<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;โผล่โอดครวญเจ็บปวดรู้ข่าวทรัพย์สินทยอยถูกขายทอดตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระบุว่า &amp;quot;หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ดิฉันเองจึงอยากจะขออนุญาตเล่าความในใจว่า ดิฉันเองจะต้องต่อสู้เรื่องของการถูกประมูลทรัพย์สินทุกชิ้นที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้มา ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ ดิฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและสะเทือนใจทุกครั้งที่รับทราบว่าทรัพย์ถูกทยอยขายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น บางครั้งดิฉันก็ต้องปลอบใจตัวเองและบอกกับตัวเองว่า หากเรายังเศร้าและจมปลักอยู่กับอดีตเราก็จะไม่มีความสุข เรายังต้องมีภาระและดูแลอีกหลายชีวิตที่เขาฝากความหวังไว้กับเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นดิฉันจึงต้องพยายามยืนและมองไปข้างหน้าโดยมองอดีตเป็นประสบการณ์ และคนเราควรจะอยู่เพื่อวันนี้และเพื่ออนาคต ไม่เอาอดีตมาทำให้เราไม่สามารถจะหลุดพ้นหรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะวันนี้ดิฉันพยายามที่จะบอกว่าดิฉันอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับอนาคต เราจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งในอดีตที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อดิฉันโดยเสมอมาค่ะ #ม.44กฎหมายเลือกข้าง #กฎหมายเลือกข้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ขายทอดตลาด, คดีจำนำข้าว, ทรัพย์สิน, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ม.44</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df6feeb83c98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!ศรีสุวรรณจ่อร้องป.ป.ช.สอบนักการเมืองเสกราคาทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวการแสดงรายการทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ซึ่งได้แจ้งรายการทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโคตรมหาเหล็กไหลที่มีมูลค่ากว่า 700 ล้าน มหาเหล็กไหล มูลค่า 300 ล้านบาท อุกกาบาต 10 ล้านบาท และพระเครื่องต่าง ๆ อาทิ พระกริ่งปวเรศทองคำ 50 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆัง 40 ล้านบาท และพระสมเด็จไกเซอร์ 30 ล้านบาท ฯลฯ จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เป็นที่สงสัยและวิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมไทยเป็นอย่างมากว่า มูลค่าทรัพย์สินต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นการสร้างมูลค่าลวงขึ้นมาหรือไม่ มีหน่วยงานหรือองค์กรมาตรฐานใดให้ใบรับรองหรือไม่ หรืออาจเป็นกลเล่ห์ฉลของนักการเมืองที่อาจใช้เป็นข้ออ้างในการฟอกเงินเพื่อผ่องถ่ายทรัพย์สินแบบหลอกๆไปเป็นเงินสดในอนาคต หากมีเงินสดหรือทรัพย์สินอื่นงอกเงยขึ้นมาเกินกว่ารายรับที่พึงมีในขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็จะใช้เป็นข้ออ้างได้ว่าได้จำหน่ายพระเครื่องหรือวัตถุมงคลดังกล่าวออกไปในราคาแพงตามที่ตั้งมูลค่าไว้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระนั้น ป.ป.ช.จะต้องมีระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตรวจสอบมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าวของนักการเมือง เพื่อปิดช่องโหว่ของการเลี่ยงบาลีในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งหากนักการเมืองไม่สามารถแสดงหลักฐานใบรับรองมูลค่าของทรัพย์สินต่างๆได้ ก็สามารถชี้ได้เลยว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ &amp;nbsp;หรือ ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ เพื่อเลี่ยงความจริงที่พึงต้องแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 109 วรรคสาม ประกอบมาตรา 114 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ซึ่งอาจมีโทษตามมาตรา 167 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ ดําเนินการตามมาตรา 114 &amp;nbsp;โดยการเสนอเรื่องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อวินิจฉัย หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการยื่นฟ้องเองตามมาตรา 80 โดยจะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 23 ก.ย. 2562 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46321</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, ทรัพย์สิน, ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคไทยศิวิไลย์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78813a4aadd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพศาลชี้เหตุมหา’ลัยเต้นแจงทรัพย์สินเพราะเป็นนอมินีถือครองแทนบิ๊กนักการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2561 - &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคลกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ข้อกำหนดของ ป.ป.ช.ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินล่าสุด ทำให้เห็นอะไรบ้าง 1.ทำให้เห็นว่าบางบิ๊ก เป็นนายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัยหลายแห่ง &amp;nbsp;2.มีญาติวงศ์พงศา เป็นพี่น้องเป็นญาติ เป็นบริวาร ของระดับบิ๊กการเมือง เข้าไปเป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยกัน โดยทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรรมการสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจมาก สามารถอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างระดับร้อยล้านได้ มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็อาจเกรงใจ และคล้อยตามผู้มีอำนาจ และมีอำนาจ อนุมัติงบประมาณด้วย ควรจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเสียตั้งนานแล้ว &amp;nbsp;และ 4.ทันทีที่ ป.ป.ช.ประกาศก็มีการเต้นเป็นเจ้าเข้าก็เพราะว่าบางคนอาจจะถือครองทรัพย์สินของนักการเมืองระดับบิ๊กอยู่ก็ได้!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, ทรัพย์สิน, นักการเมือง, ป.ป.ช., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb990f61c2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
