจจา ทองทิพย์ ได้รวมตัวกันพร้อมออกแถลงการณ์ กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับทางเครือข่ายปกป้องทะเลสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จำนวน 5 ข้อ และยื่นหนังสือผ่านนายอำเภอเหนือคลอง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.คนกระบี่ไม่ยอมรับบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากเป็นเพียงเสียงส่วนน้อย ประกอบกับไม่ทำตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2560&amp;nbsp; ที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาและทำความเข้าใจ พร้อมกับทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ตามหลักสิทธิชุมชนและตามหลักประชาธิปไตย&amp;nbsp; 2.คนกระบี่ไม่เห็นด้วยที่มีบุคคลเพียง 3-4 คน มีอำนาจในการล้มเลิกโครงการพัฒนาด้านพลังงานของรัฐ เพื่อความมั่นคงของชาติ และเป็นโครงการเพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นการใช้กฏหมู่เหนือกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2561 โดยเร็วที่สุด 4. ให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์&amp;nbsp; รมว.พลังงาน แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที&amp;nbsp; และ5.หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง&amp;nbsp; เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนจังหวัดกระบี่ และชาวกระบี่จะแสดงพลังและใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ เพื่อเรียกร้องสิทธิของชุมชนในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าให้มีความมั่นคงตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากนายกรัฐมนตรีไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ ก็จะเดินทางขึ้นไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป&amp;quot; นายไพโรจน์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3572</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, กระบี่, ถ่านหิน, รมว.พลังงาน, อำเภอเหนือคลอง, เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชน, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8cf7a9b1e2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
