<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ชมเปาะสหรัฐสยบม็อบหัวรุนแรงฝ่อ แนะไทยปรับใช้บ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เอาจริงก็ไม่กล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสนับสนุนทรัมป์ที่คาดว่าจะก่อกวนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อ&amp;nbsp; 20 มกราคม​ ที่มีภาพแต่งชุดคล้ายทหารสะพายปืนเดินกร่างจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp; แต่พอเห็นการเตรียมกำลังพร้อมอาวุธของกองกำลังเนชั่น​การ์ด​ ร่วมสองหมื่นกว่าคน&amp;nbsp; และคำสั่งให้ใช้อาวุธเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอ้ที่ว่าแน่ๆ&amp;nbsp; ฝ่อทันใด&amp;nbsp; ไม่กล้าหือ ไม่รู้หายไปไหนหมด พิธีสาบานตนเข้าตำแหน่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการที่ประเทศประชาธิปไตยอย่างสหรัฐ​ ใช้อำนาจและกลไกรัฐในการจัดการ​กับม็อบหัวรุนแรง​ ที่ไม่ได้ชุมนุมโดยสงบและมีอาวุธ&amp;nbsp; น่าจะเป็นแบบอย่างให้อีกหลายประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งไทย&amp;nbsp; เป็นแนวทางในการปรับใช้กับการจัดการกับการชุมนุมของพวกนิยมความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอหายไปไหนกันหมด&amp;nbsp; ไม่ออกมาประณามสหรัฐบ้างเลย&amp;nbsp; ว่าป่าเถื่อนใช้กำลังทหารในการรักษาความสงบ&amp;nbsp; ทำไมไม่ใช้ตำรวจ​ แถมเตรียมอาวุธเหมือนจะไปทำสงคราม​ กลุ่มสิทธิฯและเอ็นจีโอต้องประท้วงนะ&amp;nbsp; อย่าอยู่เฉยๆ&amp;nbsp; ไม่งั้นถูกกล่าวหาตาย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์, นันทิวัฒน์ สามารถ, สหรัฐ, อดีตบิ๊กข่าวกรอง, ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_60063c7182ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตกรุงวอชิงตัน เตือนคนไทยระวัง วันสาบานตนประธานาธิบดีสหรัฐ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64 - เฟซบุ๊กเพจ Thai Consular Section, Royal Thai Embassy, Washington D.C.&amp;nbsp; แจ้งว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ให้ความเห็นชอบต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงวอชิงตันของนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 11 &amp;ndash; 24 มกราคม 2564 โดยสั่งการให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการดำเนินการของเทศบาลกรุงวอชิงตัน ดีซี ในการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในช่วงพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่ 59 ของสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม 2564 นี้ โดยจะมีการปิดพื้นที่บริเวณ National Mall และจะมีกองกำลัง National Guard ประมาณ 16,000 นายเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบในกรุงวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังปรากฏข่าวความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุมติดอาวุธ ณ สถานที่ราชการต่างๆ ทั่วทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯ โดยอาจมีการเดินทางมายังกรุงวอชิงตันในวันที่ 16 มกราคม 2564 และมีการวางแผนการประท้วงในวันที่มีพิธีสาบานตนฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตันขอแนะนำให้ชุมชนไทยในกรุงวอชิงตันและรัฐต่างๆ โปรดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมทั้งใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้พื้นที่ที่มีหรืออาจมีการชุมนุมประท้วงและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ โดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากท่านได้รับความเดือดร้อนหรือทราบข่าวว่าคนไทยได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งหน่วยงานภาครัฐในท้องที่ และ/หรือแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ฯ ในพื้นที่ที่ท่านอาศัยอยู่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน หมายเลขโทรศัพท์ 202-999-7690 หรือที่อีเมล protection@thaiembdc.