<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายแสบยอมคืนบ้านให้ป้าบุรีรัมย์ หลังไกล่เกลี่ยสำเร็จแต่ยังอ้างทำถูกกม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรณวิชญ์ มุกดาม่วง (เสื้อขาวสวมหน้ากากอนามัย) ทนายความยอมคืนบ้านและที่ดินให้แก่นางวัฒนา คงงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายแสบยอมคืนบ้านและที่ดิน 14 ไร่ให้ป้าวัย 56 ที่ถูกฟ้องยึดทรัพย์ หลังค้ำประกัน จยย.ให้คนรู้จัก หลังเจรจาไกล่เกลี่ยจบลงด้วยดี โดยให้ป้าซื้อคืนในราคาที่ประมูลจากบังคับคดี 340,000 บาท แต่ป้าต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมโอน&amp;nbsp;พร้อมทำบันทึกข้อตกลงต่อหน้าหลายฝ่ายที่มาร่วมไกล่เกลี่ย ป้ายอมรับไม่รู้ขั้นตอน&amp;nbsp;ด้านทนายโต้ใช้เล่ห์กลไม่ให้ป้าคัดค้านซื้อที่ เตือนสังคมเสพข่าวให้มีสติ ทุกอย่างทำตามขั้นตอน&amp;nbsp;กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นางวัฒนา คงงาม หรือป้าวรรณอายุ 56 ปี ชาวบ้านบ้านสายโทใต้ 2 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ถูกทนายของบริษัทขายรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งในจ.บุรีรัมย์ ฟ้องยึดบ้านและที่ดินรวมเนื้อที่เกือบ 14 ไร่ หลังจากที่นางวัฒนาไปเซ็นค้ำประกันซื้อรถจักรยานยนต์ให้กับคนรู้จัก แต่ผู้เช่าซื้อกลับไม่ชำระค่างวดตามสัญญา จึงถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 82,040 บาท และมีการขายทอดตลาด โดยทนายคนฟ้องเป็นคนประมูลซื้อที่ดินของป้าวรรณ และมีการประกาศจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับป้าคืนในราคา 4 ล้าน พร้อมแจ้งตำรวจดำเนินคดีกับป้าวรรณข้อหาบุกรุก ส่งผลให้ป้าวรรณจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้มีการนัดคู่กรณีระหว่างนางวัฒนา ผู้ร้องกับนายบรรณวิชญ์ มุกดาม่วง ทนายความ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง โดยทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี&amp;nbsp;, ยุติธรรมจังหวัด , สภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ร่วมในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการไกล่เกลี่ย ทนายความผู้ที่ประมูลซื้อที่ดินยอมขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง คืนให้กับนางวัฒนา ในราคาที่ประมูลจากบังคับคดีคือ 340,000 บาท แต่นางวัฒนาจะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมในการโอนเอง และจะต้องจ่ายเงินคืนให้กับนายบรรณวิชญ์จำนวนเงินอีก 831,622.37 บาท ที่ได้จ่ายให้กับ ธกส. ระหว่างการไถ่ถอนที่ดิน เนื่องจากที่ดินแปลงนี้นางวัฒนาได้นำไปจำน้องไว้ที่ธนาคารฯก่อนหน้านี้ โดยมีกำหนดให้ชำระภายใน 3 เดือนนับจากวันทำสัญญา&amp;nbsp;รวมถึงค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินกลับคืน นางวัฒนาจะต้องเป็นผู้จ่ายเองทั้งหมด โดยการไกล่เกลี่ยได้มีการทำบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายบรรณวิชญ์และนางวัฒนาจะต้องร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริงกับกรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า นายบรรณวิชญ์ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะการเข้าไปประมูลซื้อทรัพย์ที่บังคับคดี โดยได้ซื้อในนามส่วนตัวไม่ได้บังคับขู่เข็ญตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามหากนางวัฒนาไม่ชำระตามหนังสือสัญญาคือ ภายใน 3 เดือนก็จะถือว่านางวัฒนาไม่ติดใจอะไรกับที่ดินผืนนี้แล้ว ส่วนการฟ้องเรียกค่าเสียหายบุกรุกและการแจ้งความดำเนินคดีบุกรุก นายบรรณวิชญ์รับปากจะทำการถอนแจ้งความทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบรรณวิชญ์ มุกดาม่วง ทนายความ กล่าวว่า หลังตกเป็นข่าวทำให้ตนและทนายความใน จ.