<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนแก้รธน.ช่วยระบอบทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเจตน์&amp;quot; ขุดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เตือนแก้รธน.ต้องทำประชามติก่อน และแก้รายมาตราเท่านั้น ชี้เพื่อไทยเดินกลยุทธ์แยกกันเดิน รวมกันตี ส่งคนฝังในพลังประชารัฐ หลังล้มล้างความผิดให้แก่เครือข่ายของระบอบทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เมื่อปี 55 พรรคเพื่อไทยเคยเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 291 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่นเดียวกับการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบัน มาตรา 256 ต่อมามีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ โดย ศร.วินิจฉัยว่า หากจะแก้ไขมาตรา 291 ต้องไปทำประชามติเสียก่อน เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 50 มาจากการลงประชามติของประชาชน และสมควรจะแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อมีการเลือกทั่วไปในปี 62 พรรคเพื่อไทยแตกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย อีกส่วนหนึ่งแตกไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จึงดูเสมือนว่าพรรคเพื่อไทยได้แตกแยกออกเป็นสองกลุ่ม มีแนวความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน เมื่อเกิดกระแสทางการเมืองให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองเสียงข้างน้อย จึงชิงโอกาสเสนอแก้ไขมาตรา 256 ก่อน ทั้งๆ ที่ในอดีตไม่เคยมีพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยเสนอแก้ไข เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พรรคการเมืองเสียงข้างน้อยจะประสบความสำเร็จในการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นการชิงโอกาสเพื่อหลอกล่อให้พรรคร่วมรัฐบาลเสนอญัตติประกบ และแล้วแผนของพรรคเพื่อไทยก็ประสบความสำเร็จ เมื่ออดีตพลพรรคของพรรคเพื่อไทย พลพรรคของระบอบทักษิณ ที่ทำทีไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้บีบคั้นให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องเสนอญัตติแก้ไขฯ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาในรัฐสภาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์กล่าวอีกว่า นี่คือกลยุทธ์แยกกันเดิน รวมกันตี เพื่อดำรงความมุ่งหมายเดิมของพรรคเพื่อไทย เป็นความมุ่งหมายเดิมของระบอบทักษิณ ต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศ สร้างระบอบใหม่ และล้มล้างความผิดให้แก่เครือข่ายของระบอบทักษิณ ที่ยังติดบ่วงกรรมจากผลของรัฐธรรมนูญปี 60 และข้อตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทยจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้สำเร็จเมื่อเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านเสียงข้างน้อยใช่หรือไม่ ความปรารถนาของระบอบทักษิณที่รอคอยมานับสิบปีจะประสบความสำเร็จในยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สิ่งที่เรายื่นเป็นไปตามแนวทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ และที่เรายังไม่คิดไปแตะอำนาจ ส.ว.นั้น เป็นเพราะเมื่อเราให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้ว ก็อยากให้เขาเป็นผู้พิจารณาให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และตนก็เชื่อว่า ส.ส.ร.ที่ประชาชนเลือกมานั้นคงไม่อยากให้ ส.ว.คงอำนาจเลือกนายกฯ ไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลแสดงความคิดเห็นควรตัดอำนาจ ส.ว.ตั้งแต่ต้น นายสุทินตอบว่า พรรคก้าวไกลกังวลว่าหากมีการยุบสภาแล้ว ส.ว.ชุดปัจจุบันจะมีส่วนในการเลือกนายกฯ อีกจึงอยากให้ตัดอำนาจตั้งแต่ต้น แต่เมื่อมี ส.ส.ร.แล้วเราก็ควรให้เขาเป็นผู้พิจารณาก่อน หลังจากนี้เราคงดูจังหวะเวลาอีกครั้ง ถ้าส.ส.ร.ยื้อเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็อาจจะหารือกันเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตัดอำนาจ ส.ว.ในช่วงเวลานั้นก่อนที่ ส.ส.ร.จะร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จก็เป็นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากพรรคก้าวไกลมาขอเสียง ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเขาที่ต้องการตัดอำนาจ ส.ว.ตั้งแต่ต้น ประธานวิปฝ่ายค้านตอบว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านสนับสนุนการทำงานของกันและกันอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จะต้องอธิบายให้ ส.ส.ของพรรคเข้าใจและรับฟังความคิดเห็น และสุดท้ายเขาก็จะเป็นผู้ตัดสินใจให้ชื่อหรือไม่ ทางพรรคจะไม่เข้าไปครอบงำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคภูมิใจไทยว่า ในภาพรวมในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีเสียง ส.ส. 100 เสียง แต่พรรค ภท.มีเพียง 61 เสียง จึงไม่สามารถยื่นร่างเองได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน จะมีก็เพียงพรรคพลังประชารัฐ ที่มีเสียงเกิน 100 เสียง ดังนั้นจึงต้องเป็นการร่วมลงชื่อเพื่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การเสนอร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่ในนามรัฐบาล แต่เป็นในนามของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นแนวทางรวมกัน โดยหลักการได้เนินเรื่องการเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 256 และจะต้องมี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นตัวแทนประชาชนเข้ามาร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะไม่แตะต้องหมวด 1และ 2 เด็ดขาด ส่วนโครงสร้างของ ส.ส.ร. 200 ต้องมาดูว่านอกจากการเลือกตั้งแล้ว จะมีสัดส่วนของภาคนักวิชาการมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ต้องมาคุยกันอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความบน Warong Dechgitvigrom โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;quot;อย่าให้ 16 ล้านเสียงทนไม่ได้ พวกที่คิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าพวกท่านกำลังดูถูกการตัดสินใจของประชาชน 16 ล้านเสียงครับ อย่าลืมว่าประชาชนเขาเป็นผู้ลงคะแนนผ่านประชามติ ถ้า ส.ส.และ ส.ว.ท่านใดที่มาจากผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่พอใจรัฐธรรมนูญนี้ น่าจะลาออกไปเลย อย่าเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านช่วยแจงได้ไหมว่า มาตราไหนที่ทำให้ประเทศเดือดร้อน หรือบริหารงานไม่ได้ แม้แต่เรื่อง ส.