<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตู่’ขู่มืดฟ้ามัวดิน ‘ม็อบแก่ๆ’คึกนับหนึ่งไล่ประยุทธ/‘แรมโบ้’สวนรับงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ตีปี๊บ ชวนม็อบแก่ๆ ร่วมงาน 4/4/4 ไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถ้าไม่ไล่คงอยู่เป็นสิบปี ลั่นมากันมืดฟ้ามัวดิน จะเกิดแรงกระเพื่อม นับหนึ่งการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอีกครั้ง เผยไม่ได้จัดเอง แต่ไปตามคำชวนของ &amp;quot;อดุลย์&amp;quot;&amp;nbsp; โต้เปล่าย้ายขั้ว คนเราถ้าชั่วคงชั่วมาแต่ต้น &amp;quot;อดุลย์&amp;quot; วอนทุกสีเลิกทะเลาะกันชั่วคราว เอาประยุทธ์ออกก่อน &amp;quot;เสกสกล&amp;quot; เดือดจัด ด่า &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ตระบัดสัตย์ เคยรับปากผู้ใหญ่ว่าไม่จุดม็อบ ถามรับงานใครมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ก่อนถึงวันสุกดิบการชุมนุมของประชาชนในรหัส 4/4/4 วันที่ 4 เมษา เวลา 4 โมงเย็น ว่าจะเกิดแรงกระเพื่อม เกิดเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ได้เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง เชื่อว่า การชุมนุม 4 เมษา 4 โมงเย็นนี้ จะมีประชาชนมาร่วมอย่างมืดฟ้ามัวดิน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะไม่อาจทนอยู่ภายใต้การปกครองของประยุทธ์และพรรคพวกได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อต่อวันที่ 5 หรือวันต่อๆ ไป ต้องหารือกับประชาชน เป็นมติร่วมกันแบบวันต่อวัน เนื่องจากการชุมนุมในรหัส 4/4/4 เพื่อขับไล่ประยุทธ์นั้น เป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับประยุทธ์ ซึ่งไม่มีประโยชน์ส่วนตนอยู่เบื้องหลัง แต่เป็นสามัคคีประชาชนที่ต้องการให้เกิดการเริ่มต้นประเทศกันใหม่อีกครั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า วันสุกดิบการชุมนุมรหัส 4/4/4 ที่จัดในพื้นที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ซึ่งอยู่เยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 ชวนนักประชาธิปไตยมาร่วมสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขับไล่ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช. ตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อปี 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแนวคิดสามัคคีประชาชนนั้น เป็นการสะท้อนว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือคู่ขัดแย้งกันตลอด 15 ปีที่ผ่านมา แต่นายอดุลย์ต้องการสื่อให้ประชาชนทุกฝ่ายยึดมั่นแนวทางหรือรูปแบบพฤษภา 35 ที่ต่อสู้กับรัฐบาลตระบัดสัตย์ ใช้ รธน.เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ตนไปร่วมในฐานะปัจเจกชน โดยได้รับคำชวนจากนายอดุลย์ เพราะเคยร่วมต่อสู้ในเหตุการณ์พฤษภา 35 กันมาจนลูกนายอดุลย์เสียชีวิตในการต่อสู้ สำหรับตนต้องรับไม้ต่อจากขบวนการชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน ไปปักหลักต่อสู้ในพื้นที่ ม.รามคำแหง จนกระทั่งรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้องพ้นจากตำแหน่งไป &amp;quot;ถ้าตั้งข้อกล่าวหาว่าผมรับงานใครมา ผมตอบง่ายๆ ว่าผมรับคำชวนของคุณอดุลย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ร่วมชุมนุมด้วยการใช้เหตุผลสูงสุดระหว่างภาคประชาชนกับประยุทธ์เป็นหลักก่อน โดยต้องการสื่อสารถึง เรื่อง รธน. การทุจริต การสืบทอดอำนาจ ปัญหาสังคม การบริหารเศรษฐกิจที่เหลวแหลกภายใต้การนำของประยุทธ์ โดยทั้งหมดนี้ เราจะสื่อสารด้วยภาษาแบบวิญญูชน