<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติในหลวง-ราชินี เสด็จฯวันมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 เวลา 17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2564
ครั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp; ยืนหน้าเก้าอี้ที่จัดไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์
พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงจุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม ดังนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ศิลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย (เครื่องห้า) สำหรับทรงธรรม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับทรงธรรม ทรงศีล พระราชวิสุทธิมุนี วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก และเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด ต่อมาประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว ออกจากพระอุโบสถ
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในและโดยรอบวัดพระแก้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายพสกนิกรต่างมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่บริเวณถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ต่อเนื่องมาถึงหน้าศาลหลักเมือง โดยพสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีม่วง โบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงพระนามาภิไธยย่อ ส.ท. ถือพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยใจรักและภักดี เช่นเดียวกับภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่บางส่วนและรอบพระอุโบสถให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน พสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั้งก้มกราบแนบพื้นด้วยความปลื้มปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จ
สำหรับประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ผ่านจุดคัดกรอง แสดงบัตรประชาชน ลงทะเบียนแอปพลิเคชันไทยชนะ และตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมรับเจลล้างมือพระราชทานก่อนเข้าไปในพื้นที่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา, ทรงพระเจริญ, พระราชกุศลมาฆบูชา, มาฆบูชา, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันมาฆบูชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6039061ce1018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10ทรงเปิดอาคารศาล ปชช.รับเสด็จเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม พสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญ &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot;&amp;nbsp; ย้ำทหารภาคเหนือสานต่องานโครงการพระราชดำริเพื่อประโยชน์ต่อ ปชช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563 เวลา 18.08 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp; ณ อาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงศาลากลางจังหวัดนครปฐม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสด็จฯ ขึ้นลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม เสด็จฯ เข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางชลฎา ลีนะเปสนันท์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้วนางเมทินี&amp;nbsp; ชโลธร ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลรายงาน และขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จฯ ออกจากพลับพลาพิธีไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางลงในเบ้า พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย &amp;ldquo;อาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม&amp;rdquo; พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เสร็จแล้ว เสด็จฯ เข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายพงษ์เดช&amp;nbsp; วานิชกิตติกูล ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 และศาลจังหวัดนครปฐม เฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ จากนั้น นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 เฝ้าฯ&amp;nbsp; ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย นายชูตระกูล ศรีศักดา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp; เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จฯ ไปยังห้องรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธยและทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังบริเวณสนามโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ทรงพระดำเนินเยี่ยมพสกนิกรชาวจังหวัดนครปฐมที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ภายหลังจากเสร็จพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวล มีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรอย่างใกล้ชิด เมื่อทรงพระดำเนินผ่านพสกนิกรทุกหมู่เหล่าซึ่งสวมเสื้อสีเหลืองต่างพร้อมใจเปล่งเสียง &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. รวมถึงเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มาถือเป็นมิ่งขวัญรับเสด็จในโอกาสนี้ด้วย สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ภาคเหนือระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย.63 โดยได้ย้ำให้หน่วยทหารสานต่องานโครงการพระราชดำริ ศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือมาอย่างยาวนาน โดยระบุว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่มากมาย ศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งกองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 3 จะได้ใช้ศักยภาพของหน่วยทหารในการสานต่อโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญ, ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 7, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม, เปล่งเสียงทรงพระเจริญ, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb53807c420b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จฯทรงเปิดรถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองแน่นสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง เขตบางแค เปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; กึกก้อง รับเสด็จในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.35 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สาย &amp;quot;เฉลิมรัชมงคล&amp;quot; (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยาย ณ สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย เขตพระนคร-สถานีรถไฟฟ้าหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเสด็จฯ ถึงสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายสราวุธ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ โดยมีประชาชนที่สวมเสื้อสีเหลืองมาจับจองพื้นบริเวณฟุตปาธริม ถ.