<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอนภารกิจจราจรไปแค่เนื้องาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เคาะปฏิรูปตำรวจ ซิมโทรศัพท์-บัตร ปชช.หายไม่จำเป็นต้องแจ้ง ตร. พร้อมถ่ายโอนภารกิจตำรวจรถไฟให้ รฟท. โอนงานจราจร-การรักษาความสงบให้ท้องถิ่นภายในเวลา 10 ปี &amp;quot;มีชัย&amp;quot; ระบุโอนเฉพาะเนื้องาน แต่ไม่โอนอัตรากำลัง &amp;quot;วิรุตม์&amp;quot; ย้อนถามขอ 5 ปีได้ไหม งง! ทำไมไม่โอนทั้งเนื้องาน คน ทรัพย์สินและสิ่งอุปกรณ์ทั้งหมดไปด้วย สตช.จะเก็บไว้ทำไม ตั้งงบใหม่ยิ่งซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอังคาร นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายตำรวจ ว่า ขณะนี้ที่ประชุมอาจต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ และอาจจะต้องมีกฎหมายพิเศษขึ้นมา เพื่อให้การสอบสวนเกิดความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้ไม่ยุ่งยาก เช่น ทำซิมโทรศัพท์หาย บัตรประชาชนหาย ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจ แต่แจ้งกับคนที่ออกให้ ทางคณะกรรมการฯ จะแก้กฎหมายว่าให้แจ้งความที่ไหนก็ได้ แล้วให้ตำรวจส่งไปยังโรงพักที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับมติที่ประชุมเกี่ยวกับงานจราจร จะโอนให้ท้องถิ่น ให้ดูแลเรื่องอำนวยความสะดวกการจราจร รักษาความสงบเกี่ยวกับความผิดการจอดรถ อย่างไรก็ตาม วิธีการคือเราจะโอนเฉพาะเนื้องานไปให้ท้องถิ่น แต่ไม่โอนอัตรากำลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า โอนเฉพาะภารกิจให้ท้องถิ่น ไม่โอนกำลังพลไปด้วย จะทำให้ท้องถิ่นต้องตั้งงบประมาณเพื่อรองรับ เท่ากับเป็นการโป่งพอง นายมีชัยกล่าวว่า อย่างงานจราจรทุกวันนี้เราใช้ตำรวจยศนายพลไปดูแลจราจร ซึ่งความจริงไม่จำเป็นต้องคนระดับยศนายพล ซึ่งเท่ากับว่าจะประหยัดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ได้มีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการถ่ายโอนงานที่ไม่ใช่งานตำรวจแท้ออกไปให้องค์กรอื่นที่มีความพร้อม โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนของการจราจรทั่วประเทศ จะกำหนดให้ 1.งานจราจรทั้งหมด และการรักษาความสงบ ให้เป็นภารกิจของท้องถิ่นทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 10 ปี 2.งานอำนวยความสะดวกในการจราจร งานกวดขันวินัยจราจร และงานบังคับใช้กฎหมายจราจร เฉพาะความผิดฐานจอดรถโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้โอนให้ท้องถิ่นภายในระยะเวลา ดังนี้ สำหรับเมืองพิเศษ อาทิ กทม.และเทศบาลนคร ให้โอนภายใน 2 ปี สำหรับเทศบาลเมือง ให้โอนภายใน 3 ปี ส่วนท้องถิ่นอื่น ให้เป็นไปตามกำลังความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโอนดังกล่าวไม่ตัดอำนาจของตำรวจในการดูแลบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายในกรณีที่มีเหตุพิเศษ นอกจากนี้ ยังให้ตรวจสอบด้วยว่าหากขยายการโอนภารกิจไปถึงการบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำความผิดอาญาอื่นๆ ที่เป็นเรื่องเล็กน้อย และมีแต่โทษปรับ จะกระทบกระเทือนการทำหน้าที่ของตำรวจเพียงใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณกล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้ลงลึกในการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยตำรวจบางประเภทที่หมดความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรถ่ายโอนงานให้หน่วยงานอื่นที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเริ่มที่ตำรวจรถไฟ ซึ่งเห็นควรให้ถ่ายโอนภารกิจของตำรวจรถไฟในส่วนที่ดูแลความปลอดภัยภายในขบวนรถไฟให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) หรือหน่วยงานอื่นที่เป็นเจ้าของรถไฟ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลคดีที่เกิดในขบวนรถไฟ ให้อยู่ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสถานีตำรวจที่ขบวนรถไฟแล่นผ่าน โดยให้เจ้าพนักงานสอบสวนตามรายทางรถไฟมีอำนาจสอบสวนได้ โดยวัตถุประสงค์เดิมของการก่อตั้งหน่วยตำรวจรถไฟในอดีต คือการดูแลการก่อสร้างทางรถไฟได้หมดไปแล้ว และปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถดูแลความปลอดภัยในขบวนรถไฟได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า การโอนงานรักษาความสงบเรียบร้อยไปให้ท้องถิ่นภายในระยะเวลา 10 ปีนั้น ไม่รู้หมายถึงงานตำรวจทั้งหมดหรืออย่างไรแน่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตั้งเป้านานถึง 10 ปี ขอเพียง 5 ปีได้ไหม เพราะปัจจุบันบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก ส่วนการโอนงานจราจรที่บอกว่าจะไม่โอนอัตรากำลังไปด้วยนั้น ไม่น่าจะถูกต้อง แล้วตำรวจที่มีอยู่จะเอาไปทำอะไร เก็บไว้ทำไม คำว่าท้องถิ่นอย่าไปคิดถึงแต่ อบจ.