ว. ก็เป็นการตัดสินใจของประชาชน หรือพวกท่านจะดูถูกว่าประชาชนโง่ ตัดสินใจเองไม่ได้ ที่เลวร้ายกว่านั้น คือจะแฝงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และแบ่งแยกประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด อยากฝากไปยังผู้หญิงปากดี คุณอย่าเอาเรื่องของประเทศอื่นมาให้คนไทยต้องรับผิดชอบ พวกคุณไม่เคารพรักพ่อแม่ เป็นเรื่องของคุณ แต่คนไทยเขาเคารพ อย่าดูหมิ่นสิ่งที่คนไทยศรัทธา ว่างๆ เอามือตีปากตัวเองสักทีนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง &amp;ldquo;ภักดีจริง ต้องไม่ดึงสถาบันมายุ่งเกี่ยวการเมือง&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ผมอ่านข่าวนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในเชิงยั่วยุเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะทำให้ประชาชน 16 ล้านคนที่ลงประชามติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญลุกขึ้นมาต่อต้านแล้วไม่สบายใจ เพราะนอกจากมีการอ้างประชาชนแบบพร่ำเพรื่อแล้ว ยังดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวด้วย ในขณะนี้ ผมคิดว่าทั้ง 2 ขั้วขัดแย้ง ต่างก็กระทำในสิ่งที่ไม่บังควร ฝ่ายหนึ่งพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่สังคมไทยเคารพยกขึ้นเหนือหัว ขณะที่อีกฝ่าย หน้ามืดตามัว ไม่แยกแยะประเด็น เหมารวมทุกอย่าง โดยใช้สถาบันมาเป็นที่แอบอิง จนแทบดูไม่ออกแล้วว่าใช้อำนาจเพื่อรักษาสถาบันหรือกำลังอ้างสถาบันมารักษาอำนาจตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า นพ.วรงค์บอกว่าให้ยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหา ตนก็ขอยกให้เห็นชัดๆ คือ การต่อท่ออำนาจให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ เป็นจุดที่ทำให้อีกฝ่ายใช้เป็นประเด็นในการเคลื่อนไหว จนเกิดความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตนคิดว่าแทนที่จะเอา 16 ล้านเสียงมาขู่ เราควรใช้วิธีกลับไปหาประชาชนอีกครั้ง เพราะรัฐธรรมนูญใช้มาแล้ว 3 ปีกว่า เห็นข้อบกพร่องและปัญหาในทางปฏิบัติหลายเรื่อง จึงควรกลับไปถามประชาชนอีกครั้งว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าแก้จะแก้เฉพาะมาตรา หรือให้มี ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ นี่คือหนทางที่เคารพประชาชนที่ลงประชามติก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันก็ใช้เสียงของประชาชนมายุติข้อพิพาททางการเมือง ไม่ให้บานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอย้ำคำพูดเดิมที่เคยพูดไว้ว่า เราไม่จำเป็นต้องรักกัน ไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันในทุกเรื่อง แต่ต้องเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน บนความหลากหลายทางความคิด และใช้วิจารณญาณตัดสิน เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ด้วยหลักเหตุผลบนความถูกต้อง ไม่ใช่ความถูกใจ นี่คือสิ่งที่ทุกคนในสังคมไทยต้องช่วยกันรั้งสติตัวเองเพื่อนำพาชาติเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้ประเทศไทยเสมือนอยู่ระหว่างเขาควายที่กำลังจะขวิดกัน ฝ่ายหนึ่งเกาะเกี่ยวอยู่กับขั้วอำนาจ ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการล้มอำนาจเดิมเพื่อสถาปนาอำนาจใหม่ โดยมีตัวเองเป็นผู้ถืออำนาจ หากปล่อยให้ความขัดแย้ง 2 ฝ่ายลุกลามบานปลายไปเรื่อยๆ ความเสียหายจะเกิดขึ้นเหมือนอดีต และจะเป็นเงื่อนไขในการทำรัฐประหารอีกรอบ พวกที่เรียกร้องอยากเปลี่ยนแปลงให้จบที่รุ่นเรา ก็ต้องถามตัวเองด้วยว่าเคลื่อนไหวแบบนี้มองไม่เห็นปลายทางหรือว่าจะเกิดอะไร เว้นแต่ต้องการเหยียบกองเลือดขึ้นเถลิงอำนาจ ส่วนผู้ที่ถืออำนาจในปัจจุบัน ก็ต้องระมัดระวัง อย่าสร้างประเด็นที่ทำให้เกิดการยั่วยุจนเกิดชนวนเหตุเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว หยุดตั้งสติกันสักนิด เปิดพื้นที่ตรงกลางเพื่อให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช่ปลุกระดมให้เกิดการฆ่าฟันกันเอง&amp;rdquo; นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงศักดิ์ ทองศรี, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4125e4d0429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มิตรภาพ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานฝ่ายนิติบัญญัติ แม้จะมีเรื่องทะเลาะกันระหว่าง ส.ส.ในพรรคต่างๆ รวมทั้งความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านระหว่างการทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล่นเอาคนเลี้ยงลิงต้องเซ็ง...เพราะแจกกล้วยไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ใช่ว่าที่เราเห็นบรรดาผู้ทรงเกียรติทะเลาะกัน ชีวิตจริงพวกเขาจะต้องโกรธเคืองอย่างการทำหน้าที่เสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะนอกเวลาทำงาน ส.ส.ทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังมีมิตรภาพที่น่าชื่นชมให้เห็นอยู่หลายกลุ่ม หลายก๊วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งยังมีมิตรภาพดีๆ ให้เห็นบ้าง เช่นเหตุการณ์ขณะ ส.ส.เก่ง หรือ นายการุณ โหสกุล จากพรรคเพื่อไทยเดินเข้าลิฟต์ในสภา ปรากฏว่าเจอ ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย (มท.3) พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.เก่งรีบทักทาย มท.3 ตามสไตล์ด้วยวาจาไพเราะ นอบน้อมถ่อมตน ในฐานะอาวุโสน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น มท.3 ก็ทักทาย ส.ส.เก่งตามมารยาท ในฐานะ ส.ส.ฝ่ายค้านกลับมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก่ง ยกสิบนิ้วขึ้นพนมมือ ก่อนหลุดปากบอกไปทันทีว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี&amp;quot; ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า อ้าว...ดันไปพูดกับรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนของรัฐบาล 555&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงกล่าวขอโทษพร้อมระบุว่า &amp;quot;ลืมไปว่าท่านทรงศักดิ์อยู่ฝ่ายรัฐบาล&amp;quot; ส.ส.เก่งกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นทั้ง มท.3 ทรงศักดิ์ และ ส.ส.เก่งก็หัวเราะกันร่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อน ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านจะขอตัวออกจากลิฟต์ไปทันทีเพราะถึงชั้นที่หมายพอดี๊ (อิอิ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล่อยให้ มท.3 ทรงศักดิ์ ทองศรี อ้าปากค้างอยู่ในลิฟต์ เพราะยังไม่ทันได้ชี้แจงนั่นเอง...555.