<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.แนะผู้โดยสารตรวจสอบประกาศการบินของแต่ละจังหวัดก่อนเดินทางทุกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)เปิดเผยถึงกรณีสายการบินที่เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 โดยมีสายการบิน จำนวน 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบินนกแอร์,ไทยแอร์เอเชีย,ไทยไลอ้อนแอร์ และบินไทยเวียตเจ็ท เปิดให้บริการ ณ ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานลำปาง, แม่สอด,พิษณุโลก,บุรีรัมย์, สกลนคร, นครพนม,ร้อยเอ็ด,ขอนแก่น, อุบลราชธานี, อุดรธานี ตรัง, นครศรีธรรมราช ,สุราษฎร์ธานี และกระบี่

ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านกรุณาตรวจสอบ ประกาศ / คำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เพื่อการปฏิบัติตามประกาศของแต่ละจังหวัดได้อย่างถูกต้อง สำหรับประกาศ/คำสั่งของจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการดำเนินงานของท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ได้แก่

1. จังหวัดพิษณุโลก เมื่อผู้โดยสารเดินทางถึง ท่าอากาศยานพิษณุโลก ต้องปฏิบัติดังนี้ คนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก หากพักที่บ้านต้องกักตัวพร้อมบุคคลในบ้าน 14 วัน หรืออาจเลือกพัก ณ โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ Save Phisanulok 14 วัน,กรณีคนต่างจังหวัด มาลงเครื่อง ณ ท่าอากาศยาน และจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น ให้เดินทางออกจากจังหวัดได้ทันที และต้องไม่แวะทำกิจกรรมใด ๆ ภายในจังหวัดพิษณุโลก

2. จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ผู้โดยสารทุกคน ที่เดินทางเข้าจังหวัดบุรีรัมย์ จะต้องกักตัว 14 วัน หลังจากกักตัวจะได้สติ๊กเกอร์ติดบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (บุคคลต่างด้าว)

3. จังหวัดกระบี่ เมื่อผู้โดยสารเดินทางถึง ท่าอากาศยานกระบี่ ต้องปฏิบัติดังนี้ ห้ามบุคคลภายนอกพื้นที่เข้ามาในจังหวัดกระบี่ เว้นแต่ ได้รับการยืนยันผ่านการตรวจหาเชื้อ COVID &amp;ndash; 19 จากพื้นที่ต้นทาง โดยให้แสดงหลักฐานการกักตัว ครบระยะเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนน,กรณีบุคคลที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจหาเชื้อ COVID &amp;ndash; 19 จากพื้นที่ต้นทาง หรือไม่มีเอกสาร ตามข้อ 1 จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกัน ณ สถานที่กักกันตัว (Local Quarantine) ที่อําเภอกําหนดไว้ ตามระยะเวลาและมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยประชาชนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตาม ที่ทางราชการกําหนด

4.จังหวัดตรัง เมื่อผู้โดยสารเดินทางถึง ท่าอากาศยานตรัง ต้องปฏิบัติดังนี้ ผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดตรัง ต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดตรัง หากเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานในจังหวัดตรังต้องมีหนังสือรับรองการปฏิบัติงาน ทุกกรณีต้องมีใบรับรองแพทย์ และมีหนังสือรับรองจากท้องที่ต้นทาง และต้องกักตัว 14 วัน ในสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

5. จังหวัดนครพนม เมื่อผู้โดยสารเดินทางถึง ท่าอากาศยานนครพนม ต้องปฏิบัติดังนี้ อนุญาตให้เฉพาะผู้โดยสารที่จะเดินทางสามารถเข้าในอาคารที่พักผู้โดยสารได้เท่านั้น ส่วนญาติ ผู้มารับ &amp;ndash; ส่ง ไม่อนุญาตให้เข้าในอาคาร ห้ามมิให้ต่างด้าวเข้าจังหวัดนครพนมด้วยวิธีการใดๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม

สำหรับจังหวัดปลายทางที่ไม่มีเงื่อนไขในการเข้า &amp;ndash; ออก และไม่มีมาตรการปิดจังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง ตาก (แม่สอด) สกลนคร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2563) ทย. ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารทุกท่าน ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ก่อนการเดินทางทุกครั้งขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินกับทางสายการบิน และเผื่อเวลาในการเดินทาง รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 ที่ทางท่าอากาศยานกำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64842</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กำหนดเปิดสนามบิน, ทย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200502/image_big_5eacd1acd2c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.แจ้งปิดสนามบินนราธิวาสงดให้บริการทุกเที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่าขณะนี้ได้งดให้บริการของท่าอากาศยานนราธิวาสเนื่องจากขณะนี้ จังหวัดนราธิวาส มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ในหลายอำเภอและพบการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคไปสู่ประชาชนวงกว้าง การควบคุมพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้มาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มข้นเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง จึงได้มีคำสั่งจากจังหวัดนราธิวาสโดย นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เรื่อง การระงับการเดินทาง เข้า- ออก จังหวัดนราธิวาสของบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของทางจังหวัด ท่าอากาศยานนราธิวาส จึงมีความจำเป็นต้องงดการให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยท่าอากาศยานนราธิวาสได้ออก (NOTAM)เพื่อแจ้งนักบินในการหยุดให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส เป็นการชั่วคราว จึงส่งผลให้สายการบินต่าง ๆที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ต้องงดให้บริการแก่ผู้โดยสาร ตามประกาศของทางจังหวัด&amp;nbsp;
สำหรับผู้โดยสารที่ได้สำรองบัตรโดยสารของสายการบิน โดยขอทราบสิทธิของผู้โดยสารเบื้องต้น กรณีเที่ยวบินยกเลิก รายละเอียดดังนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินได้ให้ 2 ข้อเสนอแก่ผู้โดยสาร โดยให้ทำรายการผ่าน Ava ในเว็บไซต์ www.airasia.com ดังนี้1.เปลี่ยนเที่ยวบินฟรีไม่จำกัดครั้ง แต่ต้องเดินทางใหม่ภายในวันที่ 31 ต.ค. 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เก็บ credit account คือเก็บวงเงินจำนวนเท่าที่เราซื้อมาไว้ใช้ในอนาคตได้ 365 วัน เพื่อไว้ใช้ในการจองครั้งต่อไป แต่ข้อนี้ ผู้โดยสาร ต้องสมัครสมาชิก big id ของแอร์เอเชียก่อน ถ้าซื้อผ่านร้านตัวแทนจำหน่ายตั๋วหรือ agent ต้องติดต่อทางร้านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประสงค์ขอคืนตั๋วและรับเงินคืน สามารถทำเรื่องผ่าน Ava ในเวบ airasia เช่นกัน แต่อาจะไม่ได้รับเงินคืนเติมจำนวนและขึ้นกับการพิจารณาจาก Ava&amp;nbsp; สำหรับสายการบินไทยสมายล์ ได้ให้สิทธิผู้โดยสาร ดังนี้ 1.การขอรับเงินคืนเต็มจำนวน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเองโดยระบุ : การขอคืนเงินตามเงื่อนไขบัตรโดยสาร ผ่าน https://member.Thaismileair.com/customerservice/refund&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ผู้โดยสารที่ประสงค์เปลี่ยนแปลงการเดินทางหรือเปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน สามารถทำได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯกำหนด
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมCall Center โทร. 1181 หรือ 02-118-8888 ตลอด 24 ชั่วโมงหรือติดต่อสอบถาม - ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานนราธิวาส โทร. 073-565061-5
