<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดีมธ.ชำแหละคำปราศรัย&#039;มายด์-ภัสราวลี&#039;กล่าวหาพระมหากษัตริย์ไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัย​ธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า
ได้ติดตามดูและฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์การขึ้นปราศรัยของมายด์ ภัสราวลี ในม็อบเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จากสื่อต่างๆแล้วยอมรับว่า การปราศรัยครั้งนี้มีผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทบหรือขอใช้คำว่ามี impact ต่อสังคมสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ที่ได้เห็นคือ สังคมแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนที่สุดอีกครั้งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ครั้งนี้ไม่ใช่แบ่งเป็นซ้ายกับขวา แต่แบ่งเป็นฝ่ายที่ไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ และฝ่ายที่ยังจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพูดว่า ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ หรือคำที่มายด์ใช้ในการปราศรัยคือ &amp;ldquo;การเป็นกัลยาณมิตร&amp;rdquo; เป็นเพียงวาทกรรม ความประสงค์ที่แท้จริงคือการไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ หากทำไม่สำเร็จก็ให้มีได้ แต่ไม่ให้มีบทบาทใดๆเลยทั้งสิ้น นั่นคือคำว่า &amp;ldquo;สถาบันกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;ในความหมายของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปรากฎการณ์หนึ่งซึ่งจะว่าไปก็เป็นลักษณะที่เป็นมาหลายปีแล้วในระยะหลัง ก็คือ สังคมไทยเมื่อแบ่งฝ่ายแล้ว เลือกที่จะมองแต่ด้านดีของฝ่ายตัวเอง โดยมองข้ามด้านที่ไม่ดีไปเสียทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปราศรัยของมายด์ เป็นตัวอย่างที่ชัด ฝ่ายที่ไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมองการปราศรัยของมายด์ด้วยความชื่นชม มองว่ากล้าหาญ มองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์อย่างสุภาพและสร้างสรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามการที่มายด์ปราศรัยโดยดูโพยในโทรศัพท์มือถือของตัวเองเกือบตลอดเวลา ซึ่งโพยที่อ่าน ฟังแล้วมีโอกาสสูงว่ามายด์ไม่ได้เขียนเอง แต่มีคนอื่นที่อยู่เบื้องหลังเขียนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามไปเลยว่า คำพูดที่ว่าสุภาพนั้น เป็นคำพูดถึงองค์พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน ไม่ใช่พูดถึงคนธรรมดาทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามไปเลยว่า การปราศรัยเป็นการตำหนิที่รุนแรง ใช้ถ้อยคำที่แม้ไม่ใช่คำหยาบ แต่เป็นคำรุนแรง ไม่อาจใช้กับองค์พระมหากษัตริย์ได้ เช่นคำว่า &amp;ldquo;โลภ&amp;rdquo; คำว่า &amp;ldquo;ออกนอกลู่นอกทาง&amp;rdquo; คำว่า &amp;ldquo; ตักเตือน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามไปเลยว่า มีการตั้งข้อกล่าวหา ที่รุนแรงมาก นั่นคือกล่าวหาว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงสร้างระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ ทรงสร้างกองทัพของพระองค์เอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เบื้องหลังกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์นำทรัพย์สินของชาติไป เป็นของพระองค์เอง และเรียกร้องให้โอนกลับคืนให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ฟังแล้วจะเชื่อและเห็นด้วยทั้งหมด ในขณะที่ฝ่ายจงรักภักดีจะไม่เชื่อเลยแม้แต่เรื่องเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากสลัดความมีอคติออกไป เราจะพบว่า ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่เป็นความจริงและแน่นอน ข้อกล่าวหาบางข้อเราไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง คือการที่กล่าวหาว่าพระองค์มีพระราชประสงค์จะสร้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีก 2 ข้อ คือการสร้างของทัพเป็นของพระองค์เอง และการนำทรัพย์สินของชาติไปเป็นของส่วนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่เราไม่ทราบคือ ข้อกล่าวหาว่าทรงอยู่เบื้องหลังกลุ่มการเมือง เพราะข้อกล่าวหาข้อนี้ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานใดๆ เป็นข้อกล่าวหาลอยๆที่แม้แต่หากเป็นการกล่าวหาบุคคลทั่วไปในที่สาธารณะเช่นนี้ ก็อาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาเหล่านี้มีผู้ออกมาอธิบายเป็นส่วนใหญ่แล้ว ในที่นี้จึงอยากจะกล่าวถึงข้อเดียว