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ช่างสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45902</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;มิตรภาพ&#039;, คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ทรงศักดิ์ ทองศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;มิตรภาพ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานฝ่ายนิติบัญญัติ แม้จะมีเรื่องทะเลาะกันระหว่าง ส.ส.ในพรรคต่างๆ รวมทั้งความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านระหว่างการทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล่นเอาคนเลี้ยงลิงต้องเซ็ง...เพราะแจกกล้วยไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ใช่ว่าที่เราเห็นบรรดาผู้ทรงเกียรติทะเลาะกัน ชีวิตจริงพวกเขาจะต้องโกรธเคืองอย่างการทำหน้าที่เสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะนอกเวลาทำงาน ส.ส.ทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังมีมิตรภาพที่น่าชื่นชมให้เห็นอยู่หลายกลุ่ม หลายก๊วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งยังมีมิตรภาพดีๆ ให้เห็นบ้าง เช่นเหตุการณ์ขณะ ส.ส.เก่ง หรือ นายการุณ โหสกุล จากพรรคเพื่อไทยเดินเข้าลิฟต์ในสภา ปรากฏว่าเจอ ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย (มท.3) พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.เก่งรีบทักทาย มท.3 ตามสไตล์ด้วยวาจาไพเราะ นอบน้อมถ่อมตน ในฐานะอาวุโสน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น มท.3 ก็ทักทาย ส.ส.เก่งตามมารยาท ในฐานะ ส.ส.ฝ่ายค้านกลับมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก่ง ยกสิบนิ้วขึ้นพนมมือ ก่อนหลุดปากบอกไปทันทีว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี&amp;quot; ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า อ้าว...ดันไปพูดกับรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนของรัฐบาล 555&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงกล่าวขอโทษพร้อมระบุว่า &amp;quot;ลืมไปว่าท่านทรงศักดิ์อยู่ฝ่ายรัฐบาล&amp;quot; ส.ส.เก่งกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นทั้ง มท.3 ทรงศักดิ์ และ ส.ส.เก่งก็หัวเราะกันร่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อน ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านจะขอตัวออกจากลิฟต์ไปทันทีเพราะถึงชั้นที่หมายพอดี๊ (อิอิ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล่อยให้ มท.3 ทรงศักดิ์ ทองศรี อ้าปากค้างอยู่ในลิฟต์ เพราะยังไม่ทันได้ชี้แจงนั่นเอง...555.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ช่างสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45900</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;มิตรภาพ&#039;, คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ทรงศักดิ์ ทองศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึ่งตื่นตรวจ&#039;เซ็นทรัล วิลเลจ&#039;รุกพื้นที่สีเขียวหรือไม่ มท.3ลั่นผิดจริงจัดการทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
23ส.ค.62- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3 )&amp;nbsp; ในฐานะผู้รับผิดชอบ กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบ โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp; อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท และจะเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ ว่าการก่อสร้างชอบด้วยกฎหมายผังเมืองหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างในพื้นที่ดินประเภท ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ห้ามก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่&amp;nbsp; แต่กฎหมายผังเมืองก็มีข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆได้ไม่เกิน 2 พันตารางเมตร และพื้นที่ก่อสร้างต้องไม่เกิน&amp;nbsp; 10 % ของพื้นที่ประเภท ก. 1-10 ทั้งหมด&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อตนได้ลงพื้นที่แล้ว ก็จะรับทราบข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะเดียวกันบัดนี้ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; ไปหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; และ องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง ผู้อนุญาตการใช้พื้นที่ดังกล่าวว่า การใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการนี้ถูกต้องตามกฎหมายผังเมืองหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อว่าผลการหารือจะตอบกลับมาที่ตนภายใน1 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจากการได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น&amp;nbsp; การก่อสร้างอาคารต่างๆ ยังเป็นแบบขนาดย่อม ๆ&amp;nbsp; และมีการมาขอหลายครั้งหลายอาคาร และยังมีการสร้างลานจอดรถ ซึ่งตนก็จะไปดูว่า นับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอย และการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการโครงการนี้ด้วย และยืนยันว่าหากพบอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทันที อะไรถูกก็ว่าไปตามถูกอะไรผิดก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการวิ่งเต้นจะปรับเปลี่ยนกฎหมายผังเมืองให้พื้นที่ ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียวไปเป็นพื้นที่ประเภทประเภท ก. 1-11&amp;nbsp; ซึ่งสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน&amp;nbsp; พึ่งได้รับทราบจากสื่อมวลชน &amp;nbsp;
มีรายงานแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (ทอท.)&amp;nbsp; ได้ทำหนังสือเลขที่ 12494/ 2562&amp;nbsp; ถึง ผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ การประปานครหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่อนุญาตก่อสร้างวางท่อประปาในพื้นที่