มาชำแหละความล้มเหลวของประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนถึงวันชุมนุม 4 เมษานี้ ตกเป็นเป้าหมายหลักถูกป้ายสี ใส่ร้าย ถูกบิดเบือนข้อเท็จจริงกระทำมาต่อเนื่อง แต่กล้าพูดอย่างชัดเจนว่า การใส่ร้ายทำลาย ตนย้ายขั้วสลับร่างไปอยู่พรรค พปชร. ไปสังกัดฝ่ายเผด็จการ และรับงานมาทำลายคนเสื้อแดงนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่เจ็บปวด ซ้ำร้ายยังถูกตอกย้ำด้วยการทำโพลให้บรรลุเป้าหมายอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีคำถามว่า ย้ายขั้ว สลับข้างไปอยู่กับเผด็จการ ไปเป็นฝ่ายรัฐบาล แน่นอนคงไม่มีใครต้องการให้ตนอยู่ในตำแหน่ง (ประธาน นปช.) นี้อีกต่อไป แต่เรื่องทั้งหมดนั้นเป็นความเท็จ ตนรอวันตามที่ประกาศว่ามีตัวเองภูมิต้านทานด้านอิสรภาพต่ำมาก จึงต้องใช้ในวันจำเป็นตามข้อจำกัดนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย
ถ้าชั่วคงชั่วมาแต่ต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตลอดเวลาของผมตั้งแต่วัยเด็กถึงปัจจุบัน เรามีจุดยืนถึงความเจ็บปวด คนเราถ้าชั่วคงชั่วมาแต่ต้น ไม่ต้องรอติดคุกถึง 4 ครั้ง ถูกดำเนินคดียาวเป็นหางว่าว ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่มีอนาคตทางการเมือง มีชีวิตอยู่แบบยากลำบาก ใครรู้จักผมแล้วต้องรู้ว่า ผมมีชีวิตอย่างคนเดือดร้อนคนหนึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ในวันนี้จึงไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัว แต่เป็นเส้นทางที่เราเลือกเดินตามอุดมการณ์ และดำรงจุดยืนตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ดังนั้น 4 ครั้งที่เข้าคุกนั้น ลูกเห็นตนใส่ชุดนักโทษ ถูกใส่โซ่ตรวนในห้วงชีวิตของเขานับครั้งไม่ถ้วน แต่เรายังเลือกหนทางนี้ เพราะชีวิตเราเป็นชะตากรรมอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การชุมนุมในพื้นที่ในวันที่ 4 เมษา. เวลา 4 โมงเย็น จึงเป็นเรื่องความยากลำบาก โดยจะเป็นเปิดไพ่ใบแรก หรือเริ่มยกแรก เพื่อพิสูจน์ว่าไปได้หรือไม่ แม้ท่ามกลางเสียงปรามาสว่าไม่มีคนเข้าไปร่วม ต้องนั่งตบยุงกัน แต่ตนเชื่อว่าฝ่ายการข่าวไม่ได้คิดเช่นนั้น เนื่องจากรู้อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่ต้องอดทนอยู่ภายใต้การปกครองของประยุทธ์นั้น มีความทุกข์กันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าคนจะล้นเต็มความจุของอนุสรณ์สถานฯ และผมคงประสานงานกับตำรวจเป็นระยะกรณีเหตุประชาชนมากันจำนวนมาก ผมพูดชัดเจนว่า ถ้าการต่อสู้ให้ประยุทธ์ออกไปนั้น ถ้าคนไม่เห็นชอบด้วย ผมก็ต้องรู้ตัวเองเหมือนกัน คุณอดุลย์และคนอื่นก็ต้องรู้เฉกเช่นเดียวกัน แต่ถ้าประชาชนที่ประกาศไม่ทนให้ประเทศไทยถูกประยุทธ์ปกครองอีก 6 ปีแล้ว ในวันพรุ่งนี้จะเกิดความสามัคคีกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อแต่ละองค์กรมีประวัติศาสตร์ความเจ็บปวดมาตลอด 15 ปีนั้น ถ้าไม่ร่วมมือกันแล้ว พล.อ.ประยุทธ์คงได้อยู่ในตำแหน่งอีกต่อไป ดังนั้น ตนได้หารือกับนายอดุลย์ เพื่อไม่ชวนองค์กรมาร่วมชุมนุมด้วย เพราะองค์กรมีประวัติศาสตร์ความสูญเสียกันทั้งนั้น ทั้งเสื้อแดง พันธมิตรฯ และ กปปส. ซึ่งความเจ็บปวดเช่นนี้ตนเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ยืนอยู่แถวหน้าของแต่ละฝ่ายต้องทนแบกรับกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ต้องแลกกับอนาคตของประเทศ ต้องแลกกับการอยู่หรือไปของประยุทธ์ ถ้าเราเอาแค่ความรู้สึกของเราแล้ว ประยุทธ์ก็จะอยู่ต้องอย่างน้อย 6 ปี หรือ 10 ปี หรือมากกว่านั้น เพราะสิ่งนี้คือโลกความเป็นจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสนามรบนั้น