นั่นคือการกล่าวหาว่าพระมหากษัตริย์นำทรัพย์สินของชาติไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เดิมทรัพย์สินที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ มีทรัพย์สินส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทรงได้มาก่อนขึ้นครองราชย์ และทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่เกี่ยวกับการเป็นพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทรัพย์สินของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายความว่า เป็นทรัพย์สินที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์สามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ หรือยกให้เป็นมรดกตกทอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในสมัยรัฐบาลคณะราษฎร ได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ได้มีการบัญญัติคำว่า ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งมีข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน&amp;quot; หมายความว่า ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ซึ่งใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระราชวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าคำว่า ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ก็คือทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เดิมนั่นเอง แต่แยกส่วนหนึ่งออกไปเป็นทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งยังคงเป็นทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ จะว่าเป็นสมบัติของชาติก็อาจไม่ผิด แต่ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของประชาชนทุกคนที่จะไปใช้ประโยชน์ได้ มีเพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่จะใช้ประโยชน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรบ ฉบับนี้ยังให้มีการตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อทำหน้าที่จัดการทรัพย์สินส่วนนี้ ให้เกิดผลประโยชน์ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ว่านำทรัพย์สินของชาติไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์จึงไม่เป็นความจริง พระองค์เพียงนำทรัพย์สินที่ควรเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์กลับมาเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงก่อตั้ง จึงไม่แปลกที่จะเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ และเป็นมรดกตกทอดมาถึงรัชกาลปัจจุบัน ธนาคารไทยพาณิชย์ไม่เคยเป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่เป็นของประชาชนทุกคน ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชน เจ้าของตัวจริงคือผู้ถือหุ้นทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งมีประชาชนทั่วไปรวมอยู่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแบ่งแยกฝ่ายครั้งนี้ เป็นความแตกแยกที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากแกนนำที่ออกหน้า อาจไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลให้ถึงแก่นจริงๆ แต่เชื่อตามข้อมูลที่มีคนป้อนให้ เพื่อจุดหมายทางการเมืองที่ต้องการไปถึง ซึ่งไม่มีทางสำเร็จได้ เพราะฝ่ายที่ยังจงรักภักดียังคงเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งน่ากลัวคือความแตกแยกขัดแย้ง หากยังมีการโหมกระพือต่อไปแบบนี้ ความรุนแรงระดับเลือดตกยางออกแบบเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง ประเทศชาติจะยิ่งบอบช้ำหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากหวังดีต่อประเทศชาติกันจริงๆ ทำไมจึงต้องดึงดันเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์แบบไม่ยอมเลิก ไม่ยอมผ่อนเช่นนี้ ประหนึ่งว่า สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นวิกฤตของชาติที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วนกระนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญูชน ย่อมมองเห็นว่า นั่นไม่ใช่ความจริง ดังนั้นจึงมีคำถามว่า จุดมุ่งหมายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของคนกลุ่มนี้ ทำเพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชน ทำเพื่อสังคมที่ดีขึ้น จริงหรือ หรือทำเพื่อใคร เพื่อกลุ่มใดกันแน่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, มายด์ ภัสราวลี, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210301/image_mid_603cbd6c8488b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;เอือม&#039;สามนิ้ว&#039;ปั่นในหลวงไม่เสียภาษี