<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ถอย!เดโมแครตขยี้ซํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนรุมหนัก &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ยอมรับแล้วว่าวาระสุดท้ายในตำแหน่งประธานาธิบดีใกล้มาถึง แถลงให้คำมั่นจะถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ แต่ยังยืนกรานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหลัปลุกม็อบบุกโจมตีรัฐสภาเมื่อวันพุธ ทำให้ตำรวจสภาเสียชีวิต 1 นาย รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่ลาออก &amp;quot;เดโมแครต&amp;quot; ไล่บี้ถอดถอนชี้เป็น &amp;quot;บุคคลอันตรายมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม กล่าวว่า ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีออกมาภายหลังโดนกดดันอย่างหนัก ทรัมป์ยอมกล่าวประณามผู้ก่อจลาจลที่บุกโจมตีรัฐสภาในนามของเขา พร้อมให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจให้แก่รัฐบาลใหม่ โดยเขาไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อของโจ ไบเดน หรือยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งหรือแสดงความยินดีต่อว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงเวลานี้ต้องการการเยียวยาและความปรองดอง&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากหนึ่งวันก่อนหน้านั้นที่เขาปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนเคลื่อนขบวนไปบุกรัฐสภาเพื่อขัดขวางการลงมติรับรองไบเดน &amp;quot;เราเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งที่เข้มข้นและอารมณ์พลุ่งพล่าน แต่ตอนนี้อารมณ์ต้องเย็นลงและกลับคืนสู่ความสงบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการวันที่ 20 มกราคม ตอนนี้ผมให้ความสนใจกับการถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น เป็นระเบียบและไร้รอยต่อ&amp;quot; ทรัมป์กล่าว และว่า การทำหน้าที่ประธานาธิบดีของพวกคุณถือเป็นเกียรติประวัติตลอดชีวิตของเขา พร้อมกับยืนกรานว่า เขา &amp;quot;กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์แสดงออกมาในช่วงยามที่มีเสียงเรียกร้องให้ปลดเขาพ้นจากตำแหน่งผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยไม่ต้องรอให้อยู่ครบวาระที่เหลือไม่ถึง 2 สัปดาห์ แม้แต่วอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่เป็นสื่อสายอนุรักษนิยมที่สะท้อนแนวคิดของรีพับลิกันยังเขียนในบทบรรณาธิการว่า ทรัมป์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบและลาออกไปอย่างเงียบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งได้รับการรับรองชัยชนะจากสภาคองเกรสเป็นที่เรียบร้อยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ ปฏิเสธจะกล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้ปลดทรัมป์ แต่เขาตำหนิทรัมป์ที่โจมตีสถาบันประชาธิปไตยของสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ &amp;quot;เมื่อวานนี้ ในมุมมองของผม คือวันอันมืดมนที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติเรา&amp;quot; ไบเดนกล่าวระหว่างการประกาศเสนอชื่อผู้พิพากษาเมอร์ริก การ์แลนด์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของเขา ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีกับทรัมป์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนพวกนั้นไม่ใช่ผู้ประท้วง&amp;quot; ไบเดนกล่าว &amp;quot;พวกเขาเป็นม็อบก่อจลาจล, เป็นพวกผู้ก่อการกบฏ, เป็นผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต และชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เดโมแครต เรียกร้องรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ให้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 25 ซึ่งเปิดทางให้คณะรัฐมนตรีปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่งหากเห็นว่าเขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเดโมแครตทั้งสองขู่ว่าจะเดินหน้าถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ประธานาธิบดีคนเดียวโดนถอดถอนถึง 2 ครั้ง โดยพวกเขาหวังว่าครั้งนี้วุฒิสภาจะเห็นด้วย &amp;quot;นี่เป็นเหตุฉุกเฉินระดับสูงที่สุด&amp;quot; เพโลซีกล่าว โดยนางกล่าวถึงทรัมป์ว่าเป็น &amp;quot;บุคคลอันตรายมากๆ&amp;quot; จากการปลุกระดมมวลชนให้ก่อความไม่สงบแบบที่ทรัมป์ทำเมื่อวันพุธ เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่ง เวลาอีก 13 วันที่เหลือนั้น ไม่ว่าวันใดก็อาจเป็นการแสดงสยองขวัญสำหรับอเมริกาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์วุ่นวายภายในอาคารรัฐสภาสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 