<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039;ประกาศนำทัพล้มรัฐบาลถ้า&#039;ปารีณา&#039;หลุดคดีบุกรุกป่า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2563 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;#ถ้าคดีปารีณา หลุดพ้นข้อกล่าวหาจากปปช.ในคดีบุกรุกป่า ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะขออาสานำทัพล้มรัฐบาลชุดนี้ทันทีแม้ต้องตายก็ยอมพร้อมพลีชีพ เพื่อความยุติธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75947</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายอัจฉริยะ, นำทัพล้มรัฐบาล, ปารีณาหลุดคดีบุกรุกป่า, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e689a1ba8b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายนกเขา&#039; นำทีมแจ้ง &#039;ปอท.&#039; เอาผิด &#039;ทนายอัจฉริยะ&#039; หมิ่นประมาท &#039;มัลลิกา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค. 63 - ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์(ปอท.)&amp;nbsp;ถนนแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp; เวลา 9.00 น. พนักงานสอบสวนได้รับการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ จากคณะทนายความที่รับมอบอำนาจโดยนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ เปิดเผยว่า คณะทนายรับมอบอำนาจมาทำหน้าที่ดำเนินคดีอาญากับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หรือทนายอัจฉริยะ ในข้อหาหรือฐานความผิดเรื่องหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ต่อศาลที่มีอำนาจ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อวานนี้ ทีมทนายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้องในข้อหาหรือฐานความผิดเรื่องหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาไปแล้วเพื่อให้พนักงานสอบสวน นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษจนกว่าคดีจะถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิติธร กล่าวว่า ทนายอัจฉริยะนั้นได้มีการพาดพิงถึงที่ปรึกษารัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้หญิงทำให้คนเชื่อได้ว่าเป็นนางมัลลิกา จึงมาแจ้งความดำเนินคดี ส่วนเรื่องการตรวจสอบของทนายอัจฉริยะนั้นถือเป็นเรื่องการตรวจสอบภาคประชาชน ไม่เกี่ยวกับเรื่องการหมิ่นประมาทนี้ &amp;nbsp;การทำหน้าที่ตรวจสอบก็สามารถทำได้เพราะตนก็เคยทำมา แต่ถ้าหากว่าเรื่องที่กล่าวอ้างอิงถึงไม่เป็นความจริงก็ต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายนกเขา, ทนายอัจฉริยะ, มัลลิกา, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70802eceaa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. เอาจริงเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ ขบวนการแอบอ้างผู้บริหารระดับสูงเรียกรับเงินเพื่อบรรจุแต่งตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
17ก.ย.62- ตามที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้รับการร้องเรียนถึงการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า การสอบดังกล่าวมีขบวนการแอบอ้างผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.เรียกรับเงินเพื่อบรรจุแต่งตั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว และขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายนายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาฯ กพฐ.เป็นประธาน รวมถึงขณะนี้ สพฐ.ได้มีการประสานขอข้อมูลจากนายอัจฉริยะ เพื่อนำมาประกอบการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วด้วย ทั้งนี้สำหรับกระบวนการจัดสอบครูผู้ช่วยนั้น ขั้นตอนการสอบจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้จัดสอบและออกข้อสอบ โดย สพฐ.ไม่ได้เป็นผู้ออกข้อสอบหรือจัดสอบแต่อย่างใด สพฐ.