&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้&amp;nbsp; กล่าวคือ&amp;nbsp; บริษัทเซ็นทรัล พัฒนา ฯ เจ้าของโครการ เซ็นทรัล วิลเลจ&amp;nbsp; และขอวางท่อประปา ซึ่งอยู่ในพื้นที่งานก่อสร้างระบบไฟฟ้า และอาคารหลักหลังที่สองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ ราชพัสดุ โฉนดเลขที่ 154871 และ 154873&amp;nbsp; ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ในการครอบครองของทอท. และ ทอท.ก็ไม่อนุญาต เพราะโครงการฯกำลังถูกตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องว่าดำเนินก่อสร้างโครงการชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ต่อมาได้มีการบุกรุกล้ำ วางแนวท่อประปารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งกรณีดังกล่าว ทอท. ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงขอให้สำนักงานประปาสุวรรณภูมิยุติการกระทำ และขนย้ายและปรับพื้นที่ให้อยู่สภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ส.ค.นี้&amp;nbsp; หากพ้นกำหนด ทอท.มีความจำเป็นดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังมีการรายงานว่าการก่อสร้างโครงการฯรุกล้ำและถมที่ดินทับลำรางสาธารณะขวางกั้นทางเดินของน้ำด้วยอีกด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงาน&amp;nbsp; สำหรับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp; หลังบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 100 ไร่ หรือ 4 หมื่นตารางเมตร&amp;nbsp; พร้อมขนแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 แบรนด์ที่จะทยอยเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายผังเมือง, ทรงศักดิ์ ทองศรี, นิตินัย  ศิริสมรรถการ, พื้นที่สีเขียว, สนามบินสุวรรณภูมิ, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f6f87d92ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่งคลองหลอดเดือดพลั่ก!2รมช.โวย&#039;มท.1&#039;ยึดเรียบกรมสำคัญ บริหารอย่างกับอยู่ในยุครัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย &amp;nbsp;ครั้งตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรและการจัดการที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากร &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแบ่งงานในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น่าจะสร้างรอยร้าวให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาล โดยเฉพาะที่กระทรวงมหาดไทย มีรายงานข่าวแจ้งว่า &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็มีการแบ่งงานให้รัฐมนตรีช่วยจากสองพรรคร่วมแบบเสียมิได้ โดยยึดเอากรม กอง หลักๆไว้เหมือนในยุครัฐบาลคสช. โดยยังคงดูกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) สำนักงานปลัดกระทรวง การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และงานหลักอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย &amp;nbsp;จากพรรคประชาธิปัตย์ ให้ดูแลกรมที่ดิน กรมป้องกันและบรรเทาสารณภัย การประปานครหลวง และองค์การกำจัดน้ำเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทยนั้น ได้รับผิดชอบกรมโยธาธิการและผังเมือง องค์การตลาด และการประปาภูมิภาค ซึ่งเป็นการแบ่งงานที่ผิดฝาผิดตัว เพราะรัฐมนตรีว่าการควรจะดูงานในส่วนกลางของกทม. เช่น องค์การกำจัดน้ำเสีย ขณะที่ส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้รมช.ดูแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว อ้างว่าเรื่องนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแบ่งงานดังกล่าว โดยเฉพาะกรมที่เกี่ยวข้องกับงานท้องถิ่น &amp;nbsp;เพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ยังเลือกบริหารงานแบบยุคคสช.อีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41398</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงหมาดไทย, คลองหลอด, ทรงศักดิ์ ทองศรี, นิพนธ์ บุญญามณี, บิ๊กป็อก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31928eb408c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงรัฐบาลแห่งชาติ &#039;เทพไท&#039;จุดพลุอยู่2ปี ชู‘พลากร’นั่งนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เทพไท&amp;quot; จุดพลุรัฐบาลแห่ชาติ เผยคุยกับเพื่อนหลายคนเห็นตรงกัน &amp;quot;พลากร สุวรรณรัฐ&amp;quot; &amp;nbsp;เหมาะเป็นนายกฯ มากที่สุด เพราะเป็นคนกลาง ไม่สืบทอดอำนาจ วาระ 2 ปี แก้รัฐธรรมนูญแล้วคืนอำนาจให้ประชาชน &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; เชื่อหลังวันที่ 9 พ.ค.จัดตั้งรัฐบาลได้แน่ พยายามทุกทางเพื่อให้เสียงเกิน 251 เสียง &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ยันประชาธิปัตย์ไม่ตาย ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ส่วนพรรคที่ตั้งโดยคณะรัฐประหารไม่ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของประเทศ &amp;nbsp;โดยย้ำว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และแก้รัฐธรรมนูญให้มีวาระเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นให้คืนอำนาจแก่ประชาชนและจัดการเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายเทพไทยังกล่าวถึงบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางของรัฐบาลแห่งชาติ ว่า เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมถอยคนละก้าว แต่พรรคที่มีปัญหาและข้อจำกัดมากที่สุดคือ พรรคอนาคตใหม่ เพราะมีจุดยืนชัดเจน คือ 1.ไม่สืบทอดอำนาจ และ 2.ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามที่ตนเสนอไม่ขัดกับจุดยืนนี้แน่นอน เนื่องจากมีการตัดตอนสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพราะนายกฯ คนกลางไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งรัฐบาลดังกล่าวจะมีภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ขัดจุดยืนของอนาคตใหม่ ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงสามารถเข้าร่วมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับนายกฯ คนกลางต้องเป็นคนที่เข้าได้กับทุกฝาย ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มีอยู่ด้วยกัน 4 คน &amp;nbsp;โดยสองคนเป็นองคมนตรีที่มีความสามารถเพียงพอ ได้แก่ 1.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีต ผบ.ทบ. แม้จะเป็นทหาร แต่มีหลักประชาธิปไตยค่อนข้างชัดเจน 2.นายพลากร สุวรรณรัฐ ที่ผ่านมาเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง มีประสบการณ์การปกครองค่อนข้างสูง เชื่อว่าจะนำพาประเทศชาติได้ 3.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (UNCTAD) โดยออกจากการเมืองไปแล้ว และมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตรงกับภารกิจของรัฐบาลแห่งชาติที่ต้องการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;และ4.นายชวน หลีกภัย ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และถือเป็นบุคคลที่ทำงานภายในสภามานาน ทุกฝ่ายพอยอมรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากรายชื่อคนที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเมืองคือ พล.อ.เฉลิมชัยและท่านพลากร ซึ่งจากการพูดคุยกับเพื่อนๆ หลายคน เขาบอกว่าอยากได้นายกฯ คนกลางที่มาจากพลเรือน แต่ไม่ได้แปลว่ารังเกียจ พล.อ.เฉลิมชัย แต่กังวลถึงภาพลักษณ์ว่าจะเป็นการนำภายใต้ทหารอีกหรือไม่ แต่หากเป็นพลเรือนจะอธิบายกับสังคมและสังคมโลกได้ว่าเป็นรัฐบาลเป็นกลางจริงๆและนำโดยพลเรือน ทำให้ตอนนี้น้ำหนักเอนไปทางท่านพลากรมากที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวว่า เรายังมีเวลาอีกพอสมควรให้ถกเถียงจนตกผลึก บ้านเมืองต้องมีทางออก ไม่เจอทางตัน เพราะหากใช้ ม.44 ยกเลิกการเลือกตั้ง หรือศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ เมื่อบรรยากาศการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว และเห็นว่าทางออกของบ้านเมืองยังมีทางออกได้ นั่นก็คือเรามาจับมือกันร่วมกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
ความหลากหลายเป็นเรื่องปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ในพรรคที่มีความเห็นต่างในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความหลากหลายทางความคิด และปรากฏการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดมาหลายครั้งเหมือนกับพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกก็เป็นอย่างนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจะมีกลไกตัดสิน ซึ่งพรรคมีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเป็นที่ประชุมเพื่อหาข้อยุติ และเมื่อมีมติเป็นอย่างไร ตนมั่นใจว่าทุกคนในพรรคจะเคารพมตินี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า สำหรับความพยายามที่จะขอเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของโหวตเตอร์ในการเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคในที่ประชุมใหญ่พรรค โดยเสนอให้อดีต ส.ส.ปี 2554 มีสัดส่วนโหวตที่ 70% เท่ากับว่าที่ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เห็นว่าจะต้องมีหารือกับ กก.บห.รักษาการ เพื่อตั้งคณะทำงานหนึ่งชุด เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่างๆ ในการที่จะจัดการเลือก กก.บห. โดยยึดข้อบังคับพรรคเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์อะไรหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ แต่โดยหลักทุกครั้งพรรคจะมีคณะทำงานตามข้อบังคับพรรคกำหนดว่า จะต้องมีการเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 60 วัน นับจากวันพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันที่ 24 มี.ค. ในการประชุมกก.บห.พรรคครั้งล่าสุด พิจารณาแล้วว่าจะต้องเลือก กก.บห.ชุดใหม่ และหัวหน้าพรรคคนใหม่ ให้เสร็จสิ้นภายในวันสุดท้ายคือ 23 พ.ค.นี้ ตามข้อบังคับพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเสนอเพื่อให้เลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ นายจุรินทร์ตอบว่า &amp;nbsp;วันที่ 24 เม.ย. จะเป็นการรับรองงบดุลประจำปีของพรรค ที่จำเป็นต้องทำตามกำหนดเวลาและข้อบังคับพรรค ส่วนจะมีใครเสนอวาระอื่นอีกหรือไม่ ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา ระบุว่าทุกอย่างควรเสร็จก่อน 9 พ.ค. ขอย้ำว่า เรื่องการเลือก กก.บห.พรรคใหม่เป็นหน้าที่ของคณะทำงาน หากจะมีการเสนอให้พิจารณาวาระเลือกหัวหน้าพรรคในวันที่ 24 เม.ย.นี้เลยหรือไม่ มันไม่ยากที่จะตอบ แต่ถ้าตอบไปแล้วมันกระทบกระทั่งโดยไม่จำเป็น ยังมองในแง่ดีว่าทุกคนในพรรคมีวุฒิภาวะและทราบดีว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ขอพูดเรื่องตัวบุคคล และไม่ขอพูดเรื่องปรากฏการณ์ใดๆ ในขณะนี้ เพียงแต่ว่ายังมั่นใจว่ามันเป็นขั้นตอนกระบวนของความหลากหลายทางความคิดของพรรค เมื่อถึงเวลากลุ่มที่มีหน้าที่ตามข้อบังคับพรรคได้พิจารณาตัดสินแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนจะเคารพมติพรรค&amp;rdquo;&amp;nbsp;
อุดมการณ์เป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่บนทางสองแพร่ง ระหว่างจะไปร่วมรัฐบาล หนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ ต่างฝ่ายต่างอ้างอุดมการณ์พรรค จะบอกสังคมอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า อุดมการณ์เป็นเรื่องสำคัญ ตนมั่นใจว่าทุกคนยึดถือและไม่ได้มีข้อสงสัยในเรื่องนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหัวหน้าพรรค จะฟื้นความเชื่อมั่นและศรัทธาของสมาชิกพรรคที่เลือกคนของพรรค 3.9 ล้านเสียงให้เพิ่มขึ้นอย่างไร นายจุรินทร์ตอบว่า วันนี้ตนยังไม่ได้เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค จึงยังไม่ควรจะพูดอะไร และเมื่อถึงเวลา จะพูดแน่นอน ที่สำคัญเชื่อมั่นและมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถกลับไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งแน่นอน เพราะเรามีจุดแข็งมากมาย ทั้งบุคลากรที่มีศักยภาพ ความหลากหลายทางความคิดสร้างสรรค์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การเป็นพรรคการเมืองที่ประกอบด้วยคนทุกรุ่น โดยเฉพาะเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจน ที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปัตย์ ระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีอุดมการณ์การทำหน้าที่เพื่อประชาชนเป็นหลักอย่างมุ่งมั่น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ที่สำคัญอีกสิ่งคือ เราเป็นพรรคการเมืองที่มีอดีต ปัจจุบัน และมีอนาคต วันเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้ในยามที่เราตกต่ำในบางยุคบางสมัย แต่สุดท้ายเราก็สามารถลุกขึ้นยืนและพลิกฟื้นให้กลับมาเป็นที่ยอมรับ หรือเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจประชาชนได้อีกครั้งหนึ่งในระยะเวลาไม่ไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เงื่อนไขและปัจจัยทางการเมืองต่างจากอดีต เพราะฐานเสียงของพรรคแตก &amp;nbsp;ทหารกลับเข้ามาเป็นผู้เล่นเอง จะทำอย่างไรให้สังคมเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์คือทางเลือกหลัก นายจุรินทร์ตอบว่า ขอแยกทหารกับ คสช.