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก หมายเลขโทรศัพท์ 773-294-59933 หรือที่อีเมล info@thaiconsulatechicago.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก หมายเลขโทรศัพท์ 646-842-0864 หรือที่อีเมล info@thaicgny.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส หมายเลขโทรศัพท์ 323-580-4222 หรือที่อีเมล protection@thaiconsulatela.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ท่านสามารถดูข้อแนะนำเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ที่ www.thaiembdc.org/th/consularservice/emergen&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์, ประธานาธิบดี, สหรัฐอเมริกา, ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe7e7a7c015.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจิมศักดิ์&#039; ยก 12 ข้อ &#039;แม้ว-ทรัมป์&#039; เหมือนกันเป๊ะ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.64 - นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ได้โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;รู้ทันทักษิณ รู้ทันทรัมป์&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​พฤติกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัล ทรัมป์ ที่ปลุกระดมมวลชนสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นที่รัฐสภา &amp;nbsp;หลังความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและต้องการมีอิทธิพลเหนือวุฒิสภาไม่ได้ผล จึงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สมัยระบอบทักษิณเรืองอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของธุรกิจผูกขาดขนาดใหญ่ ประสบความสำเร็จจากการเลือกตั้งภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง 2540 ขณะที่ผู้คนถวิลหานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาบริหารประเทศ เพราะมุ่งหวังว่าจะได้ช่วยนำพาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนัล ทรัมป์ เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐอเมริกาหลังวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ ที่คนอเมริกันแสวงหาผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมานำพาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ทั้งทักษิณและทรัมป์ ยึดนโยบายประชานิยม ชาตินิยม ผลประโยชน์ที่ให้เฉพาะกลุ่มคนที่เลือกเขาเป็นหลัก เยียดคนกลุ่มน้อยและใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทั้งสองคนพูดจาโผงผางไม่เกรงกลัวอะไร ใช้ระบบพรรคพวก เอื้อประโยชน์คนรอบข้าง &amp;nbsp;คนในครอบครัวทั้งภรรยา น้องสาว &amp;nbsp;ลูกสาว ลูกเขย มีส่วนในการเข้าแทรกแซงการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ทักษิณพยายามแทรกแซงวุฒิสภา แจกจ่ายผลประโยชน์ให้ ส.ว. พยายามเปลี่ยนประธานวุฒิสภาและประธานกรรมาธิการให้เป็นคนของตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต่างอะไรกับทรัมป์ที่แทรกแซงวุฒิสภา พยายามกดดันผ่านรองประธานาธิบดีที่ ทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ทักษิณแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ครอบงำองค์กรอิสระ ถึงกับเคยกล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นคนของเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์พยายามแทรกแซงกระบวนการสอบสวนที่ตรวจสอบพฤติกรรมของตน และสุดท้ายพยายามส่งคนของตนไปเป็นศาลสูงสหรัฐอเมริกา ก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ทั้งทักษิณและทรัมป์แทรกแซงและครอบงำสื่อมวลชน จนกระทั่งสื่อมวลชนแตกแยกเป็นฝักฝ่าย แยกเป็นสองค่าย