หรือ อบต. กรุงเทพมหานคร ก็เป็นการปกครองท้องถิ่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำไมไม่โอนกองบังคับการตำรวจจราจรไปทั้งเนื้องาน อำนาจ หน้าที่ คน อาคารสถานที่ ทรัพย์สิน และสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดไปให้ กทม. ตำรวจแห่งชาติจะเก็บไว้ทำไม เหมือนโอนงานดับเพลิง แต่ไม่ให้รถ ไม่ให้คนและอาคารสถานที่ เขาจะทำงานอย่างไร การบอกให้ไปตั้งงบประมาณใหม่ เป็นเรื่องซ้ำซ้อน ไม่ถูกต้อง ประชาชนจะได้รับความเสียหายเสียหาย หน่วยงานรัฐอยู่ในประเทศเดียวกัน ทำไมรัฐบาลจะบริหารจัดการในภาพรวมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริงไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวอีกว่า ในเรื่องการให้ประชาชนผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ที่ไหนก็ได้ เป็นเรื่องที่ควรทำมานานแล้ว แม้กระทั่งคดีอาญาทุกประเภท เพราะปัจจุบันบ้านเมืองเจริญขึ้นมาก ด้วยระบบคมนาคมที่หลากหลาย รวมทั้งชาวต่างชาติมาพักอาศัยอยู่ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ประชาชนไม่ควรต้องมานั่งจดจำหรือตรวจสอบว่าการกระทำความผิดอาญาที่เกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจแห่งใด โดยเฉพาะปัจจุบันสถานีตำรวจไม่ได้มีการระบุชื่ออำเภอหรือตำบลอะไร ทำให้ประชาชนสับสนไปหมด เรื่องนี้ก็ควรแก้ไขให้ระบุชื่ออำเภอและตำบลเหมือนเดิมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกสถานีควรรับคำร้องทุกข์จากประชาชนได้หมดตามที่ผู้เสียหายสะดวก เมื่อรับแจ้งแล้วต้องมีการบันทึกเข้าระบบคอมพิวเตอร์บันทึกเลขคดีให้ถูกต้อง ส่วนวิธีการปฏิบัติจะโอนคดีไปให้สถานีที่เกิดเหตุสอบสวนหรือจะสอบสวนเองโดยให้สถานีตำรวจท้องที่ส่งข้อมูลการเกิดเหตุตรวจที่เกิดเหตุและสอบพยานหลักฐานต่างๆ มาก็ได้ ถ้าจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายอะไร ก็ต้องดำเนินการสำหรับคนที่จริงใจแก้ปัญหา ทุกปัญหามีทางออก แต่สำหรับพวกจิงโจ้ ทุกทางออกจะมีปัญหาไปหมด&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่ายโอนภารกิจ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปชช.หายไม่จำเป็นต้องแจ้ง, ปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1a9e91476b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ข้อสรุปพื้นฐานปฏิรูปตร.เน้นถ่ายโอนงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61- &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯเมื่อวันที่ 23 เม.ย.มีข้อสรุปพื้นฐานว่า จะเน้นการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานของตำรวจโดยแท้เป็นหลัก เพราะเห็นว่าแก่นแท้ของงานตำรวจคือการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การนำบุคคลที่กระทำความผิดทางอาญามาสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นงานหลักที่ต้องรักษาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานที่นอกเหนือไปจากนี้ที่มีลักษณะเป็นงานบริการประชาชน งานทะเบียน งานจัดระเบียบอื่น ๆ อาทิ งานจราจร ถือเป็นงานรอง สมควรถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่นได้กระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมเพื่อให้องค์กรตำรวจกระชับตัวลง และกำลังพลที่มีอยู่สามารถรองรับงานหลักได้เต็มที่ ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการ 1. ต้องไม่สร้างความกระทบกระเทือนให้แก่ประชาชน &amp;nbsp;และ 2. ต้องไม่สร้างภาระแก่งบประมาณแผ่นดินมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การถ่ายโอนภารกิจในความหมายนี้จึงไม่ใช่การถ่ายโอนงานสอบสวนคดีอาญาบางประเภทที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไปให้หน่วยงานอื่นที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนั้น และปัจจุบันทำงานทางด้านสืบสวนและมีอำนาจจับกุมอยู่แล้วทำแทนทั้งหมด