บุรีรัมย์ได้รับความเดือดร้อน เพราะผู้เสพข่าวยังไม่เข้าใจถึงกระบวนการทางกฎหมาย ยอมรับว่าตนเป็นทนายที่ว่าจ้างจากบริษัทจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฟ้องตามกฎหมาย หลังจากศาลมีคำสั่งจนคดีสิ้นสุด ทนายก็หมดหน้าที่ของความเป็นทนาย ส่วนการประมูลทรัพย์ ตนก็ไปประมูลตามระเบียบ ไม่คิดอยากได้ที่ดินแปลงนี้ แต่เห็นผ่านการประมูลมาแล้ว 4-5 ครั้งยังไม่มีคนซื้อ ตนจึงประมูลเอาด้วยความสุจริต&amp;nbsp; ส่วนกรณีที่มีให้ข่าวว่าตนใช้เล่ห์กลเพื่อไม่ให้ป้าคัดค้านซื้อที่ดินนั้นก็ไม่เป็นความจริง และจึงอยากฝากถึงสังคมหรือผู้ที่ติดตามข้อมูลข่าว ได้ใช้สติในการเสพข่าวศึกษาข้อกฎหมายให้เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางวัฒนา หรือป้าวรรณ บอกว่าหลังจากทนายยอมขายที่ดินคืนให้ในราคาประมูลก็ดีใจและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ กรณีที่เกิดขึ้นยอมรับว่าไม่รู้ขั้นตอนกฎหมายและการประมูลซื้อขายทรัพย์ แต่หลังจากได้ฟังการชี้แจงจากเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า กรณีดังกล่าวเป็นการซื้อขายที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ขอโทษทนายที่ให้ข้อมูลข่าวไปแบบนั้นเพราะด้วยความที่ไม่เข้าใจในกฎหมายเท่าที่ควร แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครเสื่อมเสีย แต่กรณีที่เกิดขึ้นก็จะเป็นบทเรียนสำหรับตนเองในการเซ็นค้ำประกัน หรือเซ็นเอกสารมอบอำนาจต่างๆก็จะระมัดระวังมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า แม้การไกล่เกลี่ยจะจบลงแล้ว แต่ดีเอสไอจะตรวจสอบถึงขั้นตอนการมอบอำนาจจนถึงการขายทอดตลาดทรัพย์นั้นเป็นไปโดยชอบกฎหมายหรือไม่ เพื่อใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นบทเรียนเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกัน, จังหวัดบุรีรัมย์, ทนายจังหวัดบุรีรัมย์, ทนายหลอกยึดบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f30ed29c5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่วอนช่วยถูกทนายหลอกยึดบ้าน-ที่ดิน14ไร่ แค่เซ็นค้ำประกันรถ จยย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าวัย 56 ปีขึ้นป้ายขอความช่วยเหลือจากนายกฯ หลังถูกจับและฟ้องขับไล่ออกจากบ้านตัวเอง เพียงเพราะค้ำประกันรถ จยย. 8 หมื่นบาทให้กับคนรู้จักต่างหมู่บ้าน จนโดนยึดบ้าน-ที่ดิน 14 ไร่ขายทอดตลาดได้ราคา 3.4 แสน ป้าขอเจรจาซื้อบ้านคืนกลับถูกทนายบริษัทตั้งราคาสูงลิ่ว 4 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านสายโท 2 ใต้ ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ว่ากำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก และอยากขอความช่วยเหลือ กรณีถูกแจ้งจับฐานบุกรุกและฟ้องขับไล่ให้ออกจากบ้านตัวเอง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ยังบ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นบ้านของนางวัฒนา คงงาม หรือ ป้าวรรณ อายุ 56 ปี โดยบริเวณหน้าบ้านได้มีการขึ้นป้ายข้อความว่า &amp;ldquo;ท่านนายกฯ ลุงตู่ ช่วยชาวบ้านด้วย ค้ำประกันรถมอเตอร์ไซค์ 80,000 บาท