นายทวี ได้กล่าวเพิ่มเติม สำหรับท่าอากาศยานอื่น ๆ ที่อยู่ในความดูแลของกรมท่าอากาศยาน ยังคงให้บริการตามปกติ โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทางกรมท่าอากาศยานจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61459</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.นราธิวาส, ทย., ท่าอากาศยานนราธิวาส, ปิดสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e75d8c90a98b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม สงบศึก ทอท.-ทย.ปมบริหารสนามบินกะบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยในสังกัดกระทรวงคมนาคม ว่าได้มีการหารือเกี่ยวกับประเด็นการโอน 4 สนามบินภูมิภาคในสังกัดกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เบื้องต้นที่ได้มีการปรับแผนใหม่โดยการโอนเพียง 3 สนามบิน คือ บุรีรัมย์ ตาก และอุดรธานี ไปให้ ทอท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากเดิมที่จะมีการโอน 4 สนามบิน ซึ่งรวมกระบี่ด้วย โดยมีการใช้รูปแบบการบริหารสัญญา (Contract Management) ร่วมกันระหว่าง ทอท.และ ทย. ที่เป็นลักษณะการจ้างบริหาร ส่วนสนามบินกระบี่ ทาง ทย. จะดำเนินการบริหารต่อเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีการมอบหมายให้ 2 หน่วยงานไปทำข้อมูลเพิ่มเติมและกลับมาหารือในรายละเอียดและหลักการร่วมกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ส่วนที่มีการเลือกใช้รูปแบบดังกล่าวในการดำเนินการนั้นเป็นวิธีที่ทรัพย์สินยังเป็นของ ทย. ด้าน ทอท.ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการทั้งเรื่องงบประมาณ การลงทุนต่างๆก็จะเข้ามาช่วยในส่วนนี้รวมถึงจะมีการพิจารณาในส่วนของทุนที่มีการลงไปแล้วเมื่อมีผลประกอบการที่มีกำไรก็จะต้องมีการนำเข้ากองทุนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าในส่วนของท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งมีผู้โดยสารจำนวนมากและกรมท่าอากาศยานแสดงความเห็นห่วงหากต้องโอนย้ายให้ทอท.นั้นที่ประชุมฯ ก็เห็นชอบให้กรมท่าอากาศยานบริหารท่าอากาศยานกระบี่เหมือนเดิมเพราะกรมท่าอากาศยานยืนยันว่า สามารถบริหารได้ด้วยตนเองไม่มีปัญหาใดๆ โดยทย.และทอท. ต่างพอใจกับแนวทางทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับรายละเอียดจะมีการคุยกันในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปรายละเอียดทั้งหมดหาก ทอท. ไม่ติดขัดอะไร ก็จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อไป&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44429</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทย., ทอท., ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สนามบินกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมระอุ ทอท.-ทย.เปิดศึกแย่งชิงบริหารสนามบินกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22ส.ค.62 O นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)กล่าวว่าตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ออกมาชี้แจงภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2562 มีมติเห็นชอบปรับแผนการขอรับการโอน 4 สนามบินใหม่ ได้แก่ สนามบินกระบี่ สนามบินบุรีรัมย์ สนามบินตาก และสนามบินอุดรธานี จากเดิมเป็นสนามบินชุมพร สนามบินสกลนคร สนามบินตาก และสนามบินอุดรธานี หรือมีการเปลี่ยน 2 สนามบินที่จะขอรับโอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทย. เห็นว่า หากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการให้ ทอท. เข้าไปดูแลและบริหารจัดการแทน ทย. โดยมีท่าอากาศยานกระบี่ เป็น 1 ใน 4 นั้น จะทำให้ ทย. ประสบปัญหาการบริหารจัดการและซ่อมแซมบำรุงรักษาในอีก 24 ท่าอากาศยานที่เหลือ เนื่องจาก ในปัจจุบัน ทย. มีรายได้จากการให้บริการท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง ในปี 2561 เป็นเงินจำนวนประมาณ 852 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานกระบี่ ในปี 2561 เป็นเงินจำนวนประมาณ 469 ล้านบาท คิดเป็น 55.05% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ และรัฐบาลได้ให้งบประมาณลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่ไปมากแล้ว เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการ เช่น การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และการขยายลานจอดอากาศยานซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ อีกทั้งในปีงบประมาณ 2563 นั้น ทย.