<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ขอบคุณรัฐบาล จัดสรร &#039;ซิโนแวค&#039;ฉีดทหารใหม่ครบทุกนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64 -พลโท สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่กองทัพบกได้รับทหารใหม่ผลัด1/64เข้าประจำการในเดือนกรกฎาคม2564 ซึ่งอยู่ในช่วงของการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 และพลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารของกองทัพบกดำเนินตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด โดยเฉพาะได้เตรียมแผนการฉีดวัคซีน COVID-19 ให้กับทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกและดูแลทหารใหม่ทุกส่วน อาทิ ครูฝึก ผู้ฝึก ผู้ช่วยครูฝึก ส่วนสนับสนุนด้านอาหาร สถานที่ งานธุรการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโท สันติพงศ์ กล่าวว่า กองทัพบกได้นำวัคซีนซิโนแวค ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ ครบทุกนายเรียบร้อยแล้วเมื่อ 23 กรกฎาคม 2564 แยกเป็น ทหารกองประจำการผลัด 1/64 จำนวน 34,822 นาย และ เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกทหารใหม่จำนวน 312 หน่วยฝึก 15,635 นาย การฉีดวัคซีนเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข ไม่พบกำลังพลเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงหรือแพ้วัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโท สันติพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมากองทัพบกยังได้นำวัคซีนซิโนแวคที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล ฉีดให้แก่กำลังพลส่วนอื่นๆเช่นกันได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด่านหน้า กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ,บุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพบก ในภาพรวมกำลังพลของกองทัพบกได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคทั้งในส่วนกำลังพลด่านหน้า ทหารใหม่รวมทั้งกำลังพลและครอบครัวที่เข้ารับวัคซีนซิโนแวคตามระบบของรัฐบาลแล้วทั้งสิ้น 114,000นาย ทำให้กำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณรัฐบาลและ ศบค.ที่ได้สนับสนุนวัคซีนชิโนแวคเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกัน COVID-19 ให้กับทหารใหม่ กำลังพลและเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์โควิด ถือเป็นวัคซีนที่ได้รับในเวลาที่เหมาะสมและรวดเร็ว ทำให้เกิดผลในด้านการป้องกันโรคทันที สร้างความมั่นใจในเรื่องภูมิคุ้มกันและสุขภาพร่างกายของผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าและในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ในส่วนของทหารใหม่ก็มีความมั่นใจในภูมิคุ้มกันของตนเอง ช่วยคลายความกังวลของครอบครัวทหารใหม่ และสร้างความพร้อมในการฝึกฝน เรียนรู้ เพื่อทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนที่รออยู่ข้างหน้าได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ทบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60856aec8e22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.จับโป๊ะ&#039;ปวิน&#039;โชว์เอกสารเก๊! ยันทหารฉีดวัคซีนจากไทยก่อนบินสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า มีกลุ่มทหารไทยบินไปสหรัฐอเมริกากับสายการบินโคเรียนแอร์ 109 คน ซื้อตั๋วแพงสุด คาดว่าไปฉีดวัคซีนด้วยเงินภาษีประชาชนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการภาพทหารเดินทางที่สนามบิน และถูกนำไปบิดเบือนนั้นว่า กองทัพบกขอแจ้งข้อมูลอีกครั้งเกี่ยวกับการเดินทางไปสหรัฐของกำลังพล กองร้อยส่งทางอากาศ ที่เดินทางไปร่วมการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ (Strategic Airborne Operation) กับกองทัพบกสหรัฐ ณ Fort Bragge รัฐนอร์ทแคโรไลนา ระหว่างวันที่ 10-26 ก.