<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่7</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พสกนิกรหัวหินปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 3 เมษายน&amp;nbsp; 2564 เวลา 19.58 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,&amp;nbsp; นายดำรง เรืองขจร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหัวหิน, พันเอก เวชยันต์ แว่นไธสงค์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15, พลตำรวจตรีวันชัย ธารณธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จบ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 120&amp;nbsp; ปี วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.นิศากร สิงหเสนี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 120 ปี วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบสูจิบัตร และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 120 ปี วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กราบบังคมทูลรายงานประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลเบิกนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเบิกผู้ทำคุณประโยชน์ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ขึ้นไปยังแท่นพิธี บริเวณลานชั้น 4 พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา กองทหารเกียรติยศสำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จขึ้นไปยังบริเวณลานชั้น 5 พระบรมราชานุสาวรีย์ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึก ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพุ่มดอกไม้ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ กราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเสด็จลงจากลานชั้น 5&amp;nbsp; ไปยังที่ปลูกต้นไม้ บริเวณลานชั้น 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กราบบังคมทูลเบิกผู้ทำคุณประโยชน์ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน 100 ราย พระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ต่อมาประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ไปยังท่าอากาศยานหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ อ.หัวหิน ครั้งนี้ มีพสกนิกรจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียงมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ตลอดสองฝั่งที่รถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินผ่านจากสนามบินบ่อฝ้าย เข้าสู่ถนนชมสินธุ์ จนถึงบริเวณเขาหินเหล็กไฟ หน้าวังไกลกังวล ประชาชนที่พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง โบกธงพระปรมาภิไธย &amp;quot;วปร.&amp;quot; และธงพระนามาภิไธย &amp;quot;สท.&amp;quot;&amp;nbsp; และชูป้ายข้อความและพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อันเป็นการแสดงความจงรักภักดี พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญดังกึกก้อง อาคารบ้านเรือนสองฝั่งถนนเส้นทางเสด็จฯ เปิดบ้านเพื่อรับเสด็จ และมีการประดับตกแต่งไฟทั่วเมืองหัวหิน พสกนิกรต่างปลื้มปีติที่ได้ชื่นชมพระบารมี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้แก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จขณะที่รถยนต์พระทั่งนั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กองแพทย์หลวง สำนักพระราชวัง ร่วมกับโรงพยาบาลและหน่วยสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกให้บริการด้านสาธารณสุข ดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเจลแอลกอฮอล์กับพิมเสนน้ำ และให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย พระราชทานเลี้ยงแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประวัติการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ณ เขาหินเหล็กไฟ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ลำดับที่ 7 แห่งราชอาณาจักรสยาม พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2436&amp;nbsp; ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2461
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้สร้าง &amp;ldquo;สวนไกลกังวล&amp;rdquo; และสร้าง &amp;ldquo;พระตำหนักเปี่ยมสุข&amp;rdquo; เป็นวังที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของเดือนเมษายน และในช่วงของการเป็นพระมหากษัตริย์นั้น ได้มีพระเมตตาแก่ชาวหัวหินอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการบริหารจัดการท้องถิ่น ทรงจัดตั้งสภาบำรุงสถานที่ชายทะเลทิศตะวันตก โดยให้ดำเนินการจัดการเก็บค่าบำรุงที่ดิน และค่าเหยียบย่ำที่ดิน (อากรที่ดิน) ซึ่งเป็นบรรทัดฐานแห่งการบริหารการปกครองท้องถิ่นจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังได้ทำการทดลองการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นครั้งแรกที่วัดอัมพารามหัวหิน (วัดหัวหินในปัจจุบัน) จึงถือได้ว่าพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของนักปกครองแบบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังจากเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ไปเจริญทางพระราชไมตรีกับประเทศในแถบยุโรป พร้อมทั้งเสด็จประทับที่ประเทศอังกฤษ เพื่อทรงเข้ารับการผ่าตัดและรักษาพระเนตร ในการนี้ ได้แต่งตั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&amp;nbsp; เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระหว่างนี้ พระองค์ยังทรงติดต่อราชการกับรัฐบาลผ่านทางผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งยังคงปรากฏข้อขัดแย้งต่างๆ ที่ไม่สามารถหาข้อยุติกันได้ พระองค์จึงสละราชสมบัติ และยังคงประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 พระองค์ได้เสด็จสวรรคตโดยฉับพลันด้วยพระหทัยวาย ขณะที่พระชนมพรรษา 47 พรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เทศบาลเมืองหัวหิน ซึ่งมีนายจิระ พงษ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินในขณะนั้น ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวหัวหิน ได้ทำการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2537 ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดำเนินการจัดสร้าง โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและดำเนินการปั้นหล่อองค์พระบรมราชานุสาวรีย์ ขนาดสูง 2 เมตร ในลักษณะประทับยืนถือพระมาลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งผู้ออกแบบให้จินตนาการว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่ทรงเหน็ดเหนื่อยกับการเสด็จประพาสบนเขาหินเหล็กไฟ ได้ทรงถอดพระมาลาเพื่อพักผ่อนพระวรกาย และทรงทอดสายพระเนตรลงมายังเมืองหัวหินด้วยความชื่นชมและห่วงใยพสกนิกรชาวหัวหิน รวมใช้งบประมาณในการปั้นหล่อ 550,000 บาท มีกรมโยธาธิการเป็นผู้ทำการสำรวจพื้นที่ในการประดิษฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในปี พ.ศ.2539 และดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ.2542 โดยทำพิธีอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ขึ้นมาประดิษฐานบนเขาหินเหล็กไฟ เมื่อปี พ.ศ.2543 มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ เหล่าข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จะประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายความเคารพสักการะ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาหินเหล็กไฟ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิว ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถชมวิวได้ 4 ทิศ จุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของเมืองและอ่าวหัวหิน โดยรอบบนยอดเขาเป็นพื้นที่ราบและผาหินที่สวยงาม เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดี และเป็นพื้นที่สีเขียวที่ถือว่าเป็นปอดของเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, ร.7, รัชกาลที่ 7, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_6068779f1ff3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