ผมจะต่อสู้โดยไม่มีอะไรต้องหวั่นวิตกกระทั่งชีวิต แม้ตัวตนจะถูกทุกฝ่ายทำลายทั้งศัตรูข้างหน้า อดีตมิตรข้างหลัง และคนรอบข้าง แต่ผมมีความอดทน เพราะรู้ว่าผมอยู่ในถนนสายนี้ไม่เปลี่ยนแปลง มีจุดยืนมาตลอดชีวิต มีความเป็นตัวตนของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร จึงขอบอกกับพี่น้องว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นการเริ่มต้นประเทศไทยกันใหม่ และบอกกันอีกครั้งว่า ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย ผมก็จะพิจารณาตัวเอง เพราะหลายคนดูถูก ปรามาส เหยียดหยาม ถากถาง ย่อมเป็นพลังเสมอ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;quot;เสกสกล&amp;quot;ถล่ม&amp;quot;ตุ๊ดตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำ นปช. กล่าวว่า ยืนยันในฐานะที่เป็นเกลอเก่า ไม่รู้ว่านายจตุพรไปกินยาขนานไหนหรือไปกินยาผิดอะไรมา เพราะตอนที่ออกมาจากเรือนจำก็พูดชัดเจนว่า ตราบใดที่เขายังอยู่ในใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้พูดหลายครั้งหลายคราวว่าจะไม่มีการชุมนุม และรับปากกับผู้ใหญ่หลายคนว่าจะไม่มีการออกมาขับเคลื่อนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; อันนี้ตนมีพยาน มีบุคคล และมีความเดือดร้อนอะไรก็มาบอกตนและบอกผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือดูแล ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ก็ช่วยเหลือดูแลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนมีสัจจะ มีความจริงใจ แม้กระทั่งการที่รัฐบาลได้ผ่านมติ ครม.ในการเสนออภัยโทษต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการช่วยเหลือให้แกนนำนปช. และแกนนำทุกสีเสื้อได้รับพระราชทานอภัยโทษจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็มีหลายคนที่ออกมาจากเรือนจำ ซึ่งก็ทราบกันอยู่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาล และ ครม. มีความจริงใจช่วยเหลือแกนนำทุกสีเสื้อ ใครที่ติดคุกติดตะราง พอมีอายุมากทางกระทรวงยุติธรรมเสนอมาโดยผ่าน ครม. พล.อ.ประยุทธ์ก็เห็นชอบและเสนอโปรดเกล้าฯ รับพระราชทานอภัยโทษ ไม่ว่าจะเป็นหมอเหวง, คุณวีระกานต์ มุสิกพงศ์ และอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ที่ให้การดูแล มีความจริงใจให้กับทุกสีเสื้อ เพราะวันนี้ประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องการเห็นสีเสื้อ ไม่ต้องการเห็นความแตกแยกอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อะไรๆ ก็มาโยนให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาป้ายสีให้นายกรัฐมนตรี คุณจตุพรก็มากล่าวหานายกฯ และสิ่งนึงมากล่าวหานายกรัฐมนตรีตระบัดสัตย์ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คุณจตุพรเองนั่นแหละตระบัดสัตย์ ก็คุณเป็นคนพูดเองว่าคุณจงรักภักดี คุณจะปกป้องสถาบัน มารับผ้าพันคอพระราชทาน หมวกพระราชทาน จิตอาสา คุณเองยืนยันว่าภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของในหลวงรัชกาลที่ 10 พูดมาย้ำมา มีผู้ใหญ่หลายคนเล่าให้ผมฟัง ผมก็ได้ยินกับหูว่าคุณจะไม่เคลื่อนไหวไม่ชุมนุมทางการเมือง จะไม่เป็นแกนนำทางการเคลื่อนไหวในการขับไล่รัฐบาล หรือมาเป็นแกนนำในการก่อม็อบลงถนนอีก นี่คือสิ่งที่คุณจตุพรพูด และสำคัญวันนี้คุณตระบัดสัตย์ไหม รับปากผู้ใหญ่หลายคน ผมเองอยู่ในเหตุการณ์ ไปพูดไปคุยกับคุณจตุพร ให้คุณจตุพรคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วสื่อสารผ่านผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน และก็ยืนยันว่าจะไม่มีการลงสู่ท้องถนนอีก อย่างนี้ใครตระบัดสัตย์ ก็คุณจตุพรเองตระบัดสัตย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า มีพี่น้องแกนนำหลายจังหวัด หลายภาคเขาเห็นแล้วว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาของแกนนำ นปช.