สนามไชย อย่างคับคั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จฯ เข้าสถานีไปยังมณฑลพิธี ประทับพระราชอาสน์ ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร และบัตรโดยสารรถไฟฟ้าที่ระลึก แล้วทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ &amp;quot;โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล&amp;quot; ก่อนทรงรับการน้อมเกล้าฯ ถวายแบบจำลองรถไฟฟ้า และเสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สาย &amp;quot;เฉลิมรัชมงคล&amp;quot; (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังชั้นชานชาลา เสด็จฯ เข้ารถไฟฟ้าพระที่นั่ง ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 11 กิโลเมตร โดยเส้นทางการเดินรถไฟฟ้านี้จะลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยไปยังสถานีรถไฟฟ้าอิสรภาพ และเปลี่ยนเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับที่สถานีรถไฟฟ้าท่าพระจนถึงสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ใช้เวลา 12 นาที รวม 9 สถานี โดยไม่จอดตามสถานีระหว่างทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ แล้วเสร็จคือ ช่วงที่ 1 สถานีบางซื่อ-สถานีเตาปูน ช่วงที่ 2 สถานีหัวลำโพง-สถานีหลักสอง และช่วงที่ 3 สถานีเตาปูน-สถานีท่าพระ ซึ่งเป็นเส้นทางต่อเนื่องของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน &amp;quot;เฉลิมรัชมงคล&amp;quot; และปัจจุบันมีการเปิดให้บริการสำหรับช่วงที่ 1 ช่วงที่ 2 และช่วงที่ 3 ครบถ้วนแล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 วันที่ 29 กันยายน 2562 และวันที่ 30 มีนาคม 2563 ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเส้นทางส่วนใหญ่เป็นวงกลมครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน จำนวน 4 สถานี และโครงสร้างรถไฟฟ้ายกระดับ 16 สถานี จำนวนรวม 20 สถานี ซึ่งโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยายนี้ ได้เสนอเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อ &amp;quot;เฉลิมรัชมงคล&amp;quot; ซึ่งมีความหมายว่า งานเฉลิมความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา เป็นชื่อเส้นทางรถไฟฟ้าดังกล่าวด้วย นับเป็นสิริมงคลและเกียรติประวัติแก่กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น ซึ่งขณะนี้โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล ได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนตลอดเส้นทางอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการลดปัญหาการจราจรตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ บริเวณลานห้างเดอะมอลล์ บางแค แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทั้งนี้ ประชาชนที่มารอรับเสด็จพากันเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญ, ทรงเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานคร, ประชาชนสวมเสื้อสีเหลือง, รับเสด็จ, สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย, สายเฉลิมรัชมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201114/image_big_5fafb95bb9f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; ทรงพระอักษรบนพระบรมฉายาลักษณ์ &#039;ช่วยกันรักประเทศไทย&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63-&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา &amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา &amp;nbsp;ออกจากศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง &amp;nbsp; ไปตามถนนจักรีจรัณย์ &amp;nbsp;เสด็จออกประตูวิเศษ ไชยศรี แล้วเลี้ยวขวาสู่ถนนหน้าพระลาน &amp;nbsp;ทรงพระดำเนินไปตามถนนหน้าพระลาน เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรทุกหมู่เหล่าที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น&amp;nbsp;ระหว่างที่ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงโบกพระหัตถ์แย้มพระสรวล ทักทายราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ อีกทั้งยังทรงโน้มพระวรกายเพื่อทรงมีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรอย่างไม่ถือพระองค์ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มใจซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฎิสันธารตอบกับราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จและเปล่งเสียงถวายพระพร &amp;ldquo;เรารักในหลวง&amp;rdquo;ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ซึ่งพระองค์ก็ตอบกลับไปว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราก็รักประชาชน&amp;rdquo; และทรงมีพระราชปฎิสันถารความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ต้องช่วยกันรักษาบ้านเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระอักษรบนพระบรมสาทิสลักษณ์ที่พสกนิกรนำมาแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ &amp;nbsp;บริเวณถนนหน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง ความว่า &amp;quot;ช่วยกันรักประเทศไทย และพี่น้องประชาชน รักบ้านเรา รักพี่น้องร่วมชาติ ด้วยความเมตตาและร่วมสามัคคีทำความดี&amp;quot; สร้างความปีติให้แก่พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มประชาชนจัดทำป้ายไฟข้อความว่า &amp;ldquo;เรารักในหลวง&amp;rdquo; , &amp;ldquo;เรารักพระราชินี&amp;rdquo;,&amp;rdquo;ปกป้องสถาบัน&amp;rdquo; แสดงถึงความรักต่อในหลวงและพระราชินี ล้นเกล้าทั้ง 4 พระองค์ ทรงแย้มพระสรวล ประชาชนต่างซาบซึ้งใจได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด เป็นช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย ทรงพระดำเนินถึงแยกหน้าศาลหลักเมือง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากปักหลักเฝ้าฯ รอรับเสด็จตั้งแต่ช่วงเช้า &amp;nbsp;สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญ, รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9eae8c8d5f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มปีติเสด็จฯเยาวราช คนไทยเชื้อสายจีนเปล่งเสียงทรงพระเจริญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คนไทยเชื้อสายจีนสุดปลื้มปีติ &amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์ พสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่น พร้อมเปล่งคำ &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; กึกก้องถนนเยาวราช&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 17.