ขอรับงบประมาณในการก่อสร้างทางขับขนานด้วย รวมงบประมาณทั้งสิ้นในการพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่เป็นจำนวน 6,000 กว่าล้านบาท ซึ่งคาดหวังว่าจะนำรายได้ที่จัดเก็บเข้ากองทุนหมุนเวียนของกรมท่าอากาศยาน โดยรัฐบาลมีแนวโน้มจะลดภาระงบประมาณในส่วนนี้ของ ทย.ลง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอัมพวัน กล่าวต่ออีกว่า รายได้จากการดำเนินการของ ทย. รวมทั้งรายได้จากการดำเนินงานของท่าอากาศยานกระบี่ ตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศกำหนดให้ ทย. นำรายได้จากการให้บริการท่าอากาศยานเข้ากองทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและซ่อมแซมบำรุงรักษาท่าอากาศยาน เช่น จ้างพนักงานให้เพียงพอเนื่องจาก ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ มีกรอบอัตรากำลังจำกัด การซ่อมบำรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ลิฟท์ บันไดเลื่อน สายพานลำเลียงซึ่งมีข้อขัดข้องไม่สามารถตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายได้ที่เข้าสู่กองทุนฯ จึงเป็นกลไกในการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันต่อการให้บริการผู้โดยสาร ประกอบกับขณะนี้ ทย อยู่ในระหว่างจัดทำโครงสร้างเงินทุนหมุนเวียนเพื่อปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการพึ่งพางบประมาณของรัฐปีละ 1,000 ล้านบาท และใช้สำหรับแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของผู้โดยสารในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่เพียงพอ การซ่อมบำรุงล่าช้าและการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทย. จึงขอสอบถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในผลกระทบที่เกิดขึ้น อีกทั้งคำขอของพื้นที่ในการสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ เพื่อบริการประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลอาจจะต้องขอทบทวนหรืออาจจะมีขึ้นได้ยาก เนื่องจาก ทย. ไม่สามารถรับภาระในการบริหารจัดการและซ่อมบำรุงท่าอากาศยานที่เหลือทั้ง 24 แห่งได้ ดังนั้น ทย. อาจจะเสนอกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาเรื่อง Management Contract หรือ PPP เพื่อความโปร่งใส โดย ทย. จึงไม่เห็นด้วยในการส่งมอบการบริหารจัดการท่าอากาศยานกระบี่ให้ ทอท. เนื่องจากมีผลกระทบในทางลบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานต่าง ๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับท่าอากาศยานกระบี่นั้น มีผู้โดยสารที่ใช้บริการ 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นจังหวัดสำคัญ ตามนโยบายการเชื่อมโลกมาเมืองรอง รองรับนักท่องเที่ยวจากจังหวัดภูเก็ตและมีความแออัด ขณะเดียวกัน ในอนาคตกระบี่ไม่ใช่เมืองรอง และจะกลายเป็นเมืองหลัก เนื่องจากรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ พบว่าเป็นอันดับ 5 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ท่าอากาศยานกระบี่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลชุดที่แล้วประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อขยายลานจอดเครื่องบินจาก 11 ลำ เพิ่มเป็น 14 ลำ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอีก 7-8 ปีข้างหน้า หรือเพิ่มเป็น 8 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ ยังมีแผนการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารเพิ่มอีก 1 แห่ง รองรับผู้โดยสารประมาณจาก 3 หมื่นตารางเมตรเป็น 6 หมื่นตารางเมตร และขยายรันเวย์ให้มีระยะทางยาวขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44025</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทย., ทอท., ท่าอากาศยานกระบี่, อธิบดีกรมท่าอากาศยาน, อัมพวัน วรรณโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e3334aed73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแน่ ทย.ทุ่ม2 หมื่นล้านลุยเคาะสร้างสนามบินนครปฐม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) เปิดเผยว่า กรมท่าอากาศยานได้สรุปผลศึกษาโครงการสนามบินใหม่ (General Aviation) เพื่อลดปัญหาความแออัดของสองสนามบินหลักในกรุงเทพคือ สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง สำหรับสนามบินใหม่แห่งนี้คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 3,500 ไร่ อยู่บริเวณรอยต่อ 2 อำเภอ ของจังหวัดนครปฐม คือ ช่วงด้านใต้ของอำเภอ บางเลน และด้านเหนือของอำเภอ นครชัยศรี คาดว่าจะใช้เวลาการก่อสร้าง 4 ปี โดยหลังจากนี้จะเร่งสรุปรูปแบบการศึกษาทั้งหมดเพื่อส่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพื่ออนุมัติงบในการลงทุนต่อไป&amp;nbsp;

