<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยสุขภาพปชช. พระราชทานรถตรวจเชื้อโควิด13คัน/วันหยุดการ์ดอย่าตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย 13 คันแก่ สนง.เขตสุขภาพทั่ว ปท.-เขตพื้นที่ กทม. เพิ่มประสิทธิภาพค้นหาโควิดเชิงรุกในโรงเรียน-วัด-ชุมชนแออัด &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยไทยไร้โควิด 42 วันแล้ว พบผู้ป่วยใหม่ 5 รายกลับจากคูเวต &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ย้ำอย่าการ์ดตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลา 10.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยาสาขาต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้ นางกุสุมา รักษมณี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา สาขามนุษยศาสตร์ ประจำปี&amp;nbsp; 2562 นางประคอง นิมมานเหมินท์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขามนุษยศาสตร์ ประจำปี 2562 นายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2562 นายสุรพงษ์&amp;nbsp; โสธนะเสถียร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2562 นายบุญเสริม วิทยชำนาญกุล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญ ดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธี ยกส้าน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2562 นายผดุงศักดิ์ รัตนเดโช เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2562 นายชายชาญ โพธิรัตน์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์ ประจำปี 2562 นางสาวศศิธร ผู้กฤตยาคามี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา&amp;nbsp; สาขาแพทยศาสตร์ ประจำปี 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.01 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นำ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย จำนวน 13 คัน เพื่อกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ ณ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1-12 ทั่วประเทศ และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครที่กระทรวงสาธารณสุขดูแลรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในการปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เชิงรุกในโรงเรียน วัด ชุมชนแออัด และกลุ่มอาชีพเสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีความสุข ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือให้ทันต่อสถานการณ์
พระราชทานรถตรวจโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้จัดทำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ซึ่งอุปกรณ์ภายในรถมีประสิทธิภาพในการตรวจโรค และมีระบบสารสนเทศที่ทันสมัย ภายในห้องเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยจัดเป็นห้องปลอดเชื้อระดับ 1000 ประกอบด้วยระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมความเย็น ระบบกรองอากาศจากภายนอกเพื่อให้บริสุทธิ์ ระบบและอุปกรณ์ควบคุมความดันภายในห้องให้เป็นบวกตลอดเวลา รวมทั้งส่วนปฏิบัติการเก็บตัวอย่าง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสอดมือผ่านหน้าต่างและถุงมือยางที่ติดตั้งไว้ มีระบบฆ่าเชื้อภายในตัวรถหลังปฏิบัติงานรายวันด้วยระบบโอโซน และติดตั้งระบบไมโครโฟนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกับผู้รับบริการได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยได้ทดลองให้บริการไปแล้วครอบคลุมประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 12,094 ราย ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.63 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้เกิดผลสำเร็จในการค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างมีความปลอดภัยได้อย่างดียิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งหมด และอยู่ในสถานกักกันของรัฐใน&amp;nbsp; กทม. นับเป็นวันที่ 42 ที่ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ โดยทั้ง 5 รายกลับจากประเทศคูเวต แบ่งเป็นชาย 4 คน อาชีพรับจ้าง อายุ 34 ปี 46 ปี 48 ปี และ 53 ปี และเป็นหญิง 1 ราย อาชีพพนักงานนวด ทั้งหมดเดินทางมาถึงไทยวันที่ 29 มิ.