มีหน้าที่เพียงกำหนดปฏิทินการสอบเท่านั้น ซึ่งคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นขบวนการตกเบ็ด ดังนั้นตนมอบให้นายพีระดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว และนำตัวคนผิดมาให้ได้ เพราะสร้างความเสียหายให้แก่องค์กร ทั้งนี้หากการสืบสวนพบว่า มีข้าราชการครูเข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องโดนโทษวินัยร้ายแรงอย่างแน่นอน แต่หากไม่ใช่ข้าราชการก็ต้องโดนดำเนินคดีทางอาญาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพีระ กล่าวว่า เรื่องที่ร้องเรียน สพฐ.ได้ตรวจสอบแล้วว่าในระหว่างนี้ไม่ได้มีการสอบครูผู้ช่วย และไม่ได้มีการออกปฎิทินการสอบครูผู้ช่วยในกรณีไหนแต่อย่างใด โดยในวันที่ 18 ก.ย.ตนจะลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการสืบข้อเท็จริงไม่นาน เนื่องจากมีหลักฐานข้อมูลทุกอย่างทั้งภาพถ่าย หลักฐานการโอนเงิน เลขบัญชี ซึ่งสามารถสืบไปถึงเจ้าของบัญชีได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายอัจฉริยะ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์, สพฐ.เรียกรับสินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d773444ef305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายอัจฉริยะอ่วม! รปภ.แจ้ง 5 ข้อหาหนัก ยันดำเนินคดีถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการเผยแพร่คลิปนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ด่าทอ ข่มขู่ อย่างรุนแรงกับทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ที่ในโรงงานแห่งหนึ่ง ล่าสุด ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายภัทร ขอสงวนนามสกุล รปภ.บริษัทรักษาความปลอดภัยขื่อดัง แจ้งข้อหานายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมพวก ใน 5 ข้อหาหนัก ได้แก่&amp;nbsp;1.ข่มขืนใจผู้อื่นให้เกิดความกลัว โดยมีอาวุธ และเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ถึง 7 ปี &amp;nbsp;2.ข้อหาร่วมกันบุกรุก ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี 3.คดีร่วมกันครอบครอง และพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาติ 4.คดีทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว และ&amp;nbsp;5.คดีหมิ่นประมาท และดูหมิ่นซึ่งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทีมรปภ.ยืนยันว่าถูกคุกคาม และข่มขู่ พร้อมดำเนินคดีจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขู่รปภ.โรงงาน, จ.ฉะเชิงเทรา, ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, ทนายอัจฉริยะ, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, สภ.แปลงยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181206/image_mid_5c08f40710f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อัจฉริยะ&quot;นำครอบครัวเหยื่อถูกสาดน้ำกรดเข้าขอบคุณ สบส.ระบุเป็นคดีตัวอย่างสธ.ที่ดำเนินการรวดเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 ธ.ค. ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นางทองอาด ทาระวัน น.ส.นงลักษณ์ สนิทเชื้อ และ ลูกสาวของน.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน เหยื่อที่ถูกสามีสาดน้ำกรด และเสียชีวิตหลังจากโรงพยาบาลพระราม 2 ส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง เพื่อขอบคุณในการเร่งรัดดำเนินคดีกับรพ.พระราม 2 โดยมี นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดี สบส.เป็นผู้รับมอบ โดยลูกสาวน.ส.ช่อลัดดาได้กล่าวสั้นๆ ว่าขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือเรื่องแม่ของตน