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี &amp;nbsp; สดุดีมหาจักรีวงศ์ และทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยเชื้อสายจีน โดยประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน &amp;nbsp;พระราชวังดุสิต ไปยังวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, คณะรัฐมนตรีและภริยา, &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และคณะกรรมการวัดไตรมิตรฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดสูท เนคไทสีแดง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในฉลองพระองค์ชุดกี่เพ้าสีแดง ทั้งสองพระองค์มีพระพักตร์แจ่มใส ครั้นเสด็จฯ ถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธทศพลญาณ พระประธานพระอุโบสถ ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธทศพลญาณ พระประธานพระอุโบสถ ทรงกราบ ก่อนเสด็จฯ ออกจากพระอุโบสถไปยังพระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผ้าไตรพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผ้าไตรพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายของที่ระลึก ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากวัดไตรมิตรวิทยาราม ไปยังซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ ถ.เยาวราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จฯ ถึงซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ โดยมีนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และประธานจัดงาน พร้อมคณะกรรมการจัดงานเฝ้าฯ รับเสด็จ และถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล โดยนางสมศรี ตั้งสิทธิ์ภักดี ผู้แทนบริษัท ห้างขายทองจินฮั้วเฮง จำกัด เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายมังกรทองคำที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนางดาว ตั้งสิทธิ์ภักดี &amp;nbsp;เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายม้าทองคำที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี จากนั้น นายแสงชัย โสตวีรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และประธานดำเนินการจัดงาน กราบบังคมทูลเบิกบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ตามลำดับ เข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึก&amp;nbsp;
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเอ็งกอจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 ชุด จากนั้นเสด็จฯ ไปยังบริเวณแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์ และการแสดงสีเสียงในอุโมงค์ LED ขนาดกว้าง 9 เมตร สูง 4 เมตร ยาว 20 เมตร จากนั้นเสด็จฯ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมีฯ ความยาว 8 นาที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.32 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ มายังโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ โดยมีนายชาญวิทย์ หิรัญอัศว์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ และคณะกรรมการฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิมโพธิสัตว์) ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ทรงกราบ ทอดพระเนตรนิทรรศการเกริกฟ้า ก้องไกร ประชาไทยร่มเย็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นายชาญวิทย์เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายมังกรทองคำที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางวิไล หิรัญอัศว์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายลูกท้อคู่ทองคำที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก ฉายพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี และคณะกรรมการจัดงานจำนวน 4 ชุด ชุดละ 30 คน จากนั้นเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรไปตามถนนเยาวราช ระยะทาง 700 เมตร ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลทักทายพสกนิกร ประชาชนทุกเพศทุกวัยก้มลงกราบ และเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง&amp;nbsp;
จากนั้นประทับพักพระราชอิริยาบถตามพระราชอัธยาศัย ณ โรงแรมแกรนด์ไชน่า ต่อมาทรงประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังวัดมังกรกมลาวาส ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรไปตามถนนเสือป่า-ถนนเจริญกรุง-วัดมังกรกมลาวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ถึงวัดมังกรกมลาวาส โดยมีคณะกรรมการวัดมังกรกมลาวาส เฝ้าฯ รับเสด็จ &amp;nbsp;
การนี้ เสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย (พระสังกัจจายน์) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระศรีอริยเมตไตรย ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระศรีอริยเมตไตรย ทรงกราบ จากนั้นเสด็จ ฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระประธานอุโบสถ อันประกอบด้วย พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระประธานอุโบสถ 3 องค์ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระประธานอุโบสถ 3 องค์ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์จีนนิกายเจริญชัยมงคลคาถา ถวายพระพรชัยมงคลจบ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม ถวายของที่ระลึก พระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น ถวายของที่ระลึก พระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย และถวายของที่ระลึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น เสด็จฯ ไปยังวิหารเทพเจ้าประจำวัด โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาเทพเจ้าประจำวัด ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาเทพเจ้าประจำวัด ทรงกราบ เสด็จฯ ไปยังวิหารพระกษิติครรภโพธิสัตว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ทรงกราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จฯ ไปยังวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิมโพธิสัตว์แห่งความกรุณา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ทรงกราบ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังวิหารปฐมบูรพาจารย์ (สกเห็งโจวซือ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาปฐมบูรพาจารย์ (สกเห็งโจวซือ) ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาปฐมบูรพาจารย์ (สกเห็งโจวซือ) ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จฯ ไปยังวิหารสังฆปริณายกองค์ที่หกแห่งจีนนิกายณาน ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง (ฮุยเล้งโจวซือ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาสังฆปริณายกองค์ที่หกแห่งจีนนิกายณาน ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง (ฮุยเล้งโจวซือ) ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาสังฆปริณายกองค์ที่หกแห่งจีนนิกายณาน ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง (ฮุยเล้งโจวซือ) ทรงกราบ โอกาสนี้ ทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 12.15 น. จุดคัดกรองใหญ่ 1 จุด ถนนโปริสสภา และจุดคัดกรองย่อย 42 จุด โดยรอบพื้นที่จัดงาน เปิดให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในหลวงและพระราชินี &amp;nbsp;โดยประชาชนต้องใช้บัตรประชาชนผ่านจุดคัดกรอง มีประชาชนจำนวนมากสวมใส่เสื้อสีเหลืองทยอยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจับจองพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จ โดยภายในงานจัดเตรียมเสื่อปูนั่งอำนวยความสะดวกประชาชน ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาแจกจ่ายธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ธงพระปรมาภิไธยย่อ วปร. พระปรมาภิไธยย่อ สท. และธงชาติแก่ประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศถนนเยาวราชตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยโคมไฟ ธงตราสัญลักษณ์ ผ้าสีเหลืองและม่วง พร้อมป้ายข้อความทรงพระเจริญ ที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมถึงประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวชนพร้อมใจกันนำมาประดับตกแต่งอาคารร้านค้าบ้านเรือน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและปลื้มปีติที่ได้ชื่นชมพระบารมีของสองพระองค์อย่างใกล้ชิด โดยมีประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่นพื้นที่ ถ.