<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสส.สั่งด่วน! ช่วยคดีเด็กรร.สารสาสน์เอาผิดครูพี่เลี้ยง บังคับใช้กม.เข้มข้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 63 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ทนายความชื่อดัง พร้อมกลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำความรุนแรงในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เดินทางมายื่นเรื่องต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและฟ้องร้องคดีแพ่งต่อโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ราชพฤกษ์ ตลอดจนผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง และขอให้ติดตามในส่วนของคดีอาญาไม่ให้เกิดการแทรกแซงในคดี เนื่องจากเกี่ยวข้องเครือธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายประยุทธ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ทางผู้ปกครองและทนายได้นำหนังสือมายื่นเพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการหลายเรื่อง เรื่องสำคัญที่ขอให้ดำเนินการ คือกระบวนการคุ้มครองลูกหลานเราที่ตกเป็นเหยื่อในเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งการคุ้มครองค่าเสียหายที่ผู้ปกครองพึงได้รับ ไม่ว่าจากผู้กระทำหรือทางโรงเรียน อัยการสูงสุดได้สั่งการด่วนไปยังพนักงานอัยการพื้นทีที่เกิดเหตุ เพราะลูกหลานที่ตกเป็นเหยื่อต้องเข้าไปให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตามกฎหมาย กระบวนการให้ถ้อยคำต้องมีพนักงานอัยการร่วมด้วยกับสหวิชาชีพและพนักงานสอบสวน ในการคุ้มครองดูแลสิทธิลูกหลาน ถือเป็นหลักสากลที่เด็กเยาวชนมีค่าที่สุดที่เราต้องช่วยกันคุ้มครองดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้สะเทือนใจเฉพาะผู้ปกครอง ครอบครัว เด็กและเยาวชน แต่เป็นความสะเทือนใจของทั้งประเทศและทั่วโลก การคุ้มครองสิทธิเด็กเป็นภารกิจร่วมกันของคนทั้งโลก โดยผมจะนำหนังสือร้องเรียนดังกล่าวเสนอให้อัยการสูงสุดเพื่อสั่งดำเนินการ โดยทางอัยการสูงสุดจะทำงานเชิงรุก จึงอยากขอให้ผู้ปกครองและสังคมสบายใจ สำนักงานอัยการสูงสุดลงไปดูแลลูกหลานตั้งแต่เกิดเรื่องโดยทันที ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เข้มข้น จะต้องไม่เกิดเรื่องอย่างนี้กับลูกหลานเราอีก ทุกภาคส่วนต้องดูแลลูกหลานของเรา&amp;quot; นายประยุทธ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการดำเนินการคดีในส่วนแพ่ง สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่ หรือต้องรอกระบวนการคดีอาญาดำเนินการถึงขั้นตอนใด นายประยุทธ กล่าวว่า กระบวนการทั้งทางแพ่งและอาญามีขั้นตอนตามกฎหมาย สํานักงานอัยการสูงสุดมีบุคลากรดูแลทุกพื้นที่ มีสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี (สคช.) ดูแล ส่วนความคืบหน้าอย่างไรอาจจะด่วนเกินไปที่จะพูด เพราะเพิ่งเริ่มต้น เป็นเรื่องดีที่สังคมห่วงใยติดตาม อัยการสูงสุดในฐานะทนายแผ่นดินจะดูแลภารกิจตรงนี้ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนผู้เสียหาย น.ส.พิมรดา รัตนถาวรกิติ มารดาน้องวิน วัย 2 ขวบเด็กนักเรียนอนุบาลที่ถูกครูอิงนำถุงขยะสีดำมาครอบศรีษะ ในชั้นเนอสเซอร์รี่ เปิดเผยว่า ทนายได้ประสานกลุ่มผู้ปกครองให้เข้ามายื่นเรื่องร้องเรียนทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายและเรียกร้องความเป็นธรรมจากโรงเรียน โดยกรณีของน้องวิน จากกล้องวงจรปิดในชั้นเรียนพบว่า ครูได้กระทำการดังกล่าว และยังกระชากตัวน้องวินไปหลังห้องเรียนและนำมืออุดปาก อุดจมูก และที่หนักกว่านั้นคือ การจับตัวน้องวินให้ลงไปอยู่ในถังขยะพร้อมข่มขู่ให้หยุดร้องให้ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังและเห็นพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวยิ่งเจอเรื่องที่รับไม่ได้ ตนจะไม่ขอยอมความกับครูและโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนไม่เคยลงโทษน้องวินในลักษณะนี้เลย แต่จากการสังเกตพฤติกรรมของน้อง ทางร่ายกายแม้จะไม่มีความผิดปกติมาก บางครั้งมีแค่รอบเขียวช้ำก็คิดว่า เด็กเล่นกันแล้วกระทบกระทั่ง จึงไม่ได้สงสัยอะไร แต่ถ้าด้านจิตใจไม่ทราบจะกระทบกระเทือนอะไรหรือไม่ กลัวจะส่งผลถึงอนาคต โดยเฉพาะเป็นภาพจำของเขา เพราะลูกถูกกระทำอย่างรุนแรงมาก และเชื่อว่า เขาน่าจะถูกกระทำมาหลายเดือนแล้ว แค่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพียง 3 วัน ยังพบว่าลูกถูกกระทำขนาดนี้ แต่ก่อนหน้านั้นก็ไม่รู้ว่าลูกโดนอะไร กลางคืนก็มีนอนร้องให้ นอนผวา ตนก็เข้าใจว่าเขาฝันร้าย แต่พอรู้อย่างนี้ก็เข้าใจที่มาทั้งหมดแล้วว่า ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้ บางครั้งลูกก็มีอารมณ์เกรี้ยวกราด ก็ยังคิดว่าอาจจะเป็นวัยของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมรดา กล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้ปกครองอยากให้โรงเรียนแสดงความรับผิดชอบและความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วย โรงเรียนมีชื่อเสียงขนาดนี้แค่ประสานโรงพยาบาลที่มีคุณภาพและดูแลสุขภาพจิตของเด็กที่ถูกกระทำ เพื่อให้ผู้ปกครองพาบุตรเข้าไปรับการรักษา แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการติดต่ออะไร แต่กลับพบข้อมูลทางสื่อจะทางโรงเรียนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ปกครองเท่านั้น
นายณรงค์ปกรณ์ อินไชยย์ทอง บิดาน้องเทมส์ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ปกครองมาขอความเป็นธรรมให้กับบุตรของตัวเอง ในส่วนของน้องเทมส์ จากการตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดย้อนหลังพบว่าลูกชายถูกทำร้ายถึง 17 ครั้ง จึงขอฝากความหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญวิทย์ น้อยสุขยิ่ง บิดาน้องเสือ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทำร้ายร่างกายพี่เลี้ยงจุ๋มว่า ตนไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกาย แต่เกิดจากบันดาลโทสะที่เห็นลูกชายถูกทำร้าย พร้อมรับผิดชอบตามกฎหมายและเสียค่าปรับทุกประการ ตนยอมรับผิดว่าเราผิด และเป็นสิทธิของพี่เลี้ยงจุ๋มที่จะเข้าแจ้งความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่พี่เลี้ยงจุ๋มออกมาขอโทษโดยระบุมีความเครียดจากปัญหาทางครอบครัวนั้น นายชาญวิทย์ กล่าวว่า หากสำนึกผิดจริงๆ ก็ควรจะเข้าพบผู้ปกครองทุกคนเพื่อมาขอโทษต่อหน้า ไม่ใช่ขอโทษผ่านสื่อ เป็นการแสดงความจริงใจให้ชัดเจน เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วจะไปย้อนเรื่องราวกลับมาไม่ได้ และการให้อภัยเป็นทางออกที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญวิทย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่โรงเรียนในเครือสารสาสน์ ตั้งทนายมาดำเนินการดูแลเรื่องคดีว่า ด้านกฎหมายถือว่ามีความผิด เพราะมีหลักฐานปรากฏในกล้องวงจรปิดชัดเจน ไม่ว่าจะตั้งทนายมากี่คนเพื่อสู้คดีก็เป็นสิทธิของทางโรงเรียน แต่ความจริงก็คือความจริง ส่วนเรื่องการฟ้องร้องทางเพ่ง กลุ่มผู้ปกครองทั้งหมดยังไม่ได้คุยได้ ว่าแต่ละคนต้องการอะไรบ้าง ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ ขอแค่โรงเรียนออกมารับผิดชอบก่อนดีกว่า โดยเฉพาะการดูแลด้านจิตใจของเด็กๆ เพราะเด็กหลายคนเริ่มมีอาการ กังวล หวาดผวา และมีปัญหาการเข้าสังคม จึงอยากให้จิตแพทย์เข้ามาช่วยดูแล จากการปรึกษาจิตแพทย์เบื้องต้นการฟื้นฟูจิตใจของของเด็กๆ ต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี เพราะภาพความทรงจำที่ถูกกระทำรุนแรงจะฝังอยู่ที่สมองด้านหลังยาวนาน เงินเท่าไหร่ก็รักษาไม่ได้ ตนไม่อยากได้เงิน แต่อยากได้ลูกคนเดิมคืนกลับมามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรณีที่ทางโรงเรียนได้นัดประชุมผู้ปกครองในช่วงบ่ายวันนี้ ทางกลุ่มผู้ปกครองได้หารือกันแล้วว่าจะไม่ไป เนื่องจากโรงเรียนยังไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างเป็นทางการ และผู้ที่เป็นคนกลางในการเจรจาก็ไม่ใช่ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงจะรอให้ทางอัยการเรียกพร้อมนัดหมายไกล่เกลี่ยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายรณณรงค์ ทนายความ กล่าวว่า หากผู้ปกครองคนใดถูกโรงเรียนฟ้องดำเนินคดี ให้แจ้งมายังตนหรือทางอัยการ ซึ่งพร้อมจะให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายเต็มที่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจุ๋ม, ทนายรณณรงค์, ประยุทธ เพชรคุณ, รร.สารสาสน์ฯ, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7ab307625cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่บุกร้องอัยการ ครูข่มขืนลูกวัย12</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทนายรณณรงค์&amp;rdquo; พาแม่นักเรียน ม.1 ในชุมพรถูกครูข่มขืนร้องอัยการ หวั่นสั่งไม่ฟ้องข้อหาชำเรา อัยการแจงฟ้องแล้ว 3 ข้อหา ส่วนที่บุรีรัมย์ ครูหนุ่มหื่นอนาจารลูกศิษย์ ป.6 ปัดไม่ไปทำแผน อ้างอับอาย กลัวถูกประชาทัณฑ์ ขณะ ตร.เตรียมส่งฝากขัง เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา อนาจาร และพรากเด็กไปจากบิดามารดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ทนายความชื่อดัง พร้อมมารดาของนักเรียนหญิงชั้น ม.1 ผู้เสียหาย อายุ 12 ปี ซึ่งถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร ข่มขืน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เพื่อขอให้ตรวจสอบสำนวนคดี เนื่องจากคู่กรณีมีพ่อเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร เกรงว่าจะเกิดการแทรกแซงหรือวิ่งเต้นคดี จนทำให้มีการฟ้องแค่ข้อหาพรากผู้เยาว์กับข้อหาอนาจาร ขาดข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และ พ.ร.บ.ยาเสพติด เพราะมีการบังคับให้เด็กเสพยาด้วย โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมารดาของผู้เสียหายซึ่งสงวนนามและหน้าตา เล่าเหตุการณ์ว่า วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งลูกไปเรียนตามปกติ แต่ประมาณ 09.00 น. ครูประจำชั้นมาแจ้งที่บ้านว่าลูกหายไป เราก็ตกใจเพราะลูกไม่เคยมีพฤติกรรมหนีเรียน ออกตามหาทั่วหมู่บ้านก็ไม่เจอ ไปตามที่โรงเรียนมีเด็กผู้ชายบอกเห็นลูกขึ้นรถตู้ไปกับครู เลยหาเบอร์ครูแล้วโทร.ไปถาม ครูยืนยันว่าไปคนเดียว ไม่ได้พาลูกเราไป หลังเกิดเหตุลูกบอกว่าครูบอกให้ปิดเครื่อง เราติดต่อไม่ได้ ลูกอยู่ในรถตู้ทึบไม่รู้ว่าไปไหน ลูกบอกครูพาไปให้ช่วยขนกล้วยก็เลยไป กลัวครูมากกว่าแม่ ให้ลูกเราเข้าไปในรีสอร์ตแล้วกระทำ ทั้งที่ลูกเราเป็นประจำเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาของผู้เสียหายเผยถึงกรณีครูผู้ก่อเหตุเจรจายื่นเงินว่า วันที่ 12 มี.ค. คุยกันนึกว่าเขาจะให้เป็นค่าเยียวยาค่าเสียหาย แต่พอวันที่ 24 มี.