แฉอ่านบทที่ผู้ใหญ่ใจอำมหิตหลอกให้พูดตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังแกนนำม็อบสามนิ้วยังคงนำประเด็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไปโจมตีว่า ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;ทรัพย์สินของประชาชนหรือของส่วนพระองค์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้อธิบายกันมาไม่รู้กี่ครั้ง นักวิชาการผู้รู้หลายๆ ท่านก็ออกมาอธิบายซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่นักเรียนนักศึกษา ที่ชอบอ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ มีเทคโนโลยีที่เข้าถึงความรู้ได้ง่าย กลับไม่สนใจศึกษา แต่กลับไปอ่านบทที่ผู้ใหญ่ใจอำมหิตหลอกให้พูดตาม สุดท้ายคนที่ติดคุกคือคนพูด ไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจอำมหิตที่ส่งบทพูดนั้นมาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ คือพระราชทรัพย์ของราชวงศ์จักรีที่แยกต่างหากจากทรัพย์สินของราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยโบราณนับตั้งแต่ก่อตั้งราชอาณาจักรสยาม ทรัพย์สินทั้งแผ่นดินเป็นของพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่วงมาถึงสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านเป็นผู้แยกทรัพย์สินส่วนพระองค์กับทรัพย์สินแผ่นดินออกจากกัน เพื่อความชัดเจนและเป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*** ย้ำ ในหลวงรัชกาลที่ 5 เป็นผู้แยกทรัพย์สินส่วนพระองค์กับทรัพย์สินแผ่นดินออกจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อคณะราษฏร์ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้จับทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ที่มีมาแต่เดิมแยกออกเป็น 2 ส่วนคือ&amp;quot;ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;quot; กับ &amp;quot;ทรัพย์สินส่วนพระองค์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลเป็นภาษาชาวบ้านให้อีกทีว่า คือการยึดทรัพย์ในหลวง แล้วแยกบัญชี ให้ในหลวงเอาไว้ใช้ส่วนตัวบัญชีหนึ่ง และยึดเข้าเป็นสมบัติของแผ่นดินอีกบัญชีหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบัญชีที่เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ &amp;ldquo;ต้องเสียภาษี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เรียกว่า&amp;rdquo;ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;ไม่ต้องเสียภาษี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo; เป็นชื่อที่ตั้งให้ฟังดูสับสนว่าเป็นทรัพย์สินของในหลวง ทั้งที่ความจริงคือ คณะราษฎร์ได้ยึดทรัพย์ของในหลวงมาเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ไม่ต้องเสียภาษี เพราะเจ้าของ&amp;rdquo;สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;คือรัฐบาล ไม่ใช่พระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
คำว่ารัฐบาลเป็นเจ้าของ&amp;rdquo;สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;ตัวจริง หมายความว่า ผลประโยชน์ใดๆ ที่เกิดจากสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผลประโยชน์ของชาติและประชาชน จึงไม่จำเป็นต้องเก็บภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่าลืมว่า ผลประโยชน์นั้น ความจริงควรจะเป็นของสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น เพราะเป็นทรัพย์สมบัติของสถาบันฯ แต่ถูกคณะราษฏร์ยึดไปอย่างหน้าตาเฉย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ผมจะขอยกตัวอย่างหนึ่งที่จะทำให้เป็นการอธิบายให้เห็นได้ชัดเจนคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตั้งของธนาคารแห่งประเทศไทย เดิมคือพระตำหนัก หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; นั้นเป็นบ้านของ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ แต่ถูกคณะราษฏร์ยึดไปเป็นของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถือได้ว่า คณะราษฏร์ยึดทรัพย์สมาชิกพระราชวงศ์จักรีไปเป็นของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉกเช่นเดียวกับที่ยึดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เอาไปตั้งเป็น &amp;ldquo;สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo; โดยตั้งชื่อนี้ให้ประชาชนเกิดความสับสนว่า เป็นทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ ที่ไม่ยอมเสียภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ของพระมหากษัตริย์ แต่ถูดยึดคณะราษฎร์ไป และรัฐบาลไม่เก็บภาษีจากสำนักทรัพย์สินของรัฐบาลเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
**สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คือ ทรัพย์สินของรัฐบาลแต่กลับตั้งมีชื่อว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อสับขาหลอกประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วก็เอามาบิดเบือนปลุกปั่นชาวบ้านว่า ในหลวงไม่เสียภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ ทรัพย์สินส่วนพระองค์นั้นเสียภาษีในอัตราเดียวกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ไม่มีการเสียภาษีทรัพย์สิน คือส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นของรัฐบาล ไม่ใช่ของพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**คำว่า &amp;ldquo;เป็นของรัฐบาล&amp;rdquo; คือความหมายเดียวกับการ&amp;rdquo;เป็นของประชาชน&amp;rdquo;นั้นเอง เพราะประชาชนคือเจ้าของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ต่อมาหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต และหมุดคณะราษฎร์ถูกถอนออกไป เหมือนราวกับว่อาถรรพ์ที่คณะราษฏร์ตอกลงไปกับหมุดถูกถอนไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๗๑/๒๕๖๑ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561 คณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม&amp;nbsp;
โดยสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคือให้มีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานจาก สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และถวายคืนทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แด่ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน
............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่นี่เข้าใจแล้วนะว่า คำครหาที่ถูกปลุกปั่นว่า ในหลวงไม่เสียภาษี หรือแม้แต่ในหลวงใช้เงินภาษีของประชาชน เป็นการบิดเบือนหลอกลวงเพื่อปลุกปั่นให้เป็นความวุ่นวายในสังคม เพื่อจุดประสงค์จะล้มเจ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องล้มเจ้าเพราะเข้าใจว่าล้มเจ้าได้เมื่อไหร่ ก็ล้มคู่ต่อสู้ทางการเมืองของตนได้ ทั้งๆ ที่เจ้าอยู่เหนือการเมือง ที่แปลว่า พระมหากษัตริย์ไม่ได้เป็นผู้เล่นการเมือง มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่เล่นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดดึงพระมหากษัตริย์ลงมาเล่นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าอยากดึงพระมหากษัตริย์ลงมาเล่นการเมืองจริง ก็ถวายคืนพระราชอำนาจไปเสียเลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97324</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, สามนิ้ว, อัษฎางค์ ยมนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c4ac4d2c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กราบครูก่อนนอน &#039;ดร.อานนท์&#039; เผยรายชื่อครูบาอาจารย์ที่ให้ความรู้นำไปใช้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังร่วมรายการ ถามตรงๆกับจอมขวัญ กับนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; แกนนำกลุ่มราษฎร เพื่อแลกเปลี่ยนในประเด็น &amp;quot;พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561&amp;quot; เมื่อช่วงค่ำวานนี้ &amp;nbsp;ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบครูก่อนนอน ใช้ความรู้ในวิชาเหล่านี้เต็มๆ ในการไปออกรายการ ถามตรงกับจอมขวัญ เรื่องสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมาย
ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ&amp;nbsp;
ศ. สุดาศิริ วศวงศ์
รศ. ธัชชัย ศุภผลศิริ
รศ. ชยันติ ไกรกาญจน์
รศ. สำเรียง เมฆเกรียงไกร&amp;nbsp;
อ. สุชาติ ธรรมาพิทักษ์กุล
อ. รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชี
อ นันทพร พิทยะ
รศ. ดวงสมร อรพินท์&amp;nbsp;
รศ. ดร. อังครัตน์ เพรียบจริยวัฒน์
อ. นราทิพย์ ทับเที่ยง
อ. แพร กีระสุนทรพงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเงิน&amp;nbsp;
รศ. สริตา บุนนาค
รศ. ศิรินันท์ ธนิตยวงศ์&amp;nbsp;
ศ.ดร. อัญญา ขันธวิทย์
ผศ. พงษ์ศักดิ์ ทรงชัยกุล
รศ. ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา
ผศ. เมธินี วณิกกุล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐศาสตร์
รศ. รัตนา สายคณิต
รศ. พรหมพร เชี่ยวสกุล
รศ. ดร. ปรีชา จรุงกิจอนันต์&amp;nbsp;
อ คมขำ ดีวงษา
