<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนรู้ถนอมเสื้อผ้าช่วยรักษ์โลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดูแลถนอมเสื้อผ้าให้อยู่กับเราไปได้นานๆ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล จากขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำ ปิโตรเลียม และถ่าน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขยะแฟชั่นที่เกิดจากการผลิตสินค้าจำนวนมาก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อช่วยการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของโลก &amp;quot;แอลจี&amp;quot; ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องซักผ้าตามสโลแกน &amp;ldquo;Life&amp;rsquo;s Good&amp;rdquo; ได้รวบรวมเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญในการยืดอายุเสื้อผ้าตัวโปรด ตามแนวคิดรักษ์โลกแบบ &amp;ldquo;สโลว์ แฟชั่น&amp;rdquo; (slow fashion) มาเผยแพร่เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับแฟชั่นนิสต้ารักษ์โลกทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลือกซื้อเสื้อผ้าคุณภาพดี คัตติ้งเนี๊ยบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าคุณภาพดีและการตัดเย็บที่พิถีพิถัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป เคล็ดลับสำคัญคือการดึงผ้าเพื่อดูตะเข็บ หากเจอรอยตะเข็บที่ไม่ตรงแนวหรือแยกออกจากกัน แสดงว่าเสื้อผ้าชุดนั้นมีโอกาสในการชำรุดได้ง่าย และควรเลือกเสื้อผ้าที่มีรอยเย็บชายผ้าที่ได้มาตรฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลือกวิธีการดูแลเสื้อผ้าแต่ละประเภทให้ถูกวิธี &amp;nbsp;การซักผ้าบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ผ้าเสื่อมเร็วเช่นกัน เสื้อผ้าบางชนิดก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำความสะอาดด้วยการซักแบบทั่วไปได้ เช่น เสื้อสูท เสื้อหนัง การดูแลเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลือกโปรแกรมการซักให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูงสุด พร้อมถนอมผ้าเพื่อการใช้งานระยะยาวได้ในขณะเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่าใส่ผ้าเยอะจนแน่นถังซัก &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดคราบผงซักฟอกตกค้างและเสื้อผ้าเป็นขุย เพราะเมื่อใส่เสื้อผ้าปริมาณมากเกินไป เวลาซักเสื้อผ้าจะหมุนและถูเข้าด้วยกันจนทำให้เกิดแรงเสียดทาน และสร้างความเสียหายทำให้เกิดขุยผ้าได้ อีกวิธีป้องกันผ้าเสียหายที่ไม่ควรมองข้ามคือ การกลับตะเข็บเอาด้านในของเสื้อออกมาก่อนซัก และใส่เสื้อผ้าที่บอบบางลงในถุงตาข่ายซักผ้าเพื่อป้องกันการขีดข่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรียนรู้วิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปลี่ยนวิธีจัดการกับเสื้อผ้าชำรุด แทนที่จะบริจาคหรือทิ้งทุกครั้งที่กระดุมเสื้อหลุดหายหรือชายกางเกงรุ่ย การเรียนรู้ทักษะในการซ่อมแซมผ้าง่ายๆ เช่น เย็บกระดุม ปัก หรือปะผ้า เป็นประโยชน์อย่างมากในการดูแลเสื้อผ้าตัวโปรดให้คงทนและนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้งไม่ต่างกับตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ และยังเป็นวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108417</URL_LINK>
                <HASHTAG>Life’s Good, slow fashion, ฃ่วยรักษ์โลก, ถนอมเสื้อผ้า, ถ่าน, ทรัพยากรธรรมชาติ, ประหยัดค่าใช้จ่าย, ปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ปิโตรเลียม, ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, สโลว์ แฟชั่น, เครื่องซักผ้า, แนวคิดรักษ์โลก, แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee6c8a2f1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับปิดอ่าวมาหยากระทบท่องเที่ยว ชี้ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญกว่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 61 - นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการประกาศปิดอ่าวมาหยาอย่างไม่มีกำหนด ว่า เป็นมติของคณะกรรมการที่เห็นแล้วว่าทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะแนวปะการัง และหาดทราย ด้านหน้าอ่าวมาหยายังไม่ฟื้นตัว&amp;nbsp; รวมถึงการฟื้นฟูปะการัง และท่าเรือบริเวณด้านหลังอ่าวที่จะใช้สำหรับขึ้นลง ยังไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีแผนที่จะลงพื้นที่ในสัปดาห์หน้า เพื่อติดตามความคืบหน้า พร้อมยอมรับว่าอาจจะกระทบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว แต่ต้องให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นสำคัญ และเชื่อว่าในพื้นที่มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ใกล้เคียงให้ได้ท่องเที่ยวอยู่&amp;nbsp; รวมถึงอ่าวมาหยา ยังลอยลำเรือเพื่อถ่ายรูปในจุดแนวทุนไข่ปลา เพื่อเก็บภาพความสวยงามได้ แต่ไม่อนุญาตให้ลงไปยังชายหาดเท่านั้น นอกจากนี้ อ่าวมาหยายังอยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ยในคดีเดอะบีช เพื่อฟื้นฟูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา &amp;ndash; หมู่เกาะพีพี ได้ฟื้นฟูปะการังจำนวน 1 พันกิ่ง พร้อมศึกษาการเติบโตและปลูกป่าบก ร่วมกับนักวิชาการจากหลายสถาบัน