สำหรับการลงทุนนั้นจะใข้รูปแบบร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) แต่จะเป็นรูปแบบรัฐลงทุนเองทั้งหมดหรือเอกชนร่วมลงทุนบางส่วนต้องรอผลศึกษาอีกครั้งหนึ่ง แต่เบื้อต้นพบว่ามีเอกชนหลายรายสนใจเข้าร่วมลงทุนเนื่องจากตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ที่สูงมากกว่า 20% ส่วนคาดการณ์ผู้โดยสารในปีแรกจะอยู่ที่มากกว่า 1 ล้านคน/ปี ศักยภาพเทียบเท่ากับสนามบินหลักในภูมิภาคอาทิ สนามบินขอนแก่น และสนามบินสุราษฎร์ธานี ดังนั้นในช่วงเดือน ส.ค.นี้จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Project Sounding) เพื่อนำไปประกอบกับการร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ในอนาคต ทั้งนี้หากสามารถดำเนินการได้ตามแผนคาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างในปี 2566 และเปิดบริการในปี 2568-2569 เมื่อพัฒนาเต็มเฟสแล้วจะรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 25 ล้านคน/ปี


นายจรุณกล่าวต่อว่าสำหรับศักยภาพในสนามบินแห่งใหม่นี้มีค่อนข้างมากด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายในรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตรจากใจกลางเมืองกรุงเทพ และมีมอเตอร์เวย์สายหลักตัดผ่านหน้าสนามบิน คือ มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการเดินทางเข้าสู่เมืองได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถรองรับตลาดการบินในประเทศ (Domestic) ไปจนถึงตลาดการบินเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ได้อีกด้วย ปัจจุบันพบว่าสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ มีสล็อตการบินและพื้นที่จอดเครื่องบินส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นสนามบินแห่งนี้จะรองรับทั้ง สายการบินพาณิชย์ เครื่องบินส่วนบุคคล (Private Jet) สายการบินไม่ประจำ(Charter Flight) เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ไปจนถึงเครื่องบินที่ทำกิจกรรมบนอากาศ อย่างเครื่องบินสำรวจพื้นที่เป็นต้น&amp;nbsp;

&amp;ldquo;ส่วนด้านการเวนคืนพื้นที่นั้นพบว่าในจุดดังกล่าวมีบ้านเรือนประชากรอยู่อาศัยน้อยที่สุดราว 200 หลังคาเรือน รวมทั้งสิ้น 400 แปลง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ไปด้วย&amp;rdquo;นายจรุณ กล่าว

รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยานระบุว่าข้อมูลล่าสุดพบว่าใบอนุญาตการบินทั่วไป (General Aviation) ในประเทศไทยทีได้รับอนุญาตแล้วมีทั้งสิ้น 318 ราย แบ่งเป็น 1.อากาศยานปีกแข็ง (ขนาดน้ำหนักสูงสุดเมื่อบินขึ้นเกินกว่า 500 กิโลกรัมเฮลิคอปเตอร์) รวม 170 ราย และ 2.อากาศยานเบาพิเศษ (อากาศยานที่มีขนาดน้ำหนักสูงสุดเมื่อบินขึ้นไม่เกิน 500 กิโลกรัม) รวม 148 ราย

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41573</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรุณ มีสมบูรณ์, ทย., สนามบินนครปฐม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ecc31cc08c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เล็งเปิดเอกชนประมูลพีพีพีสนามบิน 8พันล้าน ชิงตลาดโลว์คอสอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.เตรียมเปิดประมูลพีพีพีสนามบิน 8 พันล้าน ปั้นสนามบินท่องเที่ยว-ศูนย์ซ่อมเครื่องบิน ชิงเค้กตลาดโลว์คอสอาเซียน ตั้งเป้าดึงแบรนด์ดังเข้าสนามบินภูมิภาค ยันราคาสินค้าไม่เกิน 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ปัจจุบันท่าอากาศยาน(ทย.)