เยาวราช และ ถ.เจริญกรุง อีกทั้งสมาคมต่างๆ และผู้ประกอบการย่านเยาวราช จัดเตรียมอาหาร 150 ร้านค้า เพื่อบริการอาหารฟรีแก่ผู้มาร่วมงานด้วย ขณะที่เวลา 13.00 น. บริเวณหน้าโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ สมาคมต่างๆ จัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ 10 ริ้วขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิสมา ศิโรรัตน์สกุล ชาวหัวลำโพง กล่าวว่า อาศัยอยู่ย่านนี้ เวลาที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ มาเยาวราช จะมารับเสด็จเสมอ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อรู้ว่าพระองค์จะเสด็จฯ มา ก็รีบมาปักหลักรอ อยากจะเห็นอย่างใกล้ๆ และรู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่งที่เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ได้เสด็จฯ มาเยือนชาวไทยเชื้อสายจีน ยังความปลาบปลื้มเป็นที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์ และการแสดงสีเสียงในอุโมงค์ LED ขนาดกว้าง 9 เมตร สูง 4 เมตร ยาว 20 เมตรที่ ถ.เยาวราช จะจัดแสดงจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2562.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51946</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยเชื้อสายจีน, ทรงพระเจริญ, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ, ปลื้มปีติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea5c1ced1ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10เสด็จฯพระราชพิธีพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ &amp;nbsp; ทรงประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2562 พสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จเปล่งเสียง &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; กึกก้อง ในหลวงทรงแย้มพระสรวลทักทาย ยังความปลาบปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้ &amp;ldquo;วธ.&amp;rdquo; แจงการจัดงานมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 7 วัน เผย 10 ชาติส่งการแสดงเข้าร่วมเทิดไท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เวลา 16.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถยนต์พระที่นั่งเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จขึ้นพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล พระราชาคณะประธานสงฆ์ถวายศีล จบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงพระสุหร่าย สรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9, พระคันธารราษฎร์ รัชกาลที่ 5, พระคันธารราษฎร์ใหญ่ประทับนั่ง 1 องค์, พระคันธารราษฎร์จีนประทับนั่ง 1 องค์ ประทับยืน 1 องค์, พระคันธารราษฎร์บันได, พระคันธารราษฎร์รวงข้าว, พระคันธารราษฎร์จีน รัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;ประทับนั่ง 1 องค์, พระคันธารราษฎร์ปางขอฝน &amp;nbsp;รัชกาลที่ 10 ประทับนั่ง 1 องค์, ประทับยืน 1 องค์ และพระคันธารราษฎร์ รัชกาลที่ 10 ประทับยืน 1 องค์ ทรงประพรมพืชต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ 2 ข้างนั้นด้วย ทรงโปรยข้าวตอกและถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปนั้นทุกองค์&amp;nbsp;
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธคันธารราษฎร์ ทรงอธิษฐานขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลราชอาณาจักร ประทับพระราชอาสน์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคล &amp;nbsp;จบ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบ ทรงหลั่งน้ำสังข์ทรงเจิม นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา และพระราชทานพระธำมรงค์กับพระแสงปฏัก นายอนันต์รับพระราชทานแล้วออกไปนั่งที่เดิม ขณะพระราชทานน้ำสังข์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิมผู้เป็นเทพีในการแรกนาขวัญ น.ส.กันยารัตน์ นาคกูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, น.ส.ดวงพร งามประดิษฐ์ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ กรมวิชาการเกษตร, น.ส.ณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ กรมวิชาการเกษตร และ น.ส.อาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงเจิมเทพีเสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินกลับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันที่ 9 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ทรงเป็นประธานงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทั้งนี้ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล และส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันประกอบพระราชพิธี จะได้มีการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกาย ซึ่งแต่ละผืนมีความหมายแตกต่างกันออกไป ในการนี้ พระโคกินเลี้ยงพราหมณ์จะเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งที่ตั้งเลี้ยงพระโค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริเวณถนนหน้าพระลานและรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีพสกนิกรสวมเสื้อเหลืองเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวลทักทายพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น ต่างปลาบปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และรองนายกฯ ได้นำแจกันดอกไม้ไปถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ และถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี รวมทั้งมอบผู้แทนถวายแจกันดอกไม้เพื่อถวายพระพรพระบรมวงศ์ ในโอกาสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย สถาปนาและเฉลิมพระนามพระบรมวงศ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/62 ว่าที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมการจัดงานมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. รวมเวลา 7 วัน ณ ท้องสนามหลวง และ ณ สถานที่จัดงานส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด โดยมีพิธีเปิดวันที่ 22 พ.