<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สายป่าน&#039;ควงทนายขึ้นศาล! ไต่สวนมูลฟ้องครูดำน้ำหมิ่นฯเรียก5ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ น.ส.อภิญญา หรือสายป่าน สกุลเจริญสุข ดารานักเเสดงชื่อดังเเละเจ้าของธุรกิจอุปกรณ์ดำน้ำ ยื่นฟ้องครูสอนดำน้ำโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทำให้บริษัทขายอุปกรณ์ดำน้ำของน.ส.อภิญญา ได้รับความเสียหายทางธุรกิจ ซึ่งคดีมีการเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยวันนี้ น.ส.อภิญญา เดินทางมาพร้อมทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อภิญญา ยอมรับว่า หลังเหตุการณ์ที่เกิด ทางคู่กรณีไม่เคยเข้ามาขอโทษ ไม่เคยติดต่อมาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ย&amp;nbsp; ในเรื่องของความเสียหายทางธุรกิจก็ยังถือว่าได้รับผลกระทบอยู่ ผลประกอบการยังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ก็เคยรอว่าคู่กรณีจะติดต่อกลับมาบ้างหรือไม่&amp;nbsp; แต่เมื่อเวลามันผ่านมาขนาดนี้ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาน่าจะเลือกเเล้ว ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเขาประวิงเวลา ถ้าถามในเรื่องของธุรกิจก็ยังไม่รู้สึกกลับมามั่นใจอะไรทั้งนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มั่นใจด้านคดีหรือไม่ น.ส.อภิญญา กล่าวว่า ขอแค่เจอเขาก่อน เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ยังไม่ได้เจอเขาเลยจนถึงวันนี้&amp;nbsp; ส่วนเรื่องผลต่างๆ ก็คงจะต้องขอให้เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา สำหรับคำขอโทษ ส่วนตัวมองว่าหากขอโทษตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้ว เพราะหากจะขอโทษก็ควรขอโทษตั้งแต่ในช่วงแรกแล้ว และคิดว่าตัวเขาเองคงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเลือกวิธีไหน ถ้าเรื่องจบได้เงินมาจะทำยังไงต่อนั้น ตนไม่ได้วางแผนเลยและคิดว่าคงจะต้องไปทำบุญ&amp;nbsp; ความจริงแล้วไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำและก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น&amp;nbsp; แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็คงต้องดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากเจอกับคู่กรณี ก็คงไม่มีอะไรจะพูด เพราะส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน&amp;nbsp; แล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จักหรือสนิทมาก่อนอยู่แล้ว&amp;nbsp; ดังนั้นเจอกันก็คงเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่เจอกันเท่านั้น คงไม่ได้คุยอยู่แล้ว&amp;nbsp; ก็คงจะดำเนินการไปตามคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณานั้น ตนมองว่า มีพี่ๆ น้องๆ ในวงการบันเทิงเจอการคุกคามหรือการมาคอมเมนต์ในลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงจำนวนมากไม่เพียงแต่คนเพียงคนเดียว&amp;nbsp; ซึ่งหลายคนก็ถูกการพูดถึงคอมเมนต์ถึงในโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ&amp;nbsp; ซึ่งทุกคนก็ดำเนินคดี อยากให้รู้ว่าถึงแม้จะเป็นคนของประชาชนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถคอมเมนต์หรือโจมตีจู่โจมเราได้จากทางโซเชียลมีเดีย ควรจะคอมเมนทต์ดี คิดเยอะๆ ก่อนจะเขียนหรือพูดอะไรลงไป เพราะพวกตนคงไม่อยู่เฉยๆ&amp;nbsp; หากรู้สึกว่ามีโอกาสหรือรู้สึกว่ามีการคุกคามจริงๆ&amp;nbsp; เราก็เอาคืนเเน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เห็นว่าหลายๆ คนเมื่อถูกแจ้งความดำเนินคดี ก็จะส่งข้อความมาขอโทษ&amp;nbsp; แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าทำไมถึงไม่คิดก่อนทำ&amp;nbsp; ก่อนทำอะไรก็ควรคิดให้เยอะๆ หน่อย ส่วนตัวอยากทำธุรกิจตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ต้องกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาก่อน ยืนยันจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด สำรับธุรกิจนี้ทำคนเดียวแต่จดตั้งเป็นรูปแบบของบริษัท ซึ่งตนอยู่ในฐานะกรรมการบริหาร แต่หลังเรื่องนี้เกิดขึ้นก็มีคนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก เช่น พนักงานในบริษัท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทนายความ ระบุว่า วันนี้มาไต่สวนมูลฟ้อง&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มีการนัดไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ทางตนเคยเปิดโอกาสให้เข้ามาคุย เเต่ทางคู่กรณีไม่มา บอกขออนุญาตติดต่อทางอินเตอร์เน็ตอิเล็กทรอนิกส์ ทางโทรศัพท์ ส่วนเจ้าหน้าที่ศาลก็ติดต่อไม่ได้ การนัดมาเจอครั้งนี้เป็นการไต่สวนนัดเเรก ก่อนหน้านี้ต้องเลื่อนเพราะคู่กรณีไม่มา เเละเพราะเหตุโควิด ทำให้ไม่เคยได้คุยหรือไกล่เกลี่ยกันเลย&amp;nbsp; เพราะเขาก็ไม่ได้มาแสดงตัวเพื่อแสดงความจริงใจหรือเพื่อต้องการไกล่เกลี่ย คู่กรณี ไม่เคยมีการติดต่อใดๆมาเลย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อคู่กรณีไม่ติดต่อมาไม่ยอมมาพบเจอไกลเกลี่ยประกอบกับเจ้าหน้าที่ศาลติดต่อไปก็ติดต่อไม่ได้&amp;nbsp; ก็เลยส่งเรื่องกลับขึ้นสู่บัลลังก์เพื่อที่จะไต่สวนมูลฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนมองว่าการนัดมาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ย หรือได้พบเจอกันนั้นมันเป็นเรื่องของการแสดงความจริงใจว่าเขาพร้อมจะรับผิดชอบหรือเปล่า&amp;nbsp; ซึ่งจากที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเห็นในส่วนนี้ ยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจนเรื่องความเสียหายของสายป่านวันนี้จะมาไต่สวนมูลฟ้องก่อนหากไต่สวนแล้วศาลประทับรับฟ้องก็คงจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักฐานนั้นยืนยันได้เพียงว่าชัดเจนแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นข้อมูลทางคดี แต่หลักฐานนี้จะเป็นในเรื่องของความเสียหายและความชัดเจนที่แสดงให้เห็นในเรื่องของการหมิ่นประมาท ทั้งนี้มีการเรียกค่าเสียหายด้วย ยืนยันว่ายังเป็นจำนวน 5 ล้านบาทเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ธุรกิจเริ่มกลับมาเหมือนเดิมไหม ทนายความของสายป่าน กล่าวว่า เท่าที่ดูรายได้ผลประกอบการถ้าเทียบจากเมื่อก่อนก็ยังถือว่าแตกต่างกันมากยังคงลดอยู่ เพราะก่อนหน้านี้แม้จะเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด เเต่ก็พบว่าบริษัทสายป่านก็ยังขายได้อยู่จนกระทั่งมาถึงเรื่องนี้&amp;nbsp; ซึ่งภายหลังจากเกิดเรื่อง มีหลักฐานยกเลิกจากลูกค้าจำนวนมากมีหลักฐานชัดเจน สำหรับแนวโน้มทางคดี เรียกว่าทางตนสู้เต็มที่ ก็คิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมที่จะประทับฟ้องในครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าถ้าขอโทษด้วยก็ดี แต่ก็ขอรับคำขอโทษเป็นเงินดีกว่าเพราะว่าน.ส.อภิญญาได้รับความเสียหายหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งมาจากพี่ทางบริษัทเเม่ที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งทางบริษัทก็ส่งอีเมลล์กลับมาถ่มความคืบหน้าทางคดีเสมอ ว่าทำไมยอดตกแล้วคดีไปถึงไหน&amp;nbsp; ตนก็มีการส่งอีเมลล์ตอบกลับไปชี้แจงเป็นระยะ ต้องบอกว่าจากเดิมธุรกิจเคยขายดีมากแต่พอมาเจอเรื่องนี้ ยอดตกลงไปเยอะมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าหากคู่กรณีจริงใจตั้งแต่ครั้งแรกก็จะจบเร็วเพราะทางเราเปิดโอกาสตลอด&amp;nbsp; แต่ครั้งนี้หากจริงใจด้วยก็ต้องมีค่าเสียหายมาด้วยเหมือนกัน&amp;ldquo; ทนายความ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูสอนดำน้ำ, ทนาย, น.ส.