<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายเชาว์&#039; เตือน กมธ.กฎหมายอย่าบ้าจี้ตาม &#039;รังสิมันต์&#039; ชงเรียกปธ.ศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Chao Meekhuad เรื่อง หยุดใช้กรรมาธิการพร่ำเพรื่อ ระวังจะติดคุก มีเนื้อหา ระบุว่า จากกรณี วันที่ 31 มี.ค. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จะเสนอต่อคณะกมธ. ให้เชิญประธานศาลฎีกาหรือตัวแทนมาให้ความเห็นและชี้แจงต่อ ประเด็นในโลกออนไลน์อ้างถึงการประชุมใหญ่ในศาลฎีกา โดยมีผู้สอบถามเหตุใดถึงไม่ให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะผู้ถูกคุมขังไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่ประธานศาลฎีกากลับระบุมีบุคคลภายนอกสั่งมานั้น ตนคิดว่านายรังสิมันต์แส่ไม่เข้าเรื่อง เป็นการใช้กมธ.ก้าวล่วงอำนาจตุลาการซึ่งเป็นอำนาจสามฝ่ายที่ถ่วงดุลกันตามรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ ระบุอีกว่า นอกจากนี้ ยังขัดกับพ.ร.บ.คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 มาตรา 5 ที่ห้ามมิให้ใช้บังคับกับผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 หมวด 5 กรรมาธิการ ข้อ 97 ที่ระบุทำนองเดียวกัน เพราะถ้าปล่อยให้ใครก็ได้สามารถตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของศาลได้ จะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของคำสั่งศาลหรือคำพิพากษาไม่ถึงที่สุด ที่สำคัญศาลมีระบบการตรวจสอบกันเองอยู่แล้วถึง 3 ศาล คือศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา อีกทั้งยังมีคณะกรรมการตุลาการ (กต.) คอยควบคุมกลั่นกรองการปฎิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอีกชั้นหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่นายรังสิมันต์ใช้เป็นเหตุผลในการจะเชิญประธานศาลฎีกามาชี้แจงไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ หากกรรมาธิการเกิดบ้าจี้ตามนายรังสิมันต์&amp;nbsp; จะถือเป็นการปฏิบัติหน้าโดยมิชอบ เพราะขัดต่อกฎหมายเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเอง ผมไม่ได้ต้องการปกป้องศาล แต่เห็นว่ากำลังมีการใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างน่ารังเกียจ ซึ่งจะทำให้การทำงานของสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเสื่อมเกียรติไปด้วย เพราะคนเป็นส.ส.ควรใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือในการรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่ใช่ใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองและพวกพ้อง อย่างที่นายรังสิมันต์กำลังจะดำเนินการในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเตือนไปยังนายรังสิมันต์ และกรรมาธิการชุดนี้ที่กำลังจะประชุมกันเช้านี้ อย่าได้บ้าจี้ตาม มิฉะนั้นคนที่ลงมติเชิญประธานศาลฎีกาให้มาชี้แจงทั้งที่ไม่มีอำนาจ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายคำสั่งเรียกฯมาตรา 12 ที่บัญญัติว่า กรรมาธิการผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตจะติดคุกโดยไม่รู้ตัวนะจะบอกให้&amp;rdquo; นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97972</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย, ทนายอาสา, ประธานศาลฎีกา, รังสิมันต์ โรม, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_606542c8a0323.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ เผยแพร่ระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าพาหนะสำหรับทนายความอาสาและทนายความอาสาอาวุโส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;เผยแพร่ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าพาหนะสำหรับทนายความอาสาและทนายความอาสาอาวุโสในการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนพ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดำเนินการอื่น โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ยากจนหรือขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้และเพื่อให้การด เนินการทางกฎหมายตามภารกิจ อำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องให้ทนายความอาสาหรือทนายความอาสาอาวุโสเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนและค่าพาหนะสำหรับทนายความอาสาและทนายความอาสาอาวุโสในการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง (๓) วรรคสาม และมาตรา ๗ วรรคสองประกอบมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓อัยการสูงสุดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอัยการ จึงออกระเบียบ ดังต่อไปนี้อ่านรายละเอียด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
