<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มจี ส่งมอบ MG ZS สำหรับรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำโดย จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารของบริษัทฯ ร่วมส่งมอบรถยนต์ NEW MG ZS ให้กับกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปเป็นรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม โดยมี พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง ร่วมรับมอบ ณ กองบังคับการปราบปราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน NEW MG ZS รถสมาร์ทเอสยูวี (Smart SUV) ให้กับกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำไปเป็นรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะเพราะเป็นรถที่มีทั้งสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ&amp;nbsp; i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ และรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48131</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบ, เอ็มจี, เอ็มจี ส่งมอบ MG ZS สำหรับรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da5d995bf31e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มจี ส่งมอบ MG ZS สำหรับรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำโดย จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารของบริษัทฯ ร่วมส่งมอบรถยนต์ NEW MG ZS ให้กับกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปเป็นรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม โดยมี พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง ร่วมรับมอบ ณ กองบังคับการปราบปราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน NEW MG ZS รถสมาร์ทเอสยูวี (Smart SUV) ให้กับกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำไปเป็นรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะเพราะเป็นรถที่มีทั้งสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ&amp;nbsp; i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ และรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบ, เอ็มจี, เอ็มจี ส่งมอบ MG ZS สำหรับรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da5d995bf31e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FORTRON STRONG ท้าพิสูจน์พิชิตยอดเขา Everest โดย Nut King Drive</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ครั้งแรกกับภารกิจใหม่ของ FORTRON ท้าพิสูจน์เพื่อพิชิตเทือกเขาเอเวอเรสต์ บนเส้นทางสุดหฤโหด นำโดย นัท คิง ไดร์ ผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง และตามหาแรงบันดาลใจไปทั่วทุกมุมโลก พร้อมลุยไปกับรถคู่ใจ เชฟ โรเลต เทรลเบลเซอร์ (Chevrolet Traiblazer) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ น้ำมันเครื่องและ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ FORTRON บนเส้นทางที่สุดมันส์สุดโหด ในสภาพอากาศที่ติดลบ -10&amp;deg;c องศาเซลเซียส ระยะทาง 17,000 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;อิศระ วัชโรทยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ซ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมน้ำมันเครื่องใหม่ FORTRON STRONG มาตรฐาน API SN CK-4 เปิดเผยว่าการที่เราเลือก นัท คิง ไดร์ ในการขับรถเพื่อพิชิตเขาเอเวอเรสต์นั้น เพราะต้องการขับทดสอบประสิทธิภาพ และสมรรถนะของน้ำมันเครื่อง FORTRON STRONG ซึ่งมีเทคโนโลยีขั้นสูงสุด SUPREME TECH โดยถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับการปกป้องเครื่องยนต์ที่เหนือกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไป นอกจากนี้ยังได้นำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงดีเซล FORTRON BIODIESEL PLUS TREATMENT ที่ช่วยขจัดน้ำ สลายคราบไขมัน เชื้อรา และแบคทีเรีย ในถังน้ำมันเชื้อเพลิง โดยรองรับน้ำมันดีเซล ไบโอดีเซล B20 และ B100 จึงเป็นบททดสอบของน้ำมันเครื่องว่าจะมีความแข็งแกร่งอย่างไรเมื่อเจอกับสภาพอากาศในอุณหภูมิที่ติดลบถึง -10&amp;deg;c องศาเซลเซียส และสภาพถนนที่สุดโหดและท้าทาย สำหรับการเดินทางทริปนี้ FORTRON จึงมอบผลิตภัณฑ์สนับสนุนตลอดทุกการเดินทาง เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและสมรรถนะ และสมกับสโลแกนของ FORTRON แรงเต็มสมรรถนะยืดระยะการใช้รถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38241</URL_LINK>