อภิญญา สกุลเจริญสุข, ศาลอาญา, สายป่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd9c6b3f3a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนาย3นิ้วกังวล! ไต่สวน&#039;เพนกวิน&#039;ละเมิดอำนาจศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีศาลได้นัดนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน มาไต่สวนกรณีละเมิดอำนาจศาลในห้องพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2564 ยอมรับว่าวิตกกังวล แต่ต้องรอฟังรายละเอียดที่มีการกล่าวหาก่อนว่าเป็นประเด็นใด ซึ่งทั้งหมดก็เป็นอำนาจโดยตรงของผู้พิพากษาในการพิจารณา&amp;nbsp; สำหรับความผิดละเมิดอำนาจศาลมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนาย, นายกฤษฎางค์  นุตจรัส, ละเมิดอำนาจศาล, ศาลอาญา, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ef3702d501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เบนซ์ เรซซิ่ง’แก้ข่าวทนายที่โกงไม่ใช่‘สิทธิโชค’ พร้อมเล่าชีวิตในคุก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่มีข่าวว่า &amp;quot;เบนซ์ เรซซิ่ง&amp;quot; หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อดีตสามี แพท-ณปภา ตันตระกูล โดนทนายข่มขู่จะยัดยา และเกิดมีข่าวบางสำนักนำรูปเก่ามาเล่น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทนายสิทธิโชค ตรีเนตร ล่าสุดหนุ่มเบนซ์จึงขอมาแก้ข่าวผ่านรายการ &amp;quot;เคลียร์ให้จบ&amp;quot; ทางช่อง New18 วันนี้ (29 มีนาคม) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตั้งแต่ออกมาก็อยู่เงียบๆ ไม่อยากเป็นข่าวบนสื่อเท่าไหร่ แต่พอมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้น ก็คิดว่าเราควรออกมาพูดอะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวผมเองและครอบครัว ถูกโทรมาข่มขู่ เรื่องราวเกิดจากการฟ้องร้องทนายความที่เราเคยว่าจ้างและเกิดการโกงเงินไป เราไม่รู้เขาคิดทำจริงหรือไม่จริงแต่เพื่อความปลอดภัย เราป้องกันตัวเองไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนมีคดีความก่อนหน้านี้ ผมต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำรอพิจารณาคดี พออยู่ข้างในการดำเนินการทำอะไรมันค่อนข้างลำบาก ในการเตรียมหาหลักฐานต่อสู้คดี ในการเตรียมเอกสารใดๆ ยังดีที่มีครอบครัวช่วยดำเนินการให้ เราก็หวังว่าถ้าเราได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็จะเป็นการดี เราจะได้มาเตรียมหลักฐานในการต่อสู้คดี เราก็ยื่นคำร้องมาโดยตลอด แต่ศาลไม่อนุญาต เพราะอัตราโทษสูง ศาลกลัวจะหลบหนีคดี ผมก็เข้าใจในจุดนี้ดี เพราะมีคนจำนวนมากที่หนีเหมือนกัน ทางผมก็บริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด เราต่อสู้มาตลอด แต่เรามีความหวังว่าถ้าเราได้ออกมาจะเตรียมหลักฐานได้ง่ายกว่า เพราะเรื่องเอกสาร บัญชีมีเราคนเดียวที่รู้ทั้งหมดว่ายอดไหนคือค่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทนายคนนี้มีคนแนะนำมาอีกที ตอนแรกมีทนายว่าความให้อยู่แล้ว คนนี้มาเสนอว่าจะมาทำคดีให้และจะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวให้ ตอนนั้นเราก็ค่อนข้างมีความหวัง มีทนายเข้ามาหาเป็น 10-20 คน แต่ด้วยทนายคนนี้ดูแล้วน่าเชื่อถือ มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกลงกันที่ 3.1 ล้าน ที่ดูว่าเยอะ เพราะว่าในการขอประกันตัวครั้งแรก เรายื่นไปแล้ว 3 ล้าน ครั้งต่อๆไปก็ไม่ควรน้อยไปกว่าเดิม หลายคนอาจตกใจว่าทำไมถึงกล้าจ้างในราคาสูง ราคาอาจรวมหลักทรัพย์ในการประกันตัวด้วย ในสัญญาตกลงกันไว้ว่าถ้าทำไม่ได้ตามวันที่กำหนด ต้องคืนเงิน 3 ล้านบาททันที 1 แสนคือค่าดำเนินการ เขาทำไม่ได้และไม่คืน เขาก็อ้างว่าเราไปแทรกแซงการทำงานของเขาและมีการฟ้องกลับเราอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาเป็นทนายจริง แต่ ณ ปัจจุบันเขาโดนสภาทนายความถอนใบอนุญาตทนายไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเราไปยื่นฟ้อง เคสก่อนหน้าผมอีก