ค.64 โดยเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ภายใต้การฝึกร่วมผสมคอบบร้าโกลด์ในปี 2565 พร้อมทั้งมีการกักตัวก่อนไปฝึกในค่ายทหาร และเมื่อไปถึงสหรัฐ ก็ปฏิบัติลักษณะเดียวกันตามระบบ Military Trainning Quarantine ซึ่งกำลังพลทุกนายผ่านการ SWAB test ได้ผลเป็นลบ และได้รับการฉีดวัคซีนที่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยสรุปกำลังพลทุกนายได้ผ่านกระบวนการตามมาตรฐานสาธารณสุขในการป้องกันโควิด -19 ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามกองทัพบกได้เผยแพร่ข่าวการเดินทางไปร่วมการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2564 รายละเอียดตาม https://www.facebook.com/100051350382505/posts/340112994377044/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโพสต์ภาพอ้างว่าทหารที่ได้ไปครั้งนี้ ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์นั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพพบว่าเป็นภาพปลอม เพราะหากดูรายละเอียดวันเกิดในการ์ด ถ้าเกิดปี 1963 อายุน่าจะ 58 ปี ซึ่งทหารที่ไปไม่แก่ขนาดนั้น ส่วนทหารที่ไปฉีดแอสตร้าเซนเนก้า กับ ชิโนแวค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นเรื่องค่าตั๋วที่แพงและงบประมาณการใช้จ่ายที่โดนโจมตีนั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า งบประมาณการฝึกร่วมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ ของกองร้อยส่งทางอากาศ ณ สนามกระโดดร่ม บ้านท่าเดื่อ อ.เมือง จ.ลพบุรี ที่มีกำหนดเข้าร่วม &amp;ldquo;การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์&amp;rdquo; (Strategic Airborne Operations) ณ Fort Bragg รัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างวันที่ 10 - 26 ก.ค. 64 โดยทำการฝึกร่วมกับกองพลส่งทางอากาศที่ 82 กองทัพบกสหรัฐอเมริกา และกองทัพบกอินโดนีเซีย พร้อมทั้งกำชับให้ทุ่มเทตั้งใจเข้ารับการฝึกศึกษา เรียนรู้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ พัฒนาตนเองและกองทัพต่อไป และให้ตระหนักว่าเป็นตัวแทนประเทศไทย กองทัพไทยในการไปสร้างความเชื่อมั่น สร้างความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพมิตรประเทศ รวมทั้งเน้นย้ำกำลังพลให้ปฏิบัติตนภายใต้มาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด ไม่ประมาททั้งที่อยู่ในต่างประเทศ และเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการส่งกำลังพล &amp;ldquo;กองร้อยส่งทางอากาศ&amp;rdquo; เข้าร่วมการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารในระดับกองทัพมิตรประเทศแล้ว ผู้เข้ารับการฝึกยังสามารถนำความรู้ ประสบการณ์มาพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยส่งทางอากาศกองทัพบก และยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ภายใต้การฝึกร่วมผสมครอบบร้าโกลด์ในปี 2565 อีกด้วย สำหรับกำลังพลกองทัพบกที่เข้าร่วมการฝึกกระโดดร่มที่สหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีจำนวน 114 นาย ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวนนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นปีที่ 5 และ พลทหาร ซึ่งทุกนายได้ผ่านกระบวนการตามมาตรฐานสาธารณสุขในการป้องกัน COVID-19 ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบ., ปวิน, ฝึกโดดร่ม, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, สหรัฐ, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebd26db22d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.โต้เฟกนิวส์ส่งเสบียงทหารเมียนมา แจงภาพค้าขายชายแดนปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - พลโทสันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีที่มีปรากฎภาพในเพจและนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการค้าขายในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา และมีการวิจารณ์ให้เข้าใจผิดว่าเป็นการส่งเสบียงทางทหารนั้นว่า จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว หรือด่านชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในปัจจุบันยังคงเปิดให้มีการผ่านเข้า-ออกภายใต้มาตรการควบคุมการป้องกันโรคโควิด-19 และ เป็นไปตามกฎหมายระเบียบในการข้ามแดนของบุคคลและสินค้า-สิ่งของโดยมีส่วนราชการในพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกันทั้ง ตำรวจ ฝ่ายปกครองของจังหวัด เจ้าหน้าที่ศุลกากร, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น โดยในการขนส่งสินค้าข้ามแดนต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 เป็นหลัก และพิจารณาร่วมกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตสินค้าบางประเภท เช่น พ.