กลายเป็นสื่อเลือกข้าง (แดงกับฟ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ทักษิณและทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าหลบเลี่ยง ไม่จ่ายภาษีเป็นจำนวนมากมหาศาล และทั้งคู่ก็แอบอ้าง บิดเบือนประเด็นไปว่า ตนจ่ายภาษีมากกว่าใครๆในประเทศเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ทรัมป์และทักษิณเป็นนักธุรกิจระดับเศรษฐีที่นิยม ครอบครองบ้านหลายหลังอยู่ในหลายประเทศ และอวดร่ำอวดรวยไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. จิตแพทย์หญิงชาวสหรัฐอเมริกาเคยอัดคลิปแสดงความเป็นห่วงว่าทรัมป์ว่าน่าจะมีปัญหาทางจิต หากปล่อยให้เป็นผู้นำประเทศบ้านเมืองจะเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกันกับเมื่อครั้งทักษิณดำรงตำแหน่งนายกฯของไทย จิตแพทย์ได้เขียนในหนังสือ &amp;ldquo;รู้ทันทักษิณ&amp;rdquo;แสดงความเป็นห่วงในพฤติกรรมว่า ผู้นำสมัยนั้นอาจเป็นคนสองบุคคลิก และเป็นคนบ้าใหญ่บ้าโต (Megalomania)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. เมื่อจะสูญเสียอำนาจ ทักษิณปลุกระดมคนเสื้อแดง ผ่านวีดีโอคอล &amp;ldquo;ผมแพ้ไมได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ให้ออกมากันให้มากๆ หากมีการใช้กำลัง ให้ปฏิบัติการได้ทันที&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับทรัมป์เมื่อจะสูญเสียอำนาจก็ปลุกระดมมวลชนมาบุกรัฐสภา โดยใช้วีดิโอคอลเช่นเดียวกับทักษิณ และบอกให้มวลชนต้องแข็งกล้า ไม่ยอมแพ้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. การปลุกระดมของทักษิณและทรัมป์ นำมาซึ่งความรุนแรง มีการเผา มีการทำลายทรัพย์สิน มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะของทั้งสองฝ่ายในทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. แม้ทักษิณ และทรัมป์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว สังคมของทั้งสองประเทศก็เกิดความแตกแยกแบ่งฝ่ายและมีทีท่าว่าจะลุกลาม ส่งผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย เศรษฐกิจ และสังคมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตส่งท้าย : ระบอบทักษิณเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำมาซึ่งรัฐประหาร &amp;nbsp;สร้างเงื่อนไขให้กองทัพอ้างเหตุผลในการยึดอำนาจ ต่างกับสหรัฐอเมริกาที่ทหารเคร่งครัดในหน้าที่และอาชีพของตน ไม่ฉวยโอกาสเข้ามายึดอำนาจด้วยปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวุฒิสภาและรัฐสภาของสหรัฐอเมริกาได้พยายามใช้มาตรการทางกฎหมายและกระบวนการทางรัฐสภา เพื่อแก้ปัญหาด้วยมาตรการในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบการปกครองที่ดี ก็ยังต้องประกอบด้วยคนดีที่มีจิตสำนึกมาบริหารประเทศ &amp;nbsp; จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลผู้มีอำนาจ &amp;nbsp;และสร้างสังคมให้คนดีได้ทำหน้าที่และกีดกันคนไม่ดีไม่ให้มีโอกาสทำร้ายสังคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89535</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทรัมป์, ทักษิณ, สหรัฐ, เจิมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd2146e4627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบเดนเผยแนวทางต่อจีน ที่ต่างจากทรัมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจ ไบเดนกำลังออกสื่ออย่างคึกคัก เพราะไม่ต้องการให้โดนัลด์ ทรัมป์ออกมาอาละวาดทุกวันจนผู้คนสับสนอลหม่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรัมป์ยังพูดทุกวันว่า การเลือกตั้งที่เขาแพ้ไบเดนนั้นเต็มไปด้วยการโกงคะแนน และยังพยายามจะทำให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อยืนยันว่าเขายังไม่ได้แพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ย้ำว่าตนได้ถึง 74 ล้านเสียง จึงสะท้อนว่ายังมีคนสนับสนุนอย่างล้นหลาม (คะแนนสูงสุดสำหรับประธานาธิบดีที่ลงสมัครสมัยที่สอง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่เอ่ยว่าไบเดนได้กว่า 80 ล้านเสียง ซึ่งก็เป็นสถิติประวัติศาสตร์ในการหย่อนบัตรของคนอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนทิ้งห่างทรัมป์กว่า 6 ล้านคะแนน...