<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดพ่นพิษทำทางคู่เฟส2สะดุดคมนาคมจ่อทบทวนแผนลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ย.63-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังการประชุมการจัดลำดับความสำคัญโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 โครงการ ระยะทาง 1,483 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุนรวมกว่า 2.73 แสนล้านบาท โดยมีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานฯ ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ขร. ไปศึกษา ตรวจสอบ และทบทวนโครงการฯ ใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งพิจารณาผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ และปริมาณการขนส่งสินค้าว่า เป็นไปตามสมมติฐานเดิมที่กำหนดไว้หรือไม่ ตามข้อซักถามของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ที่ได้ถามไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อช่วง พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากการรถไฟฯ ยังไม่สามารถตอบคำถามได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่จะต้องมาทบทวนโครงการใหม่นั้น เนื่องจากด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันหลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ติดลบ จึงต้องมาพิจารณาการลงทุนว่า มีความคุ้มค่าจากการลงทุนหรือไม่ การขนส่งสินค้าทางรางสามารถแข่งขันกับโหมดสินค้าอื่นได้หรือไม่ และพิจารณาความจำเป็น รวมถึงการออกแบบสถานีว่าจะต้องมีการปรับลดหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาศึกษาทบทวนไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้ ก่อนที่จะเสนอมายังที่ประชุมฯ และกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดผลักดันโครงการ จากนั้นจะเสนอไปยังสภาพัฒน์ฯ อีกครั้ง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป หากโครงการใดต้องมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จะต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการพิจารณาโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 โครงการนั้น เบื้องต้นประเมินว่า สายขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กม. ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะต้องเร่งขับเคลื่อน เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ชาติ เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟของ สปป.ลาว ในเส้นทางนั้น ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 อย่างไรก็ตาม คาดว่า เส้นทางขอนแก่น-หนองคาย จะศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน จะต้องมีการพิจารณาก่อสร้างสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง โดยมีพิธีการศุลกากรด้วย (ICD Port) ที่บริเวณสถานีรถไฟนาทา จังหวัดหนองคายด้วย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าชายแดนแบบเบ็ดเสร็จ จากเดิมจะเป็นเพียงแค่ย่านกองเก็บสินค้า (CY) เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ อีก 6 เส้นทางที่เหลือนั้น ได้จัดลำดับความสำคัญเบื้องต้นไว้แล้ว คือ สายชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม., สายชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม., สายสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม., สายปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม., สายชุมทางหาดใหญ่&amp;ndash;ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. และสายเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. ทั้งนี้ ยอมรับว่า บางโครงการอาจจะต้องเลื่อนการดำเนินการออกไปก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยยืนยันว่า ไม่ได้ยกเลิกโครงการแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า คาดว่าการดำเนินการโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง วงเงินลงทุนรวมกว่า 2.73 แสนล้านบาทนั้น เบื้องต้นมีแนวคิดที่จะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP) แต่เนื่องจากอัตราผลตอบแทนการลงทุนทางการเงิน (FIRR) ยังไม่มากพอที่จะดึงดูดนักลงทุน จึงต้องไปพิจารณารายละเอียดอีกครั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบทวนแผนการลงทุน, รถไฟทางคู่, สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f8fdd0373f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
