<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยจริง วัคซีนสัญชาติไทยก็ไม่เกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้รับทราบว่าโครงการผลิตวัคซีนสัญชาติไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชื่อ ChulaCov19 กำลังระดมทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่คนไทยทั้งประเทศตั้งความหวังไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็เกิดคำถามว่า ทำไมรัฐบาลจึงไม่ทุ่มทุนเพื่อให้ความฝันของคนไทยในเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไม่ต้องให้ทีมงานต้องทุ่มเทสุดตัวเพียงฝ่ายเดียว เพื่อที่จะสามารถผลิตวัคซีนของคนไทยให้ใช้ได้ทันกลางปีหน้าอย่างที่เรารับทราบมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ก่อน นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเยี่ยมโครงการนี้กับโคงการ &amp;ldquo;ใบยา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กำลังพัฒนาวัคซีนของไทยเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังดูเหมือนนายกฯ ประกาศสนับสนุนให้เกิดวัคซีนสัญชาติไทยอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอถามไถ่ถึงรายละเอียดว่าสิ่งดีๆ อย่างนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ ก็ได้รับคำตอบว่ายังมีอุปสรรคอีกหลายเรื่องที่ยังเป็นคำถามอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่า แม้ความสามารถของนายแพทย์และนักวิจัยคนไทยจะไม่แพ้ใคร แต่จะพ่ายคนอื่นก็ตรงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตัวเอง เพราะรัฐบาลไม่กระโดดลงมาช่วยอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเรื่องงบประมาณและระบบราชการที่ยังเป็นปัญหา ที่อาจจะทำให้เรื่องดีๆ ในจังหวะสำคัญๆ อย่างนี้เกิดไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้รับทราบมาว่าเพื่อให้วัคซีน ChulaCov19 mRNA สามารถใช้กับประชาชนได้จริงภายในก่อนสงกรานต์ปีหน้าจะต้องระดมทุนจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายที่จะลงทุนเต็มที่ ทีมงานวิจัยของจุฬาฯ เองก็ต้องระดมเงินบริจาคจากประชาชนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ถึงวันนี้เรายังต้องพึ่งพาวัคซีนจากต่างประเทศทั้งหมด และต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านเพื่ออ้อนวอนขอร้องซื้อวัคซีน mRNA จากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมทราบมาว่า ทีมวิจัยนี้กำลังพยายามระดมทุนเพื่อทำให้งานวิจัยนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้คนไทยได้จริงในกลางปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบประมาณที่ต้องใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 &amp;nbsp;ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังขึ้นอยู่กับกติกาการขึ้นทะเบียนที่ต้องเร่งดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจะให้ทันตารางเวลาที่เร่งด่วน (เพราะไทยเรายังขาดวัคซีนจำนวนมาก) องค์การอาหารและยา (อย.) จะต้องออกกฎกติกาให้ชัดเจนภายในไม่ช้ากว่าเดือนกันยายนนี้ นั่นคือเดือนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเงินที่ต้องใช้นั้นมีลำดับดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาก อย.กำหนดให้ต้องทำการทดสอบในอาสาสมัครระยะที่สาม &amp;nbsp;(Phase 3) ด้วยจำนวนอาสาสมัคร 15,000-20,000 คน ต้องใช้งบประมาณ 1,500 ถึง 2,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าหาก อย.กำหนดให้ทำการทดสอบระยะสองบี (Phase 2b) จะมีอาสาสมัคร 5,000 คน งบประมาณที่ต้องใช้ก็ตกประมาณ 600 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ งบประมาณสำหรับจองซื้อสารเคมีและวัตถุดิบเบื้องต้นจะอยู่ที่ราวๆ 960 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าประเทศไทยต้องการให้มีอย่างน้อย 1 ใน 4 วัคซีนได้รับการรับรอง EUA (Emergency Use Authorization) ภายในเดือนเมษายนปีหน้า ก็ต้องมีเงื่อนไขดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การระดมทุน ต้องมีเป้าหมายร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน โดยต้องมีงบที่เพียงพอรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.