สูงกว่าที่ฮิลลารีชนะทรัมป์กว่า 3 ล้านเสียงเมื่อ 4 ปีก่อนด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรัมป์ยังไม่ยอมแสดงความยินดี ไบเดนก็ต้องออกมาพูดจาผ่านสื่อเพื่อไม่ให้เสียงของทรัมป์กลบเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยามที่ว่าที่ประธานาธิบดีต้องแสดงความเป็นผู้นำในภาวะวิกฤติโควิดและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนให้สัมภาษณ์คอลัมนิสต์นิวยอร์กไทมส์ Thomas &amp;nbsp;L. Friedman ทางโทรศัพท์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นให้สัมภาษณ์ CNN วันต่อมาพร้อมกับว่าที่รองประธานาธิบดี กมาลา แฮร์ริส เพื่อส่งเสียงถึงคนอเมริกันทั้งประเทศให้มั่นใจว่าเขาพร้อมจะเข้ามาบริหารประเทศแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะต้องรอวันสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการวันที่ 20 มกราคมปีหน้าก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือประเด็นเกี่ยวกับจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกับทรัมป์จะต่างกันเรื่องนโยบายต่อจีนหลายด้าน และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยจะต้องเข้าใจความแตกต่างนั้น เพราะจะมีผลต่อการวางยุทธศาสตร์ของชาติต่อดุลอำนาจใหม่ของสองยักษ์ใหญ่ระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปได้ว่าแนวทางของไบเดนต่อจีนจะมีหัวข้อสำคัญๆ &amp;nbsp;อย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ไบเดนจะยังไม่ยกเลิกกำแพงภาษี 25% ที่ทรัมป์ประกาศใช้กับสินค้าจากจีนเกือบครึ่งที่นำเข้าสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันไบเดนก็จะยังไม่ยกเลิกข้อตกลง &amp;quot;พักรบ&amp;quot; Phase 1 ของทรัมป์ ซึ่งกำหนดให้ปักกิ่งต้องซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐฯ เพิ่มประมาณ 200,000 ล้านเหรียญ นอกเหนือจากที่ซื้อแล้วในช่วงปี 2020-2021
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ไบเดนบอกว่าจะกลับไปคุยกับพันธมิตรของสหรัฐฯ &amp;nbsp;ทั้งหมดในเอเชียและยุโรป เพื่อแสวงหายุทธศาสตร์ร่วมในการต้านอิทธิพลของจีนที่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการปรึกษากับพันธมิตรของเรา เพื่อจะได้ออกแบบยุทธศาสตร์ร่วมกันที่มีความประสานสอดคล้องต้องกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนบอกว่านโยบายต่อจีนของสหรัฐฯ ที่ดีที่สุด คือการที่เราและพันธมิตรของเรามีความเข้าใจตรงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนรับปากว่าจะพยายามพูดคุยกับพันธมิตรอย่างเร่งด่วนหลังจากย้ายเข้าทำเนียบขาวเพื่อสานสัมพันธ์นโยบายที่สอดคล้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในการคบหากับจีนนั้น ไบเดนถือว่าหัวใจสำคัญคือ &amp;nbsp;&amp;quot;อำนาจต่อรอง&amp;quot; (leverage) แต่เพราะแนวทางของทรัมป์ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาทำให้อเมริกาเสียอำนาจการต่อรองที่จะกดดันจีนไปพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนรับปากจะผลักดันจีนในเรื่องใหญ่ๆ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา, การทุ่มตลาดของจีน และการที่ปักกิ่งให้เงินอุดหนุนธุรกิจของตนเองอย่างไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังจะต่อรองกับรัฐบาลจีนในเรื่องที่ปักกิ่งบังคับให้บริษัทอเมริกันต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่หุ้นส่วนจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ไบเดนยืนยันว่าสหรัฐฯ จะต้องกลับมาใช้ &amp;quot;ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม&amp;quot; ที่เคยเป็นเสาหลักของอเมริกามาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการที่รัฐบาลต้องเป็นผู้นำและส่งเสริมการลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา (R&amp;amp;D) ในด้าน energy, biotech, &amp;nbsp;advanced materials, artificial intelligence เพื่อจะแข่งขันกับจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนบอกว่า นโยบายเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งจากนักการเมืองฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางอุตสาหกรรมให้กลับมาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ไบเดนบอกว่าสหรัฐฯ จะยังไม่ทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับใครทั้งนั้น เพราะจะต้องเน้นลงทุนภายในสหรัฐฯ และลงทุนกับคนงานสหรัฐฯ ก่อนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประโยคหนักแน่นของไบเดนคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;We&amp;rsquo;re going to fight like hell by investing in &amp;nbsp;America first.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้มีการลงทุนในประเทศสหรัฐฯ ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบาย America First ของทรัมป์จะกลายเป็น &amp;nbsp;America is Back!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่า First ของทรัมป์เป็น F ตัวใหญ่ แปลว่าอะไรๆ ก็ต้องให้ผลประโยชน์อเมริกามาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ first ของไบเดนเป็น f ตัวเล็ก มีความหมายว่าเขาจะทำอะไรๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้อเมริกา &amp;quot;ก่อน&amp;quot; แล้วจึงจะไปสร้างพลังร่วมกับพันธมิตรในประชาคมโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาอำนาจที่รู้จักถ่อมตัวบ้างถือว่าคือมหาอำนาจที่แท้ทรู!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86132</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ทรัมป์, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เพชร’โพสต์เลือกตั้งสหรัฐไม่เหมือนแถวนี้มีตุนแล้ว 250เสียง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้นอกจากชาวอเมริกันที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว คนทั่วโลกก็ให้ความสนใจไม่น้อยเพราะถือเป็นประเทศที่มีอิทธิพลประเทศหนึ่งของโลก ด้านนักแสดงหนุ่ม เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ ก็ได้โพสต์อิงการเลือกตั้งของสหรัฐว่ามีลุ้นพลิกล็อค ไม่เหมือนการเลือกตั้งแถวนี้ที่มีตุนในกระเป๋าตั้ง 250 เสียง รู้ผลตั้งแต่ก่อนหย่อนบัตร!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ลุ้นเลือกตั้งอเมริกา ประชากรมากกว่าไทย 4 เท่า ขนาดเรายังใช้เวลานับตั้งหลายวันกว่าจะประกาศผลได้เป็นเดือน แบบนี้สงสัยใช้เวลาทั้งนับทั้งประกาศผลกันเป็นปีๆแน่ๆเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมแคปชั่นว่า &amp;ldquo;คิดว่าเพื่อนสนิทลุงน่าจะไม่พลาด ได้กลับมาอีกรอบแน่ๆ แต่ก็มีลุ้นพลิกล็อค ไม่เหมือนเลือกตั้งแถวๆนี้ มีตุนในกระเป๋าตั้ง 250 ก่อนเลือกตั้ง รู้ผลตั้งแต่ก่อนหย่อนบัตร ไม่ต้องลุ้นให้เสียเวลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  petchkaroonpon&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82809</URL_LINK>