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนและครอบครัวน.ส.ช่อลัดดาต้องการมาขอบคุณทางกรมสบส.ที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว น.ส.ช่อลัดดา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นตัวอย่างของกระทรวงสาธารณสุขในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นคดีแรกของประเทศไทย ในการใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ความจริง ว่าโรงพยาบาลเอกชนจะเปิดโรงพยาบาลได้ต้องมีความพร้อมทั้งแพทย์ บุคลากร ระบบการรักษา การส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาโรงพยาบาลอื่น เพราะวันนั้นหากโรงพยาบาลพระราม 2 มีแพทย์ให้การรักษาน.ส.ช่อลัดดา ก็คงไม่เสียชีวิต วันนี้ก็คงเป็นบทเรียนสำคัญของโรงพยาบาลเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอให้กรม สบส. เป็นสักขีพยานในการมอบเงินจำนวน 1 ล้าน 4 หมื่น บาท ให้กับลูกสาวน.ส.ช่อลัดดา ซึ่งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้เปิดให้ประชาชนร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือน้อง ทั้งนี้ เงินทั้งหมดน.ส.นงลักษณ์ สนิทเชื้อ ป้าของน้องจะเป็นผู้บริหารจัดการเงินจำนวนนี้เพื่อเป็นทุนการศึกษา และแบ่งใช้จ่ายเดือนละ 7,000 บาท โดยทางชมรมฯ จะไม่เข้าไปยุ่งกับเงินจำนวนนี้ ส่วนตัวน้องได้ย้ายไปอยู่กับนางทองอาด ที่จังหวัดขอนแก่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องคดีความทางนิติกรของกรมสบส.ก็ได้ดำเนินการแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของผู้ถูกกล่าวหาต้องไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ส่วนเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานโรงพยาบาลพระราม 2 นั้น ได้สั่งการให้โรงพยาบาลปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังไม่ได้มาตรฐานก่อนจะลงไปตรวจสอบมาตรฐานอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอย้ำเป็นภารกิจหลักของกรม สบส. ที่จะคุ้มครองประชาชนให้ได้รับการดูแล รักษาจากสถานะพยาบาลที่มีคุณภาพ ภายใต้พ.ร.บ.สถานพยาบาล ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเป็นหูเป็นตา กรมเองก็จะพยามดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายในเชิงรุก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), ครอบครัวเหยื่อถูกสาดน้ำกรด, ทนายอัจฉริยะ, นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ, รพ.พระราม2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c062e4857d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อัจฉริยะ&quot;ยื่นหลักฐานย้อนหลังหลายกรณี&quot;หมอข่มขืนคนไข้&quot;ให้แพทยสภาพิจารณา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ย.61- &amp;nbsp;ที่แพทยสภา เวลา 10.00 น. &amp;nbsp;นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกแพทยสภา ให้มีการตรวจสอบจริยะธรรมกับหมอสูติฯ ที่ถูกสาวอ้างว่ามีการข่มขืนระหว่างตรวจภายใน ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 และตามข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 โดยมีนพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา เป็นผู้รับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมน่า จะเข้าข่ายความผิดจริยธรรมตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม จึงได้นำมามอบให้กับแพทยสภาเพื่อให้ทำการตรวจสอบและ เพื่อนำหลักฐานเข้าที่ประชุมแพทยสภาในต้นเดือน ธ.ค. ซึ่งเราได้มีการลงไปจำลองเหตุการณ์ โดยหลักฐานที่นำมามอบในวันนี้ เช่น หลักฐานการโอนเงิน ประวัติสนทนาผ่านเฟซบุ๊ค วิดิโอจำลองเหตุการณ์ เอกสารรายงานเมื่อปี 2560 ของนายแพทย์คนดังกล่าวที่ได้ยอมรับว่า ได้มีการกระทำอนาจารกับคนไข้ 2 ราย และมีการชดใช้ค่าเสียหายไป 30,000 และ 4,000 บาท และยังมีผู้เสียหายจาก จ.เพชรบูรณ์ ได้บรรยายถึงพฤติกรรมของนายแพทย์คนดังกล่าวในการตรวจภายใน ซึ่งไม่ใช่เทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษา แต่เป็นการการลวนลาม เช่น ให้เปิดเสื้อชั้นใน ใช้มือเปล่าโดยไม่ใส่ถุงมือยางคลึงเต้านม และชมว่านมสวยพร้อมมีการลูบไล้ไปตามร่างกาย อีกทั้งมีการเล้าโลมโดยใช้นิ้วสอดใส่ไปในอวัยวะเพศ นอกจากนี้ อีกประเด็นที่สำคัญคือ ตั้งแต่เปิดคลินิกมาไม่เคยมีบุคคลที่3 ซึ่งเป้นพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาล อยู่ในห้องการตรวจภายในของนายแพทย์คนดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว ประตูห้องสามารถล็อกได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เมธี กล่าวว่า ตามขั้นตอนในการดำเนินการของแพทยสภา ทางสำนักงานเลขาธิการฯ จะมีการนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการบริหาร และเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีการประชุมกันในต้นเดือน ธ.