<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ถาวร”สั่งการบินไทยทบทวนแผนจัดหาเครื่องบินใหม่ 38 ลำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 2562 นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือกับนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)และผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายช่าง ฝ่ายพาณิชย์ และทางครัวการบินไทย โดยได้สอบถามเรื่องการจัดหาเครื่องบินมาให้บริการ โดยทางการบินไทยได้ให้ข้อมูลว่า ในปี 2554 คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติให้มีการจัดเครื่องบิน 75 ลำ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว 37 ลำ ในรอบนี้จึงเป็นการจัดหาเพิ่มเติมอีก 38 ลำที่เหลืออยู่ แต่ทราบมาว่าเคยมีผลการศึกษาคราวที่แล้วบอกว่าให้ซื้อ 25 ลำ แต่อยู่ๆก็มา 38 ลำ ก็เลยตั้งคำถามว่า ฝ่ายวางแผนและการตลาดศึกษาแล้วต้องการเพียง 25 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวรกล่าวว่า ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเคยส่งเรื่องให้สภาพัฒน์ตรวจสอบ ซึ่งภายหลังสภาพัฒน์ตรวจสอบแล้ว ได้ส่งกลับไปยังการบินไทยโดยมีข้อสงสัยแหล่งเงินทุน ทางคณะกรรมการ(บอร์ด)การบินไทยได้ให้ฝ่ายวางแผนจัดทำใหม่ โดยได้เพิ่มเครื่องบินเป็น 38 ลำ บอร์ดอ้างเหตุผลว่าเคยมีมติ ครม.ให้ซื้อ 75 ลำ และซื้อเพียง 37 ลำ เลยเหลืออีก 38 ลำยังไม่ได้ซื้อ ถือว่า ครม.อนุมัติแล้ว แต่ถูกคัดค้านจากสภาพัฒน์ว่าแผนการบินและใช้งานเปลี่ยนต้องเข้า ครม.ใหม่ ดังนั้นเครื่องบินที่ต้องใช้จริงในอีก 7 ปีข้างหน้า คือ 25 ลำ ไม่ใช่ 38 ลำใช้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวว่า นอกจากนี้ได้ให้แจกแจงที่มาของเงินลงทุนว่ามาจากไหน ใช้เงินลงทุนหรือออกหุ้นกู้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ชัดเจน รวมทั้งแจกแจงต้นทุนทางการเงิน เช่น ดอกเบี้ย ภาระเงินกู้ด้วย สำหรับการจัดหารอบแรก 25 ลำ จะเป็นเครื่องลำตัวแคบ 22 ลำ และลำตัวกว้าง 3 ลำ ก็ขอให้การบินไทยตอบว่าเครื่องลำตัวแคบจะเอามาใช้เอง หรือให้ไทยสมายล์เช่า เพราะถ้าใช้เองจะใช้ทั้ง 22 ลำหรือไม่ หรือถ้าให้ไทยสมายล์เช่ามีแผนดำเนินการร่วมกันหรือยัง และเครื่องบินที่จัดหาแล้ว คือ โบอิ้ง 777 ที่จะรับมอบปลายปี 2563 อีก 3 ลำ &amp;nbsp;หากไม่อยู่ใน 38 ลำ ก็จะกลายเป็น 41 ลำ ซึ่งไม่สอดรับกับ 38 ลำ
นายถาวรกล่าวว่า เพื่อความรอบคอบได้ขอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) การบินไทย พิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกรอบ เนื่องจากแผน 38 ลำ มีมาเป็น 10 ปีแล้ว ไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน อีกทั้งการศึกษาต้องการเพียง 25 ลำเท่านั้น ก็เป็นคำถาม ก็ให้ไปหาคำตอบมาให้ละเอียดอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน โดยจะต้องทำให้เสร็จเพื่อนำเข้า ครม.ภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คมนาคมได้ส่งเรื่องนี้กลับไปให้การบินไทยพิจารณา โดยบอร์ดจะมีการประชุมในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จก็จะส่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)พิจารณา จากนั้นก็ส่งสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ส่งมารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ประมาณ 2 สัปดาห์ก็เข้า ครม. หรือไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2562 นี้&amp;rdquo;นายถาวรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43824</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, จัดซื้อเครื่องบินใหม่, ทบทวนแผนลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c768e60ebf9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 01:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม สั่ง ทอท.ทบทวนแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิตามข้อท้วงติง ศสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 2562 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเปลี่ยนแปลงรายละเอียดงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าร่วม พร้อมกับตัวแทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อรายงานความคืบหน้าของแผนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทาง สศช.ได้รับทราบแผนการลงทุนของ ทอท.แล้ว แต่ต้องการให้ตอบประเด็นคำถามเรื่องของการคำนวณปริมาณผู้โดยสารจากปัจจัยแวดล้อมภายนอก คือการจัดทำแผนให้สอดคล้องกับการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา ที่ในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางการบินขนาดใหญ่ รวมไปถึงการเดินทางของผู้โดยสารที่จะหันไปใช้รถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) นอกจากนี้ต้องการให้ ทอท.ปรับปรุงแผนลงทุนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาโดยรวมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงทุนของ ทอท.ในอนาคตจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหญ่ และสอดคล้องกับ สนข.ด้วย เพราะจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เพียงการมองภาพลงทุนภายในของตนเองแล้ว ซึ่งวันนี้ สศช.ขอให้ ทอท.กลับไปทำการบ้านเพิ่มเติม เพื่อตอบคำถามของแผนลงทุนที่มีอยู่ ว่ามีการคิดถึงประเด็นของสนามบินอู่ตะเภา และรถไฟไฮสปีดสามสนามบินหรือยัง สอดคล้องกับแผนแม่บทมาสเตอร์แพลนของประเทศหรือไม่ เพื่อตอบคำถามให้ได้ว่าโครงการลงทุนนี้มีความสำคัญยังไง&amp;rdquo;นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เผยว่า ขณะนี้ ทอท.อยู่ระหว่างปรับแผนพัฒนาขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะเทียบเคียงกับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อาทิ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา และไฮสปีดเทรนสามสนามบิน เพราะต้องการสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงการตามที่ สศช.ให้ความเห็นไว้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาสรุปข้อมูลทั้งหมด นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.ภายในเดือน ก.ค.นี้ ก่อนรายงานมายังกระทรวงคมนาคม และ สศช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกอบไปด้วย โครงการขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ทางด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก รวมทั้งโครงการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (เทอร์มินัล 2) ซึ่งปัจจุบัน ทอท.อยู่ระหว่างปรับงานออกแบบ ภายหลังยกเลิกการประมูลออกแบบกับกลุ่มดวงฤทธิ์ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสภาที่ปรึกษาสนามบิน (Airport Consultants Council: ACC) ผู้ใช้บริการอาคารผู้โดยสาร และสายการบินต่างๆ เพื่อทำให้การก่อสร้างอาคารดังกล่าวสอดรับต่อความต้องการของผู้ใช้บริการมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างที่แผนพัฒนาขีดความสามารถในภาพใหญ่ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ ทอท.เตรียมเสนอขอบอร์ด ทอท.เพื่ออนุมัติงบประมาณราว 500 &amp;ndash; 1,000 ล้านบาท นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดขั้นตอนเช็คอินเพื่อแก้ปัญหาคอขวดบริเวณอาคารผู้โดยสาร 1 เช่น จัดทำตู้คีออส เพื่อเช็คอินด้วยตนเอง เป็นต้น คาดว่าโครงการนี้จะใช้เวลาดำเนินการเพียง 6 เดือน แต่สามารถแก้ปัญหาระยะสั้น 3 &amp;ndash; 4 ปี ในช่วงพัฒนาโครงการใหญ่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ทบทวนแผนลงทุน, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน, สนามบินอู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51953aba55f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
