<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 23:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ล่าชื่อทบทวนรับรอง “อี-สปอร์ต” เป็นกีฬา&quot;หมอยงยุทธ&quot;ระบุส่งเสริมให้เด็กเล่นวีดีโอเกมากกว่าอย่างอื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18ก.ย.61-&amp;nbsp;&amp;quot;หมอยงยุทธ &amp;quot;ล่ารายชื่อ ขอให้กกท.ทบทวน &amp;quot;อี-สปอร์ต&amp;quot;ว่าเป็นกีฬา ชี้คกก.โอลิมปิกไม่รับรองว่าเป็นกีฬา แต่กลับเป็นการส่งเสริมให้เด็กเล่นวีดีโอเกมมากกว่า ขณะที่ WTO วินิจฉัย เป็นโรคกลุ่มใหม่ กำลังเป็นปัญหาใหญ่สุขภาพจิตในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ได้ทำจดหมายเปิดผนึก เรื่องอีสปอร์ต (E-Sport) ส่งถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว &amp;ldquo;นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์&amp;rdquo; โดยระบุตอนหนึ่งว่า สืบเนื่องจากการที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ให้การรับรองสมาคม E-Sportเท่ากับรับรองว่าเป็นกีฬาด้วย ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยเด็ก เยาวชน และครอบครัวเป็นวงกว้าง เพราะมีการโฆษณาและส่งเสริมให้เกิดการเล่นวิดีโอเกม เมื่ออ้างเป็นกีฬาก็ยิ่งทำให้ขยายตัวรุนแรงมากขึ้น ทั้งที่วงวิชาการทั่วโลกยังไม่ได้ยอมรับการแข่งขันวิดีโอเกมว่าเป็นกีฬา และองค์การอนามัยโลกประกาศชัดเจนว่าการเล่นมากเกินไปจะนำไปสู่โรคติดเกมได้ โดยจัดเป็นการวินิจฉัยโรคกลุ่มใหม่ และกำลังเป็นปัญหาใหญ่ทางสุขภาพจิตในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในจดหมายระบุว่า 1.อีสปอร์ตเป็นวาทกรรมของบริษัท ที่จริงคือการแข่งขันวิดีโอเกม คณะกรรมการโอลิมปิกสากลไม่รับรองว่าเป็นกีฬา เพราะ เนื้อหารุนแรง ไม่มีระบบคอยควบคุม ไม่เป็นสาธารณะ แต่เป็นลิขสิทธิ์เอกชน 2. ผลทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้ของนักแข่งหรือรายได้จากการโฆษณานั้นเทียบไม่ได้กับผลร้ายที่เกิดขึ้น ในสหรัฐอเมริกามีคนเล่นอาร์โอวี 60 ล้านคน มีผู้เล่นอาชีพที่มีรายได้ประจำแค่ 57 คน หรือทุกผู้เล่น 1 ล้านคนจะมีมืออาชีพ 1 คน แต่มีผู้ติดเกม 2 - 8 หมื่นคน ส่งผลเสียต่อครอบครัว สมรรถนะการประกอบอาชีพมากมายมหาศาล 3. คนที่ติดเกมจะมีปัญหาสุขภาพ สมาธิสั้น เสียพัฒนาการทางสังคม ภาษาล่าช้า องค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นโรคทางจิตเวช 4.การรับรองให้เป็นสมาคมไปแข่งขันระหว่างประเทศ เป็นการรับรองว่าเป็นสมาคมตัวแทน ไม่ใช่รับรองว่าเป็นการกีฬา แต่กรณี กกท.รับรองว่าเป็นกีฬาเท่ากับรับรอง 2 ต่อ ทำให้บริษัทและสมาคมใช้เป็นโอกาสขยายการโฆษณาว่าเป็นกีฬาอย่างรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ผลก็คืออัตราเด็กติดเกมเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว รวมทั้งปัญหาที่ตามมาเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว ละทิ้งการเรียน การพูดปด ลักขโมย ภาวะซึมเศร้า โดยแค่ 6 เดือนแรก ระหว่างต.ค. 2560 &amp;ndash; มี.ค. 2561หลังกกท.ประกาศรับรองสมาคมอีสปอร์ต มีการเกิดค่ายอี สปอร์ตทำให้มีจำนวนเด็กติดเกมเพิ่มขึ้นเท่าตัว 6.ประเทศต่างๆ ที่มีกลไกการดูแลดีกว่าเมื่อเทียบกับประเทศไทยก็ยังไม่ยอมรับว่าเป็นกีฬา แต่ไทยกลับไปสนับสนุนให้เป็นกีฬา ทั้งที่ยังมีจุดอ่อน 3 ประการ คือเด็กและพ่อแม่ไม่เข้าใจผลเสียและโอกาสที่เกิดการติด ต้องป้องกันด้วยหลัก 3 ต้อง 3 ไม่ คือ ต้องกำหนดเวลา ต้องกำหนดโปรแกรม ต้องเล่นกับลูก พ่อ แม่ไม่เป็นแบบอย่างที่ผิด ไม่เล่นในเวลาครอบครัว ไม่มีในห้องนอน จุดอ่อนที่บริษัทขาดจรรยาบรรณในการโฆษณาและการตลาด และจุดอ่อนจากการที่กกท.และสมาคมฯ ขาดความสามารถในการควบคุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีผู้ที่ห่วงใยได้ทำให้กระบวนการต่างๆ ผ่านผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เช่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สภา รวมทั้งสมัชชาสุขภาพก็รับไว้เป็นวาระสำคัญ จึงขอให้ผู้บริหารได้ศึกษาและทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจังโดยไม่อคติและไม่เห็นแก่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้นเฉพาะหน้า โดยไม่คำนึงถึงผลระยะยาว ต้องมีการจัดการแบบหลายประเทศที่ดำเนินการอยู่ อาทิ ออกกฎหมายห้ามนำมาในโรงเรียน , ลงทะเบียนบัตรประชาชนเพื่อควบคุมอายุ , เกมต้องหยุดเมื่อครบ 2 ชั่วโมง เป็นต้น ทั้งนี้ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อธุรกิจ แต่ธุรกิจก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ได้ห้ามการเล่นเกม แต่คนไทยเด็กและพ่อแม่จะต้องเท่าทัน และองค์กรควบคุมที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ต้องทำหน้าที่อ่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จดหมายเปิดผนึกเพื่อกระตุ้นให้สังคมได้เห็นผลกระทบจากการสนับสนุนอีสปอร์เป็นกีฬานั้นส่งผลกระทบต่อเยาวชนของชาติให้กลายเป็นเด็กติดเกมทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่วมลงชื่อเพื่อนำไปยื่นให้ผู้มีอำนานทบทวน โดยการลงชื่อนั้นผู้ที่เห็นด้วยสามารถลงชื่อต่อท้ายจดหมายเปิดผนึกที่ตนเผยแพร่ในเฟสบุ๊คส่วนตัวได้เลยซึ่งขณะนี้มีจำนวนมากขึ้นแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17804</URL_LINK>
                <HASHTAG>E-Sport, ทบทวนE-Sportว่าเป็นกีฬาหรือไม่, นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b9773bf85b30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