                <HASHTAG>FORTRON, FORTRON STRONG, nattythaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบ, พิชิตเทือกเขาเอเวอเรสต์, รีวิว., อิศระ วัชโรทยางกูร, เชฟ โรเลต เทรลเบลเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff2b7e1ce51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีซูซุ ชวนทายผลประหยัดน้ำมัน ชิงทองคำ 1 ล้าน ในกิจกรรม “อีซูซุ แม็คซ์ แชลเลนจ์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt;&quot;&gt;อีซูซุจัดกิจกรรม &amp;ldquo;อีซูซุ แม็คซ์ แชลเลนจ์&amp;rdquo; กับ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ภารกิจ ท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรก ของ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ กับบททดสอบความประหยัดน้ำมันครั้งใหม่ของรถอีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ตอกย้ำความเชื่อมั่น &amp;ldquo;รถอีซูซุใคร ๆ ก็ขับประหยัดได้&amp;rdquo; รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ในเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ฉางซา สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยอีซูซุขอเชิญผู้สนใจร่วมทายผลอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย (กม./ลิตร) ทายถูกลุ้นเป็นผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวที่จะรับรางวัลทองคำมูลค่า  1 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt;&quot;&gt;กลุ่มตรีเพชรโดย ปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า   อีซูซุเป็นเจ้าแรกในวงการรถยนต์เมืองไทยที่ริเริ่มจัดการแข่งขันขับประหยัดน้ำมันและรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้ผู้ใช้รถเกิดความสนใจ และเข้าใจวิธีการขับประหยัดน้ำมันอย่างถูกวิธีในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งจัดทดสอบผลลัพธ์ของการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันบนเส้นทางในประเทศและต่างประเทศมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งปีนี้อีซูซุได้จัดกิจกรรม  &amp;ldquo;อีซูซุ แม็คซ์ แชลเลนจ์&amp;rdquo; ไม่ได้เพียงตอกย้ำความเหนือชั้นของรถอีซูซุดีแมคซ์ 1.9  ดีดีไอ บลูเพาเวอร์  ขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ทรงพลังและยอดเยี่ยมในทุกด้าน ซึ่งคือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด ค่ามลพิษต่ำสุด และประหยัดน้ำมันสูงสุดเท่านั้น แต่ยังจะตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ว่า การขับรถให้ประหยัดน้ำมันนั้น ใคร ๆ ก็ทำได้  เราจึงได้เชิญคุณ&amp;ldquo;บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์&amp;rdquo; ซูเปอร์พรีเซนเตอร์ของอีซูซุมาเป็นผู้ขับเพียงหนึ่งเดียว เพื่อพิสูจน์อัตราการประหยัดน้ำมันของรถอีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ บนเส้นทางในประเทศจีน ระยะทางรวมกว่า 1,200 กม. เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม &amp;ndash; 2 มิถุนายน ศกนี้   พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวเช่นกันที่จะได้รับรางวัล &amp;ldquo;ทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท&amp;rdquo; จากการทายผลอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย (กม./ลิตร)  เป็นตัวเลขพร้อมทศนิยมสองตำแหน่งที่คุณบอย-ปกรณ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์ของเราทำได้เมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทางโดยใช้น้ำมันถังเดียว โดยมีคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อเป็นกรรมการสักขีพยานในการทดสอบความประหยัดน้ำมันในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 12pt;&quot;&gt;รับสิทธิในการทายผล 1 สิทธิ ต่อ 1 ท่าน โดยลงทะเบียนทายผลผ่านทางเว็บไซต์ WWW.ISUZUMAXCHALLENGE.COM เพื่อลุ้นป็นผู้โชคดีรับรางวัลทองคำมูลค่า 1,000,000 บาท 1 รางวัล  ตั้งแต่ 24  เมษายน พ.