อย.ต้องออกกติกาในการขึ้นทะเบียนวัคซีนให้ชัดเจนภายในเดือนหน้า โดยระบุให้ชัดว่าการขึ้นทะเบียนจะต้องวิจัยระยะสองบีและ/หรือระยะสามอย่างไรจึงจะเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.จะต้องหาโรงงานที่สามารถผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพและจำนวนมากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ต้องมีความชัดเจนในนโยบายการจองและจัดซื้อวัคซีนล่วงหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่านายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะหาทางสนับสนุนเรื่องงบประมาณ &amp;nbsp;แต่เป็นที่รู้กันว่ากระบวนการตัดสินใจกับกระบวนการขับเคลื่อน ตลอดจนกระบวนการพิจารณาก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแม้ว่าจะอนุมัติงบประมาณแล้ว ก็ยังหวังไม่ได้ว่าจะได้เงินเท่าใดและจะทันกับการเร่งรัดของงานหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบการณ์ของทีมวิจัยนี้กับเงินสนับสนุนก้อนแรก 356 ล้านบาท ซึ่งอนุมัติมาเมื่อเดือนสิงหาคม ก็เพิ่งได้เงินลูกงวดแรกแค่ 40% เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 60% ยังมีขั้นตอนสลับซับซ้อนมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะลงนามเซ็นสัญญากันแล้ว เงินก็ยังเบิกไม่ได้เพราะมีรายละเอียดตามระเบียบราชการเยอะแยะมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมวิจัยหวังว่า การระดมทุนจากประชาชนอาจจะช่วยเร่งรัดให้งานเดินไปข้างหน้าได้ตามกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ระหว่างรอเงินจากรัฐบาล เราก็หันมาพึ่งประชาชนครับ ถ้ามีคนชั้นกลางประมาณ 100,000 คน บริจาคคนละเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาท &amp;nbsp;เราก็น่าจะได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท...สำหรับเดินหน้าเพื่อไม่ให้งานวิจัยที่กำลังไปได้ดีต้องชะงัก&amp;rdquo; หนึ่งในทีมวิจัยบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอีกประเทศหนึ่งที่เป็นตัวอย่างของการที่รัฐบาลเอาจริงกับการวิจัยวัคซีนคือเกาหลีใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีใต้เพิ่งประกาศเป็นนโยบายแห่งชาติเตรียมทุ่มกว่า 2 &amp;nbsp;พันล้านเหรียญ (กว่า 66,000 ล้านบาท) เพื่อวิจัยและพัฒนาวัคซีนสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยยกระดับให้โครงการผลิตวัคซีนของตัวเองเท่ากับการลงทุนใน &amp;nbsp;Deep Tech อื่นๆ เช่น semiconductor&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยการเร่งรัดให้เกิดการพึ่งตนเอง และร่วมประสานกับอังกฤษ &amp;nbsp;เยอรมนี และสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีใต้บอกว่า ตอนนี้การฉีดวัคซีนให้ประชาชนยังล่าช้า &amp;nbsp;ประชาชนที่ได้วัคซีนเข็มแรกยังไม่ถึงครึ่งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเขาออกมาขอโทษประชาชน เหตุที่ล่าช้าเพราะต้องพึ่งคนอื่น และวัคซีนที่สั่งไปก็ไม่มีของส่งมา ไม่ว่าจะเป็น AstraZeneca, &amp;nbsp;Moderna, Pfizer หรือ Johnson&amp;amp;Johnson
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้จึงตัดสินใจเดินหน้าวิจัยและพัฒนาวัคซีนของตน เริ่มด้วยการที่รัฐบาลทุ่มกว่า 66,000 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าจะมีวัคซีนของตัวเองใช้ในครึ่งปีแรกของปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังตั้งเป้าว่า การพัฒนาวัคซีนของเขาจะต้องทันกับสหรัฐฯ, จีน, &amp;nbsp;ยุโรป และอินเดียใน 5 ปีข้างหน้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งประกาศสนับสนุน 7 บริษัทในประเทศให้พัฒนาวัคซีน &amp;nbsp;mRNA และ Protein-based vaccine ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไทยเรายังเดินช้าและไม่มีความแน่นอน...เราอาจจะตกรถไฟขบวนใหญ่อีกครั้งหนึ่งก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114288</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยจริง วัคซีนสัญชาติไทยก็ไม่เกิด, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