ร.บ.กักพืช กระทรวงเกษตรฯ, การนำเข้าสินค้า-ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินการค้าขาย ขนส่งสินค้าข้ามแดนได้ตามระเบียบและกฎหมายตามความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ตามปกติ โดยเฉพาะในสินค้าที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคและจำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิต ทั้งนี้ต้องไม่ได้เป็นสิ่งของต้องห้ามตามกฎหมายหรือยุทธภัณฑ์ที่อยู่ในการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้าขายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย &amp;ndash; เมียนมา ในขณะนี้นั้น เป็นเรื่องของผู้ประกอบการโดยตรง เป็นการค้าชายแดนตามปกติ กองทัพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไปดำเนินในเรื่องเหล่านี้ และ จนท.ไม่ได้ปิดกั้นการค้าขายชายแดน หากดำเนินการในกรอบของกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของศุลกากรตามที่กล่าวมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนตามแนวชายแดน รวมถึงการค้าขายของผู้ประกอบการที่มีการส่งสินค้าตามช่องทางต่างๆ ก็ยังคงต้องผ่านการตรวจสอบและกำกับดูแลจากทหารเมียนมาตามระเบียบปฏิบัติของทางการเมียนมาตามปกติเช่นกัน
ปัจจุบัน กองกำลังชายแดน ยังคงภารกิจปกป้องอธิปไตย สร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ การลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คืออำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินการค้าขายตามแนวผ่านจุดผ่านแดน จุดผ่อนปรนทางการค้า ช่วยตรวจสอบคัดกรองสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งผิดกฎหมายไม่ให้มีการผ่านเข้า-ออก หรือมีการลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดนโดยไม่ผ่านการตรวจสอบตามกระบวนการศุลกากร โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมดูแลสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนของประเทศเพื่อนบ้าน การนำเสนอข่าวสาร ด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและไม่เป็นการก้าวล่วงกิจการภายในของประเทศอื่น เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าข้อมูลนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะอาจจะสร้างผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์ของประเทศหรือประชาชนชาวไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันในขณะนี้คือ สร้างความรักความสามัคคี สร้างการรับรู้ในข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกเรื่องเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อย บ้านเมืองสงบสุข และช่วยกันดูแลคนไทยประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าขายชายแดน, ทบ., พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, ส่งเสบียงทหารเมียนมา, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60582f55a79c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เดินหน้าซื้ออาวุธตามแผนงบปี65 เมินพท.ขวาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร&amp;nbsp; ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้ตัดงบประมาณการจัดซื้ออาวุธ เช่นเฮลิคอปเตอร์-ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพื่อนำเงินไปเยียวยาประชาชนที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า ที่ผ่านมาเรามีคณะกรรมการประสานงาน เมื่องบประมาณของทุกส่วนราชการผ่านสภาไปแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการไปชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการฯของรัฐสภา ผู้ที่ทำหน้าที่ได้มีการทบทวน จัดสรร พูดคุยกัน และได้ชี้แจงถึงความจำเป็นว่ามากน้อยแค่ไหน และว่าอันไหนควรจะมีหรือไม่มี มีคณะกรรมการดูแลชัดเจน ทุกอย่างเมื่อผ่านขั้นตอนไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับลดงบการจัดซื้ออาวุธในงบประมาณ ปี 2565 ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้วมาช่วยเรื่องโควิด 19 หรือไม่ พล.