ออกจากกันเสียก่อน เพื่อความชัดเจน ถ้าเราย้อนไปดูทั่วโลกหลายประเทศ พรรคการเมืองที่ตั้งมาโดยคณะรัฐประหารแล้ว ลงมาแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถอยู่ได้ยั่งยืนตลอดไป ตนคิดว่าประเทศไทยก็หนีไม่พ้นบทพิสูจน์นี้ พรรคการเมืองที่จะยืนหยัดได้อย่างยั่งยืนต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับใช้ประชาชนในทางการเมือง และต้องการพัฒนาตัวเองไปสู่สถาบันทางการเมือง สถาบันหลักในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะอยู่ยั้งยืนยง และทุกพรรคการเมืองในโลกก็มีแพ้มีชนะตามยุคสมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราผ่านการพิสูจน์แล้วว่าประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เราทำงานรับใช้ประชาชนและประเทศชาติมาต่อเนื่อง มีหัวหน้าพรรคมา 7 คน และยังต้องมีต่อไปอีกในอนาคต โดยยึดเหนี่ยวอุดมการณ์ของพรรค สำคัญที่สุดที่สะท้อนความเป็นเราคือ ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะอยู่ในฐานะไหน เราทำหน้าที่ของเราแทนประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริต&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
สถานการณ์ยังไม่นิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เรื่องความขัดแย้งและทิศทางของพรรค ตนทราบดีว่ามีสมาชิกออกมาพูดเรื่องนี้เยอะแล้ว จึงไม่อยากพูดอะไรให้เป็นเรื่องสับสนต่อสังคมอีกต่อไป เนื่องจากเวลานี้สถานการณ์ทุกอย่างยังไม่นิ่ง กกต.ก็ยังไม่มีการรับรอง ส.ส. อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสูตรคำนวณจำนวน ส.ส.ที่ยังวุ่นวาย ถึงขั้นต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ดังนั้นตอนนี้หากพูดอะไรไป คนก็จะสับสนเปล่าๆ ทั้งนี้ ในเวลานี้ยังไม่มีใครทราบชัดเจนว่าฝ่ายใดจะได้จัดตั้งรัฐบาลตนจึงมองว่าต้องรอคะแนนอย่างเป็นทางการเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็อ้างจำนวน ส.ส. เยอะที่สุดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็อ้างว่ามีคะแนนนิยมเยอะที่สุด ทุกคนพูดได้ แต่สถานการณ์ยังไม่จบ ดังนั้นทุกคนจึงมีสิทธิ แต่ใครจะตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องรอความชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เห็นด้วยกับการสร้างวาทกรรมในขณะนี้ในเรื่องของคำว่าเผด็จการ หรือประชาธิปไตย ผมอยากบอกว่าคำว่าเผด็จการจบลงแล้วตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่ผมสังเกตเห็นฝ่ายที่สนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร พยายามใช้วาทกรรมเผด็จการเพื่อโจมตีให้คนเข้าใจผิดในกระบวนการต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ จึงอยากบอกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งมองว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้รอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์เผยว่า ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp; ต้องรอสถานการณ์ในการที่จะให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาตัดสินจนเป็นมติ และสมาชิกทุกคนก็ต้องยอมรับมติของ กก.บห. ตนไม่อยากให้คนมอง ปชป.ว่ามีความขัดแย้งกันในพรรค เพราะเราทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นต่าง เนื่องจากพรรคเราไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อยากให้มีคนมาพูดว่าเลือกตั้งแพ้แล้วยังมาทะเลาะกันอีก เพราะเราไม่ได้ทะเลาะกัน เราเป็นเพียงพรรคที่สามารถ หรือต้องการแสดงความเห็นต่างต่อกันได้ทุกเมื่อ ก็เท่านั้นเอง&amp;quot; ว่าที่ ส.ส.ตรังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ว่าที่ ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทิศทางของพรรคต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่าจะเป็นฝ่านค้านอิสระ หรือไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งความเห็นส่วนตัวอยากเห็น ปชป.ร่วมรัฐบาลกับ พปชร. เพราะจะได้ขับเคลื่อนนโยบายให้ประชาชนได้ แต่ทั้งหมดต้องรอมติพรรคเท่านั้น โดยจะมีการประชุม กก.บห.รักษาการอีกครั้งในวันที่ 18 เมษายนนี้ ก็ต้องรอดูความคืบหน้าอีกครั้ง ถ้ามติพรรคออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องว่ากันอีกครั้งหนึ่ง
ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้สังคมมองว่า ปชป.พรรคแตก มีทั้งงูเห่าและแบ่งขั้วเป็น 2 ฝ่าย เธอตอบว่า เรื่องนี้จริงๆปชป.ตกลงกันไม่ยาก และอยากบอกว่าคน ปชป.ทะเลาะกันเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ เพราะเราเป็นประชาธิปไตย ถ้าสังเกตจะเห็นว่าพรรคเราไม่ว่าจะทำอะไรจะมีเรื่องเสียงแตก เสียงไม่ตรงกันทุกครั้ง แต่เมื่อมติพรรคออกมาแล้วทุกคนต้องปฏิบัติตาม แม้แต่หัวหน้าพรรคก็จะมาชี้นำให้ไปทางไหนก็ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมากล่าวว่า ตอนนี้ทำได้แค่รอคอย เพราะจะมีเลือกตั้งซ่อมอีก 6 เขต และเชื่อว่าอาจจะต้องมีการแจกใบแดงใบส้มอะไรกันอีก เชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนหลังวันที่ 9 เมษายน ส่วนเรื่องพรรคเราเถียงกัน เราเถียงกันมาตลอด เช่นตอนที่เรามีมติไม่ส่ง ส.ส.ลงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคชาติไทยและพรรคมหาชน ตอนนั้นเราประชุมถกเถียงกันนาน 3 วัน 3 คืนก็ยังไม่จบ แต่พอทุกอย่างลงตัวแล้วว่าเราจะไม่ส่ง ส.ส.ลงเลือกตั้ง ทุกอย่างก็จบ และทุกคนก็ต้องเคารพมตินี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีการหารือตั้งรัฐบาล และไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง น่าจะเป็นข่าวปล่อยมากกว่า เพราะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ย้ำกับสมาชิกพรรคทุกคนให้งดการให้ความเห็นเรื่องการเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด เพราะต้องรอการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่และมติของพรรค ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งที่จะเป็นผู้ที่ลงมติอย่างใดอย่างหนึ่งในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในฐานะสมาชิกพรรค เมื่อนายชวน ได้บอกกับสมาชิกพรรคแบบนี้แล้ว เราทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามอุดมการณ์และมารยาททางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีผู้อาวุโสอยู่เป็นจำนวนมาก ผมจึงอยากให้บรรดาคนที่อยากเป็นรัฐมนตรีทั้งหลาย อย่าเพิ่งใจร้อนหรือไปแอบอ้างโมเม นำชื่อพรรคไปต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระแม่ธรณีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพรรค ท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดคิดคดทรยศต่อพรรคประชาธิปัตย์ มักจะมีจุดจบทางการเมืองที่ไม่น่าพิสมัย ผมจึงต้องการให้ทุกคนปฏิบัติตามที่นายชวนได้พูดไว้ เพื่อความเป็นเอกภาพและความสามัคคีของสมาชิกพรรค&amp;rdquo; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐสามารถรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้แล้วว่า ไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่คงต้องรอ กกต.