เราก็ยื่นไปที่สภาทนายความว่าเขาทำผิดเรื่องที่ตกลงกันไว้ สภาทนายความก็บอกว่าเขาโดนถอนไปแล้วก่อนเคสเราอีก ก็แสดงว่าเขาเคยทำแบบนี้ก่อนหน้าเรามาก่อน เขาไม่คืนเงิน เงียบหายไปและติดต่อไม่ได้ นานแล้วครับก่อนผมจะออกมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าลำดับเหตุการณ์จริงๆ ส่วนที่เขาโกงเงินส่วนนี้ไป เรามีการฟ้องศาลแพ่งว่าผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ จนศาลแพ่งมีคำสั่งว่าให้ชดใช้ในส่วนนี้ แต่เขาก็นิ่งเฉยไม่ชดใช้อะไร ศาลแพ่งให้เขาชดใช้ 3 ล้านพร้อมดอกเบี้ย แต่ระหว่างฟ้องศาลแพ่งเขาก็มาฟ้องกลับทางคุณแม่ว่าเราไปฟ้องเท็จเขา เอาเอกสารใดๆมาฟ้องจนทำให้เขาได้รับโทษเสื่อมเสียชื่อเสียงว่าเขาไปโกง แต่ศาลพิจารณาแล้วยกคำร้องว่าไม่มีมูล เราก็ฟ้องกลับเขาฟ้องเท็จเหมือนกัน ถ้าศาลเชื่อว่าทางคุณแม่ฟ้องเท็จก็มีโทษเหมือนกัน เราก็เลยฟ้องเท็จกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แพท-เบนซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาโทรหาคุณแม่ บอกว่าให้ไปถอนฟ้องซะ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปขึ้นศาลแล้ว ศาลจะไต่สวนมูลฟ้อง เขาบอกให้ไปถอนฟ้องซะถ้าไม่อยากเดือดร้อน พอดีอัดคลิปเสียงไว้ด้วย บอกว่าให้ถอนฟ้องถ้าไม่อยากเดือดร้อน เดี๋ยวจะมาจับยากับพี่ชาย ทำนองว่ามายัดยาเสพติดกับพี่ชายเพราะแม่กับพี่ชายเป็นคนติดต่อธุระให้แทนตลอด ตอนอยู่ข้างในผมไม่สามารถดำเนินการได้ เขาบอกว่ามีคดีความกับใครก็ให้ไปถอนฟ้อง ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ผู้ใหญ่สั่งมา จริงๆ เราบริสุทธิ์ใจ เราสู้คดีนี้มาตลอด ผมก็กังวลไม่รู้เขาจะมาทำอะไรเราหรือเปล่า คาดเดาไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริง ไม่ต้องมาทำวิธีนี้หรอก เอาหลักฐานมาสู้คดีกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีความเข้าใจผิดเรื่องข่าว คือมีภาพข่าวของสื่อบางสำนักที่เอาแฟ้มภาพเก่ามาลง ซึ่งเป็นทนายความสิทธิโชค คนจะเข้าใจผิดว่าทนายคนนี้โกงไป จริงๆต้องขอบอกว่าไม่ใช่ทนายสิทธิโชคที่โกง เขาเป็นทนายคนแรกที่มาดูแลคดีให้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้หนุมเบนซ์ ยังเผยถึงการใช้ชีวิตในคุก ที่ค่อนข้างจะลำบาก แต่ยืนยันว่าไม่มีการ &amp;ldquo;รับน้อง&amp;rdquo; เหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะทุกคนอยากทำตัวดีๆเพื่อที่จะออกไปสู่อิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก่อนเข้าไป เราก็เตรียมใจไว้ล่วงหน้า เราจะไม่เผื่อใจไว้เลยก็ไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นยังไง เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจเข้าไป แต่เตรียมใจคิดว่าไม่นาน สักอาทิตย์สองอาทิตย์รอทำเรื่องประกันตัว แต่ลากไปยาว 1 ปี 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในนั้นต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะลำบาก ไม่ได้สบาย ไม่ว่าจะกิน นอน กิจวัตรประจำวันเหมือนกันหมด ประชากรในห้องขังมีเยอะมากเกินกว่าเรือนจำจะรับไหว การนอนปกติเรานอนสบายๆ แต่นี่นอนแบบไหล่ชนไหล่ ทุกคนเรียงกันไปเลย ห้องนึง 70 คน ขาไขว้กัน ไม่มีการยืด พลิกตัวไม่ได้ ต้องค่อยๆตะแคง อาหารเหมือนที่เราเคยเห็นไหมเหรอ ที่เป็นเศษกระดูกไก่ ก็ค่อนข้างเป็นอย่างนั้น แต่อย่างน้อยอาหารปรุงสดใหม่ตลอด ก็พอประทังชีวิตไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคนมารังแกไหม เท่าที่สัมผัสมามันไม่มีแล้ว เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายคนก็อยากประพฤติดี เพื่อได้เลื่อนชั้นกลับบ้านได้ไวขึ้น ไม่อยากมีเรื่องมีราว ไม่มีรับน้อง อาจแค่ด้วยคดีดัง เขาก็ดูแลไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับเราไม่อยากให้มีปัญหาโดนทำร้าย ถ้าให้เอาตามตรง คนข้างในเขาค่อนข้างช่วยเหลือกัน เพราะไม่มีใครอยากเข้าไป ส่วนใหญ่ที่ผมเข้าไปจะมีคดียาเสพติดอย่างเดียว