ค. เขาบอกจะจ่ายให้เรื่องจบ แต่เราไม่รับ อยากให้เขารับผิด ลูกเราไม่ใช่ผักปลา เราตามคดีเองทั้งหมด การไม่ฟ้องบางข้อหาเราคาใจ หลักฐานที่เราไปหาน่าจะชัดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังเปิดเผยถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวด้วยว่า เป็นครูวงดุริยางค์ เป็นที่รักของเด็กคนอื่น แต่เขาทำไม่ดีกับลูกเรา เขาพยายามบอกคนอื่นว่าลูกเราอยากหนีเรียนออกไป ถ้าเป็นครูที่ดีต้องตีให้เด็กเข้าโรงเรียน ไม่ใช่พาไปเข้ารีสอร์ต เขาพยายามโยนความผิดให้เด็ก ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเราได้รับเงินแล้ว 5 แสนบาท ไม่ได้รับเลย ขอบอกเลยว่าไม่เอา สำหรับสถานะของครูคนดังกล่าวในปัจจุบัน เธอบอกได้ข่าวว่าโดนปลดใบประกอบวิชาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาผู้เสียหายยังระบุถึงครูคนดังกล่าวด้วยว่าไม่เคยขอโทษ มีแต่แม่เขาขอโทษแทนลูก ตัวเขาไม่ขอโทษ ไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ชอบพูดให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าให้เงินแล้ว 5 แสนบาท ลูกมาเผยตอนหลังว่าครูบังคับเสพยา วันที่ไปแจ้งความ ลูกเรามีอาการแปลกๆ ตาลอยๆ 7 วันจากนั้นแล้วลูกยอมบอก ตอนแรกไม่กล้าบอก เพราะครูบอกว่าหนูเสพต้องโดนจับเหมือนกัน ทำให้กลัวไม่บอกใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามถึงผลตรวจร่างกายผู้เสียหาย มารดาระบุหมอบอกโดนล่วงละเมิดจริง มีบาดแผลฉีกขาดที่พรหมจรรย์ หมอยังบอกให้สู้ ถ้ายอมหมอจะเสียใจมาก ส่วนภาครัฐมีใครเข้ามาดูแลหรือไม่ เธอระบุว่า ไม่มี ได้ยื่นเรื่องไปที่ยุติธรรมจังหวัดขอรับเงินเยียวยา แต่ยังไม่ได้รับอะไรจากใคร สำหรับสภาพจิตใจแย่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม่อยากบอกว่าเขาสร้างทุกข์หนักกับครอบครัว ทั้งจิตใจน้องทั้งแม่ ชีวิตแม่มันไม่เหมือนเดิม แม่ทำธุรกิจ มีร้านขายของ ก็ไม่เหมือนเดิม เสียหายมาก ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ปิดร้าน พาลูกไปอยู่ที่อื่น เพราะจิตใจลูกแย่&amp;quot; มารดาผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยากบอกถึงผู้ก่อเหตุ โดยกล่าวทั้งน้ำตาตลอดการสัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวหลังรับเรื่องว่า เมื่อได้รับหนังสือจากผู้เสียหายแล้ว จะนำกราบเรียนท่านอัยการสูงสุดโดยทันที และทางงานโฆษกกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกับทางอัยการจังหวัดชุมพรในการทำงานคดีทางเพศ อยากให้มั่นใจในประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี การให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนฝ่ายเดียวไม่สามารถสอบปากคำเด็กได้ ต้องร่วมกระทำกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือสหวิชาชีพ และพนักงานอัยการไปกำกับการสอบสวน ไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงถ้อยคำให้การได้ เพราะต้องมีการอ่านให้เด็กฟังแล้วลงชื่อนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ มีการบันทึกวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน เป็นพยานหลักฐานใช้ในชั้นศาล ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ กฎหมายจะต้องเข้าไปคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า อัยการจังหวัดชุมพรได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาถูกส่งมาให้พนักงานอัยการแจ้ง 3 ข้อหา 1.พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี 2.พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร อัตราโทษจำคุก 5-20 ปี 3.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความควบคุมดูแล อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 3 ข้อหา อัยการได้มีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่ฟ้องเรื่องกระทำชำเราศิษย์ที่อยู่ในความควบคุมดูแล ซึ่งเป็นบทฉกรรจ์ เพราะข้อเท็จจริงขณะเกิดเหตุเด็กไม่ได้อยู่ในความควบคุมของครูดนตรี แต่ไปเรียกเด็กออกมา และไม่ใช่ครูประจำชั้น จึงเป็นความผิด แต่ไม่ผิดบทฉกรรจ์ จะผิดต้องเป็นครูที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลเด็ก