ค. เวลา 18.30 น. พร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีการแสดงชุดต่างๆ เช่น รำถวายพระพรอาศิรวาททวยราษฎร์น้อมจอมราชัน การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระบารมีมิ่งฟ้ารามาวตาร จำนวน 3 ตอน ได้แก่ ตอนสถลมาศเฉลิมราชจักรี โดยมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ตอนปราบกลอสุรีลงกา โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และตอนบรมราชาภิเษกพระราม โดยสำนักการสังคีตกรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งถ่ายทอดสดพิธีเปิดงานทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9, ช่อง 11, ช่อง 5 TGN ซึ่งออกอากาศ 170 ประเทศทั่วโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวต่อว่า เป็นที่น่ายินดี ขณะนี้มีประเทศต่างๆ 10 ประเทศตอบรับเข้าร่วมมหกรรมการแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติในวันที่ 27 พ.ค. ณ เวทีกลางสนามหลวง ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย จัดการแสดงระบำหน้ากาก, ระบำศิวนาฏราช และระบำเอกภาพบนความหลากหลาย, ประเทศเมียนมา จัดแสดงระบำในราชสำนัก, ประเทศเวียดนาม จัดแสดงประกอบการขับร้องเพลงสวัสดีเวียดนาม และระบำพื้นบ้านเวียดนาม, ประเทศสิงคโปร์ การแสดงชุดระบำอวยพรจากรวมชาติพันธุ์สิงคโปร์, ประเทศเกาหลีใต้ การแสดงระบำพัดพูเชชุม และยังมีการแสดงจากประเทศอินเดีย, ประเทศกัมพูชา, ประเทศมาเลเซีย, ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศจีน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวอีกว่า เวทีการแสดงในมหรสพสมโภชแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เวทีกลาง ณ สนามหลวงแสดงตั้งแต่เวลา 18.30-21.30 น. ตลอด 7 วัน มีการแสดงที่น่าสนใจ อาทิ โขนชุดพระบารมีมิ่งฟ้ารามาวตาร, การละเล่นของหลวง, มหาดุริยางค์สากลรวมใจภักดิ์ดนตรีสากล, มหาดุริยางค์ไทยแห่งรัตนโกสินทร์ดนตรีไทย, มหกรรมลูกทุ่งไทยเทิดไท้องค์ราชามหาวชิราลงกรณ, การแสดงละครในสวนฝันผสานใจภักดิ์ถวายองค์ราชัน รับบทโดยสินจัย เปล่งพานิช, โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรณธนะภูติ และเบลล่า-ราณี แคมเปน รวมถึงเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ร่วมแสดงและขับร้องเพลง กำกับการแสดงโดยสุประวัติ ปัทมสูต ศิลปินแห่งชาติ
นอกจากนี้ ตลอด 7 วัน ช่วงเวลา 21.30-23.00 น. มีการแสดงไฟประดับประกอบแสงสีเสียงชุดแสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งมีกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม สาธิตการทำอาหารและขนมไทย ส่วนเวทีย่อยมี 2 เวที ได้แก่ เวทีฝั่งศาลฎีกา และฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงเวลา 17.30-18.30 น. เช่น หุ่นละครเล็กโจหลุยส์, โขนสด, กระตั้วแทงเสือ, มหกรรมเพลงพื้นบ้านประกอบด้วย ลำตัด, เพลงฉ่อย, อีแซว, เพลงทรงเครื่อง, ละครชาตรี, โขนโรงเรียนสาธิต มศว, โขนมูลนิธิคึกฤทธิ์, โขนโรงเรียนอำนวยวิทย์, หนังใหญ่วัดขนอน, หนังตะลุง (ภาคใต้), หุ่นสายเสมา ขณะที่ในส่วนภูมิภาค กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดมหรสพสมโภชพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 22 พ.ค. เวลา18.30 น. เป็นต้นไป ณ พื้นที่จัดงานทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่พระราชทานเงินแก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 631 ล้านบาท ให้กับ 11 รพ.ในสังกัดกระทรวงและกรมการแพทย์ โดยจะนำเงินพระราชทานที่ได้รับนี้ไปจัดซื้อคุรุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยจะมีคณะกรรมการจัดซื้อ และถวายรายงานและความคืบหน้าเป็นระยะ คาดว่าจะมีการจัดซื้อแล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยครุภัณฑ์ที่จัดซื้อมีตั้งแต่เครื่องตรวจมะเร็งเต้านม และเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ โดยสถาบันได้รับเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 83.4 ล้านบาท ซึ่งมีพระบรมราโชบายให้นำเงินจำนวนนี้ไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยอุปกรณ์การแพทย์ต้องมีความทันสมัย โดยสถาบันจะจัดซื้ออุปกรณ์ทั้งสิ้น 27 รายการ ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันขาดแคลน โดยคาดว่าจะเร่งให้มีการจัดซื้อแล้วเสร็จภายใน 90 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง กล่าวว่า รพ.กลางได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงิน 35 ล้านบาท โดยจะนำมาจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยและจำเป็นในโรงพยาบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่มารับบริการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ในส่วนของศิริราชพยาบาล ได้รับพระราชทานเงินเพื่อจัดซื้อคุรุภัณฑ์ สำหรับอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาหลายร้อยล้านบาทจนครบ ซึ่งเป็นอาคารที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามไว้ โดยคุรุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จะจัดซื้อนี้จะมีความทันสมัย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช และเชื่อว่าเงินพระราชทานที่ให้กับ รพ.ทั้ง 27 แห่งนี้ จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2ed80c4c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสด็จออกสีหบัญชร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; พร้อม &amp;ldquo;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;rdquo; เสด็จออกสีหบัญชร ท่ามกลางเสียงพสกนิกรที่เปล่งคำ &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; ถวายพระพรชัยมงคลดังกึกก้อง &amp;nbsp;ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวล ยังความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น มีพระราชดำรัสตอบแก่ประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ขอให้ความพร้อมเพรียงในการแสดงไมตรีจิตครั้งนี้จงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกคนทุกฝ่ายพร้อมกันบำเพ็ญกรณียกิจ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.53 น. วันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวังในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช &amp;nbsp;2562 เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท
รถยนต์พระที่นั่งเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ประตูเหล็กกล้าประตูเหล็กเพชร กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หลังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เสด็จขึ้นท้องพระโรงหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท การนี้พระอนุวงศ์และองคมนตรีเฝ้าฯ รับเสด็จ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;กราบบังคมทูลเบิกจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และผู้แทนคณะพาณิชย์ &amp;nbsp;ได้แก่ ประธานหอการค้าไทย-จีน, ประธานหอการค้าอินเดีย-ไทย, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลทางทิศใต้ คณะต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวายซองบรรจุคำถวายพระพรชัยมงคล