ไม่มีปล้น ฆ่าข่มขืน มีแค่ยาเสพติด เราก็คุยกันนะ พอเข้าไปก็เหมือนคนปกติทั่วไปที่เขาอาจเดินผิดพลาด เสพยาบ้าง จำหน่ายบ้าง โดนหลอกบ้าง แล้วแต่เหตุผลที่เขาเลือกที่จะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันแรกที่ก้าวเท้าออกจากลูกกรง รู้สึกโล่งมาก ดีใจ ผ่อนคลาย ทุกอย่างเบาไป เรามีความหวังตลอด 1 ปี 3 เดือน เรายื่นไปทุกเดือน พยายามหาเหตุผลไม่ว่าจะเรื่องหลักทรัพย์ เรื่องพฤติการณ์ เรื่องคดีใดๆ จนสุดท้ายเราบอกที่บ้านว่าไม่ต้องแล้ว เรารอสืบเลย เพราะเรามั่นใจว่าเราไม่เกี่ยวข้อง จนสุดท้ายศาลก็พิพากษายกฟ้องเรื่องยาเสพติดไป เราก็ได้ประกันตัวออกมาตามขั้นตอนปกติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  benzracing&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขู่, ทนาย, ยัดยาเสพติด, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e804ab4d88e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;กำลังใจเต็มร้อย มั่นใจชนะคดีปลุกปั่นปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 62 - นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน มีหมายเรียกนายธนาธรไปรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่า ตามหมายเรียกที่ปรากฏเป็นหมายเรียกที่ สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกให้นายธนาธร ไปรับทราบข้อกล่าวหา ขั้นตอนในวันดังกล่าวจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ถามคำให้การของนายธนาธรว่าจะรับสารภาพหรือให้การปฏิเสธ ตนได้เตรียมตัวพร้อมที่จะเดินทางไปพร้อมกับนายธนาธรในวันดังกล่าวตามวันเวลาที่กำหนดนัด ขณะนี้ทางเราเองก็ไม่ทราบชัดเจนถึงพฤติการณ์ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเราไปกระทำผิดที่ไหนอย่างไรกับใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข่าวว่าสาเหตุที่โดนแจ้งข้อกล่าวหานั้น มาจากปี 2558 ที่มีการกล่าวหานายธนาธรช่วยสนับสนุนยานพาหนะกลุ่มผู้ต้องหานักศึกษา คดีผิดมาตรา 116 ที่ สน.ปทุมวันนั้น นายกฤษฎางค์ ระบุว่า เป็นความเข้าใจของเราตอนนี้ว่าอาจจะมาจากเหตุการณ์ที่กล่าวกัน แต่ข้อเท็จจริงที่แน่ชัดเรายังไม่ทราบชัดเจน เลยไม่กล้าพูดออกไปก่อน เรื่องนี้เหมือนกับคนกล่าวหาที่เขามารังแกเราก็พูดลอยๆ ออกมา อย่างไรก็ตามหลังจากให้การปฏิเสธแล้วจะมีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมหรือให้สอบพยานปากใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ต้องดูหลังจากให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เราคงมีการแถลงข่าวถึงการดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายธนาธรยังมีกำลังใจดีหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เรื่องเล็ก เพราะเมื่อตัดสินใจเข้าสู่เวทีการเมือง โดยเฉพาะตัดสินใจต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหารแล้วต้องเจอปัญหาพวกนี้ อย่าว่าแต่ตัวนายธนาธรเลย สื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ก็โดนด้วยใช่หรือไม่ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องฟันฝ่ากันต่อไป ถ้าถามเรื่องกำลังใจก็ต้องบอก 100% และเรามั่นใจด้วยว่าชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า หากสุดท้ายชนะคดีจะมีการแจ้งความกลับ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บ้างหรือไม่ ทนายความของนายธนาธร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องปรึกษากับลูกความก่อน ยังไม่ได้คุยกัน ที่ผ่านมาเราก็ต่อสู้คดีไปตามสิ่งที่เขากล่าวหา เรามีภารกิจเยอะไม่ได้มีเวลาไปทะเลาะกับ พ.อ.บุรินทร์ เพราะเขาไม่ได้มีความหมายอะไร ถึงไม่มี พ.อ.บุรินทร์ ก็มีคนอื่นมาแทน จึงไม่ได้มีความสำคัญอะไร จะดำเนินการอย่างไรก็จะขอปรึกษานายธนาธรก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32898</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎางค์ นุตจรัส, กำลังใจเต็มร้อย, คดีปลุกปั่น, ทนาย, ธนาธร, หมายเรียก, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca45cfecd8c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนจนมีที่พึ่ง &#039;อสส.&#039;จ่อแก้ระเบียบช่วยคดีชาวบ้านหมดเงินจ้างทนายต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านพังงาเข้าขอบคุณหลังช่วยคดีเอกชนฟ้องยึดที่ดินจนชนะ &amp;#39;เข็มชัย&amp;#39;&amp;nbsp;จ่อแก้ระเบียบช่วยคดีชาวบ้านหมดเงินจ้างทนายต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;27 ส.ค.61-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องรับรองอัยการสูงสุด ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.จุฑามาศ ใจดี ชาวบ้าน จ.พังงา พร้อมนายจิรัฏฐ์ แก้วแดง ทนายความสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.) อาคาร ถ.รัชดาภิเษก เดินทางเข้าพบนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอขอบคุณอัยการในการช่วยเหลือคดีที่ถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นฟ้องบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำผลประโยชน์ (นส. 3 ก.) ใน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จนชนะคดีทั้ง 3 ชั้นศาล ที่พิพากษายืนยันว่าที่ดินเป็นของ น.ส.จุฑามาศ และครอบครัว โดยยื่นคำร้องขอสู้คดีแบบอนาถา ซึ่งมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานงานเข้าพบ
&amp;nbsp;
น.ส.จุฑามาศ เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวมีที่ดินอยู่ที่ จ.พังงา จำนวน 3 โฉนด โดนบริษัทเอกชนฟ้องบังคับคดี ในตอนแรกก็รู้สึกหนักใจมาก เนื่องจากที่ดินเป็นมรดกตกทอดจากบิดา ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอกชนดังกล่าวได้ เพราะถ้าเป็นที่ดินของเอกชนจริง จะต้องมีการแสดงกรรมสิทธิ์ตั้งแต่แรก ตั้งแต่ที่ตนโตมาก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมาแสดงกรรมสิทธิ์ จึงได้ไปปรึกษาทนายความ ทนายความได้เรียกค่าจ้างในการสู้คดี 150,000 บาท แต่ตนเองไม่มีเงินที่จะสู้ เลยตัดสินใจไปปรึกษาอัยการ มีนายประโมท พุทธสุภะ อัยการ สคช. จังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า ทั้งนายประโมทและนิติกรได้ร่วมกันช่วยเหลือ เห็นว่าคดีของตนเองนั้นพบว่าบริษัทที่เป็นโจทก์ฟ้องยึดทรัพย์ที่ดินอยู่ในกรุงเทพฯ นายประโมทจึงได้ประสานงานพร้อมติดตามดูแลใกล้ชิดให้อัยการ สคช. ถ.รัชดาภิเษก รับเป็นผู้ดูแลคดี โดยอัยการ สคช.ได้ให้นายจิรัฏฐ์ ทนายความ สคช.ว่าความต่อสู้คดี ใช้เวลากว่า 7 ปี ชนะคดีทั้ง 3 ชั้นศาล
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากขอขอบคุณท่านอัยการสูงสุดและท่านประโมท อัยการ สคช.พังงา ได้ปรึกษาท่านมาตลอด ซึ่งท่านก็แนะนำมาตลอด แม้ท่านจะย้ายออกจากพื้นที่ก็ยังโทรมาสอบถามและอวยพร เมื่อสู้ชนะคดีอยากจะขอเข้าพบท่านอัยการสูงสุด ซึ่งก็ทำเรื่องขอเข้าพบตามขั้นตอนจนมาได้พบในวันนี้ ท่านอัยการประโมทเป็นคนใจดี คอยติดตามคดีมาตลอด ท่านพูดกับเราว่าบาทหนึ่งก็ไม่เอา ก็ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไง มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราได้เจอคนดีๆ ที่ช่วยเราผ่านตรงนี้มาได้ 7 ปีที่ผ่านมาเรายอมรับว่าเราทุกข์มาก&amp;rdquo; น.ส.จุฑามาศ กล่าวทั้งน้ำตา
&amp;nbsp;
ด้านนายเข็มชัย กล่าวว่า ทางอัยการเรายินดีช่วยเหลือประชาชน เพราะเรารู้ว่าคนไทยอาจจะไม่ได้รู้เรื่องกฎหมาย ทำให้การดำเนินคดีมีปัญหา ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้เจอนายประโมทซึ่งเป็นคนดี เอาใจใส่ ขนาดย้ายไปแล้วยังโทรติดตาม อัยการ สคช.ตั้งมาเพื่อจุดประสงค์นี้
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ น.ส.จุฑามาศ ยังได้นำกระเช้าอาหารพื้นเมืองของ จ.พังงา ซึ่งมีอาหารอาทิเช่น ลูกจันทร์เชื่อม ขิง น้ำพริกข่า พร้อมเขียนกลอนและข้อความขอบคุณอัยการด้วยลายมือมามอบให้นายเข็มชัย อัยการสูงสุดด้วย