ทั้งหมดเป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7986/2540 และ 9704/2539 ทุกข้อหาที่ฟ้องไปล้วนเป็นข้อหาฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบทฉกรรจ์นั้น คือเพิ่มโทษ 1 ใน 3 กรณีทำกับเด็กในควบคุมดูแล คือทำในขณะเป็นครูประจำชั้น หรือขณะกำลังสอนวิชานั้นอยู่ ถึงเป็นบทฉกรรจ์ ส่วนเรื่องยาเสพติด ไม่มีประเด็นนี้ในสำนวนมาตั้งแต่ต้น การสอบต่อหน้าสหวิชาชีพมีข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ เพราะเด็กไม่ได้พูดเรื่องยาเสพติดในชั้นสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมารดาของผู้เสียหายเปิดใจหลังทราบข้อชี้แจงว่า มาฟังแล้วก็สบายใจขึ้น ตอนแรกเราไม่เข้าใจว่าไม่ฟ้องกระทำชำเราบทฉกรรจ์ สรุปก็คือมีการกระทำชำเรา ขณะที่นายรณณรงค์ระบุว่า ในเอกสารที่ตำรวจให้มามี 2 ข้อหา แต่ทางอัยการบอกมีการสั่งฟ้องกระทำชำเรา แสดงว่าครบถ้วนทุกประเด็น แต่ขาดเรื่องยาเสพติด ซึ่งได้แจ้งในเอกสารแล้วให้ท่านอัยการสูงสุดพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีครูหื่นเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน ได้จับกุมนายนิกร หรือครูกร อายุ 39 ปี ครูอัตราจ้าง โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน หลัง น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) ผู้ปกครอง เข้าแจ้งความกล่าวหาว่าครูได้ล่อลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ลูกสาว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ไปกระทำอนาจารในโรงเรียน ทั้งยังมีพฤติกรรมแช้ตเฟซบุ๊กกับลูกสาวในลักษณะลามกชู้สาวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ครูกรที่ถูกกล่าวหายอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลวนลามลูกศิษย์ด้วยการกอดจูบและจับของสงวนจริง แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ เหตุเกิดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม ที่ห้องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน เพราะชักชวนเด็กให้ไปเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายนิกรที่ถูกคุมตัวในห้องขัง สภ.บ้านด่าน ก็มีอาการเครียดและขอใช้สิทธิ์ไม่ไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ โดยอ้างว่าอับอายและกลัวจะถูกญาติของผู้เสียหายหรือชาวบ้านที่อาจจะโกรธแค้นรุมประชาทัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนก็จะได้ทำเรื่องส่งฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับทางศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด ซึ่งหลังจากทำเรื่องฝากขังเสร็จก็จะส่งตัวไปยังเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.พงศธร โสกุล ผู้กำกับการ สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ขอไปทำแผนนั้น ก็เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นก็ได้แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา 1.กระทำอนาจารบุคคลอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเด็กนั้นเป็นลูกศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล และ 2.พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองและผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร พร้อมคัดค้านประกันตัว เนื่องจากกลัวจะไปข่มขู่ผู้เสียหายหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายรณณรงค์, นักเรียนถูกครูข่มขืน, พรากเด็กไปจากบิดามารดา, อนาจาร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ฟ้องข้อหาชำเรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3def9baeef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