ดูแลสนามบินภูมิภาคทั้งหมด 28 แห่ง แต่ปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวและตลาดการบินของประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาคอาเซียนที่มีอัตราเติบโตทางการบินมากกว่าปีละ 5% ส่งผลรัฐบาลต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนสนามบินภูมิภาคเพื่อพัฒนาศักยภาพให้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นตลอดจนขานรับนโยบายท่องเที่ยวเมืองรองอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเห็นชอบการถ่ายโอน 4 สนามบินให้กับ บริษัท การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไปบริหารจัดการและพัฒนาต่อไป นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเสนอแผนเปิดเอกชนเข้าร่วมลงทุน(พีพีพี)สนามบินอีก 4 แห่งได้แก่ สนามบินหัวหิน สนามบินนครราชสีมา สนามบินบุรีรัมย์และสนามบินเพชรบูรณ์ สำหรับแนวทางการร่วมลงทุนนั้นจะทำให้ภาครัฐประยัดงบค่าลงทุนสนามบินอีกทั้งแผนพัฒนายังเดินหน้าได้รวดเร็วอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่าขณะนี้ทย.อยู่ระหว่างเสนอแนวทางพีพีพีสนามบินให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบเพื่อศึกษาแนวทางต่อไปว่าจะใช้ PPP Net Cost หรือ PPP Gross Cost&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอได้ภายในปี 2562 สำหรับแนวทางพัฒนาสนามบินทั้ง 4 แห่งนั้นวงเงินลงทุนราว 8.5 พันล้านบาท เริ่มจากสนามบินหัวหิน วงเงินลงทุน 3.5 พันล้านบาทงานขยายอาคารและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ให้รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10เท่า เป็น 3 ล้านคนต่อปี รวมถึงขยายความกว้างของทางวิ่ง(รันเวย์) และขยายลานจอดเครื่องบินเพิ่มเติมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลตะวันตก(ไทยแลนด์ริเวียร่า) สนามบินบุรีรัมย์ วงเงินลงทุน 3 พันล้านบาทแบ่งเป็นงานขยายรันเวย์ 2 พันล้านบาทและงานขยายอาคารรวมถึงงานติดตั้งระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานการบินสากลเพื่อให้สอดรับกับการเลื่อนชั้นเป็นสนามบินนานาชาติ(International Airport) รองรับนโยบายเมืองท่องเที่ยวกีฬาภาคอีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่สนามบินนครราชสีมา วงเงินลงทุน 2 พันล้านบาท มีศักยภาพด้านพื้นที่เหมาะแก่การพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน(MRO)ของเครื่องบินขนาดเล็กรวมถึงอุตสาหกรรมอะไหล่การบินเชื่อมต่อการขนส่งไปสู่พื้นที่อีอีซี เนื่องจากปัจจุบันในประเทศยังไม่มีโรงซ่อมเครื่องบินขนาดเล็กอย่าง ATR737 เพื่อรองรับดีมานต์ของสายการบินต้นทุนต่ำจำนวนมากในอาเซียนทั้งยังสามารถแบ่งสัดส่วนตลาดจากอินโดนีเซียและสิงคโปร์ได้อีกด้วยเพราะเป็นเพียงสองชาติในอาเซียนที่มีโรงซ่อมแบบนี้ 4.สนามบินเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ราว 5,000 ไร่สามารถเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสวยงามได้เหมาะแก่การพัฒนาเป็น Tourist Airport รับท่องเที่ยวเมืองรอง เช่น การพัฒนาเป็นสนามกอล์ฟดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับสูงเข้ามาในพื้นที่เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;การเปิดพีพีพีสนามบินเป็นการลงทุนแบบซัพพลายไซด์เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในอนาคตที่จะเติบโตขึ้นอีกมาก นอกจากนี้เอกชนยังเก่งเรื่องทำการตลาดและแสวงหาดีมานต์ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐบาลไม่เชี่ยวชาญ&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้ผลการศึกษาแนวทางการพีพีพีสนามบินของทย.นั้นพบว่าระยะเวลาสัมปทานที่มีความเหมาะสมจะต้องมากกว่า 20 ปีขึ้นซึ่งหากสนามบิยใดมีเที่ยวบินน้อยจะได้สัมปทานที่ยาวนานมากขึ้น โดยเอกชนจะเป็นผู้เข้ามาลงเม็ดเงินและบริหารสนามบินทั้งหมดพร้อมแบ่งสัดส่วนรายได้ให้ภาครัฐตามที่ตกลงกัน ขณะที่ทย.