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามนายเข็มชัยถึงระเบียบ สคช. จากกรณีน้องปาล์ม ซึ่งถูกรถของหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขชน แต่ สคช.ไม่สามารถรับเรื่องช่วยเหลือจัดทนายแก้อุทธรณ์ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องระเบียบที่ฝ่ายครอบครัวน้องปาล์มเคยมีทนายความมาก่อน แต่ภายหลังเงินจ้างทนายความหมดจึงมาขอความช่วยเหลือจาก สคช. ทางอัยการจะมีการแก้ไขระเบียบหรือไม่อย่างไร นายเข็มชัย กล่าวว่า ต้องแก้สิ แต่หลักการอย่างหนึ่งมันสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหา ระเบียบเดิมที่เรามีว่าหากคดีที่เคยมีทนายความมาแล้วเราจะไม่รับช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&amp;#39;เพราะเรากลัวจะเกิดความขัดแย้งกับทนายความ หากชาวบ้านจ้างทนายความอยู่ดีๆ แล้วเลิกจ้าง มาหาอัยการ ทางทนายความก็จะไม่พอใจเรา แต่เมื่อมันมีเหตุลักษณะอย่างนี้ก็แสดงให้เห็นว่าระเบียบควรจะต้องมีการยืดหยุ่นได้ ฉะนั้นการที่เคยจ้างทนายความอยู่แล้วและต่อมาจะให้อัยการช่วยเหลือต้องมีเงื่อนไข เช่นไม่สามารถมีเงินจ้างทนายความได้แล้ว&amp;#39;&amp;#39; นายเข็มชัย ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนาย, น้องปาล์ม, พังงา, ยึดที่ดิน, สคช., อสส., เข็มชัย ชุติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83833ba7380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่อนเน็ต! วิจารณ์หนัก ‘นกแอร์’ ให้สิทธิพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 พ.ค.2561 &amp;ndash; โลกออนไลน์มีการแชร์เอกสารของนกแอร์ที่ SQ 156/2561 ซึ่งเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนสิทธิพิเศษ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบัตรโดยสารกลุ่มลูกค้าข้าราชการ สายการบินนกแอร์อย่างมาก โดยเนื้อหาดังกล่าวระบุว่า บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ขอเรียนแจ้งประชาสัมพันธ์สิทธิรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับบัตรโดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศของกลุ่มลูกค้าข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ทนาย หน่วยงานอิสระ ข้าราชการบำนาญ นักเรียนเตรียมทหาร (ทั้ง 4 เหล่าทัพ ได้แก่ กองทัพบก กองทักเรือ กองทัพอากาศ ตำรวจ) เจ้าหน้าที่สำนักจุฬาราชมนตรี อิหม่าม ทหารพราน ทหารอาสา ทหารผ่านศึก ฯลฯ สำหรับการเดินทางปฏิบัติภารกิจราชการ และการเดินทางส่วนตัว เพื่อเป็นการสนับสนุนการเดินทางของภาครัฐให้ได้รับความสะดวกและลดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอและรูปแบบการเดินทาง พร้อมทั้งการให้บริการแบบพิเศษสำหรับท่านที่เดินทางกับสายการบินนกแอร์ เพียงแสดงบัตรข้าราชการ บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรพนักงานข้าราชการในระหว่างการออกบัตรโดยสาร เช็กอิน และก่อนขึ้นเครื่อง ทั้งนี้สามารถสำรองที่นั่งได้ที่เคาน์เตอร์ขายบัตรโดยสารนกแอร์ภายในท่าอากาศยาน ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร หรือติดต่อผ่านศูนย์บริการลูกค้าหน่วยงานราชการได้ทุกวัน ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 0 2529 8799 เวลา 06.00 น.-20.