ยึดที่ดิน 14 ไร่ ถูกจับขังคุก ไม่มีที่ยืนในสังคมแล้ว เดือดร้อนมากจริงๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นางวัฒนา เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2558 คนรู้จักกันต่างหมู่บ้าน ขอให้ช่วยค้ำประกันซื้อรถจักรยานยนต์กับบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด ตนก็ไม่ขัดเพราะเห็นเป็นคนรู้จักกัน จากนั้นตนก็ใช้ชีวิตตามปกติ ต่อมาเมื่อปี 2560 เจ้าของบริษัทรถจักรยานยนต์ มาแจ้งกับตนว่าผู้เช่าซื้อรถไม่ได้ส่งงวด จึงได้มาทวงถามกับตนเองในฐานะคนค้ำประกัน และให้ไปร่วมไกล่เกลี่ยที่บริษัท แต่ตอนนั้นตนไปไม่ได้เพราะป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็ได้รับการประสานจากทนายความมาว่า ถ้าไปไม่ได้ให้เซ็นใบมอบอำนาจไปให้ ก็ไม่ได้เอะใจอะไรก็เซ็นไปให้ จนกระทั่งมีป้ายมาติดที่บ้านว่าโดนยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เป็นบ้านและที่ดินจำนวน 14 ไร่ ที่ตนเองอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ก็แปลกใจมาก เพราะเป็นเพียงแค่คนค้ำประกัน จนมาทราบภายหลังว่าทางบริษัทให้ทนายฟ้องเรียกเงินค่าผิดสัญญาจำนวน 82,040 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทนายคนเดิมให้ตนไปร่วมประมูลทรัพย์ โดยทนายคนดังกล่าวก็กระซิบบอกตนว่า &amp;quot;ป้าไม่ต้องคัดค้านอะไรนะ ไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวผมจะช่วยเอง&amp;rdquo; จนกระทั่งมีการเคาะประมูลทั้งบ้านและที่ดิน 14 ไร่ เป็นเงิน 340,000 บาท โดยทนายคนดังกล่าวเป็นคนประมูลซื้อไป ด้วยความที่ตนเองไม่รู้ขั้นตอนของกฎหมายเขาบอกให้ทำอะไรก็ทำ จากนั้นจึงได้ไปขอเจรจาซื้อบ้านและที่ดินคืนจากทนายในราคา 500,000บาท แต่ทนายกลับบอกว่าไม่ได้ ถ้าจะซื้อคืนจะขายในราคา 4 ล้านบาท ตนถึงกับเข่าอ่อนไม่รู้จะทำยังไง เครียดมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ทนายคนดังกล่าวได้ให้ตำรวจ สภ.บ้านกรวด มาเชิญตัวไปโรงพัก เมื่อไปถึง ตำรวจก็แจ้งข้อกล่าวหาว่าตน &amp;ldquo;บุกรุก&amp;rdquo; และนำตัวส่งศาลจังหวัดนางรอง จึงขอให้ผู้ใหญ่บ้านไปช่วยประกันตัวที่ศาล โดยใช้เงินสดยื่นประกัน 5,000 บาท ทั้งนี้ทนายยังได้ฟ้องขับไล่ให้ป้าวัฒนาย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าว ภายในวันที่ 27 ก.พ.นี้ พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายช่วงที่อาศัยในบ้านอีก 3 แสนบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะไม่รู้กฎหมายเลย ประกอบกับฐานะก็ยากจนไม่รู้จะหันไปพึ่งพาใคร ส่วนบ้านของตนก็ถูกขับไล่ให้ออกนั้นเป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่ หากถูกขับไล่ออกก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน หากเรื่องคดีหรือกฎหมายตนเองยอมรับว่าคงไม่มีอะไรไปสู้เขาได้ แต่อยากจะวิงวอนให้ทนายคนที่ฟ้อง ได้เมตตาให้ตนเองได้ไถ่บ้านและที่ดินคืนในราคา 500,000 บาท จากที่ทนาย ประมูลมาในราคา 340,000 บาทด้วย ซึ่งตนก็จะพยายามไปหยิบยืมญาติพี่น้อง มาเป็นค่าไถ่ถอนบ้านคืน ก็อยากจะขอความเห็นใจ เพราะตนเองคงไม่มีปัญญาหาเงิน 4 ล้านบาทมาซื้อบ้านคืนแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกัน, จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องทุกข์, ทนายหลอกยึดบ้าน, ยึดบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e170add0e8d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