ประวัติศาสตร์
อ. คมขำ ดีวงษา
อ. วรชาติ มีชูบท
อ. สวัสดิ์ จงกล&amp;nbsp;
รัฐศาสตร์&amp;nbsp;
ศ.ดร. ไชยยันต์ ไชยพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้คือครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนผมให้พอมีความรู้จะนำไปใช้ในการปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ผมเทิดทูนได้ ครับ&amp;nbsp; หลายท่านก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว คุณความดีที่ผมทำในวันนี้ทั้งหมด ขออุทิศส่วนกุศลให้ครูบาอาจารย์เหล่านี้ที่ได้สั่งสอนผมมาครับ.&lt;/p&gt;


	ดร.อานนท์ เผยออกรายการดีเบต เหนื่อยมากต้องอธิบายทุกอย่าง อยากมีเวลาอีกสักสามชั่วโมง
	ดร.ไตรรงค์ ออกโรงเตือนต้องไม่คบเด็กเลวเพื่อสร้างบ้าน
	ดีเบต &amp;#39;รุ้ง&amp;#39; พ่ายยับ!ชาวเน็ตชี้ไม่ทำการบ้าน &amp;#39;3 นิ้ว&amp;#39; โวยประกบคู่ผิด
	007 จุก! สส.พรรคร่วมฯ ระบุไม่มี &amp;#39;เต้&amp;#39; ภาพพจน์รัฐบาลดีขึ้น
	ย้อนเกล็ด 3 นิ้ว คนธรรมดาอย่าง &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; กฎหมายก็คุ้มครองไม่ให้ใครหมิ่นประมาท
	ถูกคู่! &amp;#39;ธนกร&amp;#39; ซดเดือด &amp;#39;วิโรจน์&amp;#39; โง่จริงหรือแกล้งโง่เรื่องมาตรา112
	&amp;#39;บุญเกื้อ&amp;#39; ได้ทีแซะตำแหน่ง &amp;#39;รุ้ง ปนัสยา&amp;#39; ผู้หญิงทรงอิทธิพลแห่งปี!
	ไอ้โม่งตัวจริงโผล่แล้ว &amp;#39;รุ้ง&amp;#39; สารภาพรับโพย 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ
	ก๊วนลี้ภัยสะท้าน! กางกฎหมาย จี้อัยการฯเชือดโจมตีสถาบันฯ
	&amp;#39;ทนายมุ้งมิ้ง&amp;#39; ปลื้ม &amp;#39;แม่ยกแห่งชาติ&amp;#39; เดินร่วมขบวนประชาชน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, นิด้า, ปกป้องสถาบัน, อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc1a82d13e83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒๕ พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาว ๓ นิ้วเขาจะไป สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นบอกว่าจะไปปราศรัย เรื่องภาษีกู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ายึดเอาตามที่ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; บอกก็ตามนี้....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ชัยชนะของพวกเรามาถึงจุดหนึ่งแล้ว นั่นคือการสร้างบรรทัดฐานว่าการพูดถึงพระมหากษัตริย์สามารถทำได้ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ อย่าว่าแต่พูดเลยแค่คิดก็กลัวแล้ว แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าใครก็ตามที่ใช้อำนาจประชาชน ใช้ภาษีประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตีเกราะเคาะกะลากันไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาษีของประชาชน คืองบประมาณแผ่นดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นที่เกี่ยวข้องกับภาษีประชาชนคืองบประมาณเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก้าวไกล เพื่อไทย เป็นรัฐบาล ก็ต้องตั้งงบประมาณ เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เอาไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และผ่านการตรวจสอบโดยสภา เหมือนที่ ก้าวไกล-เพื่อไทย ทำกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ๒๕๖๔ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะชู ๓ นิ้ว หาความรู้สักนิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นนี้ก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;quot; จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.๒๕๖๑&amp;nbsp; มีฐานะเป็นนิติบุคคล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหน่วยงานในพระมหากษัตริย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหน้าที่จัดการ ดูแลรักษา จัดหาผลประโยชน์ และดำเนินการอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ตามที่จะทรงมอบหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.