ต.สันติพงศ์ กล่าวว่า โดยหลักการ เป็นเรื่องหารือระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ตอนนี้ยังไม่มีการคุยตรงนี้.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90213</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, งบปี65, ซื้ออาวุธ, ทบ., พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60054afd8e8a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.โวผลงาน1ปีเพียบ! ปฏิรูปกองทัพยังย่ำอยู่กับที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก พร้อมทีมงานโฆษกได้แถลงผลงานกองทัพบกในรอบ 1 ปี เช่นสรุปผลการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 การช่วยเหลือผู้ยากไร้ และ นโยบายในเรื่องทหารกองประจำการ ที่สำคัญคือ มาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนเนื่องเพราะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; กองทัพบกเพิ่มความถี่ ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตลอด 24 ชม. ส่งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม เพิ่มเติมให้ กกล.ชายแดน นำไปวางปิดกั้นช่องทางที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้ามา&amp;nbsp; เช่น กกล.นเรศวร จังหวัดตาก วางเครื่องกีดขวางใน 5 พื้นที่รวมระยะ 2,700 เมตร และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6 พื้นที่ ระยะ 1,500 เมตร รวมถึงใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ และยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น กล้อง CCTV, โดรน ลาดตระเวนทางอากาศ ,กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว,ติดต้ังเครื่องให้แสงสว่าง&amp;nbsp; โซลาเซล ในช่องทางสำคัญ&amp;nbsp; อีกทั้งจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าตรวจชายแดนทางบกและทางน้ำ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทบ. ได้เสริมกำลังเฝ้าตรวจชายแดนเพิ่มเติมอีก 5 กองร้อย ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 จนปัจจุบัน ให้กับกองกำลังชายแดน ได้แก่ ผาเมือง นเรศวร สุรสีห์ เทพสตรี บูรพา เสริมการเฝ้าตรวจและสกัดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านการคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงที่ประเทศไทยเปิดลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ช่วง15 มค.-13 กพ.64 นี้ อาจจะเกิดความพยายามในการลักลอบข้ามแดนเพื่อมาลงทะเบียนจำนวนมาก กองกำลังชายแดนก็จะเข้มงวด ตรวจสอบ ในพื้นที่ชายแดนและถัดมา ป้องกันไม่ให้มีแรงงานแอบลักลอบเข้าประเทศ โดยได้ดำเนินการควบคู่ไปทั้งเรื่องการสกัดกั้น และการติดตามตรวจสอบดำเนินการตามกฏหมายต่อกลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ มกราคม -ธันวาคม 2563 การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสามารถจับกุมได้ 7,390 คน แยกเป็นกัมพูชา 2,723 คน ลาว 197 คน เมียนม่า 4,352 คน ชาติอื่นๆ9 คน และผู้นำพาชาวไทย 109 คน&amp;nbsp; ซึ่งได้ถูกส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต้นทาง ส่วนสถิติในห้วงเดือน มกราคม-ธันวาคม2563 กองทัพบกตรวจพบคนไทยเดินทางเข้าประเทศผ่านแนวชายแดนในห้วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 32,766 คน แยกเป็น ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรผ่านช่องทางการต่างประเทศ 28,897 คน และไม่ลงทะเบียน 3,869 คน แยกเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1,885 คน กองทัพภาคที่สอง 2,838 คน กองทัพภาคที่สาม 2,330 คน และกองทัพภาคที่สี่ 25,713 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และการขับเคลื่อนอย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ทำให้การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดปี 2563 กองกำลังชายแดนกองทัพบกสามารถตรวจพบและจับกุมผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติยาเสพติดได้จำนวน 3,041 ครั้ง ผู้ต้องหา 3,319 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 146,403,512 เม็ด ไอซ์ 5,512 กิโลกรัม เฮโรอีน 405 กิโลกรัม กัญชา 12,446 กิโลกรัม พืชกระท่อม 28,676 กิโลกรัม เป็นต้น พร้อมส่งต่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีการติดตามความคืบหน้าทางคดี และขยายผลสู่ต้นตอของขบวนการลักลอบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สันติพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า ภารกิจที่ ผบ.