ในอดีตสู้แล้วรวยอย่างไร พี่น้องคนเสื้อแดงติดคุกติดตะรางเคยไปเยี่ยมไปเยือนเคยไปดูแลเขาไหม ค่าประกัน ค่าทนายความ เคยไปดูแลเขาไหม&amp;nbsp; ครอบครัวแตกแยกเดือดร้อน โดนคดีมากมาย เคยไปเยี่ยมเยียนดูแลเขาไหม แต่แกนนำหลายคนสุขสบาย เป็นทั้ง ส.ส. เป็นทั้งรัฐมนตรี พอสู้แล้วขอตำแหน่ง สู้แล้วอยากเป็นรัฐมนตรี สู้แล้วทะเลาะกัน อยากอยู่ลำดับบัญชีรายชื่อที่ดีๆ อย่างนี้เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่น้องประชาชนออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยล้มหายตายจากกันมากมายนับร้อยๆ ศพ คุณดูแลครอบครัวเขาบ้างมั้ย สิ่งต่างๆ เหล่านี้คนเสื้อแดงรู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วว่า พฤติกรรมของแกนนำในการต่อสู้ ไม่ได้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ได้ต่อสู้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่สู้เพื่อหวังผลประโยชน์ในตำแหน่งของตัวเอง เพื่อให้กับพรรคการเมืองที่สนับสนุน เพื่อให้กับนายตัวเองเก่าตัวเองเพื่อให้กลับมาครองอำนาจ มามีอำนาจ มาเป็นนายกรัฐมนตรี มาโกงกินบ้าน โกงกินเมือง แล้วมาแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง นี่คือสิ่งที่เราเห็น คนเสื้อแดงในอดีตเห็น&amp;quot;
ไปรับจ๊อบใครมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลตั้งคำถามว่า นายจตุพรไปรับจ๊อบใครมา ไปรับผลประโยชน์ใครมาหรือไม่ และไปรับบัญชาใครมาหรือไม่ สำคัญที่สุดม็อบที่ออกมาก่อนขณะก่อนที่นายจตุพรจะประกาศมาไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ คือม็อบ 3 นิ้ว ม็อบล้มเจ้า ม็อบจาบจ้วง ม็อบทำลายสถาบัน มีใครอยู่เบื้องหลัง ก็มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล มีแกนนำกลุ่มก้าวหน้า และมี ส.ส.บางคนพรรคก้าวไกลหนุนหลัง แล้ววันนี้ม็อบเหล่านี้คือม็อบเกี่ยวข้องกับการจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานแกนนำภาคอีสาน บ้านบ่อ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นางนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน หรือ &amp;quot;นิตยานักสู้ปอสี่&amp;quot; ได้เรียกประชุมแกนนำตัวแทนอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคอีสาน เกี่ยวกับการออกมาเรียกร้องให้คนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมกับม็อบไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนิตยากล่าวว่า คนมาร่วมรับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเชิญชวนของคนเสื้อแดง การต่อสู้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตอนนี้&amp;nbsp; มีนักการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติมาหลอกชาวบ้านว่าให้ไปชุมนุมเรียกร้องที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 4 เม.ย. โดยรัฐบาลจะลงชื่อแจกเงินเยียวยาโควิด-19 ระบาด จริงๆ แล้วไม่เป็นความจริง จึงอยากให้แกนนำแต่ละจังหวัดไปบอกกล่าวและเล่าข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ แล้วพวกตนพร้อมเสื้อแดงภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด ขอยืนยันว่าจะไม่ไปร่วมกิจกรรมชุมนุมกับนายจตุพร อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพวกเราเป็นฝ่ายถูกกระทำ แล้วถูกปล่อยทิ้งจากแกนนำ นปช.