เพราะจะทำให้เกิดหน่วยงานสอบสวนขึ้นใหม่อีกเป็นจำนวนมากอยู่ต่างสังกัดกัน เพราะจะเป็นการสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก หากทำเช่นนั้นอาจเป็นการสร้างนรกให้กับประชาชนหรือทำให้ประชาชนประสบสภาวะหนีเสือประจรเข้ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างสูง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่างานสอบสวนคดีอาญาที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาจยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นได้โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละด้านนั้นมาเป็นที่ปรึกษาหรือผู้ช่วยของพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน การลดจำนวนของความผิดที่มีโทษทางอาญาที่มีอยู่ในกฎหมายฉบับต่าง ๆ ได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 และบรรจุอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายอยู่แล้ว โดยจะมีการยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับความผิดที่ไม่ร้ายแรง หรือให้มีการเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาเป็นโทษปรับทางปกครองแทน ซึ่งเมื่อกระทำสำเร็จก็จะเป็นการลดภารกิจที่ไม่จำเป็นของตำรวจไปด้วยอีกทางหนึ่ง เมื่อรู้ภารกิจหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณากำหนดโครงสร้างองค์กร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, คำนูณ สิทธิสมาน, งานทะเบียน, ถ่ายโอนงาน, ถ่ายโอนภารกิจ, ปฏิรูปตำรจ, สืบสวนสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adecfa83b588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ่ายโอนภารกิจตำรวจส่อสะดุด  แต่ละกระทรวงอ้างสารพัดเงื่อนไข-ของบสูงลิ่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - &amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสารกับสังคมในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังตำรวจขาดแคลนอยู่ 7 หมื่นกว่าตำแหน่ง ดังนั้นอะไรที่ไม่ใช่ภารกิจโดยตรงของตำรวจก็จะถ่ายโอนไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางอนุกรรมการด้านภารกิจของตำรวจได้เชิญผู้แทนหน่วยงานต่างๆร่วมหารือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นการรับโอนจะเป็นไปตามขั้นตอน โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ 1.ให้โอนภายใน 3 ปี เช่น ภารกิจด้านจราจร ในพื้นที่กรุงเทพฯจะเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาเป็นหน้าที่ของเทศบาล รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องรับไปดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กฎหมายว่าด้วยศุลกากร สรรพสามิต การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ให้กระทรวงที่ดูแลเรื่องนี้รับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้โอนภายใน 5 ปี อาทิ การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง การขนส่ง อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจทางหลวง ก็มอบให้กระทรวงคมนาคม รับไปทำ 3.ยังไม่กำหนดเวลาเพราะต้องเตรียมความพร้อม และ 4.ภารกิจที่ตำรวจจะต้องปฏิบัติต่อไป คือยังไม่มีการโอน ได้แก่ การปราบปรามการกระทำความผิดบนรถไฟ และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตามปัญหาขณะนี้คือบางกระทรวงบอกว่าอาจจะต้องใช้งบประมาณในการถ่ายโอนภารกิจครั้งนี้ เช่น กระทรวงคมนาคม ในส่วนภารกิจตำรวจน้ำ หากโอนไปยังกระทรวงคมนาคม จะต้องหาเรือสำหรับออกตรวจการ เรื่องอาคารสถานที่ ระบบสารสนเทศ จะต้องใช้งบประมาณ 197 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย และขออัตรากำลังเพิ่มถึง 1,334 คน จะต้องมีเงินประจำตำแหน่ง รวมจะต้องใช้งบประมาณ 4,003 ล้านบาท เหตุที่ต้องใช้งบประมาณมาก เพราะไม่มีความพร้อมในการรับโอนภารกิจ เนื่องจากบุคลากรขาดองค์ความด้านสืบสวนสอบสวน และความก้าวหน้าในสายงานจำกัด ทำให้ยากในการรับโอน ทั้งนี้ โดยรวมถือว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งทางคณะกรรมการฯ จะทำแผนการถ่ายโอนส่งให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะมีงบประมาณให้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ถ่ายโอนภารกิจ, ปฏิรูปตำรวจ, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8c7fff3dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