                <HASHTAG>Donald Trump, Joe Biden, joebiden, ทรัมป์, สหรัฐอเมริกา, อเมริกา, เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ, เลือกตั้ง, เลือกตั้งสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ  ไบเดน, โจ ไบเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa28f389d9c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จริงหรือที่จีนอยากได้ ทรัมป์มากกว่าไบเดน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำถามและคำตอบที่น่าสนใจว่าจีนอยากให้ใครชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสำนักบอกว่าสี จิ้นผิง อาจจะอยากให้ทรัมป์ชนะโจ ไบเดน ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปได้อย่างไรที่จีนจะเลือกทรัมป์ในเมื่อเขาเป็นคนเปิดศึกกับจีนในเกือบจะทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า, เทคโนโลยี, การเมือง, ความมั่นคงและแม้แต่เรื่องสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่บางคนบอกว่าถ้าวิเคราะห์ให้ดี ผู้นำจีนอาจจะเลือกทรัมป์ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจหลายประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำจีนย่อมไม่แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการเรื่องการเมืองในสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นักวิชาการและสื่อจีนบางสำนักก็นำเสนอชุดความคิดที่น่าสนใจ แม้บางครั้งจะเหมือนเป็นการบอกกล่าวทำนองประชดประชันให้ขำเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอพิเคราะห์ความเห็นของบางคนในจีนโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียของเขาแล้ว ก็ทำให้คิดอะไรที่ผิดจากที่คาดคิดกันได้เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อแรก จีนชอบทรัมป์เพราะยิ่งทรัมป์ฟาดฟันจีนหนักเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้คนจีนมีความสามัคคีกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติคนจีนอาจจะไม่เกิดกระแสความรักชาติมากนักหากไม่มีศัตรูจากข้างนอกมารังควาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์สร้างภาพของอเมริกาที่เป็นศัตรูร้ายกาจ อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ และจะต้องเผชิญหน้ากันในทุกเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศอย่างนี้ทำให้คนจีนในแวดวงต่างๆ เห็นอันตรายของอเมริกาภายใต้ทรัมป์ จึงเกิดความหวงแหนแผ่นดิน และหวั่นเกรงว่าถ้าคนจีนไม่สมัครสมานกันไว้ ทรัมป์อาจทำให้คุณภาพชีวิตและการเติบใหญ่ของจีนมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนในเครือข่ายโซเชียลมีเดียบอกว่าทุกวันนี้คนรุ่นใหม่จีนตั้งชื่อใหม่ให้ทรัมป์ว่า &amp;ldquo;เจี้ยนกว๋อ&amp;rdquo; ซึ่งแปลว่า &amp;ldquo;สร้างชาติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายคือ การที่ทรัมป์ประกาศสกัดจีนทุกวิถีทางนั้นทำให้คนจีนรวมตัวกัน มุ่งมั่นสร้างเศรษฐกิจจีนให้เข้มแข็งเพื่อสู้กับอเมริกาให้จงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่าทรัมป์ช่วย &amp;ldquo;สร้างประเทศให้จีน&amp;rdquo; โดยไม่ได้ตั้งใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออีกนัยหนึ่งแทนที่ทรัมป์จะ Make America Great Again นั้น กลับทำให้จีนยิ่งใหญ่ขึ้นหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Make China Great Again
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นชุดความคิดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแนวคิดหนึ่งที่บอกว่าจีนอาจจะชอบทรัมป์มากกว่าไบเดนก็คือความเชื่อที่ว่า &amp;ldquo;อ่านทรัมป์ง่ายกว่าอ่านไบเดน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรัมป์ใช้ทวิตเตอร์แสดงความเห็นในทุกเรื่องและทุกโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้รัฐบาลจีนและคนจีนทั่วไปสามารถรู้ว่าผู้นำสหรัฐฯ คนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ จะทำหรือไม่ทำ ชอบหรือไม่ชอบอะไร โดยไม่ต้องปรึกษาหารือกับคณะรัฐมนตรีหรือที่ปรึกษาใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เหมือนกับถ้าไบเดนชนะเลือกตั้งมาเป็นประธานาธิบดี สไตล์การทำงานจะกลับไปเป็นรูปเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือจะไม่แสดงความเห็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง แต่จะทำผ่านโฆษก และก่อนจะแถลงอะไรที่จะมีปรึกษา, กลั่นกรองและมีแนวทางที่บ่อยครั้งอาจจะตีความไม่ได้ง่ายๆ เหมือนทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนจีนบางคนมองว่าเมื่ออ่านทรัมป์ง่ายกว่าไบเดน แม้ทรัมป์จะออกมาฟาดฟันจีนบ่อย แต่ก็ยังพอจะรู้ว่าเขาคิดอะไรและจะทำอะไร ไม่เหมือนไบเดนที่อาจจะอ่านยากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเหตุผลหนึ่งที่คนจีนบางวงการบอกว่าคบกับทรัมป์ง่ายกว่าไบเดน เพราะสำหรับทรัมป์แล้ว &amp;ldquo;ทุกอย่างต่อรองได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรัมป์เป็นเซลส์แมน ทุกอย่างมีราคา ถ้าเสนอราคาที่ทรัมป์รับได้ เขาก็จะยอม ไม่มีหลักการ ไม่มีเรื่องจริยธรรมหรือความเป็นเพื่อนเก่าแก่อะไรทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้นำจีนแล้ว ทรัมป์เป็นนักธุรกิจที่ต่อรองได้ทุกเรื่อง ดังนั้น บางทีก็คบหาได้ง่ายกว่าไบเดนที่อาจจะมีเงื่อนไขเรื่องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพ, ทรัพย์สินทางปัญญาและเงื่อนไขแบบตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผู้นำจีนก็ต้องพร้อมที่จะตั้งรับในกรณีที่ไบเดนชนะเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Gobal Times ของจีนเคยเขียนขึ้นทวิตเตอร์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนจีนตระหนักครับว่า ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์หรือไบเดนเราก็ต้องพร้อมจะตั้งรับ...เพราะมีสุภาษิตจีนว่า อีกานั้นล้วนเป็นสีดำทั้งนั้น...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่าจีนมองว่าทั้งทรัมป์และไบเดนก็คือ &amp;ldquo;อีกา&amp;rdquo;...คือเป็นสีดำ และในท้ายที่สุดก็ต้องปกปักรักษาผลประโยชน์ของอเมริกาอยู่ดี!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ทรัมป์, สี จิ้นผิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ถอดรหัสยา2ชนิดที่ใช้รักษาโควิด&#039;ปธน.ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;โควิด 19&amp;nbsp; ยาที่ใช้รักษาประธานาธิบดี ทรัมป์&amp;quot; ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั่วโลกให้ความสนใจกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ติดเชื้อโควิค 19&amp;nbsp; และสนใจการรักษาของประธานาธิบดี โดยทั่วไปข้อมูลรายละเอียดการรักษา ถือเป็นความลับของคนไข้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการรายงานของแพทย์ผู้ให้การรักษา และที่เผยแพร่ออกมาในวารสาร Science&amp;nbsp; โดย Jon Cohen ในวันที่ 2 ตุลาคม 2563&amp;nbsp; มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ทรัมป์ได้รับการรักษาด้วยยา Remdesivir และ&amp;nbsp; antibody cocktail&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยา Remdesivir เป็นยาที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Gilead Sciences เพื่อมุ่งหวังรักษาไวรัสตับอักเสบซี ต่อมามีการนำมาใช้รักษาอีโบล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยาขัดขวางการสร้าง RNA ของไวรัส ที่มีฤทธิ์ได้ต่อไวรัสหลายชนิด จึงมีการนำมาใช้ในการรักษา covid-19&amp;nbsp; เริ่มจากการศึกษาในประเทศจีน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ผลที่ได้ไม่แตกต่างกับยาหลอก และการศึกษาได้หยุดก่อนที่จะสิ้นสุดเนื่องจากไม่มีจำนวนผู้ป่วยมากเพียงพอ ต่อมามีการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ายาสามารถลดปริมาณไวรัสลงได้และมีผลการรักษาปานกลาง ทางFDA สหรัฐอนุญาตให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ยานี้ต้องฉีดเข้าเส้น ระยะเวลา 5 ถึง 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนติบอดี้ที่นำมาใช้รักษาประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กล่าวในวารสาร