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้นำองค์การศาสนา &amp;nbsp;4 คณะ ได้แก่ พระคาร์ดินัล เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช กับคณะโรมันคาทอลิก, ศาสนาจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ &amp;nbsp;มหชวโรจน์ กับคณะคริสตจักร, นายสุขิต นารูลา กับคณะพราหมณ์-ฮินดู, นายนาริน นารูลา กับคณะไทย-ซิกข์ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลทางทิศเหนือ คณะต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวายซองบรรจุคำถวายพระพรชัยมงคล
จากนั้นเวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท&amp;nbsp;
ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 &amp;nbsp;นัด เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่าว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามขัตติยราชประเพณี สมบูรณ์พร้อมด้วยพระบรมราชอิสริยยศครบถ้วนทุกสิ่งสรรพแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วทุกสารทิศ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาถึงความปีติเกษมโสมนัส ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นับแต่พระปฐมกษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ได้เสด็จขึ้นทรงครองสิริราชสมบัติ สืบเนื่องมาถึงรัชสมัยแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ราชอาณาจักรไทยได้ดำรงคงอยู่อย่างมีเอกราช และมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อม อาณาประชาราษฎร์ต่างพึ่งพิงอาศัยในพระราชอาณาจักรอย่างร่มเย็นเป็นสุขทุกถ้วนทั่วกัน ภายใต้พระบรมโพธิสมภารเสมอมา
ในกาลปัจจุบันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แก่ใจดียิ่งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงบำเพ็ญปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อประสิทธิความผาสุกสืบสวัสดิ์ ทั้งความไพบูลย์วัฒนาสถาพรแก่ชาติบ้านเมือง ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ยังความปลาบปลื้มปีติสุขแก่ผองพสกนิกรทั้งปวง พระบรมเดชานุภาพและพระบารมี ยังได้เกิดความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ เป็นพลังหนุนนำให้ภาครัฐภาคเอกชน และปวงประชาชนทุกหมู่เหล่า มีศรัทธา เชื่อมั่น ที่จะร่วมกันบำรุงรักษาและพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองสืบไป ปวงข้าพระพุทธเจ้า เหล่าข้าราชการพลเรือน ทั้งตำรวจ ทหาร ประชาชน จิตอาสา และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จะถวายความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ไว้ด้วยชีวิต โดยจะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่สนองพระราชปณิธาน ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระปฐมบรมราชโองการ อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะสร้างความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอันประเสิรฐ อานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลจักรวาล และพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพกษัตราธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล พร้อมด้วยพิพิธพรชัยอันไพสิฐ พระเกียรติคุณวิบูลย์ขจรไกลไปทั่วทิศานุทิศ สถิตเสถียรในไอศูรย์สิริราชสมบัติ เพื่อเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกร ตราบจิรัฐิติกาล &amp;nbsp;เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ&amp;quot;
จบแล้ว กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พสกนิกรเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบ ความว่า
ขอให้พร้อมบำเพ็ญกรณียกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าพเจ้าและพระราชินี รู้สึกยินดีและปลื้มใจมากที่ได้เห็นประชาชนทั้งหลายมีไมตรีจิตพร้อมเพรียงกัน มาร่วมแสดงความปรารถนาดีในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้ ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้เพื่ออวยชัยให้พรแก่ข้าพเจ้าด้วยน้ำใจไมตรี และความปรารถนาดีอย่างจริงใจนั้น เป็นที่จับตาจับใจ และทำให้ข้าพเจ้าอิ่มใจอย่างยิ่ง ขอให้ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลาย ในการแสดงไมตรีจิตแก่ข้าพเจ้าครั้งนี้จงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกคนทุกฝ่ายจะพร้อมกันบำเพ็ญกรณียกิจ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป ขอขอบใจในคำอำนวยพร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในนามของทุกคน และขอสนองพรให้ทุกท่านมีความผาสุกสวัสดี พร้อมทั้งความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาโดยทั่วกัน&amp;quot; &amp;nbsp;
จบพระราชดำรัส ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวนำถวายพระพร &amp;quot;ทรงพระเจริญ &amp;nbsp;ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ&amp;quot;&amp;nbsp;
ในระหว่างที่เสด็จออกสีหบัญชร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวล &amp;nbsp;ทักทายพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ &amp;nbsp;มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จออกสีหบัญชร พระบรมวงศ์ทุกพระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน &amp;nbsp;
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพแสดงความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่อัฒจันทร์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เสด็จฯ ไปประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศ์ เสด็จลงจากพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พล.อ.ประยุทธ์ได้นำพสกนิกรที่อยู่บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทและบริเวณใกล้เคียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง โบกธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกและธงชาติโดยพร้อมเพรียง พสกนิกรจำนวนมากหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปีติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวินาทีประวัติศาสตร์และได้หลอมรวมดวงใจเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเวลา 17.34 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกท้องพระโรงกลางทางพระทวารด้านพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ทรงยืนบนพระสุจหนี่หน้าพระที่นั่งพุดตานถมภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พันโทสมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายบริหารนโยบายและปฏิบัติการปฏิบัติหน้าที่สมุหพระราชมณเฑียร กราบบังคมทูลพระกรุณาเบิกนางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ในฐานะคณบดีคณะทูตเฝ้าฯ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามของผู้เฝ้าฯ ความว่า
ยึดมั่นในพันธกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนแสดงความยินดีอย่างจริงใจ ในนามตัวแทนคณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย ขอส่งความปรารถนาดีต่อพระองค์และชาวไทยให้ประเทศคงความผาสุก &amp;nbsp;ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้าสืบไป ข้าพเจ้าขอยืนยันกับพระองค์ว่าประเทศต่างๆ จะยึดมั่นในพันธกิจที่จะส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศของพวกเรา&amp;ldquo; จบแล้ว วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&amp;nbsp;
