<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำเร็จ! ทีมกู้ภัยช่วย &#039;พระติดถ้ำ&#039; ดำน้ำลึก 4 เมตรออกมาได้แล้ว พบร่างกายยังแข็งแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงาน ปฏิบัติการเร่งช่วยเหลือ พระมานัส เขมโก อายุ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ปี พระนักปฏิบัติธรรม จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้เดินทางมาธุดงค์ที่ถ้ำไทรงาม ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แล้วไม่สามารถออกมาจากถ้ำได้ เนื่องจากฝนตกและน้ำท่วมขังปิดทางออกไว้ จนกระทั่งวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ เริ่มเข้าพื้นที่ช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เม.ย.64&amp;nbsp;แต่ต้องยกเลิกปฏิบัติภารกิจเนื่องจากมีอุปสรรคในหลายด้าน จึงตั้งศูนย์อำนวยการอยู่บริเวณปากถ้ำ และได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ชำนาญการด้านการกู้ชีพ-กู้ภัย ด้านถ้ำโดยเฉพาะเข้าให้การช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ปฏิบัติการเริ่มต้นเช้าวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เม.ย.64&amp;nbsp;ช่วงเวลาประมาณ&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น. ได้ส่งชุดนักประดาน้ำผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานกู้ภัย ประมาณ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;นาย เข้าไปภายในถ้ำ โดยจัดชุดนักประดาน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นายดำน้ำเข้าไปเพื่อทำการค้นหาพระมานัสตามแผนประชุมที่วางไว้ โดยระยะทางจากปากถ้ำใช้วิธีเดินเท้าเข้าไประยะทางประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เมตร มีน้ำขังสูงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร จากนั้นจะเป็นลักษณะแอ่งกระทะแบบคอห่านความยาวประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมตรระดับน้ำท่วมคอห่าน สูงประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมตร ปิดทางเดิน และมั่นใจว่าพ้นจากจุดคอห่านจุดนี้ จะเป็นห้องโถงโล่งซึ่งคาดว่าพระมานัสจะอยู่ตรงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงแนวทางการดำเนินการให้ความช่วยเหลือในวันนี้ โดยช่วงเช้าไปจัดชุดนักประดาน้ำและทีมกู้ชีพเข้าไป โดยให้ชุดนักประดาน้ำดำน้ำเข้าเพื่อให้ผ่านจุดคอห่าน เพื่อสำรวจว่าพบพระมานัสหรือไม่ หากพบ อยู่ในสภาพใด พร้อมกับประเมินสถานการณ์แนวทางการช่วยเหลือ ซึ่งต้องรอนักประดาน้ำชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่งสัญญาณออกมาก่อน จึงจะสามารถวางแนวทาง และวิธีการให้ความช่วยเหลือต่อไป ขณะที่บริเวณกองอำนวยการ ทุกหน่วยงานได้ระดมความช่วยเหลือมารอ ทั้งกองอำนวยการ ประสาน อุปกรณ์กู้ชีพ รถพยาบาล รวมถึงเครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือส่องสว่าง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.ได้รับแจ้งจากชุดกู้ภัยที่เดินทางเข้าไปในถ้ำพร้อมชุดนักประดาน้ำว่าพบตัวพระมานัสแล้ว อยู่ในจุดที่คาดการณ์ไว้จริง พระมานัสอยู่ในสภาพอิดโรยเล็กน้อย เนื่องจากร่างกายมีไข้อ่อนๆ แต่ภาพรวมยังค่อนข้างแข็งแรงและพร้อมที่จะรับความช่วยเหลือในการเดินทางออกจากถ้ำ ซึ่งหลังจากได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้วาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการในการให้ความช่วยเหลือ คือ&amp;nbsp;1.ประเมินสภาพร่างกายพระมานัสว่าแข็งแรงพอที่จะสามารถดำน้ำออกมาพร้อมนักประดาน้ำได้หรือไม่ และ&amp;nbsp;2.