ค. แต่ทั้งนี้ในทางปฏิบัติ ทางนายกแพทยสภาและเลขาฯ ได้มีการรับทราบทั้งหมดจากทางสื่อมวลชนแล้ว และมีการติดตาม ซึ่งก็ได้มีความห่วงใยในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จะเร่งดำเนินการเพื่อให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการทำงานภายใต้อำนาจตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมพ.ศ.2525 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่เราถืออยู่ เพราะฉะนั้นในส่วนของเรา คงจะมีการเน้นในส่วนของจริยธรรมของแพทย์ ว่ามีการกระทำเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากทางนายอัจฉริยะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทางเราก็ขอขอบคุณที่ทำให้แพทยสภาทำงานได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เมธี กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ให้อำนาจแพทยสภาในการดำเนินการเรื่องนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาขั้นตอนการนำเรื่องเข้าสู่แพทยสภาเพื่อให้สอบสวน โดยหลักการจะมี 2 &amp;nbsp;ช่องทาง คือ ช่องทางแรก คือมีผู้เสียหายมากล่าวร้องทุกข์ หรือมีข่าวหรือเรารับทราบจากช่องทางใดก็แล้วแต่ อย่างกรณีนี้เรารับทราบจากสื่อมวลชนพร้อมๆกับประชาชน ดังนั้นขั้นตอนนี้ตาม พ.ร.บ.ให้อำนาจกับ เลขาธิการ ในการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมโดยไม่ต้องมีผู้เสียหายกล่าวโทษ ซึ่งก่อนที่ จะมีการมาร้องเรียน ทางท่านนายกและท่านเลขา ก็มีการเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าตามขั้นตอนการตรวจสอบมีระยะเวลาหรือไม่ นพ.เมธี กล่าวว่า ตามปกติไม่มีการกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอน แต่ตามปกติในเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนหรือเรื่องที่มีผลกระทบรุนแรง จะมีการดำเนินการให้รวดเร็วเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏกรณีดังกล่าวนั้นมี 2 ประเด็น คือเรื่องจริยธรรม และอีกเรื่องคงมีเรื่องตามกฎหมายบ้านเมืองหรือคดีอาญา หากผู้ถูกกล่าวโทษหรือตัวแพทย์มีการยอมรับหรือไม่ หากยอมรับเรื่องก็จะเดินหน้าต่อไปง่าย โดยไม่ต้องรอคดีอาญา แต่หากไม่ยอมรับ อำนาจในการชี้ขาดคงอยู่ที่กระบวนยุติธรรมตามกฎหมายบ้านเมือง &amp;nbsp;ก็ต้องมีการเรียกมาให้ปากคำ ให้ข้อมูลต่างๆ และพิจารณาจากสภาพแวดล้อม พยานหลักฐานที่เราได้รับ ในประเด็นที่เราต้องรอการสรุปจากเจ้าพนักงานสอบสวนว่ามีหลักฐานอะไรที่เรายังไม่มี ซึ่งหากได้หลักฐานยิ่งมากก็ การดำเนินงานก็จะเร็วขึ้นเท่านั้น โดยโทษความผิดนั้น ก็จะมีตั้งแต่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ ส่วนในกรณีที่มีความผิดรุนแรงหรือมีความเสียหายมากก็จะถึงขั้นพักใบประกอบวิชาชีพสูงสุดได้ไม่เกิน 2 ปี &amp;nbsp;ในกรณีเสียหาบร้ายแรงที่ผ่านมาก็มีให้โทษถึงขั้นถอดใบประกอบวิชาชีพ ส่วนกรณีนี้จะสรุปเช่นไรคงยังบอกไม่ได้ ต้องรอข้อเท็จจริงที่ปรากฏก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามทางแพทยสภาได้มีการหาข้อมูลด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง นพ.เมธี กล่าวว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ทางท่านนายกและท่านเลขา รับทราบ แต่ข้อมูลหลายอย่างยังไม่มีหลักฐานเอกสารที่ชัดเจน เพราะอำนาจแพทยสภาคือเราเรียกผู้เสียหาย หรือแพทย์ที่ถูกกล่าวหาเข้ามาสอบได้ ซึ่งเราจะเชิญโดยเร็วที่สุดมาให้ข้อมูลกับเรา แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายท่านใดมากล่าวร้องแพทย์อย่างเป็นทางการ แต่อย่างที่ให้ข้อมูลว่าถึงไม่มีผู้เสียหาย เราก็เตรียมสอบแล้ว &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไปโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หากเป็นไปตามคาด จะมีการเชิญแพทย์มาให้ปากคำโดยเร็วที่สุด คาดว่าหากเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการในต้นเดือนหน้า ตนคาดว่าภายในเดือนหน้าน่าจะเชิญมาให้ปากคำได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการขอข้อมูลไปยังราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยว่าพฤติกรรมเช่นนี้เข้าข่ายผิดตามจริยธรรมหรือไม่ นพ.