ทบ.เน้นย้ำคือการดูแลประชาชน โดยกำลังพลทุกภูมิภาคต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย เช่น หน่วยพิทักษ์พื้นที่ทั้ง 35 มณฑลทหารบก เป็นกำลังที่เข้าหาประชาชนได้ทันที&amp;nbsp; เจตนารมณ์ของ ผบ.ทบ.มอบให้กำลังพลยึดถือคือ พิทักษ์ราชันย์ ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ให้เกิดความมั่นคงต่อประเทศชาติและให้ประชาชนผาสุก ปลอดภัย และมั่นคงในการเทิดทูนสถานพระกษัตริย์อย่างสูงสุด กองทัพบกจะยึดมั่น พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp; และประชาชนตลอดไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามขยายผลดำเนินการ190 คนไทยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้คนเดินทางเข้าไปเล่นการพนันในฝั่งเมียนมาหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า กองทัพบกมีหน้าที่ป้องกันชายแดน&amp;nbsp; จะมีกระบวนการในการทำงานทุกวิถีทางในการดูแลความมั่นคง ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องลุกล้ำอธิปไตยของชาติไทยในทุกเรื่องและดูแลชายแดนให้ปลอดภัย&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมาการที่มีบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทบ.ดูแลชายแดนและพื้นที่ที่ลึกเข้ามาในส่วนที่เป็นอำเภอติดชายแดน สิ่งที่เกิดขึ้นเราพยายามใช้กลไกในการทำงานอย่างเต็มขีดความสามารถทั้ง ทบ.เอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานให้เต็มขีดความสามารถสูงสุด แต่พื้นที่ที่ยาวไกลนั้นจากการที่เราจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ลึกเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีการปฏิบัติเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบเข้ามาได้&amp;nbsp; แต่จากมาตรการที่เข้มขึ้นนั้น การจับแรงงานต่างด้าวที่หลุดรอดเข้ามาน้อยลง นอกจากนั้นได้มีการประสานกับ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ ทีบีซี ก็จะพูดคุยเรื่องชายแดน และการไปมาหาสู่ระหว่างสองประเทศ จะประสานในเรื่องในภาพรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการทวงถามความคืบหน้าในการปฏิรูปกองทัพหลังครบเหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า ทบ.มีคณะทำงานด้านต่างๆ ซึ่งผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานไปศึกษา จึงอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; และได้เยียวยาเรียบร้อยหมดแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ในส่วนของ ทบ.ได้รับการดูแลจากกองทัพอย่างชัดเจน รวมถึงส่วนงานอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสวัสดิการที่พักอาศัยซึ่งเป็นปมเหตุสำคัญในวันนั้น&amp;nbsp; พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เรามีคณะทำงาน ดูแลในภาพรวมอยู่แล้ว เนื่องจากว่า ทบ.มีงานหลายด้านและงานเยอะมาก งานใดที่เกี่ยวข้องกับ กรมฝ่ายเสนาธิการบางเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิกำลังพล หรือบ้านพัก ทบ.ก็ฌจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเฉพาะเรื่องและดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อออกมาเป็นแนวทางว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการแปรรูปธุรกิจเงินนอกงบประมาณของกองทัพบกนอกจากกรณีของสวนสนประดิพัทธ์นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นานนัก ต้องดูว่า ผลประกอบการ&amp;nbsp; 6 เดือน ถึง 1 ปีผลประกอบการเป็นอย่างไร หลังจากที่มีการเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว ต้องรอดูอีกเล็กน้อย และตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัดในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้หลายเรื่องชะงักลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ผ่านมา 1 ปี มีสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปกองทัพบ้างหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะทำงานที่ทำตามขั้นตอนอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทบ., ปฏิรูปกองทัพ, ผลงาน1ปี, พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005229257e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เพิ่มโควตา&#039;นร.