กรณีที่ร่างกายพระมานัสไม่พร้อมและไม่แข็งแรง จะต้องใช้วิธี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และทำการสูบน้ำออกให้ลดลงจนถึงช่องคอห่าน ประมาณ&amp;nbsp;1.60&amp;nbsp;เมตร แล้วให้พระมานัสลอยคอกึ่งเดินข้ามมา ซึ่งวิธีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นั้นจะใช้เวลาพอสมควร เพราะเครื่องสูบน้ำสามารถเข้าได้เป็นขนาดท่อ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;นิ้ว หรือขนาดเล็ก เนื่องจากใช้ขนาดใหญ่ไม่ได้ เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาต่อมา กองอำนวยการได้รับการประสานจากชุดนักประดาน้ำว่า สภาพร่างกายของพระมานัสพร้อมที่จะใช้วิธีดำน้ำออกมา ผู้ว่าฯจึงสั่งการให้เริ่มปฏิบัติการกู้ภัยนำตัวพระมานัสออกมา โดยใช้วิธีให้ทีมนักประดาน้ำชุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นำถังออกซิเจน พร้อมสกูบ้า เข้าไปให้พระมานัส อุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม ทีมกู้ภัยจึงได้เริ่มปฏิบัติการ โดยให้พระมานัสคาบสกูบ้า โดยวางแถวให้นักประดาน้ำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายนำหน้า ตามด้วยพระมานัส และนักประดาน้ำอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย ประกบท้าย จนกระทั่งเวลา&amp;nbsp;11.20&amp;nbsp;น. ได้รับรายงานว่าชุดนักประดาน้ำพร้อมด้วยพระมานัส ได้เดินทางมาถึงปากถ้ำแล้ว ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ต่างปรบมือ เฮลั่น ดังสนั่น เพราะนั่นหมายความว่าภารกิจใกล้สำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.ทุกคนได้พบหน้าชุดนักประดาน้ำ และพระมานัส เขมโก ปฏิบัติการกู้ชีพ-กู้ภัย สำเร็จลุล่วง จากนั้นได้นำตัวพระมานัส ขึ้นรถโรงพยาบาลเนินมะปรางเพื่อตรวจร่างกาย และชีพจร พบว่าพระมานัส ยังมีร่างกายที่แข็งแรงดี ความดันปกติ มีไข้เล็กน้อย จึงนำส่งรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลเนินมะปราง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาญชัย ศุภวีระกุล ชุดประดาน้ำมูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก&amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า ทีมดำน้ำตนเองมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาดำน้ำช่วยเหลือพระที่ติดอยู่ในถ้ำ โดยเริ่มดำตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชม.ก็สามารถผ่านจุดขอห่านไปได้แล้ว ก็พบห้องโถงบริเวณ จึงได้ตะโกนเรียกหลวงพี่ ประมาณ 2 นาที ก็ได้ยินเสียงตอบ ถึงเดินมาที่ต้นเสียง ก็พบพระมานัสนั่งอยู่บนเนินทราย จึงได้ทำการสอบถามอาการของพระมานัส ก็พอจะทราบว่าร่างกายยังแข็งแรง สามารถดำน้ำได้ไหวอยู่ จึงได้รอชุดของตนเองมาเพิ่ม และตัดสินใจนำพระมานัสดำน้ำออกมาได้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลเนินมะปราง แพทย์ได้ตรวจอาการของพระมานัส เป็นการเบื้องต้นเห็นว่ามีร่างกายอ่อนเพลีย แต่สามารถพูดคุยได้ปกติ จึงให้เกลือแร่เพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดยพระมานัสเล่าถึงเหตุการณ์ที่อยู่ในถ้ำว่า ขณะที่นั่งวิปัสสนา ก็มีน้ำป่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตอนแรกคิดว่าจะดำน้ำออกมาก่อนได้ แต่หลังจากระดับน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ก็ต้องหนีน้ำขึ้นบนที่สูง ไม่สามารถออกมาได้ ระหว่างนั้นฉันโปรตีนประทังความหิวไปได้ และช่วงที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ ก็คิดว่าเป็นเทวดามาพูดคุยด้วย&amp;nbsp;จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ช่วยนำอุปกรณ์ดำน้ำออกไปได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98656</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ถ้ำพระไทรงาม, พระติดถ้ำ, พระธุดงค์, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d6658c5559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติค้นหา &#039;พระธุดงค์&#039; ติดถ้ำนาน 3 วัน ระดับน้ำเพิ่มสูง-ไหลเชี่ยว วางแผนช่วยเหลือพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพระภิกษุเข้าไปธุดงค์และนั่งวิปัสสนากรรมฐานภายในถ้ำพระไทรงาม หมู่ 8 บ้านดงงูใหม่ ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปรากฏว่ามีพายุฝนตกกระหน่ำในพื้นที่ทำให้ปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4-6 เม.ย.&amp;nbsp;ส่งผลให้บริเวณปากถ้ำและภายในถ้ำเต็มไปด้วยน้ำท่วมขังสูง พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ภายในนั้นไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งทุกวันจะมีชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปใส่บาตรและถวายอาหารเป็นประจำ แต่ล่าสุดวันนี้เกิดน้ำท่วมถ้ำไม่สามารถเข้าไปได้ทำให้พระรูปดังกล่าวติดอยู่ในถ้ำด้วย จึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก จำนวนกว่า 30 นาย ได้ระดมกำลังพร้อมประสานไปยัง ปภ.พิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมได้สอบถามชาวบ้านและยืนยันว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา มีพระภิกษุ 1 รูป อายุประมาณ 46 ปี ทราบชื่อคือ พระอาจารย์มนัส ได้เข้าไปที่ถ้ำพระไทรงามเพื่อไปปักกลดและนั่งวิปัสสนากรรมฐานภายในถ้ำ กระทั่งมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำขึ้นสูงไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นในพื้นที่ก็ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเวลาประมาณ 15.00 น. แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.6 ถ้ำเดือนถ้ำดาว ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาทางช่วยเหลือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบถามพระสงฆ์ในวัด เปิดเผยว่า ช่วงหน้าแล้ง พระอาจารย์มนัส จะเดินทางมาที่ถ้ำพระไทรงามเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้พายุฝนมาไวทำน้ำท่วมปิดช่วงคอห่านของถ้ำจนไม่สามารถกลับออกมาได้ ความกว้างช่วงคอห่านประมาณ 12 เมตร ถ้าจะเข้าไปช่วยเหลือต้องดำน้ำเข้าไป และข้างในก็ไม่มีสัญญาณใดๆ เลย จึงไม่สามารถติดต่อพระอาจารย์มนัสได้ ส่วนลักษณะถ้ำพระไทรงามจากระยะของปากถ้ำเดินเข้าไปประมาณ 400 เมตร จะไปเจอลักษณะคล้ายคอห่านหรือท้องช้างที่เป็นแอ่งกระทะสูงประมาณ 4 เมตร และจะมีหินงอกหินย้อยเหมือนถ้ำทั่วไป ซึ่งตอนนี้น้ำท่วมปิดเต็มทั้งหมด ซึ่งเป็นน้ำฝนจากบนภูเขาที่ไหลมาจากหลังถ้ำเอ่อล้นเข้ามา ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดเข้ามาวางแผนการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพราะพระอาจารย์มนัสอาจจะอ่อนเพลียหรือหมดสติเป็นลมเนื่องจากไม่ได้ฉันอาหารเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.6 ถ้ำเดือนถ้ำดาว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำลังร่วมประชุมหารือบริเวณหน้าปากถ้ำ เบื้องต้นได้จัดส่งนักประดาน้ำจำนวน 4 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 2 นาย ทำภารกิจดำน้ำเพื่อวัดระดับน้ำภายในถ้ำแล้ว โดยรายงานเบื้องต้นขณะนี้ในพื้นที่ฝนหยุดตกแล้ว แต่ยังคงมีน้ำไหลลงมาจากเทือกเขาเป็นลักษณะน้ำป่าไหลเข้าพื้นที่อยู่ โดยรอทีมงานชุดที่ 1 ที่เข้าไปสำรวจออกมาเพื่อแจ้งความสูงของระดับน้ำ เพื่อเตรียมประชุมหารือกำหนดทิศทางและแนวทางการช่วยเหลือ เพื่อนำตัวพระอาจารย์มนัสออกมาจากถ้ำต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับถ้ำพระไทรงามนั้นปากถ้ำจะมีลักษณะงดงามด้วยหินย้อย และเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมอยู่ บริเวณหน้าถ้ำ หนทางลงสู่ถ้ำจะต้องปีนลงไปจากด้านบนก่อน จุดเด่นจะมีหินย้อยรูปร่างคล้ายช้าง หรือไดโนเสาร์ ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ จุดแรก คือ สะดือถ้ำ มีหินย้อยจากหินปูน ทอดยาวลงมาจากเพดานถ้ำจนถึงพื้น ความยาวร่วมๆ 2 เมตร หรือท่วมหัวคน นักธรณีวิทยาเชื่อกันว่า ภูเขาหินปูนเนินมะปราง มีอายุกว่า 300 ล้านปี และพื้นที่ส่วนใหญ่เคยเป็นทะเลมาก่อน ทำให้ภายในถ้ำมีทั้งหินงอก หินย้อย สีขาวและดำ &amp;nbsp;จุดเด่นของถ้ำนี้คือการพบปลาสีขาวที่ไม่มีตา ชาวบ้านเรียกว่าปลาตาเดียวพันธุ์หายาก สภาพน้ำในถ้ำนั่นเป็นน้ำนิ่งใสเย็น นอกจากนี้ถ้ำพระไทรงามเคยมีพระและฤาษีบุกเข้ามาพิสูจน์เหล็กไหลและปลุกเสกวัตถุมงคลตามความเชื่อ เคยมีนักสำรวจชาวต่างชาติเดินเข้าไปในถ้ำถึง 3 วัน 3 คืน ก็ยังเดินไปไม่ทะลุปากทางออกอีกฝั่งหนึ่งของถ้ำ จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าถ้ำพระไทรงามมีความลึกของถ้ำเท่าใดแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. นายปารเมษ แสงสว่าง นายอำเภอเนินมะปราง&amp;nbsp;ที่ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หาทางช่วยเหลือพระมนัสได้สั่งการยุติการค้นหาก่อน โดยจะเริ่มต้มค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งนายปารเมษ แสงสว่าง&amp;nbsp;นายอำเภอเนินมะปราง&amp;nbsp;กล่าวว่า อุปสรรคข้างในคือความมืดแล้วก็น้ำไหลแรงขณะนี้กำลังรอนักประดาน้ำชุดแรกที่เข้าไปเพื่อออกมาสรุปสถานที่ขณะนี้ได้สั่งให้นักประดาน้ำถอนตัวออกมาจากถ้ำก่อน พรุ่งนี้จะเริ่มวางแผนในช่วง 8.00 น. เพื่อส่งเรื่องต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเรื่องทำอีกที และร้องขอผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพกู้ภัยเกี่ยวกับถ้ำ เป็นชุดดำน้ำ 2 ถังซึ่งจะเชี่ยวชาญมากกว่ากู้ชีพในพื้นที่หรือนักประดาน้ำในพื้นที่ที่จะดำน้ำได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งเราไม่รู้ว่าภายในถ้ำด้านในมีความลึกสุดทางแค่ไหนโอกาสที่ออกซิเจนเพียงครั้งเดียวจะหมดก่อนนั้นมีแนวโน้มเป็นไปได้สูง เนื่องจากพื้นที่ภายในถ้ำเป็นลักษณะดำน้ำสวนกระแสน้ำเข้าไปจึงทำให้เวลาในการดำน้ำไม่เหมือนดำน้ำในพื้นที่ราบจึงจะใช้เวลานานมากขึ้น ขณะนี้กำลังรอนักประดาน้ำชุดแรกที่เข้าไปเซอร์เวย์พื้นที่เนื่องจากมีคำสั่งให้ถอนกำลังก่อนเพราะว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยและค่อนข้างมีสภาพอากาศที่เย็นและน้ำไหลแรง ขณะนี้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยและสีน้ำค่อนข้างขุ่นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายวิทยา ม่วงสุข เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน เปิดเผยว่า ภายในถ้ำมีน้ำไหลเชี่ยวตลอดเวลา นักประดาน้ำยังมุดลงไปไม่ได้ ขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากสำรวจพื้นที่รอบๆ ถ้ำ และจะประสานหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ ล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังก่อนเนื่องจากระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีฝนตกลงมา โดยพรุ่งนี้จะวางแผนกันใหม่โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการค้นหาคนสูญหายภายในถ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรจากสภาพอากาศพบว่าท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มและมีเมฆฝนก่อตัว