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบความว่า &amp;ldquo;ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความชื่นชมและประทับใจมากในคำอวยพรอันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ซึ่งท่านคณบดีคณะทูตได้กล่าวในนามคณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้ ขอขอบใจในน้ำใจไมตรีของท่านทั้งหลายที่ได้แสดงความปรารถนาดีต่อเราทั้งสองประเทศ และประชาชนชาวไทย ทั้งยังแสดงความตั้งใจจริงที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในประการนี้ขอให้ท่านมั่นใจได้ว่า ท่านจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลและประชาชนคนไทย และข้าพเจ้าเองจะพยายามส่งเสริมสัมพันธไมตรีที่มีอยู่ให้ยิ่งเจริญงอกงามและธำรงยั่งยืนสืบไป &amp;nbsp; ขอสนองพรทุกท่านให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งขอให้ประเทศและประชากรซึ่งท่านเป็นผู้แทนอยู่ในราชอาณาจักรนี้มีความรุ่งเรืองไพบูลย์ตลอดไป &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบแล้ว วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับคณบดีคณะทูตและมีพระราชปฏิสันถารตามพระราชอัธยาศัย สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากท้องพระโรงกลางไปประทับพักพระราชอิริยาบถพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีเสด็จออกจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทไปยังรถยนต์พระที่นั่ง ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทยเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 130 ประเทศ และผู้แทน คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (escap) รวมทั้งสิ้น 235 คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตต่างประเทศ ที่มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย กงสุลใหญ่ และกงสุลกิตติมศักดิ์ ประจำประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตานุทูต ณ พระที่นั่ง บรมราชสถิตยมโหฬาร
ทั้งนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำเข็มกลัดที่ระลึกตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ข้อความ &amp;ldquo;เสด็จออกสีหบัญชร 6 พฤษภาคม 2562&amp;rdquo; จำนวน 100,000 เข็ม เพื่อมอบแก่ประชาชนที่มารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จออกสีหบัญชร ในจุดคัดกรอง 6 จุด &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า 2.บริเวณแม่พระธรณีบีบมวยผม 3.บริเวณท่าช้าง 4.บริเวณสะพานช้างโรงสี 5.บริเวณสะพานมอญ และ 6.บริเวณสะพานเจริญรัช เช่นเดียวกับการประประปานครหลวงได้จัดทำกระบอกน้ำที่ระลึก จำนวน 300,000 ใบ มาแจกแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน &amp;nbsp;ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้นำกล่องข้าวพร้อมใส่อาหารมาแจกประชาชนที่มาร่วมงานวันละ &amp;nbsp;1,000 กล่อง โดยมีจุดแจกที่สถานีรถไฟหัวลำโพง&amp;nbsp;
ปชช.สุดปลื้มปีติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดคัดกรองบริเวณด้านข้างสวนสราญรมย์ ตรงข้ามกับพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทนั้น &amp;nbsp;ตั้งแต่เช้ามืดมีประชาชนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองนำเสื่อและแผ่นพลาสติกมาจองเต็มพื้นที่ โดย น.ส.สุคนธ์ทิพย์ ปราชญ์บุรัสกร ชาวสกลนคร อายุ 56 ปี กล่าวว่า ตื่นตั้งแต่ตีสาม เตรียมพร้อมเพื่อมาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จและถวายพระพรชัยมงคล โดยนำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่กระเป๋ามาด้วย มาถึงสวนสราญรมย์เวลาเกือบตีห้า รีบเอาแผ่นพลาสติกมาปูจอง เพื่อชมพระบารมีให้ใกล้ชิดที่สุด จะเปล่งเสียงทรงพระเจริญให้ดังที่สุด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ทรงงานมากมายโดยที่คนไทยไม่ทราบ ทรงปิดทองหลังพระ ติดตามข่าวในหลวงพระราชทานสิ่งของแก่ทหารชายแดนใต้ที่บาดเจ็บจากเหตุร้ายต่างๆ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรักและห่วงใยทุกข์สุขของราษฎร เมื่อวันอาทิตย์ได้เฝ้าชมพระบารมีขบวนพยุหยาตราสถลมารค เมื่อริ้วขบวนผ่านก็หลั่งน้ำตาโดยไม่รู้ตัว พระราชพิธีเสด็จออกสีหบัญชรจะเป็นภาพความทรงจำไปตลอด&amp;rdquo; น.ส.สุคนธ์ทิพย์กล่าว
น.ส.เกศสิรินี ทินมณี ชาวกรุงเทพฯ อายุ 40 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านพักย่านบึงกุ่มเพื่อจับจองพื้นที่ด้านหน้าสวนสราญรมย์ เพราะอยากร่วมถวายพระพรชัยมงคล ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต เราเกิดมาเป็นคนไทยมีความสุขใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร วันนี้มีประชาชนพร้อมใจกันมามากมายตั้งแต่เช้า แม้อากาศร้อนก็ไม่ย่อท้อ และยังปลื้มปีติที่ได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เลียบพระนคร งดงามตามโบราณราชประเพณี ทุกนาทีไม่กะพริบตา
&amp;ldquo;รักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ สืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชดำริพระบรมชนก เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากมาย&amp;rdquo; น.ส.เกศสิรินีกล่าว
ส่วนที่จุดคัดกรองสะพานมอญ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาจุดนี้กันจำนวนมาก &amp;nbsp;โดยหลายคนมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พ.ค. และพักค้างแรมในบริเวณใกล้เคียงเพื่อมาถึงจุดเป็นคนแรกๆ ซึ่งแค่เพียงช่วงสายท้ายแถวได้ยาวไปจนบรรจบกับจุดคัดกรองแม่พระธรณีบีบมวยผม ขณะที่ประชาชนยังทยอยเดินทางมากันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอดจุดคัดกรองจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่พยาบาลจากสำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;และจิตอาสาที่คอยแจกยาดม พิมเสน ยาสามัญประจำบ้านต่างๆ ตลอดจนมีเครื่องปั๊มหัวใจ เครื่องวัดความดัน เตรียมไว้ในกรณีพบผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมไปถึงหน่วยเคลื่อนที่เร็วจากกรมสุขภาพจิตที่คอยสำรวจตามจุดต่างๆ และพร้อมจะเคลื่อนที่เร็วเมื่อมีการร้องขอว่าพบบุคคลที่มีอาการทางจิต&amp;nbsp;