เมธี กล่าวว่า ยังไม่มีการขออย่างเป็นทางการ เพราะอย่างที่บอกว่าจะมีการประชุมในต้นเดือน ธ.ค. คาดว่าท่านายก ฯ จะคงมีการดำเนินการเรื่องนี้ให้ความจริงปรากฏโดยเร็ว คงต้องรอการประชุมเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าในระหว่างรอการตรวจสอบแพทย์สามารถประกอบวิชาชีพได้ นพ.เมธี กล่าวว่า ตอนนี้แพทย์ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าเราจะมีการชี้ขาดว่ามีความผิดจริงหรือไม่ เราก็ยังไม่ไปลงโทษอะไรเพราะต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากมีคำตัดสินออกมาถึงจะมีบทลงโทษ หากโทษไม่ถึงกับพักหรือถอดใบประกอบวิชาชีพ โดยสิทธิ์ทางกฎหมายก็ยังให้การตรวจรักษาคนไข้อยู่ แต่หากพักใช้ถอดถอนคุณหมอก็จะไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้ทั้งนี้สิ่งที่ท่านายกฯ เป็นห่วงและฝากมาคือ ความมั่นใจในการรักษาจากสูติฯ โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจภายในที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นต้องทำความจริงให้ปรากฏและให้ดำเนินตามข้อเท็จจริง คิดว่าเป็นวิธีที่เราต้องการทำที่สุด และตรงกับสื่อมวลชน และทางชมรมฯ ต้องการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีหมอข่มขืนคนไข้, ทนายอัจฉริยะ, แพทยสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf79fd794f6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมช่วยเหยื่อฯของทนายอัจฉริยะ จ่อร้องแพทยสภาให้สอบหมอข่มขืนคนไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ย.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น. จะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกแพทยสภา กรณีที่ชมรมฯ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าถูกหมอสูตินรีเวชลวนลามขณะเข้ารับบริการตรวจภายใน เพื่อให้แพทยสภา พิจารณาความผิดตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และตามข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 เนื่องจาก นายแพทย์คนดังกล่าวเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม แต่ไม่ดำรง ตนในสังคมโดยธรรม ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง มีพฤติกรรมในหลอกลวงผู้ป่วยให้เข้าใจผิด เพื่อประโยชน์หรือความต้องการแห่งตนเอง และพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพเวชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางแพทยสภา ทราบว่า ทางชมรมฯ ได้ประสานเข้ามาเพื่อจะเดินทางมาร้องเรียนที่แพทยสภา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบแพทย์รายนี้ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากแพทยสภา ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นยังไม่มีใครมาร้องเรียนกับแพทยสภา แต่ทางแพทยสภามีหน้าที่เก็บข้อมูล ก็ได้มีการเก็บข้อมูลมาตลอดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่ยังขาดหลักฐานข้อเท็จจริง โดยทราบว่าทางชมรมฯได้มีการลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งจะนำเข้ามาในวันพรุ่งนี้( 23 พ.ย.) หากมีการร้องเรียนทางเลขาธิการแพทยสภาก็จะมีการขอข้อมูลเพื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงมารวบรวมกับข้อมูลที่แพทยสภามีอยู่ เพื่อนำเสนอข้อมูลทั้งหมดเข้าในการประชุมของคณะกรรมการแพทยสภาครั้งต่อไป เพื่อสรุปรายละเอียดหามติว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, ทนายอัจฉริยะ, หมอข่มชืนคนไข้ตรวจภายใน, แพทยสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf65b8088ce2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