๒๕๖๑ ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๔พฤศจิกายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดเริ่มของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์มาจาก&amp;nbsp; &amp;quot;กรมพระคลังข้างที่&amp;quot; ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น &amp;quot;สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;quot; ตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๔๗๙ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขและยกเลิกพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์อีก ๓ ครั้ง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๔ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๑ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น &amp;quot;สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;quot; ตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบริหารจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการปกครองในระบอบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีวิวัฒนาการเคียงคู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่สมัยที่ประเทศไทยยังปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ทรัพย์สินในราชอาณาจักรเป็นของพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงอยู่ในฐานะ &amp;quot;พระเจ้าแผ่นดิน&amp;quot; แต่เพียงพระองค์เดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามพระมหากษัตริย์ได้ทรงพยายามแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินของแผ่นดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; (รัชกาลที่ ๓) การค้าขายกับต่างประเทศเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้ทรงเก็บสะสมกำไรที่ได้จากการค้าสำเภาซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ไว้ในถุงผ้าสีแดงซึ่งเรียกกันว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เงินถุงแดง&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไว้ข้างพระแท่นที่บรรทม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า &amp;quot;เงินข้างที่&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมามีจำนวนมากขึ้นก็เก็บไว้ในห้องข้างๆ ที่บรรทม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเรียกว่า &amp;quot;คลังข้างที่&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้พระราชทานไว้เป็นทุนสำรองแก่แผ่นดินสำหรับใช้ในยามบ้านเมืองเกิดภาวะคับขัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; (รัชกาลที่ ๕) ได้เกิดเหตุวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๒๖) ที่สยามเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสจึงได้นำเงินถุงแดงมาสมทบเพื่อเป็นการชดใช้ค่าเสียหายและค่าประกันแก่ฝรั่งเศส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนสามารถรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เป็นยุคแห่งการปฏิรูปและการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิรูประบบการคลังใหม่และมีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินเป็นครั้งแรก เพื่อให้รายรับและรายจ่ายของแผ่นดินเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ได้มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างเด็ดขาด โดยทรงมอบหมายให้ &amp;quot;กรมพระคลังข้างที่&amp;quot; เป็นผู้จัดการดูแลพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อรายได้ของแผ่นดินมากขึ้นอันเนื่องมาจากการปฏิรูปทางการเงิน ในปี พ.ศ.๒๔๓๓ ซึ่งมีการจัดตั้งกระทรวงการคลังขึ้นมาเป็นครั้งแรก ส่งผลให้จำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรรของกรมพระคลังข้างที่ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงแรกรายได้ของกรมพระคลังข้างที่นำไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาพระราชวัง และค่าใช้จ่ายในการเสด็จไปทรงศึกษาต่อยังต่างประเทศของพระราชโอรสเป็นหลัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อรายได้เพิ่มมากขึ้นจึงมีเงินเหลือจ่ายจากค่าใช้จ่ายดังกล่าว จึงเกิดการริเริ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้โอกาสในการทำการค้าขาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้เมืองสำคัญในต่างจังหวัดยังได้มีการสร้างตลาดขึ้น เพื่อนำค่าบำรุงตลาดไปใช้ในการพัฒนาระบบสุขาภิบาลและสาธารณูปโภคพื้นฐานในเขตศูนย์กลางเมืองใหม่เหล่านี้ควบคู่พร้อมไปกับการตัดถนนของกระทรวงโยธาธิการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่กล่าวข้างต้นนี้ ถือได้ว่าเป็นรากฐานของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในปัจจุบัน.....