นายสิบ&#039;จาก&#039;พลทหาร&#039;1,584 นาย จูงใจแทนการเรียกเกณฑ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค. 64&amp;nbsp;- พันตรีหญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากนโยบาย พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังพลในทุกระดับ โดยเฉพาะทหารกองประจำการ ที่มุ่งหวังในการพัฒนากำลังพลต้นน้ำเข้าสู่เส้นทางของทหารอาชีพอย่างเป็นระบบ และเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีใจรักเป็นทหารสมัครใจเป็นทหารกองประจำการ และเพิ่มสิทธิพิเศษหลังปลดประจำการเพื่อต่อยอดสู่การรับราชการทหารต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดกองทัพบกได้ปรับสัดส่วนการรับนักเรียนนายสิบ (นนส.)โรงเรียนนายสิบทหารบก โดยเพิ่มสัดส่วนการรับจากทหารกองประจำการ จากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 80 ของยอดรับ นนส.แต่ละปี หรือประมาณ 1,584 นาย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 เป็นต้นไปนี้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้ทหารกองประจำการได้มีความก้าวหน้าในอาชีพตามแนวทางการรับราชการ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ทหารกองเกินสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาระบบทหารกองประจำการ(อาสาสมัคร) ทดแทนการเรียกเกณฑ์อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทัพบกยังคงดำรงความต่อเนื่องในการพัฒนาระบบทหารกองประจำการ โดยเมื่อเข้ามาเป็นทหารของกองทัพจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ควบคู่ไปกับการเสริมทักษะด้านอาชีพ ซึ่งจะทำให้เมื่อปลดประจำการไป แม้ไม่ได้รับราชการทหารต่อ ก็จะเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88649</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ทบ., นักเรียนนายสิบ, บิ๊กบี้, พันตรีหญิงพัชรินทร์ บุศยกุล, เกณฑ์ทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff13085e85c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เมิน &#039;เรืองไกร&#039; ร้องสอบ &#039;บิ๊กตู่&#039; พักบ้านหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.63 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก(ทบ.)&amp;nbsp;ชี้แจงกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ยื่นหนังสือต่อกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกรณีการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. รับผลประโยชน์เกิน 3,000 บาท กรณีบ้านพักรับรองกองทัพบก เกี่ยวกับค่าน้ำและค่าไฟ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะอยู่มาตั้งแต่เดือนต.ค.57 ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่จะผูกพันทุกองค์กร ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;


	ถึงบางอ้อ &amp;#39;บิ๊กไมค์&amp;#39; เฉลยเหตุ นิ่งไม่โต้ตอบ ไม่ใช่เถียงสู้ไม่ได้
	ทะลุจุดเดือด &amp;#39;สุนัย&amp;#39; ลั่นข้ามโลก &amp;#39;จตุพร&amp;#39; เป็นศัตรู 100 เปอร์เซ็นต์!
	จบกัน!&amp;#39;สุนัย&amp;#39; ผมขาวไม่พอตาขาวอีกต่างหาก &amp;#39;จตุพร&amp;#39; ลากไส้ป๊อดตั้งแต่รัฐประหาร 49 ยันปัจจุบัน
	พระราชทานอภัยโทษ &amp;#39;สรยุทธ-บุญทรง-ณัฐวุฒิ&amp;#39; ได้อานิสงส์ด้วย
	น้องธนาธรหนาว!
	3 คำถามคาใจทำไม &amp;#39;น้องทอน&amp;#39; รอดคดีสินบนฮุบที่ดินสำนักทรัพย์สินฯ
	เนื้อๆเน้นๆ &amp;#39;แก้วสรร&amp;#39; ออกบทความ 8 หน้า&amp;nbsp;ชำแหละ &amp;#39;มวลชนปลดแอก 2563&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85963</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทบ., บ้านพักหลวง, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c821c8cb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