5 ศพ หลังจากไบรอัน ซิกนิก ตำรวจรัฐสภา เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ด้วยพิษบาดแผลที่ได้รับจากการปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้มีผู้สนับสนุนทรัมป์ที่เป็นผู้หญิง 1 คนโดนตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการปะทะ และอีก 3 คนถูกพบเป็นศพภายในรัฐสภาโดยสภาพการตายยังไม่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีรัฐสภาสหรัฐที่ทำให้ผู้นำประเทศประชาธิปไตยพากันรุมประณาม ยังทำให้รัฐมนตรีหญิงที่มีเพียง 2 คนในรัฐบาลของทรัมป์ประกาศลาออกเมื่อวันพฤหัสบดี คนหนึ่งคือ เอเลน เชา รัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งสมรสกับมิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.รีพับลิกัน อีกคนคือเบตซี เดวอส รัฐมนตรีศึกษาธิการ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ลาออกด้วย เช่น มิค มัลเวนีย์ อดีตหัวหน้าคณะทำงานของทรัมป์ที่ลาออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไอร์แลนด์เหนือ และแมตต์ พอตทิงเจอร์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติผู้รังสรรค์นโยบายสายเหยี่ยวด้านจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล้มเหลวของผู้พิทักษ์กฎหมายในการขัดขวางไม่ให้กลุ่มม็อบบุกเข้าไปก่อจลาจลภายในอาคารรัฐสภาก่อความโกรธและเรียกเสียงวิจารณ์จากทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยในวันพฤหัสบดี สตีเวน ซันด์ ผู้บังคับการตำรวจรัฐสภาที่มีกำลังเจ้าหน้าที่ 2,300 นาย ยื่นใบลาออกแล้ว แต่สมาชิกรัฐสภาประกาศว่าพวกเขาจะยังคงสอบสวนอย่างละเอียดเรื่องความหละหลวมของการรักษาความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนตั้งคำถามด้วยว่า ตำรวจจะตอบโต้สถานการณ์อย่างไรหากฝูงชนเมื่อวันพุธไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ที่เป็นคนผิวขาว แต่เป็นคนผิวดำที่ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิว ซึ่งมักโดนตำรวจใช้กำลังปราบปรามระหว่างการประท้วงทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำแหน่งประธานาธิบดี, ถ่ายโอนอำนาจ, วาระสุดท้ายในตำแหน่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff861db1dbce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไบเดนจ่อถ่ายโอนอำนาจ ทรัมป์เดินสายปลุกม็อบสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ เตรียมแผนถ่ายโอนอำนาจเพื่อลุยงานทันทีที่รับตำแหน่งต้นปีหน้า ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีทีท่ายอมรับความพ่ายแพ้ เตรียมเดินสายจัดชุมนุมกดดันให้นับคะแนนใหม่ ผู้นำรัสเซียและจีนยังไม่แสดงความยินดีต่อไบเดน อ้างต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจะอายุครบ 78 ปีในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ประกาศชัยชนะเหนือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายหลังรายงานผลการนับคะแนนของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกาเผยว่า เขาได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 คนที่ต้องการแล้ว หลังจากชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเขาเรียกร้องความเป็นเอกภาพในชาติและว่าขณะนี้คือเวลาของการรักษาอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายนกล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไบเดนและนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีของเขา ประกาศว่าพวกเขาจะรับฟังรายงานสรุปจากทีมที่ปรึกษาการถ่ายโอนอำนาจด้านโควิด-19 ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ บ้านของไบเดน แล้วจากนั้นไบเดนจะแถลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้พวกเขายังได้เปิดเว็บไซต์ BuildBackBetter.com สำหรับการถ่ายโอนอำนาจ และเปิดบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @Transition46
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกด้าน ทรัมป์ได้ออกรอบเล่นกอล์ฟในสนามของเขาที่รัฐเวอร์จิเนียซ้ำอีกเป็นวันที่ 2 และยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้ เขาทวีตว่า &amp;quot;สื่อกระแสง่อยเป็นผู้ขานชื่อว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อใด&amp;quot; ทรัมป์มีแผนจะยื่นคำร้องทางกฎหมายเพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายรัฐสมรภูมิ ตามการเปิดเผยของรูดี จูเลียนี ทนายความของเขา ที่อ้างว่า &amp;quot;มีหลักฐานมากมาย&amp;quot; ว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของทิม เมอร์ทอ โฆษกคณะทำงานเลือกตั้งของทรัมป์ ที่ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทรัมป์จะจัดการชุมนุมหลายครั้งเพื่อระดมเสียงสนับสนุนในการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อท้าทายผลเลือกตั้ง