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือข้อมูลพื้นฐาน มีให้อ่านในเว็บไซต์ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คือสมบัติส่วนพระองค์ ของราชวงศ์จักรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่สมบัติของแผ่นดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถูกเล่นแร่แปรธาตุโดยคณะราษฎร ๒๔๗๕ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนรุ่นใหม่ยุคไอที เข้าไปแสวงหาความรู้กันบ้างหรือเปล่า? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นถัดมา ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต้องเสียภาษีหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายเดิม เขียนว่า ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ย่อมได้รับความยกเว้นจากการเก็บภาษีอากร เช่นเดียวกับทรัพย์สินของแผ่นดิน แต่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ย่อมไม่อยู่ในข่ายแห่งความยกเว้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมายความว่า ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด แต่ทรัพย์สินส่วนพระองค์โดยหลัก ต้องเสียภาษี ยกเว้นจะมีกฎหมายใดมายกเว้นเป็นการเฉพาะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายใหม่บัญญัติว่า ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ทุกประเภทจะต้องเสียภาษีอากรหรือได้รับยกเว้นภาษีอากรย่อมเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมายถึงหลักการเดิมที่ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องเสียภาษีเป็นหลัก ทรัพย์สินส่วนพระองค์ต้องเสียภาษีเป็นหลัก ถูกยกเลิกไป โดยเรื่องใดจะต้องเสียภาษีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปคือมีทั้งเสียและไม่เสีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แกนนำม็อบ ๓ นิ้วไม่ยอมเบิกเนตร ป้อนข้อมูลผิดๆ ให้มวลชน&amp;nbsp; พระมหากษัตริย์ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งผิดถนัด!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องถามกลับไปว่ามีเจตนาอะไร? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งการไปชุมนุมที่ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แกนนำ ๓ นิ้ว หวังผลอะไร? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ตั้งของ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ อาจบอกอะไรบางอย่างได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะตั้งในเขตพระราชฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นพื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลกองกำลังรักษาเขตพระราชฐาน ของกองทัพภาคที่ ๑ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ มาตรา ๗ บัญญัติว่า....การจัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจากพระบรมมหาราชวังพระราชวัง วังของพระรัชทายาทหรือของพระบรมวงศ์ ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป พระราชนิเวศน์ พระตําหนักหรือจากที่ซึ่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ประทับหรือพำนัก หรือสถานที่พํานักของพระราชอาคันตุกะ จะกระทํามิได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าม็อบ ๓ นิ้วล้ำเข้าไปในรัศมี ๑๕๐ เมตร จะเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะอ้างว่าชุมนุมโดยสันติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ละเมิดกฎหมาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซ้ำยังเป็นเขตพระราชฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นไปได้หรือไม่ที่แกนนำม็อบ ๓ นิ้ว จะเซตสถานการณ์บางอย่างขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วโยนความผิดไปให้ฝ่ายรัฐ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเบิ้มๆ จากฮ่องกง &amp;quot;โจชัว หว่อง&amp;quot; ยอมรับผิดต่อศาลฐานยุยง และจัดการชุมนุมอย่างผิดกฎหมายใกล้กองบัญชาการตำรวจระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ระหว่างรอศาลพิพากษาโทษต้นเดือนหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีโทษสูงสุดจำคุก ๓ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือจุดจบแรกๆ ของฮ่องกงโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมนุมเขตพระราชฐาน เบาะๆ จําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ระวังปากพาไปละเมิดมาตรา ๑๑๒ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุกเบิ้มๆ ๑๕ ปี.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผักกาดหอม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, ผักกาดหอม, เปลวสีเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