มาแล้วหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ประเทศไทยได้ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 และมีรัฐบาล โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ก็ออกมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ท่านนายกฯ ก็ไม่เคยทิ้งประชาชน จัดสรรงบประมาณลงมาเยียวยาพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถลืมตาอ้าปากได้ พี่น้องประชาชนชาวอีสานฝากมาว่าขอให้ท่านประยุทธ์อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้ ขอให้สุขภาพแข็งแรง เป็นนายกฯ ตลอดไป&amp;quot; นางนิตยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานเครือข่าย ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว, นายโสภี ศรีเพ็ชร์ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง, นายสุพจน์ แมดพิมาย อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคตะวันออก, นายสุวัฒน์ สีใส ประธานจังหวัดสระแก้ว, นางอัญชนา สุทธิสาร ผู้ประสานงานเครือข่ายพี่น้องจังหวัดสระแก้ว และนางเบญจรัตน์ ศิลารัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพี่น้องอำเภอเขาฉกรรจ์ ร่วมกันแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภียืนยันว่า จะไม่ไปร่วมกิจกรรมชุมนุมกับนายจตุพรในวันที่ 4 เม.ย.อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพวกเราเป็นฝ่ายถูกกระทำ ซึ่งพวกตนไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะที่ผ่านมาทุกคนได้รับผลกระทบด้วยกันทุกฝ่าย บางคนมีคดีติดตัวจะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครอยากรับเข้าทำงาน ความบอบช้ำเหล่านี้พวกเราไม่ได้กล่าวโทษใคร เพราะพวกเราเคยให้ความศรัทธากับเหล่าแกนนำ จึงก้าวเดินตาม แต่ผลสุดท้ายพวกเราก็ถูกปล่อยทิ้งหลังจากเสร็จภารกิจ อย่าสร้างตราบาปให้กับมวลชนที่เคยรักและศรัทธาในตัวคุณอีกเลย จึงขอฝากเตือนให้ประชาชนและมวลชนเสื้อแดง อย่าไปหลงเชื่อคำเดิมๆ ที่ว่าขับไล่เผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ประเทศไทยได้ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 และมีรัฐบาล โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาอีกครั้ง มาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ท่านนายกฯ ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ท่านจัดสรรงบประมาณลงมาเยียวยาพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;quot; นายโสภีกล่าว
เลิกทะเลาะกันชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองฯ เปิดเผยว่า การจัดงานนี้ที่อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรรม จะร่วมกับนายจตุพร, นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และกลุ่มผู้รักประชาธิปไตย เป็นกิจกรรมที่สะท้อนความสามัคคีของคนในชาติเพื่อหาทางออกให้กับประเทศที่กำลังเดินไปสู่ทางตัน และส่อจะเกิดกลียุคสงครามกลางเมืองเพียงเพราะการกระหายอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า เวทีสามัคคีประชาชนจะเชิญประชาชนจากทุกภาคส่วนของสังคม ไม่เลือกข้าง ไม่แบ่งฝ่ายแบ่งสี มาชำแหละความผิดพลาดล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่การตระบัดสัตย์ไม่ปฏิรูปประเทศตามที่ให้สัญญาประชาคมเมื่อครั้งยึดอำนาจปี 2557 ไม่สร้างความสามัคคีปรองดองตามคำมั่นสัญญากับแกนนำกลุ่มการเมืองทั้งเสื้อเหลือง-เสื้อแดง แล้วสร้างความแตกแยกทางสังคมอย่างร้าวลึก ปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ทำให้เจ้าสัวร่ำรวย แต่ประชาชนต้องใช้สินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น