ศ. 2562 &amp;ndash; 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562  บริษัทฯ จะทำการจับรางวัลผู้โชคดีที่ตอบถูกในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562 และประกาศผลในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ผ่านทาง WWW.ISUZUMAXCHALLENGE.COM และโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับประหยัด, ทดลองขับ, ทดสอบ, ทดสอบรถ, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ปนัดดา เจณณวาสิน, รีวิว, อีซูซุ, อีซูซุ แม็คซ์ แชลเลนจ์, อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์, แข่งประหยัดน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca668b480c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วางแผนพาผู้สูงวัย เที่ยวสไตล์โรดทริป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเดือนมีนาคมเป็นอีกเดือนที่ใครหลายคนเฝ้าคอย ทั้งเด็กนักเรียนที่เริ่มทยอยปิดภาคเรียนช่วงฤดูร้อนหลังจากที่ตั้งใจเรียนมาทั้งปี หรือจะเป็นผู้สูงอายุที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับหลานมากขึ้น รวมถึงผู้ปกครองที่เตรียมตัววางแผนท่องเที่ยวกับครอบครัวและพักผ่อนคลายเครียดหลังจากการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี แน่นอนว่าการท่องเที่ยวสไตล์โรดทริป หรือการขับรถเที่ยวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของหลายครอบครัว เพราะครอบครัวได้ออกไปเที่ยวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สามารถวางแผนเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเองตามต้องการ ได้เปิดโลกทัศน์ตามเส้นทางที่ขับผ่าน แถมยังสามารถใช้เวลาร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวระหว่างการเดินทางอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การเตรียมตัววางแผนขับรถเที่ยวจะต้องคำนึงถึงความต้องการของสมาชิกที่อาจมีหลายรุ่นหลายช่วงอายุที่เดินทางไปด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละวัยได้อย่างเหมาะสม ทำให้ทุกคนสนุกสนานกับการเดินทาง และเป็นทริปที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัว การเลือกรถที่เหมาะกับการเดินทางสำหรับครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์อเนกประสงค์ที่ชาญฉลาดและปลอดภัย ที่มอบความคุ้มค่าเกินราคา ด้วยสมรรถนะ ความนุ่มนวลในการขับขี่ ยังมาพร้อมความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ด้วยพื้นที่กว้างขวาง นั่งได้ถึง 7 ที่นั่ง สามารถพับปรับเบาะที่นั่งแถวสามได้ด้วยระบบไฟฟ้าซึ่งตอบโจทย์เรื่องการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เผื่อเวลาในการเดินทาง การเดินทางกับผู้สูงอายุอาจต้องมีการเผื่อเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่ต้องรีบเร่งและเหนื่อยกับการเดินทางมากเกินไป อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการพลัดหลงและการเกิดอุบัติเหตุจากความเร่งรีบ นอกจากนี้ ยังควรเผื่อเวลาสำหรับการแวะพักเพื่อเดินยืดเส้นยืดสายและเข้าห้องน้ำอีกด้วย ซึ่งระบบแผนที่นำทาง (Navigation System) อันทันสมัยของฟอร์ด เอเวอร์เรสต์สามารถแสดงแผนที่ในรูปแบบสามมิติพร้อมชื่อถนนและสถานที่เป็นภาษาไทยบนหน้าจอแบบ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเสียงนำทางภาษาไทยสามารถพาคุณไปสู่จุดพักรถและจุดหมายได้อย่างแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เตรียมยาและของใช้ประจำตัวให้พร้อม ยาประจำตัวของผู้สูงอายุสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากไม่ทานยาอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้อาการของโรคประจำตัวกำเริบได้ ในบางกรณี อาจเตรียมใบรับรองแพทย์ที่ตรวจวินิจฉัยโรคประจำตัวติดตัวไปด้วย เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออาการกำเริบขณะเดินทาง จะได้สามารถแจ้งอาการหรือโรคของผู้สูงอายุกับหมอหรือเภสัชได้อย่างถูกต้อง นอกจากจะจัดเตรียมยาประจำตัวแล้ว ยังควรเตรียมเครื่องใช้ส่วนตัวให้พร้อมเหมาะกับสภาพอากาศและภูมิประเทศที่กำลังจะเดินทางเพื่อป้องกันการไม่สบายหรือเจ็บป่วยจากการไปเที่ยว เช่น เตรียมหมวก ร่ม และแว่นกันแดด เพื่อการท่องเที่ยวในหน้า รวมถึงรองเท้าที่เหมาะสำหรับการเดินทาง ดูแลเรื่องอาหารและกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุบางท่านมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารที่มีรสจัด หรืออาหารประเภทไขมันสูง ดังนั้น จึงควรเช็คให้ดีว่ามีอาหารประเภทใดบ้างที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงก่อนการเดินทางและวางแผนเลือกร้านอาหารที่เหมาะสม