เขาไม่ได้บอกแน่ชัดว่าเมื่อใด นอกจากนี้พวกเขายังเปิดตัวทีมงานหลายทีมที่จะเดินหน้าฟ้องร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ และจะหาทางสนับสนุนคำกล่าวอ้างเรื่องการทุจริตเลือกตั้งด้วยการสวมสิทธิ์คนตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เลือกตั้งในระดับรัฐกล่าวกันว่า ไม่พบความผิดปกติที่มีนัยสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;nbsp; และฝ่ายของทรัมป์ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้คะแนนรวมทั่วประเทศมากกว่าทรัมป์เกิน 4.1 ล้านคะแนน และหากเขาชนะรัฐสมรภูมิที่เหลือทั้งแอริโซนาและจอร์เจียที่เขามีคะแนนนำอยู่ ก็จะได้คณะผู้เลือกตั้งรวมเป็น 306 คน เท่ากับที่ทรัมป์เคยได้เมื่อปี 2559 ครั้งที่เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จูเลียนี ทนายความของทรัมป์ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์ว่า ทีมงานของทรัมป์จะยื่นฟ้องร้องที่รัฐเพนซิลเวเนียวันจันทร์เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ &amp;quot;ฐานละเมิดสิทธิพลเมือง, จัดการเลือกตั้งอย่างไม่ยุติธรรม&amp;nbsp; และละเมิดกฎหมายของรัฐ&amp;quot; แล้วต่อไปก็จะยื่นฟ้องที่รัฐมิชิแกนหรือจอร์เจีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซีโมน แซนเดอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดน กล่าวกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์ว่า การฟ้องร้องต่อศาลของฝ่ายทรัมป์นั้นเป็น &amp;quot;กลยุทธ์ทางกฎหมายที่ไม่มีมูลความจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้แต่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งพรรครีพับลิกัน ยังระบุว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจน และเขาได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีต่อไบเดน &amp;quot;ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี&amp;quot; และนางแฮร์ริส บุชกล่าวในแถลงการณ์ว่า คนอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความยุติธรรมโดยรากฐาน เราต้องร่วมมือกันเพื่อครอบครัวและเพื่อนบ้านของเรา และเพื่อประเทศชาติและอนาคตของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำของหลายประเทศต่างแสดงความยินดีต่อไบเดนตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ภายหลังการประกาศชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่ๆ ในซีกโลกตะวันตก ทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน และผู้นำชาติยุโรปอีกหลายชาติ ไปจนถึงซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล,&amp;nbsp; ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ยังขาดชาติมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐฯ ทั้งจีนและรัสเซีย และผู้นำชาติที่สนิทสนมกับทรัมป์อย่างบราซิลและเม็กซิโก ส่วนสโลวีเนีย ประเทศบ้านเกิดของนางเมลาเนีย ทรัมป์ นายกรัฐมนตรียาเนซ ยานซา ที่แสดงความยินดีกับทรัมป์ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อชัยชนะของไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ หวัง เหวินปิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งและถูกซักไซ้เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เขาตอบว่าจีนสังเกตเห็นว่าไบเดนประกาศว่าเขาคือผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ความเข้าใจของจีนคือ ผลการเลือกตั้งจะถูกกำหนดตามกฎหมายและวิธีดำเนินการของสหรัฐฯ และจีนหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่จะพบกับจีนครึ่งทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่ควรรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะแสดงความยินดี ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าเขาจะเคารพการเลือกของชาวอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อปี 2559 ที่ทรัมป์เอาชนะนางคลินตันได้ ประธานาธิบดีปูตินแสดงความยินดีกับทรัมป์ภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง แต่เปสคอฟอ้างว่าการเลือกตั้งปีนี้ต่างออกไป เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยื่นฟ้องต่อสู้ทางกฎหมาย กระนั้นรัสเซียพร้อมจะทำงานกับใครก็ตามที่ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางคลินตัน ซึ่งผลสำรวจความเห็นก่อนเลือกตั้งเกือบทุกสำนักชี้ว่านางมีคะแนนนำทรัมป์ห่าง ด้วยความคาดหวังว่าทรัมป์จะดำเนินนโยบายที่อ่อนลงกับรัสเซีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่ายโอนอำนาจ, นับคะแนนใหม่, ประธานาธิบดีคนที่ 46, ประธานาธิบดีสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa943987d5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมกดดันสภาทหารซูดานคืนอำนาจ แกนนำเรียกระดมพลโต้ลือสลายม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงและรัฐบาลตะวันตกร่วมกันกดดันคณะผู้นำทหารของซูดานถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลพลเรือน หลังจากกองทัพรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีโอมาร์ อัลบาชีร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาชนมารวมตัวประท้วงเพิ่มขึ้นท่ามกลางข่าวลืออาจมีการสลายม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงโอบล้อมทหารขณะชุมนุมใกล้กับกองบัญชาการทหารในกรุงคาร์ทูม เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวซูดานเริ่มชุมนุมประท้วงด้านนอกกองบัญชาการของกองทัพในกรุงคาร์ทูมติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน แม้ประธานาธิบดีเผด็จการที่ครองอำนาจยาวนาน 30 ปี จะโดนโค่นอำนาจลงแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน แต่ผู้ประท้วงนับหมื่นคนยังคงปักหลักชุมนุมเพื่อกดดันคณะปกครองทหารต่อไป หลังจากแกนนำของผู้ชุมนุมได้เข้าพบพวกนายทหารในสภาถ่ายโอนอำนาจเมื่อคืนวันเสาร์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ สมาคมวิชาชีพแห่งซูดาน (เอสพีเอ) ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนำการประท้วงยาวนาน 4 เดือน ออกแถลงการณ์เรียกร้องผู้สนับสนุนของพวกเขามาร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้น โดยระบุเหตุผลว่า มีความพยายามสลายการชุมนุมที่กองบัญชาการทหารแห่งนี้ คนพวกนั้นกำลังพยายามรื้อสิ่งกีดขวางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเรียกร้องคนของเรามายังสถานที่ชุมนุมแห่งนี้ทันที เพื่อปกป้องการปฏิวัติของพวกเรา&amp;quot; คำแถลงกล่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่เห็นเหตุการณ์หลายคนกล่าวว่า มียานของกองทัพหลายคันล้อมรอบพื้นที่นั้น และเห็นทหารกำลังเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่ผู้ประท้วงจัดวางไว้เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาของกองทัพพบกับตัวแทน 10 คนของผู้ประท้วง เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องของพวกเขา แล้ววันต่อมา คณะทหารก็ได้ประชุมกับพรรคการเมืองหลายพรรค เอเอฟพีรายงานว่า คณะทหารต้องการพรรคการเมืองเหล่านี้เห็นด้วยกับการตั้ง &amp;quot;บุคคลที่เป็นอิสระ&amp;quot; มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทีวีซูดาน วันที่ 13 เมษายน 2562&amp;nbsp; พลโทอับเดล ฟัตตาห์ อัล บูร์ฮัน แถลงหลังจากเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานสภาถ่ายโอนอำนาจของทหารเมื่อ 1 วันก่อน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโทยัสเซอร์ อัลอาตา กล่าวกับสมาชิกพรรคการเมืองเหล่านี้ว่า สภาถ่ายโอนอำนาจของกองทัพต้องการจัดตั้งรัฐพลเรือนที่ตั้งอยู่บนหลักพื้นฐานแห่งเสรีภาพ, ยุติธรรม และประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทหารกำลังถูกกดดันอย่างหนักให้ถ่ายโอนอำนาจแก่รัฐบาลพลเรือนทันที เอสพีเอยังเรียกร้องให้กองทัพนำตัวบาชีร์และเจ้าหน้าที่จากกองกำลังข่าวกรองและความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นไอเอสเอส) มาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตของสหรัฐ, อังกฤษ และนอร์เวย์ ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องให้สภาทหารแห่งนี้และฝ่ายต่างๆ ทั้งการแกนนำประท้วง, พรรคการเมืองฝ่ายค้าน, องค์กรภาคประชาสังคม และกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงผู้หญิง จัดการเจรจาอย่างครอบคลุมเรื่องการถ่ายโอนอำนาจแก่รัฐบาลพลเรือน คำแถลงยังปรามการใช้ความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุม และว่า &amp;quot;การเปลี่ยนแปลงโดยชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; ตามที่ชาวซูดานเรียกร้องนั้นยังไม่เกิดขึ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงอเมริกันที่เคยรณรงค์ให้ทั่วโลกสนใจความขัดแย้งในเขตดาร์ฟูร์ของซูดาน ได้เขียนบทความร่วมกับจอห์น เพรนเดอร์กาสต์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิ ลงในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องบรรดาชาติมหาอำนาจของโลกกดดันกองทัพซูดานยอมคืนอำนาจบริหารทั้งหมดแก่รัฐบาลชุดถ่ายโอนอำนาจที่มีพลเรือนเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของซูดานยืนกรานว่า พลโทอับเดล ฟัตตาห์ อัล บูร์ฮัน ประธานสภาทหาร ยึดมั่นกับการตั้งรัฐบาลพลเรือนที่สมบูรณ์ และเรียกร้องนานาชาติสนับสนุนสภาชุดนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนถ่ายสู่ระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ บูร์ฮันเพิ่งประกาศกร้าวว่าจะล้างบางระบอบของบาชีร์ และได้สั่งยกเลิกเคอร์ฟิวทันที เขารับปากด้วยว่าจะนำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าผู้ประท้วงมาดำเนินคดี และปล่อยผู้ประท้วงทุกคนที่โดนจับกุมตามประกาศภาวะฉุกเฉินของบาชีร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูดาน, ถ่ายโอนอำนาจ, พลโทอับเดล ฟัตตาห์ อัล บูร์ฮัน, รัฐบาลพลเรือน, โอมาร์ อัลบาชีร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb48fb01bae2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรครัฐบาลสิงคโปร์เลือกว่าที่ผู้นำ รอถ่ายอำนาจตระกูล &#039;ลี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรครัฐบาลของสิงคโปร์เลือกผู้สืบทอดอำนาจต่อจาก &amp;quot;ลี เซียนลุง&amp;quot; แล้ว โดยมีเซอร์ไพรส์เมื่อเฮง สวีเกี๊ยต รัฐมนตรีคลัง ขึ้นเบอร์สองของพรรคที่คาดว่าจะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อจากลีภายหลังการเลือกตั้งที่คาดว่าจะจัดล่วงหน้าในปี 2562 และจะทำให้เขาเป็นนายกฯ คนที่ 2 ของสิงคโปร์ที่ไม่ได้แซ่ลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เฮง สวีเกี๊ยต รัฐมนตรีคลังของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคกิจประชาชน (พีเอพี) พรรครัฐบาลที่บริหารสิงคโปร์มายาวนานนับแต่ได้รับเอกราช ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ว่าพรรคได้เลือกเฮง สวีเกี๊ยต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวัย 57 ปี ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการพรรคคนที่ 1 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ตำแหน่งนี้เป็นรองเพียงเลขาธิการพรรค คือนายกฯ ลี เซียนลุง และคาดว่าเฮงจะสืบทอดอำนาจต่อจากลีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ วัย 66 ปีผู้นี้ เป็นบุตรของลี กวนยู ผู้ก่อตั้งประเทศและพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์รุดหน้าอย่างรวดเร็วระหว่างการครองอำนาจยาวนาน 3 ทศวรรษ หากเฮงได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์ภายหลังการเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า ก่อนครบวาระในปี 2564 เฮงจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์และเป็นคนที่ 2 ที่ไม่ได้แซ่ลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดวางตัวผู้สืบทอดอำนาจในพรรคครั้งนี้เป็นแผนการของนายกฯ ลี เพื่อส่งมอบอำนาจแก่ผู้นำรุ่นใหม่ที่อายุน้อย นอกจากการแต่งตั้งเฮงเป็นผู้ช่วยเลขาธิการพรรคคนที่ 1 แล้ว แถลงการณ์ของพีเอพีประกาศด้วยว่า ชาน ชุนซิง รัฐมนตรีพาณิชย์ อายุ 49 ปี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการพรรคคนที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกรัฐมนตรีคลังผู้นี้ขึ้นในตำแหน่งว่าที่ผู้นำประเทศคนต่อไป แทนที่ชานซึ่งถูกยกให้เป็นตัวเก็ง ทำให้บางฝ่ายประหลาดใจ เฮงเพิ่งเข้าสู่การเมืองเมื่อปี 2554 ก่อนหน้านั้นเขาเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางและเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ และเคยมีปัญหาสุขภาพจากโรคหลอดเลือดสมองเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ลี เซียนลุง กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีปิดการประชุมอาเซียนซัมมิต เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลี กล่าวผ่านเฟซบุ๊กภายหลังคำประกาศนี้ว่า การถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่นแก่ทีมใหม่เพื่อนำพรรคก้าวผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงต่อพีเอพีเท่านั้น แต่สำคัญต่ออนาคตของสิงคโปร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว ระหว่างการทะเลาะเบาะแว้งกันในหมู่พี่น้องตระกูลลีที่เป็นข่าวครึกโครม นายกฯ ลีต้องออกมาปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่า เขาต้องการฟูมฟัก ลี หงอี้ บุตรชายของเขา ขึ้นสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้งนี้มีชนวนเหตุมาจากการจัดการเรือนเก่าของลี กวนยู ซึ่งสั่งเสียไว้ก่อนอสัญกรรมเมื่อปี 2558 ว่าให้รื้อทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นมรดกสำหรับการเคารพบูชา แต่น้องๆ กล่าวโทษลีว่าพยายามขัดขวางคำสั่งของบิดา เพื่อหวังผลทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาน ชุนซิง, ถ่ายโอนอำนาจ, นายกฯ สิงคโปร์, พรรคกิจประชาชน, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, เฮง สวีเกี๊ยต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7fa0b22f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
