<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน. จัดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้&amp;nbsp; เวลา 15.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ การประปานครหลวง สำนักงานใหญ่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออนไลน์ &amp;ldquo;วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง&amp;rdquo; โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการ กปน. นายวีรวัฒน์ ยมจินดา กรรมการ กปน. และนายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กปน. เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการน้ำประปา สะอาด ปลอดภัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย นอกจากภารกิจหลักแล้ว กปน. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ &amp;ldquo;วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง&amp;rdquo; เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น รวมทั้งสงวนต้นทุนน้ำไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. กล่าวว่า การประปานครหลวงดำเนินกิจกรรมฉลากประหยัดน้ำเพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น ช่วยลดอัตราการใช้น้ำ เฉลี่ย/คน/วัน (Per Capita) เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืนตลอดไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี)&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ กปน. ได้มีการเสวนาออนไลน์โดยได้รับความร่วมมือของพันธมิตรจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ผ่านมาตรฐาน และได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของ กปน. รวมถึงโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และจัดนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่มีฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง จะเพิ่มฟองอากาศให้น้ำที่ไหลออกมา มีความหนา นุ่ม ไม่แตกต่างจากก๊อกน้ำทั่วไป แต่ลดการใช้น้ำลง 1 ใน 3 จากการใช้ก๊อกน้ำทั่วไป รวมถึงส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้เราทุกคนได้มีน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ใช้อย่างยั่งยืนสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., กระทรวงมหาดไทย, การประปานครหลวง, กิจกรรมออนไลน์, จัดนิทรรศการเสมือนจริง, ทรัพยากรน้ำ, นายกวี อารีกุล, นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, นายวีรวัฒน์ ยมจินดา, น้ำประปา, วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง, สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก, อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ, โมเดิร์นเทรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f174267c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช.  ชี้ ผลศึกษา SEA เพิ่มปริมาณน้ำ 11 จังหวัดลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก เสริมแกร่งเศรษฐกิจอันดามัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สทนช. เผยผลการศึกษา SEA ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ บริหารจัดการน้ำ 11 จังหวัดลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก เพิ่มปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค เสริมความแกร่งเศรษฐกิจฐานรากหนุนฟื้นฟูการท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมรับการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (24 กรกฎาคม 2564)&amp;nbsp;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แถลงข่าวผลการศึกษาโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (Strategic Environmental Assessment : SEA) พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ว่า สทนช. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวรและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาโครงการฯ มาตั้งแต่กลางปี 2563 และจะดำเนินการแล้วเสร็จปลายเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการพัฒนาของลุ่มน้ำที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือมีผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้ และเป็นไปตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561-2580&amp;nbsp; โดยมีแนวทางการศึกษา ประกอบด้วย การจัดทำแผนหลักและแผนปฏิบัติการ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วม และบรรเทาอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน และการบริหารจัดการโดยมีผลการศึกษาในประเด็นสำคัญที่แล้วเสร็จ อาทิ แผนงาน/โครงการที่เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน รวม 2,894 โครงการ ทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการจัดการน้ำอุปโภคบริโภคและเสริมสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตในพื้นที่เพิ่มขึ้น 1,218.33 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และสามารถลดพื้นที่อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้อีก 47,631 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตกครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดของจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัด สุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ จากผลการศึกษาในกระบวนการ SEA ซึ่งใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based) สามารถสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดให้มีการจัดทำแผนงานเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การศึกษาพื้นที่ต้นแบบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งมีต้นแบบความสำเร็จ คือ ที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านวังลำ ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ถือเป็นแหล่งต้นน้ำและชุมชนต้นแบบที่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม ทั้งนี้ ในอดีตพื้นที่บ้านวังลำ มักประสบปัญหาน้ำมีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก ทำให้คนในชุมชน ท้องถิ่นและภาครัฐได้หาแนวทางร่วมกันบริหารจัดการน้ำผ่านกลไกของการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่คือ อ่างเก็บน้ำบ้านน้ำราบและโครงการอ่างเก็บน้ำสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในส่วนของจังหวัดกระบี่ พื้นที่บ้านไร่ตะวันหวาน ตำบลดินแดง อำเภอลำทับ นับเป็นอีกหนึ่งชุมชนต้นแบบที่มีการบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับท้องถิ่นและภาคเอกชน บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและมีการพัฒนาชุมชนให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ โดยได้ก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านไร่ตะวันหวาน&amp;nbsp; และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นจังหวัดต้นแบบ ในขณะที่ ปัญหาด้านน้ำอุปโภคบริโภคในกิจกรรมต่างๆในจังหวัดที่ผ่านมา ยังคงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมีค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการที่สูงมาก แต่เมื่อจังหวัดภูเก็ตต้องเป็นต้นแบบในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวแล้ว การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในการรองรับกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาและอุปสรรคกับการดำเนินนโยบายดังกล่าว ตัวอย่างเช่น 1) การก่อสร้างสระน้ำแก้มลิงบ้านโคกโตหนดพร้อมระบบผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองในช่วงแล้งสำหรับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง 2) โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาจากจังหวัดพังงาไปยังจังหวัดภูเก็ต 3) การก่อสร้างระบบผลิตน้ำรีไซเคิล ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และ 4) การจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่เกาะต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีนำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การศึกษา SEA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการจัดทำแผนหลักด้านน้ำ ที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ริเริ่มจัดทำเป็นมาตรฐานให้กับการพัฒนาด้านอื่น ๆ ทั้งนี้&amp;nbsp; การดำเนินการศึกษาของ สทนช. ได้เสริมการวิเคราะห์ความต้องการของพื้นที่ การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อกำหนดเป้าหมาย วิธีการ และลำดับความสำคัญผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ผลที่ได้รับคือ แผนหลักการบริหารลุ่มน้ำซึ่งจะต้องเสนอเข้าสู่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเพื่อการปรับปรุงเป็นแผนแม่บทน้ำของประเทศในปี 2565 ต่อไป&amp;rdquo; เลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110976</URL_LINK>
                <HASHTAG>Area Based, Strategic Environmental Assessment : SEA, การพัฒนาเชิงพื้นที่, การศึกษา SEA, ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, ทรัพยากรน้ำ, บริหารจัดการน้ำ, บ้านไร่ตะวันหวาน, ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์, ปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค, ฟื้นฟูการท่องเที่ยว, มหาวิทยาลัยนเรศวร, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, อ่างเก็บน้ำบ้านน้ำราบ, โครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, โครงการอ่างเก็บน้ำสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbf5f008d81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช.จัดงาน“วันน้ำโลก” 22 มีนา 62 จับมือทุกหน่วยงานเดินหน้าสร้างความมั่นคงทรัพยากรน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;น้ำ&amp;rdquo; เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสำหรับมนุษย์ที่ไม่เพียงแต่ต้องอาศัยสำหรับการอุปโภคบริโภคเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตเท่านั้น แต่ยังมีความจำเป็นต้องนำไปใช้ในภาคการเกษตรและ อุตสาหกรรมซึ่งเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำมากขึ้นในทุกภาคส่วน ประกอบกับปัญหาภาวะ &amp;ldquo;โลกร้อน&amp;rdquo; ที่ส่งผลกระทบต่อวัฏจักรของน้ำบนโลก เช่น ภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง พายุฝน และน้ำท่วมหนัก ซึ่งล้วนเป็นตัวการก่อให้เกิดวิกฤติความมั่นคงด้านน้ำ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดและน้ำดื่มของประชากรทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว ในปี 2535 องค์การสหประชาชาติ (UN) จึงประกาศให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็น &amp;ldquo;วันน้ำโลก&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;World Day for Water&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์ บำรุงรักษา รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งแต่ละปีทุกประเทศทั่วโลกจะร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ สทนช. เป็นเจ้าภาพหลักจัดกิจกรรม &amp;ldquo;วันน้ำโลกและสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;rdquo; ในวันที่ 22 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;ระหว่างเวลา 9.30- 15.00 น. ณ ห้องเวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต จ.นนทบุรี ซึ่งในปีนี้องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลักในการรณรงค์ในระดับโลก คือ &amp;ldquo;Leaving no one behind&amp;rdquo; ขณะที่ประเทศไทยได้กำหนดแนวคิดเพิ่มเติมในการรณรงค์ระดับประเทศคือ &amp;ldquo;ทั่วถึง..เท่าเทียม.. เพียงพอ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยภายในงานดังกล่าว สทนช. ได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งสถาบันการศึกษา รวมถึงหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติดูแลเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการน้ำต้นทุน การผลิตและการกระจายน้ำ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องรวม 18 &amp;nbsp;หน่วยงานมาร่วมจัดนิทรรศการเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยเฉพาะแผนแม่บทด้านที่ 1 ที่เป็นเรื่องการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ผลงานที่ผ่านมา แผนการดำเนินงานในอนาคต ตลอดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่หน่วยงานนำมาใช้ในการดำเนินงานให้สำเร็จวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย รวมทั้งมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;ความท้าทายของการบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภค&amp;rdquo;&amp;nbsp; มีหน่วยงานร่วมเสวนา 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมอนามัย ในประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการความท้าทายของการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเขตเมืองและพื้นที่ห่างไกล