ประกาศรับรองหลังวันที่ 9 พ.ค.ก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเจรจาพูดคุยนั้น เป็นเรื่องปกติที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคจะมีการพูดคุยกันบ้างกับพรรคเล็กๆ นั้นตนก็เจอกันบ้าง เพราะส่วนใหญ่ก็รู้จักมักคุ้นกัน มีการแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวอีกว่า สำหรับกระแสข่าวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ อยู่ระหว่างเจรจากับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายมิ่งขวัญได้ออกแถลงการณ์แล้วว่าไม่เคยเจรจากับพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นเรื่องแปลกว่าคนที่กระสับกระส่ายมากกว่านายมิ่งขวัญ กลับเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่กุลีกุจอออกมาพูดแทนทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคของตัวเองเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เข้าใจว่าคุณหญิงสุดารัตน์ทำไมจึงยังใช้วาทกรรมสืบทอดอำนาจเผด็จการอยู่อีก อย่าพยายามสร้างความขัดแย้งหรือแบ่งข้างประชาชนอีกเลย เมื่อเลือกตั้งจบแล้วก็รอจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างก็จบ&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot;ยันเกิน 251 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายมิ่งขวัญเป็นหัวหน้า จะจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.หรือไม่ ว่าตนได้ทราบเรื่องนี้จากข่าว แต่ทุกอย่างต้องรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ตอนนี้หลายฝ่ายต่างก็คาดการณ์กันไป ขอให้ใจเย็นๆ เนื่องจากตัวเลขเก้าอี้ ส.ส.บางพรรคอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง 1-2 ที่นั่ง จึงต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งและชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะคุยกันยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวร่วมของพรรคพอมีบ้าง เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ ส.ส.เกิน 251 เสียง เพื่อให้สามารถทำงานในสภาได้ เรามั่นใจว่าจะมีเสียงเกินนั้น แต่จะมีใครร่วมงานบ้าง ขอรอความชัดเจนหลังวันที่ 9 พ.ค.นี้ ก่อน&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนำว่าที่ ส.ส.ของพรรคกว่า 30 คน มาร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.นั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคนที่มีความชัดเจน แต่เราต้องเคารพและให้เกียรติพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีกระบวนการพิจารณาและตัดสินใจเรื่องดังกล่าว ว่าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ปชป.จะมีมติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ @phumtham ระบุว่า &amp;ldquo;วันนี้&amp;hellip;เราควรจะปล่อยให้พวกนักการเมืองที่ไร้จรรยาบรรณ สร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ที่เอาแต่ประโยชน์ตน พยายาม โยนหินถาม เพื่อหว่านล้อมให้ยอมรับการแย่งชิงอำนาจเพื่อยึดครองอำนาจและสืบต่ออำนาจหรือครับ&amp;hellip;ใครตระบัดสัตย์ &amp;ldquo;ครั้งหน้าอย่าเลือก&amp;rdquo;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของ กกต.นั้น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ​กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่ารับทราบ และเคารพในทุกความเห็นของทุกคนอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยพูดถึงความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้จะพูดถึงความกล้าหาญที่จะถูกตรวจสอบ เราทำงานด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้พิจารณาว่าจะเห็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่มีผู้ยื่นถอดถอนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ และขู่ว่าจะฟ้องตามมาตรา 157 นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นไม่ได้การขู่แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของผู้ที่มีความเห็นต่างมีสิทธิตรวจสอบ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานทุกหน่วยหากเรียก กกต.เข้าชี้แจง ซึ่งผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวถึงรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุความล่าช้าของการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ที่มาไม่ทันการนับคะแนนว่า ได้รับรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร และมีผู้ใดบ้างที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีนี้ ซึ่งการหาผู้รับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญ และถ้ามีผู้ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;
หาคนรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นได้รับทราบว่าถุงเมล์ที่บรรจุบัตรเลือกตั้งจากเวลลิงตัน ต้องมาถึงให้ถึงแอร์นิวซีแลนด์ตามกำหนด แต่เกิดเหตุความล่าช้า ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงแล้ว มีเหตุอะไรที่ไม่สามารถนำไปส่งทัน ในสถานที่นับคะแนนกลางได้ ซึ่งจะรอความชัดเจนจากการดำเนินงาน ติดตามตรวจสอบจากสำนักงาน กกต. ให้หาข้อเท็จจริงถึงความผิดพลาด ขณะเดียวกันก็เป็นดุลพินิจของสำนักงาน กกต.ว่าหากพบผู้ที่ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น การเสนอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายเรื่องการนับคะแนนว่า กกต. ต้องพิจารณาเองก่อนว่าสิ่งที่จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีความก้ำกึ่ง หรือข้อขัดแย้งในทางกฎหมายจนถึงขั้นที่จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือยัง หรือการที่ กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น เพราะ กกต.ไม่มั่นใจในการตีความ และการทำงานของตนเองถึงส่งและโยนภาระหน้าที่ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะสิ่งที่มีปัญหาอยู่ในตอนนี้คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีสิ่งที่ขัดอยู่กับรัฐธรรมนูญ และถ้าทั้งสองอย่างขัดหรือแย้งกันเราสามารถส่งประเด็นนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่สิ่งที่ กกต.