Science เป็นของบริษัท Regeneron เป็นโมโนโคลนอลแอนติบอดี 2 ชนิด ที่จำเพาะต่อ Spike ใน 2 ส่วน ได้มีการศึกษาในหนูและในลิง และมีการศึกษาในผู้ป่วย covid 19&amp;nbsp; ระยะที่ 1 และ 2 จำนวน 275 คน โดยที่ผู้ป่วยมีอาการไม่มาก เปรียบเทียบกับยาหลอก โดยให้ยาที่มีแอนติบอดี้ 2 ขนาด ขนาด 8 กรัมและ 2.5 กรัม พบว่าสามารถลดปริมาณไวรัสได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และลดระยะเวลาการดำเนินโรคลงได้ ขณะนี้อยู่ในการศึกษาใช้รักษาระยะที่ 3 ในผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นรวมทั้งผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล ท่านประธานาธิบดีได้ขนาด 8 กรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ได้ ใช้หลักการสร้างขึ้นจาก เซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ที่หายป่วยจากโรค covid 19 แล้ว จึงมีลักษณะจำเพาะที่จะขัดขวางการเข้าไปจับของเชื้อไวรัสกับเซลล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการดังกล่าวคล้ายกับการให้ Plasma ผู้ป่วยที่หายจากโรคแล้ว การให้ Plasma ก็เช่นเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องให้เร็ว ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเกิน 14 วันไปแล้วร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาได้แล้ว การให้ไปจะไม่เกิดประโยชน์&amp;nbsp;
Plasma จากผู้ที่หายจากโรคแล้ว จะมีภูมิต้านทานต่อ covid-19&amp;nbsp; เมื่อมีผู้มาบริจาคเป็นจำนวนมาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ก็สามารถที่จะนำพลาสมา ที่มีภูมิต้านทานสูง มาผลิตในรูปแบบของเซรั่ม ที่มีความเข้มข้นของภูมิต้านทาน จะคล้ายกับโมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว แต่จะมีแอนติบอดี้หลายอย่างรวมกันเข้ามา เซรั่มที่ผลิตขึ้นมา จะเก็บได้ยาวนานกว่า การจะนำมาใช้ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซรั่มที่เอามาใช้ในการรักษาในปัจจุบัน เช่น ป้องกันการติดเชื้อไวรัส B หลังสัมผัสโรค เซรั่มที่ใช้ป้องกันการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าหลังถูกสุนัขบ้ากัด ก็เช่นเดียวกันการให้ภูมิต้านทานจะต้องให้ ตอนที่ผู้ป่วยยังไม่มีการสร้างภูมิต้านทานเกิดขึ้น และเพื่อป้องกัน ลดจำนวนของไวรัสลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวารสาร Science ยังได้พูดถึงยาที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับอยู่แล้ว ได้แก่ วิตามินดี ธาตุสังกะสี ยาลดกรด Fomatidine เมลาโทนิน และ aspirin&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบาทของวิตามินดีในปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับระบบภูมิต้านทานของมนุษย์ ในการกำจัดเชื้อโรค ส่วนสังกะสี มีส่วนและบทบาทในระบบเอนไซม์ของมนุษย์ และการสร้าง DNA RNA ยาลดกรดที่ใช้กันมากก็เพื่อป้องกันกรดไหลย้อน&amp;nbsp; ส่วนเมลาโทนิน ไม่ทราบว่าเพื่อต้องการให้นอนหลับเพราะท่านประธานาธิบดีมีเรื่องมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วน aspirin ก็ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด จะมีการใช้มากในผู้สูงอายุอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทั่วโลกได้สนใจอาการของท่านประธานาธิบดีเป็นอย่างมาก โดยทั่วไปถ้าผ่านพ้นวันที่ 5 หลังมีอาการ โดยที่ไม่มีอาการปอดบวมหรือต้องการออกซิเจน ก็น่าจะเบาใจไปได้ระดับหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่รู้ว่าวันที่ 15 ตุลาคม จะได้มีการดีเบตรอบ 2 หรือไม่และจะจัดกันอย่างไร เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79493</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์, ปธน.สหรัฐ, ยารักษา, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebce17283a37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