การพัฒนาคุณภาพน้ำประปาให้ได้มาตรฐานและราคาที่เหมาะสมโดยเฉพาะประปาหมู่บ้าน การขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จภายใต้แผนแม่บทการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เลขาธิการ สทนช. &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นสำคัญที่ สทนช. เตรียมนำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบในการจัดกิจกรรมวันน้ำโลก คือ ภาพรวมและผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (2558-2569) ที่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนาเป็นแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (2561-2580) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จำนวน 6&amp;nbsp; ด้าน โดยมีเป้าประสงค์ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ประชาชนทั้งในเมืองและชนบท มีน้ำอุปโภคและน้ำดื่มเพียงพอ ได้มาตรฐานสากลในราคาที่เหมาะสม มีการประหยัดน้ำทุกภาคส่วนทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.การสร้างความมั่นคงด้านน้ำสำหรับภาคการผลิต สามารถจัดหาน้ำเพื่อการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม) ได้อย่างสมดุลระหว่างศักยภาพกับความต้องการ มีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด ผลิตภาพสูงขึ้น รวมทั้ง สามารถจัดหาน้ำบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝนให้เพียงพอต่อการดำรงชีพและการทำการเกษตรในฤดูฝน เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย มีระบบป้องกันน้ำท่วมและอุทกภัยที่มีประสิทธิภาพ ทั้งโครงสร้างและการบริหารจัดการมีผังการระบายน้ำทุกระดับ การบริหารพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่ชะลอน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4.การจัดการคุณภาพน้ำ และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ชุมชนขนาดใหญ่ มีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม มีการจัดการโดยการป้องกันและลดน้ำเสียที่ต้นทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;5. การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม และป้องกันการพังทลายของดิน ป่าต้นน้ำได้รับการฟื้นฟู สามารถชะลอการไหลบ่าของน้ำ มีการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ลาดชัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;6.การบริหารจัดการ มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีธรรมาภิบาล ทันสมัย มีกฎหมาย ระเบียบ เกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ มีโครงสร้างองค์กรเหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำทุกระดับ สามารถบริหารจัดการตามแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท แผนปฏิบัติการ ระบบ และกลไกการจัดสรรน้ำ รวมทั้ง มีระบบฐานข้อมูล ทรัพยากรมนุษย์ และงานวิจัยเพียงพอในการตัดสินใจและบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้ง 6 ด้านนั้น ต้องดำเนินการควบคู่กันไปในทุกด้าน โดยมีการดำเนินงานในแผนแม่บทด้านที่ 1 คือ การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นด้านที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด มีแนวทางการดำเนินการ 4 ประการ คือ 1.ต้องการให้ทุกครัวเรือนเข้าถึงน้ำอุปโภคบริโภค โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2562 หมู่บ้านในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ 7,490 หมู่บ้าน จะมีน้ำกินน้ำครบทุกหมู่บ้าน &amp;nbsp;รวมทั้งปรับปรุงระบบประปาเดิมที่ชำรุดเพื่อให้ใช้งานได้ 2.มุ่งพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน โดยมุ่งยกระดับให้ถึงเกณฑ์การตรวจวัดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2573 &amp;nbsp;(SDGs) 3. พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพประปาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 404 เมือง 4.2 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; รวมถึงการจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่ขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุน และ 4. การประหยัดน้ำทุกภาคส่วน โดยส่งเสริมการลดการใช้น้ำในทุกภาคส่วน รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภค เช่น การแก้ปัญหาความสูญเสียน้ำของระบบท่อ ซึ่งปัจจุบันนี้ ข้อจำกัดของการส่งน้ำด้วยระบบท่อของประเทศไทย ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำระหว่างทางไปไม่น้อยกว่า 30% &amp;nbsp;สทนช.จึงได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลดความสูญเสียของน้ำจากระบบท่อให้เหลือเพียง 20% ให้ได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดการหาแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อทดแทนปริมาณน้ำที่สูญเสียด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เลขาธิการ สทนช. กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้ คือ ภาพรวมการขับเคลื่อนงานด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ในแผนแม่บทด้านที่ 1 &amp;nbsp;โดยมี สทนช. เป็นหน่วยงานกลางที่จะกำกับดูและขับเคลื่อนการดำเนินงานตั้งแต่ระดับนโยบายไปถึงระดับปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันมีถึงกว่า 40 หน่วยงาน ในการบูรณาการภารกิจในทุกด้านเพื่อสร้างความมั่นด้านน้ำให้กับประเทศ ทั้งนี้ การจัดงานวันน้ำโลกฯ ในวันที่ 22 มีนาคม 2562 นอกจากจะมีการนำเสนอผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบนิทรรศการแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น &amp;nbsp;กิจกรรมเล่าเรื่อง &amp;ldquo;สายน้ำแห่งชีวิต&amp;rdquo;สร้างจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักเห็นคุณค่าของน้ำ ผ่านเพลงฉ่อย มรดกภูมิปัญญาไทย ที่ถ่ายทอดโดยศิลปินชั้นครู กิจกรรมบทเพลงสีสันสายน้ำนำเสนอบทเพลงที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทย &amp;nbsp;และกิจกรรมค่ายตามรอยสายน้ำ ตามหาน้ำสะอาด เป็นต้น โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมงานในวันและเวลาดังกล่าว เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ &amp;nbsp;ตลอดจนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพยากรน้ำ, วันน้ำโลก, สทนช., สมเกียรติ ประจำวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8760f24b5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