ย. ในเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้ตรวจพบเชื้อและยืนยันก่อนหน้าแล้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ติดเชื้อ 5 รายดังกล่าวตรวจพบเชื้อ 3 รายวันที่ 2 ก.ค. และตรวจพบอีก 2 รายวันที่ 5 ก.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการใดๆ ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 3,195 ราย หายป่วยสะสม 3,072 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดคงที่อยู่ 58 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 65 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 11,556,681 ราย เสียชีวิตสะสม 536,776 ราย&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 6 ก.ค. มี 2 เที่ยวบิน จำนวน 328&amp;nbsp; คน จากสิงคโปร์และเกาหลีใต้ ส่วนวันที่ 7 ก.ค.จะมีคนไทยกลับจากญี่ปุ่นและจีน 3 เที่ยวบิน 220 คน&amp;nbsp; และจะมีนักธุรกิจจากเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งเพิ่มเข้ามาอีก 52 คน ซึ่งจะเห็นว่าโควตาต่อวันสำหรับผู้เดินทางกลับประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 500 คน และหากโควตาเหลือจะให้นักธุรกิจเดินทางเข้ามา แต่ต้องอยู่ในสถานกักกันของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หน่วยงานความมั่นคงรายงานว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีผู้ลักลอบเข้าประเทศตามช่องทางชายแดนกว่า 3,000 คน บางส่วนอยู่ในการดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยนำมากักตัวไว้ ขณะที่บางส่วนได้ผลักดันกลับประเทศ ดังนั้นในช่วงวันหยุดยาวที่ปรากฏภาพประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง การ์ดอย่าตก เพราะเรามีผู้ลักลอบเข้าประเทศปะปนในประเทศของเรา ส่วนที่สวนดุสิตโพลสำรวจพบประชาชน 2 ใน 3 มีความกังวลลดลงหลังผ่อนคลายระยะ 5 นั้น เป็นเรื่องน่ากังวล จึงขอให้ระมัดระวังตัว สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ เพราะเรายังไม่มีวัคซีนรักษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ประเทศอังกฤษ และยาหมดเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เนื่องจากต้องรอคิวนาน ศบค.จะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปัญหาการเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษคือเที่ยวบินไม่เพียงพอ ขณะนี้มีคนรอคิวกว่า 600 คน&amp;nbsp; เราจึงจัดทำแผนการเดินทางระยะสั้นให้ผู้ที่มีความจำเป็น เช่น มีอาการป่วยเหมือนกรณีดังกล่าว มีญาติไม่สบายหรือเสียชีวิต จะจัดหาเที่ยวบินให้เดินทางกลับมาก่อน แต่ต้องต่อเครื่อง ระยะที่สองจะมีการเช่าเครื่องบินเหมาลำเพื่อเดินทางกลับ 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 20 ก.ค.และ 26 ก.ค. ใครที่ต้องการเดินทางกลับขอให้ไปลงทะเบียนให้เต็มลำ ส่วนระยะยาวนั้นขอให้สถานทูตอังกฤษเป็นหน่วยงานกลางประสานกับหน่วยงานแพทย์หรือหน่วยงานความมั่นคงเพื่อให้คนไทยกลับมา
อย่าการ์ดตกแม้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในส่วนโปรแกรมการรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศ เพราะเรื่องการรักษาพยาบาลเป็นสิ่งที่ประเทศไทยมีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาผู้มีบุตรยาก การเสริมความงาม&amp;nbsp; การทำฟัน ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชนร่วมโครงการดังกล่าวแล้ว 67 แห่ง คลินิกเฉพาะทาง 1 แห่ง มีผู้ลงทะเบียนจะเดินทางเข้ามารักษาตัวจาก 34 ประเทศ ในระยะเวลา 3 เดือน จำนวนผู้ป่วย 1,169 คน ผู้ติดตาม 1,521 คน โดยทั้งหมดจะมีขั้นตอนก่อนเดินทาง คือตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง&amp;nbsp; เดินทางเข้ามาทางสนามบินที่กำหนด เข้าสู่กระบวนการคัดกรอง สถานพยาบาลไปรับผู้ป่วยที่สนามบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันต้องปลอดเชื้อโควิด-19 เท่านั้น และต้องอยู่โรงพยาบาลให้ครบ 14 วัน ไม่ให้กลับก่อนกำหนด ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบ เพราะมันจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ส่วนหนึ่งด้วย&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า? พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความห่วงใยประชาชนถึงช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันหยุดต่อเนื่องและตรงกับช่วงเวลาผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5&amp;nbsp; ที่ประชาชนตั้งใจใช้ช่วงเวลานี้เดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อทำบุญและพักผ่อน จึงขอให้ทุกคนใช้ถนน ยานพาหนะขับขี่อย่างปลอดภัย ไม่ประมาท รวมทั้งการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ไทยจะไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมานานกว่า 40 วันติดต่อกัน แต่อย่างไรก็ดีขอให้ทุกคนไม่ประมาท การ์ดอย่าตกดูแลป้องกันตนเอง สวมหน้ากาก ไม่อยู่ในที่แออัด เว้นระยะห่างและหมั่นล้างมือทำความสะอาด เป็นต้น รวมทั้งขอให้ทุกคนได้ร่วมทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา ได้บุญดังที่ตั้งใจและร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ตอนหนึ่งระบุว่า &amp;quot;องค์การอนามัยโลกเพิ่งประกาศเมื่อวานนี้ว่า ได้ตัดสินใจหยุดการให้ยาในกลุ่มผู้ป่วย&amp;nbsp; COVID-19 ที่ได้ยา Hydroxychloroquine และ Lopinavir/ritonavir ในงานวิจัย Solidarity trial แล้ว&amp;nbsp; เพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างดำเนินการวิจัย พบว่าไม่ได้ผลในการลดอัตราการเสียชีวิต ตอนนี้ไทยควรคิดแผนไว้ล่วงหน้าว่า หากเกิดระบาดระลอกสองหลังรับชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศจะทำอย่างไรดี แม้จะค่อยๆ ก้าวเป็นระยะตามที่ออกข่าวมาทางสื่อ แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่าความเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนสูงสุดหลังจากที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบนโยบายฟองสบู่ท่องเที่ยว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระระบุว่า &amp;quot;ยาในคลังมี Favipiravir จำนวนหนึ่งสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยได้ราว 10,000 คน&amp;nbsp; นอกนั้นคือ Hydroxychloroquine และ Lopinavir/ritonavir ที่องค์การอนามัยโลกเพิ่งประกาศไปตามข่าว ส่วนยา Remdesivir นั้นคงยากที่จะไปต่อกรแย่งกับอเมริกา ซึ่งได้สั่งซื้อสต๊อกไว้ล่วงหน้าหมดทั้ง 3&amp;nbsp; เดือนไปเรียบร้อยแล้ว คนที่เล่นหมากรุกไม่ว่าจะไทย จีน ฝรั่ง พอเห็นกระดานแบบนี้ รูปการณ์แบบนี้ คงไม่ใช่เวลาที่จะเดินเกมรุกเพื่อหาเงิน แต่ตาหมากที่ควรเดินคือการป้องกันให้เข้มแข็ง เพราะสถานการณ์ระบาดทั่วโลกนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้ในเร็ววัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประหลาดใจที่รัฐและหน่วยงานความมั่นคงกลับเลือกเดินตามมาตรการของกลุ่มการเมืองที่เคยฝากผลงานให้เราต้องมาช่วยกันสู้ระลอกแรกอย่างเหนื่อยแสนสาหัสมาแล้ว ถ้าผมเป็นคนบริหารประเทศ...ผมจะคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนทุกคนเป็นอันดับแรก และจะไม่เลือกเดินหมากฟองสบู่ท่องเที่ยวระยะที่สามโดยเด็ดขาดครับ แค่ปล่อยแง้มให้เกิด Medical and&amp;nbsp; wellness tourism ก็มากเกินพอแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่แน่ๆ ผมจะปรับคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลังเลครับ ต้องไม่ให้เกิดปรากฏการณ์เชียร์แข่งรถขณะโรคระบาด หน้ากากล่องหน หวัดธรรมดา หักหัวคิวโรงแรม หรือยาเสพติดรักษาสารพัดโรค เกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต สุขภาพ...ท่องเที่ยว...และเดินทาง ไม่ควรอยู่ในการกำกับของวงอำนาจเดียว เพราะส่งผลต่อสวัสดิภาพของทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โรคระบาดอีกยาวเช่นนี้&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70689</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน, พระราชทานรถตรวจเชื้อโควิด13คัน, ร.10, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f032f0dc0c4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