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในโลกออนไลน์ได้วิจารณ์กันอย่างมากถึงสิทธิพิเศษที่นกแอร์ให้ โดยแม้หลายฝ่ายมองว่าเป็นแผนการตลาดก็ตามที แต่บางฝ่ายก็มองว่าไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการให้สิทธิเฉพาะอิหม่าม แต่กลับไม่มีพระสงฆ์ หรือตัวแทนศาสนาอื่นๆ เลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการบำนาญ, ทนาย, ทหารพราน, ทหารอาสา, นกแอร์, นักเรียนเตรียมทหาร, บัตรโดยสาร, รัฐวิสาหกิจ, ลูกค้าข้าราชการ, สายการบิน, สำนักจุฬาราชมนตรี, อิหม่าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8401ff2fd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 23:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 23:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขวัญ อุษามณี&#039;เผยเงินแม่หาย 1.2 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จู่ ๆ เงินบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขานวมินทร์ซิตี้ หายไปถึง 1.2 ล้านบาท จนคุณแอ๋ว ปราณี แม่ของขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์&amp;nbsp; ต้องออกมาทักท้วง &amp;nbsp;ซึ่งภายหลังทางธนาคารเจ้าของเรื่องได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นทางคุณแม่และขวัญเองที่ใช้จ่ายเงินตรงนี้ไป ล่าสุดทางขวัญก็ได้ออกมาเคลียร์ถึงเรื่องนี้อีกครั้งในงานสมหวัง ห่วงใยคนบ้านเดียวกัน&amp;nbsp; พร้อมเผยว่าตอนนี้ให้ทนายจัดการ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของการฟ้องศาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขวัญว่าอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันระหว่างคนที่ให้ข่าวของธนาคาร จริงๆ ก่อนหน้านี้เราไปทำเรื่องทักท้วงและได้เงินกลับมาแล้ว 6 แสนบาท ซึ่งเป็นจำนวน 6 เดือนหลังหรือ 3 เดือนหลังนี่แหละ แต่เงินของคุณแม่ที่หายไปคือจำนวน 1.2 ล้านบาท ที่ผ่านมาเราทักไปตลอดซึ่งเป็นสาขาบริเวณใกล้บ้าน แต่ถึงเวลาสำนักงานใหญ่บอกว่าในระยะเวลาที่เราทักท้วงไปมันเกิน 120 วันแล้วไม่สามารถนำเงินมาคืนได้พาร์ตหลัง ทางเราก็อยากได้ความยุติธรรม ในฐานะที่เป็นประชาชนในการที่จะเก็บเงินเราก็ต้องการสถานที่ที่ปลอดภัย ถ้าเป็นในส่วนที่เราใช้จ่ายจริงตรงนี้เราจะยอมรับได้ แต่นี่มันมาจากการใช้จ่ายไม่จริง ฉะนั้นเราก็ต้องการที่จะเรียกร้องสิทธิตรงนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บอกว่าทางเราใช้เงินตรงนี้ไป ไม่จริงค่ะ ทุกอันก็เป็นสิ่งที่ทางธนาคารไม่สามารถให้คำตอบเราได้ ถ้าเกิดว่าขวัญใช้จ่ายจริงธนาคารต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบ แต่ว่าในส่วนแรกเขาได้คืนเงินจำนวน 6 แสนบาทมาให้ขวัญ แต่ยังคงค้างอยู่อีก 6 แสนบาท แล้วถ้าขวัญใช้จ่ายจริงธนาคารจะไม่มีทางจ่ายเงินคืนในล็อตแรกมาให้ขวัญถูกไหม เพราะมันคือการเสียประโยชน์ แต่ในเมื่อคุณรับผิดชอบแล้วคุณก็ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาบอกลูกค้าว่าเกินระยะเวลาทักท้วง 120 วัน แล้วเราเป็นลูกค้าก็ต้องการองค์กรที่จะดูแลเงินของเราอย่างปลอดภัย ถึงเงินจะสูญเสียไปแล้วคุณก็ต้องหาเงินกลับมาชดใช้คืนเราให้ได้หรือเป็นคำขอโทษก็ยังจะรู้สึกดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ธนาคารบอกว่าหักเงินจากบัตรเครดิตที่ทางเราใช้จ่ายไป ก็ไม่ใช่ค่ะ อันนี้มันมีหลักฐานข้อมูลที่เราทำเรื่องทักท้วงไปแล้วอยู่ในขั้นตอนของศาลเรียบร้อยแล้วด้วย ตรงนี้มันเหมือนเป็นการผลักภาระไปให้คนอื่นและผลักความรับผิดชอบไปมากกว่า ทางธนาคารก็มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่คืนเงินจำนวนก้อนแรกมาให้คุณแม่ของขวัญ แต่ในจำนวนก้อนหลังเหตุผลที่เขาไม่คืนบอกว่ามันเกินระยะเวลา 120 วัน มันไม่ใช่เหตุผลที่เขาไปบอกกับสื่อเพื่อที่จะปกป้องตัวเองแบบนี้ ซึ่งขวัญมองว่ามันเป็นลักษณะที่ผิด ตอนนี้ก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย คุณแม่ก็ให้ทนายจัดการซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการฟ้องศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6898</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกรไทย, ขวัญ อุษามณี, ทนาย, ธนาคาร, ฟ้องศาล, เงินหาย, แม่ขวัญ, แม่แอ๋ว ปราณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acce5401b767.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