ทำให้ในวันนี้การค้นหาต้องยุติลงก่อน ด้านนายขจรศักดิ์ ฤาษี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ถ้ำด้านในลักษณะค่อนข้างซับซ้อนไม่เคยมีใครเข้าไปจนสุดทาง จึงไม่มั่นใจว่าพระมนัสท่านจะสามารถทะลุออกทางอื่นได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้พระภิกษุสงฆ์เสียชีวิตภายในถ้ำขณะที่มาปฏิบัติธรรมแต่เป็นลักษณะเป็นลมเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดทาง พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยพระภิกษุที่ติดอยู่ในถ้ำ ได้สั่งการให้พลตรีทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ลงพื้นที่เพื่อวางแผนหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งเบื้องต้นทาง ผบ.พล.พัฒนา 3 ได้นำยุทโธปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือมี รถยนต์บรรทุกขนาดเบาติดเครื่องสูบน้ำขนาด 4 นิ้วในตัว (เพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำ) / รถยนต์บรรทุกขนาดเบาบรรทุก เครื่องสูบน้ำท่วมขัง จำนวน 2 คัน (เพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำ)/ รถไฟฟ้าส่องสว่างจำนวน 1 คัน /รถยนต์บรรทุกขนาดเบาและเครื่องอัดถังออกซิเจน 1 คัน (สำหรับเติมออกซิเจนให้กับทีมดำน้ำของกู้ภัย) เตรียมลงพื้นที่สนับสนุนการค้นหาและร่วมวางแผนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98552</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ถ้ำพระไทรงาม, พระธุดงค์ติดถ้ำ, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c659939398.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! จนท.เร่งค้นหาพระธุดงค์ติดถ้ำ ฝนตกหนักน้ำท่วมออกมาไม่ได้ 3 วันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน โพสต์ภาพบริเวณถ้ำพระไทรงาม พื้นที่อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมระบุว่า พระธุดงค์เข้าไปปักกลดติดอยู่ในถ้ำ &amp;lsquo;พระไทรงาม&amp;rsquo; พื้นที่อำเภอเนินมะปราง หลังจากเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมปิดปากถ้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกันลงพื้นที่และเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ ทางเพจจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีพระภิกษุไปธุดงค์ภายในถ้ำพระไทรงาม บริเวณสำนักสงฆ์&amp;nbsp;อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2564 ปรากฏว่าปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4-6 เมษายน 2564 ส่งผลให้บริเวณปากถ้ำและภายในถ้ำ เต็มไปด้วยน้ำท่วมขังสูง พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ภายในนั้นไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลกได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบถามชาวบ้านยืนยันว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมามีพระภิกษุ 1 รูปอายุประมาณ 40 ปี ได้เข้าไปที่ถ้ำพระไทรงาม โดยไปปฏิบัติสมาธิภายในถ้ำ กระทั่งมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำขึ้นสูงไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นในพื้นที่ก็ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.6 ถ้ำเดือนถ้ำดาว ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาทางช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98522</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ถ้ำพระไทรงาม, น้ำท่วม, พระธุดงค์, อำเภอเนินมะปราง, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c2d7a0c05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