และได้เห็นพ้องกันว่าเร็วเกินไปที่จะเปิดให้มาท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้าทางกรมอุทยานฯ ได้มีการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาของกรม ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิได้มีความเห็นถึงความเป็นห่วง และการรายงานผลทางวิชาการที่พบว่ายังไม่เพียงพอต่อการฟื้นตัวของปะการัง และป่าปลูก ซึ่งเวลา 4 หรือ 6 เดือน นั้นน้อยไป ทางกรมอุทยานฯ จึงได้มีประกาศเป็นทางการ ประกาศปิดอ่าวมาหยา จนกว่าจะมีการฟื้นคืนสู่ภาวะปกติแบบไม่มีกำหนดดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18991</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ทรัพยากรธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, อ่าวมาหยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4414de14bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยห่วงทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพล เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ สูญเสียรายได้ที่จะเข้าประเทศ และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย&amp;nbsp; และต้องการให้กระตุ้นมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; และ เสนอแนะให้ภาครัฐออกกฎหมายควบคุมบริษัทนำเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 61 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ทัวร์ศูนย์เหรียญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 12 กรกฎาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับทัวร์ศูนย์เหรียญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp; และเมื่อถามถึงผลกระทบจาก &amp;ldquo;ทัวร์ศูนย์เหรียญ&amp;rdquo; ต่อการท่องเที่ยวของไทย พบว่า ประชาชน ร้อยละ 17.59 ระบุว่า มีผลกระทบมากที่สุด ร้อยละ 58.36 ระบุว่า มีผลกระทบมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ที่ระบุว่า มีผลกระทบมาก - มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ สูญเสียรายได้ที่จะเข้าประเทศ และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย ร้อยละ 14.91 ระบุว่า ไม่ค่อยมีผลกระทบ ร้อยละ 7.96 ระบุว่า ไม่มีผลกระทบเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่ค่อยมีผลกระทบ - ไม่มีผลกระทบเลย ให้เหตุผลว่า ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวให้ความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า และร้อยละ 1.18 ระบุว่า ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พบว่า ประชาชน ร้อยละ 5.44 ระบุว่า มีความเชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 51.03 ระบุว่า มีความเชื่อมั่นมาก โดยผู้ที่ระบุว่า เชื่อมั่นมาก - มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า ภูเก็ตมีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ดีพร้อมกับมีหน่วยงานที่เก่งและมีความสามารถ ร้อยละ 33.99 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น ร้อยละ 5.91 ระบุว่า ไม่มีความเชื่อมั่นเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น - ไม่เชื่อมั่นเลย ให้เหตุผลว่า ส่วนราชการไม่มีความโปร่งใส ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม ขาดการบริหารจัดการ และการควบคุมที่ดี และร้อยละ 3.63 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.41 ระบุว่า การกระตุ้นมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 36.36 ระบุว่า การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น ร้อยละ 33.52 ระบุว่า การปฏิบัติตนของประชาชนในการเป็นเจ้าภาพที่ดีให้กับประเทศ ร้อยละ 32.26 ระบุว่า การจัดตั้ง ศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว ร้อยละ 25.55 ระบุว่า การส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีความตระหนักและเห็นคุณค่าในเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย และร้อยละ 0.87 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษแก่ผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด ขณะที่บางส่วนระบุว่า ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยดีอยู่แล้ว และไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้ภาครัฐ/ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการกับทัวร์ศูนย์เหรียญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.78 ระบุว่า ออกกฎหมาย/บทลงโทษ ในการควบคุมบริษัทนำเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 31.07 ระบุว่า ยึดใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว ร้อยละ 27.68 ระบุว่า ควบคุมจำนวนทัวร์ศูนย์เหรียญ ร้อยละ 26.74 ระบุว่า จับ/ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ร้อยละ 0.71 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ให้ดำเนินกิจการต่อไป และร้อยละ 4.50 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพยากรธรรมชาติ, นักท่องเที่ยว, นิด้าโพล, ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว, ภูเก็ต, สูญเสียรายได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4aa5723b6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขนกำลังบุกทลายโกดังค้าไม้พะยูงข้ามชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขานรอง.ผบ.ตร.พร้อมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบ.ชก.สอบสวนกลาง,พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผอ.ศปป4.กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล เจริญชันษา รอง.อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ชุดปฎิบัติการของ บก.ปทส.และ&amp;nbsp;,ชุดปฏิบัติการ ศปก.พป. (ทส)&amp;nbsp;,ศปป4.กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำโดย พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข และ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบการจับกุมดำเนินคดีคลังสินค้าของกลุ่มนายทุนใหญ่ที่ลักลอบค้าไม้พะยูง ข้ามชาติ (พิกัด) ถ.ร่มเกล้า ซ.21เขตลาดกระบัง กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด คือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;บริเวณภายในโกดังคลังสินค้า พบไม้พะยูงแปรรูป&amp;nbsp;141&amp;nbsp;ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร&amp;nbsp;2.958&amp;nbsp;ลบ.ม. เลื่อยโซ่ยนต์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว และพบอาวุธปืนไม่มีทะเบียนในบริเวณที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;บริเวณด้านหน้าโกดังคลังสินค้า พบรถบรรทุกบรรจุไม้พะยูงแปรรูป&amp;nbsp;200ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตรไม้ประมาณ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมปริมาตรไม้ทั้งหมด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลบ.ม.มูลค่าไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;6ล้านบาท ผู้ต้องหา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ของกลางในคดีเป็นรถยนต์บรรทุก6ล้อตู้ทึบ&amp;nbsp;1คัน รถปิคอัพ&amp;nbsp;2คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รถเก่ง&amp;nbsp;1คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รถโฟค์ลิฟ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุปกรณ์ในการแปรรูปไม้จำนวนหนึ่ง พร้อมอาวุธปืนสั้น&amp;nbsp;1กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพยัคฆ์ไพรของศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป),ชุดปฏิบัติการของ บก.ปทส. และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการของ ศปป4.กอ.รมน.ได้เปิดปฎิบัติการติดตามกลุ่มขบวนการลักลอบไม้มีค่าข้ามชาติหลายเครือข่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการติดตามและปฎิบัติการด้านการข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนทำให้สามารถขยายผลการจับกุมได้ถึงแหล่งโกดังแหล่งซุกซ่อนไม้เพื่อรอบรรจุใส่ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลักลอบส่งออกต่างประเทศและได้ขยายผลการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้หลายเครือข่าย จนทำให้พบกลุ่มขบวนการต้องหาที่ซุกซ่อนไม้แหล่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดปฏิบัติการข่าวของ บก.ปทส.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ขยายผลติดตามกลุ่มขบวนการมายังแหล่งซุกซ่อนไม้จนพบไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเข้าตรวจสอบพบ คนงาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ๆ ผู้ดูแลกำลังบรรจุไม้พะยูงใส่ลังเหล็กที่ต่อขึ้นเพื่ออำพรางใส่ไม้ โดยเฉพาะเพื่อบรรจุลักลอบออกต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่เข้าตรวจสอบคณะเจ้าหน้าที่พบ ผู้หญิง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนในที่เกิดเหตุแต่ให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการจึงดำเนินการควบคุมตัวเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฐานร่วมกันมีไม้พะยูงแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายพรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนดูแล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรวจสอบอาวุธปืนสั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบอกในครอบครองและตรวจสอบพบเอกสารในการซื้อขายไม้ และ เอกสารที่เกี่ยวข้องการส่งออกตามขบวนการศุลกากร ของ บริษัท ๆ ผู้ดำเนินการ และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าของไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มขบวนการนี้ได้เพิ่งมาเช่าโกดังดังกล่าวไม่นาน น่าจะย้ายโกดังเดิมเพื่อพยายามหลบซ่อนเจ้าหน้าที่ที่ขยายผลหนักต่อกลุ่มขบวนการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังตรวจสอบพบว่ากลุ่มขบวนการนี้น่าจะกระทำมานานจากรูปแบบและเอกสารที่ตรวจสอบพบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการที่คณะเจ้าหน้าที่ได้จับกุมไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายหลัง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ได้สั่งการให้ดำเนินการขยายผลให้ถึงที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7892</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับไม้พะยูง, ทรัพยากรธรรมชาติ, ผบ.ชก.สอบสวนกลาง, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, ลักลอบค้าไม้เถื่อน, ไม้พะยูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae13af9452c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