กิจกรรมระหว่างทริปควรเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้กำลังหรือใช้ร่างกายหนักมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงอย่างการปีนเขา การดำน้ำลึก หรือการเดินขึ้นบันไดสูงชัน เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายหรืออาการของโรคประจำตัวได้ ควรเลือกสถานที่เที่ยวเพื่อผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย หรือมีบรรยากาศย้อนยุค ให้ผู้สูงอายุรู้สึกกระชุ่มกระชวยชวนย้อนวัยเหมือนได้กลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางกับผู้สูงอายุคือความราบรื่นและนุ่มนวลระหว่างการเดินทางเพิ่มความเพลิดเพลินในทางเดินทาง เพราะหากเกิดการกระแทกระหว่างเดินทางอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้สูงอายุได้ เนื่องจากการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อของผู้สูงอายุเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา ซึ่งส่งผลให้สภาพร่างกายเปราะบางกว่าคนวัยหนุ่มสาว ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์ ในฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลในทุกสภาพถนน จึงมอบความสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุในทุกเส้นทาง การเลือกใช้รถสมรรถนะสูงที่มีเทคโนโลยีทันสมัยสามารถช่วยลดอุบัติเหตุทำให้การเดินทางราบรื่น ด้วยระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน และระบบตรวจจับยานพาหนะบริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถและช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ในฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ยังรองรับการสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการโทรเข้า รับสาย ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากการขับขี่ และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ซึ่งจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถ เพื่อต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย ทำให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวอุ่นใจและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเดินทาง ไม่ว่าโรดทริปครั้งไหนๆ ก็เป็นเรื่องสนุก น่าตื่นตาตื่นใจ สะดวกสบาย และปลอดภัยสำหรับทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32883</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ข้อควรรู้, ทดลองขับ, ทดสอบ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, ไทยโพสต์., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca434d7ba497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทาทา อัลทรา ขนาดใหม่ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ส่ง ทาทา อัลทรา 1014 ขนาดใหม่ ความยาวหลังหัวเก๋งถึงปลายสุดแชสซีส์ 5.4 เมตร ลงตลาด เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ที่ต้องการใช้งานรถบรรทุก 6 ล้อ ที่มีพร้อมทั้งดีไซน์ ความสะดวกสบาย สมรรถนะ ความปลอดภัย ให้ความคล่องตัวในทุกงานบรรทุกมากยิ่งขึ้น ตอบสนองทุกความคุ้มค่า ด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำเพียง 894,000 บาท เท่านั้น จากราคาปกติ 960,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำรถเพื่อการพาณิชย์ &amp;ldquo;ทาทา อัลทรา 1014&amp;rdquo; รถบรรทุกแบบ 6 ล้อ ขนาดใหม่ ความยาวหลังหัวเก๋งถึงปลายสุดแชสซีส์ 5,401 มิลลิเมตร เพื่อเสริมมิติใหม่สำหรับลูกค้าในการเลือกรถสำหรับใช้งาน เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา ให้ความคล่องตัวสูงด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.4 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาทา อัลทรา 1014 ขนาดใหม่ ยังคงความสามารถบรรทุกน้ำหนักรวมที่ 10 ตัน ใช้เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล แบบ 4 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ปริมาตรกระบอกสูบ 2,956 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 140 แรงม้า ที่ 2,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 1,400-2,000 รอบ/นาที ทาทา อัลทรา ให้กำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่ให้ประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ ชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด G550 ของอัลทรา ทำงานด้วยสายเคเบิ้ล ที่ดูแลรักษาง่าย มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และให้จังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล&amp;nbsp; ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์และไฟท้ายแบบ LED หัวเก๋งออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ลดแรงต้านอากาศ และเสียงรบกวน พร้อมให้เสถียรภาพในการขับขี่มากยิ่งขึ้น หัวเก๋งยังสามารถยกได้แบบ 45 องศา ด้วยระบบไฮดรอลิค เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการดูแลรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องโดยสารยังมีขนาดใหญ่ เป็นแบบ Walkthrough มีความกว้างขวางสะดวกสบายในการขับขี่ โดยสาร หรือการเข้า-ออกจากห้องโดยสาร เบาะนั่งของผู้ขับขี่ยังเป็นแบบ Suspended Driver Seat ที่มีระบบกันสะเทือน ปรับระดับตามน้ำหนักของผู้ขับได้ เพื่อความสบาย และลดอาการอ่อนล้าของผู้ขับขี่ แม้จะต้องเดินทางในระยะทางไกล แผงหน้าปัดมีการแสดงข้อมูลต่างๆ ทั้งอัตราสิ้นเปลือง และสัญญาณไฟแสดงสภาวะการใช้งานต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษารถ และภายในห้องโดยสารยังมีช่องเก็บสัมภาระต่างๆ หลายตำแหน่ง ที่พักแขน และที่วางแก้วอย่างครบครัน เพื่อให้ความสะดวกสบาย การผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทาทา อัลทรา ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารที่ผ่านมาตรฐาน ECE-R29 ของยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของห้องโดยสารจากการกระแทกด้านหน้าและการใช้น้ำหนักหล่นทับบนหลังคาห้องโดยสาร สามารถปกป้องผู้ขับขี่ และผู้โดยสารสูงสุด กระจกบังลมหน้าเป็นแบบพาโนรามิคให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนตลอดทุกเส้นทาง ขณะที่กระจกมองข้างมีขนาดใหญ่เพิ่มมุมมองที่ปลอดภัย ไฟหน้าเป็นแบบปรับระดับสูงต่ำได้ เพื่อให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนในยามค่ำคืนและช่วยหลีกเลี่ยงแสงไฟไปรบกวนรถคันข้างหน้า และยังติดตั้งระบบเบรก ABS เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาจากโรงงานทุกคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แชสซีส์ของ ทาทา อัลทรา ได้รับการออกแบบมาเป็นแบบตรง คุณภาพสูง มีความแข็งแกร่งในการใช้งาน และเหมาะสมสำหรับการติดตั้งตู้บรรทุก หรือการใช้งานประเภทต่างๆ ได้อย่างสะดวก ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแหนบแผ่นโค้ง และด้านหลังเป็นแบบแหนบโค้งกึ่งวงรี พร้อมแหนบแผ่นโค้งเสริม พร้อมช็อคอัพเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ และประสิทธิภาพในการบรรทุก โครงสร้างแชสซีส์ที่ทำจากเหล็กคุณภาพสูง แข็งแกร่ง เพิ่มศักยภาพในการบรรทุก ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้กับทุกธุรกิจขนส่ง และด้วยเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์ของอัลทรา ที่ให้แรงบิดสูงเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ยังมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ตัวรถยังดูแลรักษาง่าย ช่วยลดค่าใช้จ่าย และมีศูนย์บริการสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ที่ให้บริการได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งยังมีรถบริการให้ความช่วยเหลือนอกสถานที่ ทำให้ทุกงานขนส่งไม่สะดุด สามารถสร้างงานสร้างผลกำไรได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด โดย ทาทา อัลทรา นี้มีราคาปกติ 960,000 บาท แต่สำหรับช่วงแนะนำสินค้าใหม่ ราคาพิเศษเพียง 894,000 บาท เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, ทดสอบ, ทดสอบรถ, ทาทา, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbf689b88b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาสด้ามาแรงยอดขายกระฉูด พร้อมดันคนไทยนั่งแท่นบริหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยความสำเร็จผลการดำเนินธุรกิจประจำปีงบประมาณ 2560 ยอดขายพุ่งกระฉูดสร้างสถิติใหม่ทะลุ 56,000 คัน เพิ่มขึ้น 31% โดยเฉพาะรถเก๋งเล็กอย่างมาสด้า2 แรงกระชากใจวัยรุ่นเกิดกระแสฟีเวอร์ไปทั่วเมืองจนก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่ง ส่วน CX-5 แรงไม่แพ้กันหลังเปิดตัวมาเพียง 5 เดือน ขายไปแล้วถึง 3,929 คัน ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้ปรัชญา &amp;ldquo;MAZDA WAY&amp;rdquo; พร้อมดันคนไทยนั่งแท่นบริหารครบทุกฟังก์ชั่นเพื่อขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ความแข็งแกร่งภายใต้การทำงานร่วมกันเป็นทีม ONE MAZDA