จะเป็นผู้กำกับดูแลมาตรฐานบริการและอำนวยความสะดวกให้กับเอกชนและประชาชนผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางการกำหนดสัดส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินท้องถิ่นนั้นจะเป็นสัดส่วน เอกชน 70% และ รัฐวิสาหกิจชุมชน 30% โดยจะคิดค่าเช่าเชิงพาณิชย์ในอัตราที่แตกต่างกันเพื่อส่งเสริมสินค้าชุมชน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการนำสินค้าและบริการแบรนด์ดังเข้ามาภายในสนามบินเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ประชาชนผู้ใช้บริการ แต่ได้เน้นย้ำว่าต้องควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงกว่า 10% เมื่อเทียบกับราคาหน้าร้านปกติ เช่น กาแฟอะเมเซอนขายทั่วไปแก้วละ 55 บาท หากขายในสนามบินต้องห้ามเกิน 65 บาท สำหรับสาเหตุที่ต้องยอมคิดราคาสูงกว่าปกติเนื่องจากปริมาณลูกค้าภายในสนามบินไม่มากเท่ากับในพื้นที่อื่นๆเช่นห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าสินค้าอาหารในสนามบินที่เป็นแบรนด์ดังจะไม่แพงแน่นอน ราคาต้องไม่สูงกว่า 10% เป็นข้อกำหนดตายตัวที่ต้องนำไปปฏิบัติทุกสนามบินให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด&amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทย., ปิดประมูลพีพีพีสนามบิน, สนามบินท่องเที่ยว, สนามบินภูมิภาค, สายการบินโลว์คอส, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c55ac94351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ลุยพัฒนาสนามบินแม่สอดพร้อมเปิดเต็มรูปแบบธ.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.พร้อมให้บริการสนามบินแม่สอดธ.ค.62 &amp;nbsp;เพื่อรองรับผู้โดยสาร 1.8ล้านคนต่อปี หนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลุยโรดโชว์จีนหวังดึงแอร์ไลน์ร่วมธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.61-นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อส่งเสริมการคมนาคมทางอากาศ สนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดตาก และรองรับการลงทุนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ปัจจุบันกรมท่าอากาศยานอยู่ระหว่างการประมูลสิทธิการเช่าอาคารที่ราชพัสดุ เพื่อหาผู้ประกอบการ ร้านค้าประเภทต่างๆที่จะให้บริการภายในอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับร้านค้าวิสาหกิจชุมชนโดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2561 จากนั้นจะทำการทดสอบระบบต่างๆ ภายในอาคาร และเปิดให้บริการผู้โดยสารได้ในเดือนธันวาคมปี2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันได้ขยายทางขับลานจอดอากาศยานและทางวิ่งจากเดิม ขนาด 1500เมตร ให้เป็นเมตร 2100 เมตร &amp;nbsp;ใช้งบประมาณ368ล้านบาท ซึ่งมีความคืบหน้า13.10%และจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ทางวิ่ง รวมกับอาคารผู้โดยสารเดิมจะทำให้ขีดสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น1.8ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน4แสนคนต่อปี โดยคาดว่าหลังปี63ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น8แสนคนต่อปีและผลักดันให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20%ต่อปี &amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการสายการบินทั้งในและต่างประเทศได้แสดงความสนใจที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่โดยใช้แม่สอดเป็นฐานการบินในการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน เวียดนาม และลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมท่าอากาศได้เล็งเห็นถึงสัญญาณการเติบโตของผู้โดยสารจีนที่จะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 30% ต่อเที่ยวบิน จึงได้วางแผนเดินทางไปโรดโชว์ ที่เมืองกว่างโจว ในเดือนกันยายนเพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพของท่าอากาศยานแม่สอด พร้อมเจรจาธุรกิจร่วมกับสายการบินจีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16581</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, จังหวัดตาก, ทย., สนามบินแม่สอด, เปิดให้บริการ ธ.ค. 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b89ede2e9af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