ส่งไปไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นความขัดหรือแย้งกันระหว่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญ แต่กลับส่งไปเป็นเรื่องของการนับคะแนนของพรรคการเมืองว่าแบบนี้จะทำได้หรือไม่ ซึ่งในที่สุดแล้วผมก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร แต่จะติดตามประเด็นนี้เพื่อความชัดเจนต่อไป&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โดยหลักการ ถ้าประเด็นใดเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญในเรื่องของเจตนารมณ์ แนวทาง หากยังมีข้อสงสัยหรือความเห็นต่างกัน ก็เป็นเรื่องดีที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็น จะได้เป็นที่ยอมรับ เพราะในหลักการแล้วคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันไปทุกองค์กร แม้จะเป็นอำนาจของ กกต.โดยตรงในการใช้สูตรคำนวณ และสูตรทั้งหลายก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่หากมีข้อสงสัย กังวลใจว่าองค์กรต่างๆ หรือประชาชนจะมองว่า กกต.ไม่เป็นกลาง ตนมองว่าควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นจะเป็นประโยชน์ให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้
ทำไมต้องตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ คงไม่มีใครไปเขียนรัฐธรรมนูญโดยไม่มีที่มาที่ไป ความชัดเจนมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้มันจะเอาความจริงมาพูดกันหรือเปล่าเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐธรรมนูญเขียนแล้วทำไมต้องตีความ โดยเฉพาะในเรื่องของสูตรคำนวณการคิดสัดส่วน มันมีความชัดเจนของมันอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรที่ต้องไปคิดเป็นอย่างอื่น แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์ยังกล่าวว่า การคิดคำนวณ ส.ส.ไม่ให้เกิน ส.ส.พึงมีตามที่กฎหมายกำหนดนั้นมีหลักการอยู่แล้ว ไม่มีอะไรทำให้น่ากังวล แต่เนื่องจากมีความเห็นหลายแนวทาง หลายกลุ่ม หลายความคิด แต่ไม่ใช่คนที่จะชี้ว่าใช่หรือไม่ใช่ เป็นเพียงความเห็นแต่ละท่าน ความเห็นของผู้รู้ ซึ่งมีทั้งที่ถูกและอาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ตีความเป็นอย่างอื่น ส่วนจะทันก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคมหรือไม่นั้น เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าใจถึงเงื่อนไขเวลา อะไรที่จำเป็นต้องรีบให้ความเห็นก็ต้องเร่งให้ทันต่อเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ว่าที่ ส.ส.อุดรธานี &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เกิดเรื่องประหลาดขึ้นในสังคมไทย​ คือรัฐธรรมนูญมาตรา​ 91 และกฎหมายลูกว่าด้วย กกต. มาตรา​ 128, 129 เขียนถ้อยคำไว้ชัดเจน ไม่มีความซับซ้อน เข้าใจง่าย นักกฎหมายโดยทั่วไปเข้าใจได้​ ประกอบกับ กกต.​ผู้ทรงเกียรติก็ล้วนเป็นนักกฎหมายใหญ่หลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แปลกใจทำไมต้องใช้ตรรกะตั้ง 3 แนวทางมาคำนวณ คือ​ ตรรกะคณิตศาสตร์ ตรรกะรัฐศาสตร์ และตรรกะกฎหมาย ทั้งที่เป็นตรรกะกฎหมายล้วนๆ สถานการณ์นี้อาจทำให้ประเทศตกสู่หลุมดำทางการเมืองทางการบริหาร ไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย คือต้องเอาจำนวนคะแนนทั่วประเทศ​ 35,532,647 คะแนน​หารด้วย 500 เขต ซึ่งก็คือตัวเลขที่จะกำหนด ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค หากพรรคใดมีคะแนนทั้งพรรคไม่ถึงจำนวนนี้ ย่อมไม่ใช่พรรคที่จะมี ส.ส.ได้เล​ย ง่ายๆ อธิบายได้ไม่ซับซ้อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพยายามคิดให้ซับซ้อนไปเพื่อเหตุผลใด หรือจะมีวาระซ่อนเร้นประการใดหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33634</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ทรงศักดิ์ ทองศรี, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลากร สุวรรณรัฐ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, รังสิมา รอดรัศมี, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb34a5cb68d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 อดีตส.ส.ชัยภูมิเพื่อไทย ซบภูมิใจไทย ชม &#039;เสี่ยหนู&#039; สปอร์ต – เป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย. 61 - ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับ 2 อดีตส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย คือ นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ และน.ส.สุนทรี &amp;nbsp;ชัยวิรัตนะ หลานสาวประสิทธิ์ &amp;nbsp;ที่ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประสิทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุการย้ายพรรคเพราะเกิดปัญหาการทับซ้อน ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงรอไม่ไหว ต้องรีบหาพรรคสังกัด ก่อนหมดเวลา โดยตนจะลงสมัครส.ส.ชัยภูมิ เขต1 ส่วนน.ส.สุนทรี จะลงสมัครส.ส.ชัยภูมิ เขต 2 &amp;nbsp;และยืนยันว่าการย้ายพรรคในครั้งนี้ตนและหลานสาวไม่ได้ขัดแย้งกับใคร โดยเฉพาะที่มีข่าวว่าตนไม่พอใจบทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและเป็นผู้ตัดสินผลการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะมีความเป็นกลางและสามารถเข้าได้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคมีความสปอร์ต และหากจะให้ตนรับผิดชอบพื้นที่ จ.ชัยภูมิก็ยินดี อย่างไรก็ตามขณะนี้มีอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคน ได้มาปรับทุกข์ ในปัญหาการทับซ้อนพื้นที่เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะย้ายมาพรรคภูมิใจไทย แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีใครบ้าง &amp;nbsp;ส่วนจะชนะเลือกตั้งหรือไม่นั้น คงไม่มีใครมั่นใจ แต่ก็คิดว่าทุกคนสู้กันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช &amp;nbsp;แต่ไอ้ที่ว่าแน่ๆ ก็สอบตกมาเยอะแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคิดเห็นที่อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยไหลไปอยู่พรรคไทยรักษาชาติเพราะอะไร นายประสิทธิ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ปัญหาคือเรื่องความไม่ชัดเจนในการส่งผู้สมัครส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงศักดิ์ ทองศรี, ภูมิใจหนู, ภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be54b09624ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