จึงเกิดความเหลื่อมล้ำยิ่งกว่าเดิม กระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน อภิสิทธิ์ชนยังอยู่เหนือกฎหมาย ขณะที่คนจนเข้าไม่ถึงความยุติธรรม ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญวางแผนสืบทอดอำนาจอีกสมัย ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบัน โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถปกป้องสถาบันได้ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เวทีสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ใครก็สามารถมาร่วมกันได้ หากมีความเห็นตรงกันว่า พล.อ.ประยุทธ์คือตัวปัญหา เหมือนกับช่วงพฤษภาคม 2535 ที่นักศึกษาและประชาชนทุกฝ่ายเห็นว่า รสช.คือตัวปัญหาจึงออกมาขับไล่จนสำเร็จ ดังนั้นงานนี้จะต้องสลายเสื้อสี อะไรที่เคยบาดหมางใจให้ละไว้ เลิกทะเลาะกันชั่วคราว มาสามัคคีเพื่อประเทศไทย ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ให้สำเร็จก่อน และไม่จำเป็นต้องเดินลงท้องถนน เพราะหากทุกฝ่ายมาแสดงพลังร่วมกันจำนวนมาก ให้เป็นเจตจำนงของสังคม ก็สามารถกดดันองคาพยพของรัฐบาลให้สั่นคลอนล้มลงได้ แล้วจัดให้มีรัฐบาลใหม่ที่สามารถสร้างความสามัคคีคนในชาติ และปกป้องสถาบันได้ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 4 เมษายนนี้ ซึ่งตนยืนยันว่าจะเป็นไปอย่างสันติ ก่อเกิดองค์ความรู้ สร้างสรรค์ และเป็นพลังที่จะทรงพลานุภาพล้มระบอบประยุทธ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม็อบ&amp;nbsp; 4 เมษา กับ ความกังวลประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,081 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-2 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.8 ระบุม็อบ 4 เมษายน ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและเพื่อแหล่งทุนจากต่างประเทศ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.5 ระบุม็อบ 4 เมษายน จะสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและทำลายความปกติสุขของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.3 ระบุม็อบ 4 เมษายน เป็นม็อบต่อรองของคนต้องคดีต่างๆ ใช้ม็อบเป็นอาวุธ ในขณะที่ร้อยละ 93.2 ระบุม็อบ 4 เมษายน ม็อบตู่ ม็อบเต้น เกี่ยวโยงกับคนแดนไกล, ร้อยละ 91.9 ระบุม็อบ 4 เมษายน ต้องการให้เกิดการสูญเสียเหมือนในพม่า และร้อยละ 91.6 ระบุม็อบ 4 เมษายน ม็อบตู่ ม็อบเต้น มีขบวนการเบื้องหลังจะล้มล้างสถาบันหลักของชาติอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.5 เห็นด้วยให้สภา ใช้กลไกจัดการ ส.ส.หนุนม็อบ ทำความเสียหายเกิดขึ้นในบ้านเมืองกระทบความรู้สึกศรัทธา จงรักภักดีของประชาชน สั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่ร้อยละ 5.5 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 ระบุม็อบ 4 เมษายน ทำลายโอกาสของประเทศและทำลายความหวังของประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวช่วงเปิดประเทศเดือนกรกฎาคม ในขณะที่ร้อยละ 4.9 ระบุไม่ทำลาย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.3 กังวลต่อม็อบ สร้างเงื่อนไขความรุนแรงบานปลายและการสูญเสีย ในขณะที่ร้อยละ 3.7 ไม่กังวล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98233</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ชวนม็อบแก่ๆ, ถ้าไม่ไล่คงอยู่เป็นสิบปี, มากันมืดฟ้ามัวดิน, ม็อบแก่ๆ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60644c24707e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
