<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตทนายทรัมป์สารภาพ โกหกคองเกรสระหว่างไต่สวนดีลรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับผิดต่อศาลว่าแต่งเรื่องโกหกสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการทรัมป์ทาวเวอร์ในกรุงมอสโกและการติดต่อกับรัสเซียระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวช่างภาพรุมล้อมไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ขณะออกจากศาลในนิวยอร์กซิตีเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อดีตทนายความส่วนตัวของประธานาธิบดีทรัมป์รับสารภาพผิดต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองแมนฮัตตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยยอมรับว่าเขาได้ให้ถ้อยแถลงเท็จเกี่ยวข้องกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ของทรัมป์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรู้กันอยู่แล้ว ระหว่างขึ้นให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อเดือนสิงหาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ข้อตกลงสร้างอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในกรุงมอสโก ซึ่งไม่เคยเป็นรูปเป็นร่าง เป็นประเด็นสำคัญของการสอบสวนของอัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์ ว่าคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์สมคบคิดกับคนของรัสเซียระหว่างการหาเสียงปี 2559 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคเฮน วัย 52 ปี ซึ่งเคยกล่าวประโยคโด่งดังว่าเขาพร้อมจะรับกระสุนแทนทรัมป์ รับสารภาพว่า เขาได้ให้คำให้การที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ &amp;quot;เป็นเท็จ, แต่งเรื่อง และหลอกลวง&amp;quot; ต่อคองเกรสเกี่ยวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามเอกสารสารภาพผิดต่อศาล โคเฮนยอมรับว่าเขาโกหก ที่บอกว่า โครงการนี้ถูกระงับเมื่อเดือนมกราคม 2559 ก่อนหน้าการหยั่งเสียงครั้งแรกและการลงคะแนนขั้นต้นของพรรครีพับลิกันเพื่อเลือกตัวแทนพรรคชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งนี้ เพื่อลดกระแสการเชื่อมโยงข้อตกลงนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่ระบุชื่อ และด้วยความหวังว่าจะจำกัดการสอบสวนกรณีรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในความเป็นจริง โครงการนี้ยังผ่านการหารือหลายครั้งในบริษัทของทรัมป์จนล่วงเลยถึงเดือนมกราคม 2559 และยังมีการหารือถึงความพยายามขออนุมัติจากรัฐบาลรัสเซียจนถึงเดือนมิถุนายนปีนั้นด้วย ตัวเขายังคิดเดินทางไปรัสเซียเพื่อติดต่อเกี่ยวกับโครงการนี้ และในเดือนพฤษภาคม 2559 ยังได้รับข้อเสนอว่า เขาอาจได้รับการแนะนำตัวต่อประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีรัสเซียนอกรอบการประชุมที่รัสเซียในเดือนมิถุนายน 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ หรือในเดือนกรกฎาคม 2559 ทรัมป์ก็ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในพรรค ได้เป็นตัวแทนลงเลือกตั้งแข่งกับนางฮิลลารี คลินตัน ของพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์กล่าวโจมตีโคเฮนว่าเป็น &amp;quot;คนอ่อนแอ&amp;quot; และย้ำว่า ข้อตกลงอสังหาริมทรัพย์ในกรุงมอสโกถูกล้มเลิกไปในท้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคม โคเฮนเคยสารภาพผิดต่อศาลนิวยอร์กฐานฉ้อโกงธนาคารและการทำผิดกฎหมายทุนหาเสียง กรณีที่เขาเป็นตัวแทนทรัมป์จ่ายเงินปิดปากผู้หญิง 2 คนที่ทรัมป์มีสัมพันธ์สวาทด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายทรัมป์, ทรัมป์ทาวเวอร์, รัสเซีย, โกหกคองเกรส, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล โคเฮน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181130/image_mid_5c01465eb656b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตทนายแสบเปิดโปง &#039;ทรัมป์&#039; รู้ดีนัดพบรัสเซียป้ายสี &#039;คลินตัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าทรัมป์รู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับกำหนดนัดพบระหว่างลูกชายของเขากับทนายหญิงชาวรัสเซีย ที่ทรัมป์ทาวเวอร์เมื่อปี 2559 โดยหวังจะได้ข้อมูลเพื่อใช้ป้ายสีนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล โคเฮน (กลาง) ขณะออกจากศาลในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ว่าการนัดพบกันครั้งนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในนครนิวยอร์ก โดยฝ่ายทรัมป์มีทั้งจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์, โดนัลด์ จูเนียร์ ลูกชายของทรัมป์ และพอล มานาฟอร์ต เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะหาเสียงของทรัมป์ ทั้งหมดยืนยันหลายครั้งว่า ตัวประธานาธิบดีทรัมป์ไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการนัดพบกับนาตาเลีย เวเซลนิตสกายา ทนายความสาวชาวรัสเซียรายนี้ แต่ทรัมป์เพิ่งมารู้เรื่องภายหลังมีข่าวในเดือนกรกฎาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการประชุมนี้&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนิวยอร์กไทมส์ในเดือนเดียวกันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จากรายงานของสถานีข่าวซีเอ็นเอ็นและเอ็นบีซีของสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ซึ่งกำลังถูกสอบสวนและแตกคอกับทรัมป์แล้ว อ้างว่า เขาอยู่ด้วยตอนที่โดนัลด์ จูเนียร์ บอกกับทรัมป์เกี่ยวกับข้อเสนอของทนายรัสเซียที่ขอนัดพบ โดยอ้างว่ามีข้อมูลจากรัฐบาลรัสเซียที่สามารถทำร้ายนางคลินตัน และช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนั้น ซึ่งทรัมป์ก็อนุญาตให้ลูกชายพบกับทนายรัสเซียรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานระบุว่า คำกล่าวอ้างของโคเฮนมีความสำคัญมาก หากเขาสามารถหาหลักฐานยืนยัน และจะเป็นความคืบหน้าสำคัญที่จะพิสูจน์การสมรู้ร่วมคิดระหว่างคณะหาเสียงของทรัมป์กับรัสเซีย ที่โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษของสหรัฐ กำลังสอบสวนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคล 31 รายแล้ว ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย 12 คน ที่ถูกระบุว่าแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ของพรรคเดโมแครตและทีมงานของนางคลินตัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายทรัมป์, ทรัมป์ทาวเวอร์, นางฮิลลารี คลินตัน, พบทนายรัสเซีย, โดนัลด์ ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์, ไมเคิล โคเฮน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5b159d186e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2018 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ &#039;ทรัมป์ทาวเวอร์&#039; สังเวย 1 ศพ ดับเพลิงเจ็บ 4 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุเพลิงไหม้ในชั้นที่ 50 ของอาคาร &amp;quot;ทรัมป์ ทาวเวอร์&amp;quot; ในนครนิวยอร์กเมื่อเย็นวันเสาร์ ส่งผลให้ชายวัย 67 เสียชีวิต และทำให้พนักงานดับเพลิงบาดเจ็บ 4 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;รถดับเพลิงจอดอยู่ด้านหน้าอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ ขณะเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2561 / เอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวยอร์ก (เอเอฟพี) / กรมตำรวจนครนิวยอร์กแถลงว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายจากเหตุไฟไหม้อาคาร &amp;quot;ทรัมป์ทาวเวอร์&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตมิดทาวน์ เมืองแมนฮัตตัน โดยเพลิงได้เผาผลาญชั้นที่ 50 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (05.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตชื่อ ท็อดด์ บราสเนอร์ วัย 67 ปี ขณะเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุพบว่าเขาหมดสติอยู่และไม่ตอบสนองแล้ว จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเมาต์ไซนายรูสเวลต์ ต่อมาโรงพยาบาลแจ้งว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ขณะที่สื่อในสหรัฐรายงานว่าผู้เสียชีวิตเป็นนักค้างานศิลปะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมดับเพลิงนครนิวยอร์กกล่าวว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้พนักงานดับเพลิงทำงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากอาคารนี้มีพื้นที่กว้างมากและต้นเพลิงเกิดที่ชั้น 50 มีชั้นและบันไดมากมายที่ต้องเข้าไปตรวจค้น รวมถึงมีควันไฟปกคลุมเต็มอาคารไปหมด ทำให้พนักงานดับเพลิงได้รับบาดเจ็บ 4 นาย แต่ถึงอย่างไรก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ อาคารแห่งนี้ไม่ได้ติดตั้งสปริงเกลอร์ดับไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ร่องรอยจากเพลิงไหม้ชั้นที่ 50 ของอาคาร / เอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของทรัมป์ทาวเวอร์คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขาใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท &amp;quot;เดอะทรัมป์ออร์แกไนเซชัน&amp;quot; ที่ดำเนินธุรกิจต่างๆ ของทรัมป์ ทรัมป์ยังมีเพนต์เฮาส์อยู่ในอาคารแห่งนี้ แต่ปัจจุบันทรัมป์, เมลาเนีย สตรีหมายเลข 1 และบาร์รอน ลูกชาย อยู่ที่ทำเนียบขาว ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ตำรวจปิดถนนหลายสายรอบอาคาร โดยนักท่องเที่ยวต่างใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพขณะอาคารเกิดเพลิงไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ทวีตในเวลาต่อมาว่า ขณะนี้สามารถดับไฟได้แล้ว ไฟไหม้ในพื้นที่จำกัด เนื่องจากเป็นอาคารที่สร้างไว้อย่างดี และขอบคุณพนักงานดับเพลิงทุกคนที่ทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์ทาวเวอร์, นิวยอร์ก, สหรัฐ, แมนฮัตตัน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5aca1bc3b1131.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