TEAM&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าตลาดเพิ่งเริ่มฟื้นตัว และมองเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นมา แต่เมื่อพิจารณาจากยอดขายของปีงบประมาณ 2560 โดยเริ่มนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 จนสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2561 มาสด้ายังสามารถเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นประวัติการณ์มีตัวเลขยอดขายสูงถึง 56,379 คัน เติบโตสูงถึง 31% ซึ่งถือเป็นยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปี ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 6.3% (ประมาณการจากมาสด้า) สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และครองมาร์เก็ตแชร์สูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ของมาสด้าทั่วโลก ที่สำคัญยังถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอันดับหนึ่งของมาสด้าทั่วโลก และส่งผลทำให้มาสด้า ประเทศไทย มียอดขายสูงเป็นอันดับที่ 7 ของโลก รองจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และเยอรมนี โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2 นั้นฮิตติดลมบนมียอดขายสูงกว่า 35,440 คัน เพิ่มขึ้น 47% ขึ้นครองเบอร์หนึ่งในตลาดรถเก๋งเล็ก ในขณะที่รถอเนกประสงค์เอสยูวี All-New Mazda CX-5 ฮ็อตฮิตอย่างรวดเร็วหลังการเปิดตัวมาไม่นานมียอดขายสะสมสูงถึง 6,411 คัน เพิ่มขึ้น 89% ตามมาด้วยรถเก๋งคอมแพคคาร์มาสด้า3 ก็ร้อนแรงไม่แพ้กันมียอดขายสูงถึง 4,945 คัน เติบโต 16% ส่วนรถปิกอัพสายพันธุ์แกร่งมาสด้า บีที-50 โปร มียอดขายรวมทั้งสิ้น 5,798 คัน ลดลง 21% และฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์มาสด้า CX-3 ที่แม้จะเจอกับคู่แข่งขันรอบด้านแต่ก็สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 3,755 คัน ลดลงเล็กน้อย 10% และสุดท้ายคือรถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก เจ้าของตำนานรถสปอร์ตที่ขับสนุกที่สุดมียอดขายถึง 30 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2561) มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 16,586 เติบโตเพิ่มขึ้น 43% ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 7.0% (ประมาณการจากมาสด้า) โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 มีจำนวนมากที่สุดถึง 10,313 คัน เพิ่มขึ้น 55% ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์เอสยูวี All-New Mazda CX-5 จำนวน 2,371 คัน เพิ่มขึ้น 198% รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 1,290 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 3% รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ Mazda CX-3 จำนวน 958 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 6% รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 1,650 ลดลงเล็กน้อย 8% และรถสปอร์ตเปิดประทุนมาสด้า MX-5 จำนวน 4 คัน อย่างไรก็ตามมาสด้ายังคงมั่นใจว่าตลาดรถยนต์รวมในปีนี้จะมียอดขายทะลุเกิน 9 แสนคัน ถึงแม้ว่าตลอดปีงบประมาณที่ผ่านมา มาสด้าจะมีเพียงการปรับโฉมในแต่ละรุ่นเพื่อนำเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใส่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏว่าลูกค้ากลับให้การยอมรับกับแนวทางของมาสด้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะมาสด้า2 ทำเซอร์ไพรส์ก้าวขึ้นยึดบัลลังก์แชมป์ยอดขายรถยนต์นั่งขนาดเล็กได้สำเร็จอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ทำให้ยิ่งมั่นใจว่ายอดขายในปีงบประมาณนี้ทะลุเกิน 60,000 คัน แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาสด้าได้สร้างความท้าทายใหม่ให้เกิดขึ้นด้วยการประกาศปรับทัพองค์กรอีกครั้ง โดยการดันคนไทยขึ้นมานั่งแท่นบริหารแบบยกชุดครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นของการบริหารงาน ตั้งแต่ การวงแผนองค์กร บัญชีและการเงิน การขาย การตลาด การบริการหลังการขาย ระบบขนส่งโลจิสติกส์ส์และอะไหล่ โดยได้ 8 กุนซือ ที่คลุกคลีกับมาสด้ามายาวนานขึ้นบัญชาการในแต่ละฝ่ายภายใต้ปรัชญาการทำงานเป็นทีม นั่นคือ ONE MAZDA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดลองขับ, ทดสอบ, มาสด้า, ยอดขายรถ, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae82929e07e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