นอกจากนี้ บริเวณจุดคัดกรองยังมีเจ้าหน้าที่จัดเตรียมอาหารพระราชทานและเครื่องดื่ม มาคอยแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ประชาชนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อดทนได้แม้แดดจะแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องการชื่นชมพระบารมี และอยู่ร่วมในนาทีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนางทองอ่อน มีคุณ อายุ 70 ปี ประชาชนจาก จ.อุดรธานี ที่ยืนต่อแถวผ่านจุดคัดกรอง เผยถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า รู้สึกปลาบปลื้มและดีใจอย่างมากที่ได้มาเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และได้ร่วมอยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ชื่นชมพระบารมี ซึ่งแม้อากาศจะร้อนแดดจะแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ย่อท้อ เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะมาร่วมให้ได้ เหนื่อยแค่ไหนก็มา แม้อายุมากแล้วเวลาเดินทางไกลๆ จะเจ็บขา แต่เมื่อมาถึงในงานก็รู้สึกหายเหนื่อยทันที ไม่มีอาการเจ็บใดๆ นอกจากนี้ยังรู้สึกประทับใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่คอยดูแลประชาชนเป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่จุดคัดกรองงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บริเวณแม่พระธรณีบีบมวยผม ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าสู่พื้นที่จัดงานเพื่อรอรับเสด็จ โดยประชาชนได้ยืนต่อแถวยาวกว่า 2 กิโลเมตรท่ามกลางแสงแดด พร้อมกับถือธงชาติไทย ธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกจัดแถวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการจัดรถเมล์ ขสมก.มารับประชาชนในจุดดังกล่าว เพื่อแบ่งไปเข้าทางจุดคัดกรองสะพานพระปิ่นเกล้า พร้อมมีบริการน้ำดื่มจากกองบังคับการตำรวจจราจร มีหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่คอยดูแลประชาชนที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็ก&amp;nbsp;
เฝ้าฯ รับเสด็จสักครั้ง
นางกิมฮวย มณฑาทิพย์ อายุ 74 ปี ชาว จ.อุดรธานี กล่าวว่า เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานีกับเพื่อนๆ อีก 3 คนด้วยขบวนรถไฟฟรีที่เขาจัดไว้บริการประชาชน โดยออกเดินทางเมื่อคืนวันที่ 5 พ.ค. ตั้งใจมาเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง ถึงจะต้องเดินทางไกลก็รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก ตอนนี้อายุมากแล้ว ในบั้นปลายชีวิตครั้งสุดท้ายก็อยากจะมาเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่านสักครั้ง อยากมาเห็นพระองค์ท่าน แค่นี้ก็ทำให้หายเหนื่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศบริเวณจุดคัดกรองสะพานช้างโรงสี ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณพระบรมมหาราชวัง &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองเดินทางมายังจุดคัดกรองเป็นจำนวนมาก แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ คอยอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางต่อไปชื่นชมพระบารมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์ ญาติเสมอ ชาวบ้านย่านตลิ่งชัน กทม. วัย 57 ปี เผยว่า พร้อมใจกันเดินทางมายังบริเวณพระบรมมหาราชวัง ตั้งใจมาร่วมพระราชพิธีเสด็จออกสีหบัญชร พิธีดังกล่าวถือเป็นพิธีใหญ่มาก ตั้งใจมาร่วมงานให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะสมัยรัชกาลที่ 9 ไม่ได้มา แม้ในวันนี้อากาศจะร้อนแต่ก็ไม่เป็นอะไร ไม่ย่อท้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศบริเวณจุดคัดกรองใต้สะพานพระปิ่นเกล้าในช่วงบ่าย ยังคงมีประชาชนสวมเสื้อเหลืองทยอยเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอากาศร้อน โดยส่วนหนึ่งได้เดินทางด้วยรถเมล์โดยสารเฉพาะกิจงานพระราชพิธีที่ทยอยส่งประชาชนลงในจุดคัดกรองนี้ ซึ่งแต่ละคันมีประชาชนโดยสารมาเต็ม จากนั้นจึงต่อแถวเพื่อเข้าสู่เต็นท์จุดคัดกรอง ผ่านเครื่องสแกนอาวุธและตรวจบัตรประชาชน พร้อมรับกระติกน้ำพระราชทานซึ่งบรรจุน้ำเปล่าหรือน้ำแดงสำหรับดื่มกินได้ทันทีในงานครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษณพงศ์ พงษ์สิทธิกาญนา นักเรียนทุนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร &amp;nbsp;หรือนักเรียนทุนฯ ม.ท.ศ. ซึ่งเป็นจิตอาสางานพระราชพิธี กล่าวว่ามาทำงานจิตอาสาตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. &amp;nbsp;ได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการรับเสด็จ รู้สึกปลื้มปีติมาก ได้เห็นพระองค์ ปกติจะได้เห็นแค่ในทีวีในภาพ แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คนไทยเราจะได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะได้เห็น วันที่ 4 พ.ค.ได้ทำจิตอาสาเก็บขยะ ส่วนวันที่ 5 พ.ค.ได้ทำจิตอาสาที่โรงครัวพระราชทาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รู้สึกปลื้มปีติมาก ครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้เห็นงานพระราชพิธีแบบนี้ คนที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ หรือมารับเสด็จควรรู้สึกภูมิใจ ซึ่งคนที่ไม่สามารถมาได้แต่เขาดูการถ่ายทอดสด เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างกับคนที่มานั่งรอรับเสด็จ คงรู้สึกภูมิใจ ดีใจ พูดอะไรไม่ถูก มันตื้นตัน ตอนที่พระองค์ทรงผ่านก็ร้องไห้ดีใจ&amp;rdquo; นายกฤษณพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปรินทร์ จอมนารี นักเรียนทุนฯ ม.ท.ศ. อีกรายกล่าวว่า เดินทางมาเป็นวันที่สาม มาทำจิตอาสางานพระราชพิธีในโรงครัวพระราชทาน สนามหลวง เก็บขยะ ภาคภูมิใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในงานนี้ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาเป็นจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รู้สึกเป็นบุญมากที่ได้เห็นพระองค์ท่าน ปลาบปลื้มปีติยินดี พระองค์ท่านมีระเบียบวินัย มีพระราชปณิธานสืบสาน รักษาต่อยอดจากในหลวงรัชกาลที่ 9
ขณะที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถวายสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่มีพระวิริยอุตสาหะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงฉลองพระองค์ครุยที่ทั้งหนักและหนา ประทับบนพระที่นั่งที่แคบและโคลงไปมาตลอดหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับพระขัตติยมานะของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ที่ทรงร่วมขบวนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน
&amp;quot;นายกฯ กล่าวว่า แม้ดูเหมือนระยะทางไม่ไกล แต่การเดินเท้าต้องใช้เวลาและความอดทน &amp;nbsp;พระองค์ท่านและทุกๆ พระองค์มิได้ทรงทำเพื่อพระองค์เอง แต่ทรงธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต ทรงแสดงพระองค์เป็นต้นแบบของการรักษาคุณค่าของขนบธรรมเนียมที่มีอารยะและมีเอกลักษณ์ที่งดงามของโลก โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันหลักและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ&amp;quot; พล.ท.วีรชนระบุ&amp;nbsp;
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกฯ ยังชื่นชมและขอบคุณข้าราชบริพาร &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชน จิตอาสาทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันอุทิศทั้งกำลังกายและใจ เพื่อให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่ขั้นตอนของพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ มาจนถึงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคสำเร็จลุล่วง สง่างาม และสมพระเกียรติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายพระพรชัยมงคลดังกึกก้อง, ทรงพระเจริญ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์, เสด็จออกสีหบัญชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190506/image_big_5cd034886d963.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
