<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีซีพีจี&#039;ยิ้มทริสเรทติ้งจัดเครดิตองค์กรที่ A- แนวโน้ม “Stable”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เมษายน 2564 นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทฯ ที่ระดับ A- ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; หรือ คงที่ โดยการจัดอันดับเครดิตดังกล่าวเป็นผลจากมุมมองของทริสเรทติ้งที่เห็นว่าบริษัทฯ มีสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่มีการกระจายตัวเป็นอย่างดีโดยมีความหลากหลายของแหล่งพลังงานในการผลิต ซึ่งบริษัทฯ ได้ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 30 โครงการ ช่วยลดการพึ่งพิงผลการดำเนินงานของโครงการใดโครงการหนึ่งหรือเพียงไม่กี่โครงการลงได้ โดยปัจจุบันบีซีพีจีมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังน้ำ อยู่ในประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งทริสเรทติ้งมองว่ากลยุทธ์การลงทุนของบริษัทฯ ที่มีการกระจายตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงให้แก่บริษัทฯ ทั้งในส่วนของประเทศที่เข้าไปลงทุนและแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้าที่เชื่อถือพึ่งพาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการที่บริษัทฯ มีรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับหน่วยงานการไฟฟ้าภาครัฐหรือหน่วยงานสาธารณูปโภคภูมิภาคของประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งสร้างรายได้ประมาณร้อยละ 75-80 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ มีการผลิตไฟฟ้าที่สามารถคาดการณ์ได้เนื่องจากมีความผันผวนของแหล่งพลังงานและมีความเสี่ยงในการดำเนินงานที่อยู่ในระดับต่ำ และมีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่โรงไฟฟ้าอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลมและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ บริษัทฯ ก็ได้มีการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานเป็นอย่างดี ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ มีการจ่ายไฟฟ้า (Capacity Factor) ได้เกินกว่าร้อยละ 90 นับตั้งแต่ที่บริษัทฯ เข้ามาลงทุนในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังเห็นว่า บริษัทฯ ได้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อลดผลกระทบจากค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม หรือ Adder ที่กำลังจะทะยอยลดลงตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยบริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว จำนวน 2 แห่ง กำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 114 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นอีก 75 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ในปี 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การขยายกำลังการผลิตในประเทศญี่ปุ่นและ สปป.ลาว คาดว่าจะสร้างกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ให้แก่บริษัทฯ ที่ประมาณ 1.6-1.9 พันล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน บีซีพีจียังมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาอีกหลายแห่งในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ ได้แก่ โครงการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจในการสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ เพื่อส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam San 3A และ Nam San 3B &amp;nbsp;ใน สปป.ลาว ไปขายยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อลดความเสี่ยงจากการชำระค่าไฟฟ้าล่าช้าของการไฟฟ้าลาว (EDL) โดยบริษัทฯ ได้ลงนามขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ภายในปี 2565 &amp;nbsp;และโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 600 เมกะวัตต์ใน สปป.ลาว โดยบริษัทฯ จะจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการนี้ให้แก่ EVN ภายใต้รูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าข้ามประเทศระหว่าง สปป.ลาว และเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2565 และจะเริ่มเปิดดำเนินงานได้ภายในปี 2566 ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกของ สปป.ลาว ซึ่งบริษัทฯ มีส่วนร่วมในการลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 45 และจะทำให้กำลังการผลิตของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 230 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทริสเรทติ้งยังคาดการณ์ว่าบริษัทฯ จะซื้อกิจการโครงการที่เปิดดำเนินงานแล้วเพิ่มอีกในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยอาจจะมีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาทในปี 2564 การลงทุนขนาดใหญ่นี้ จะช่วยเร่งกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ เนื่องจากโครงการเป้าหมายเหล่านี้จะสร้างกระแสเงินสดให้แก่บริษัทฯ ได้ทันที&amp;rdquo; นายบัณฑิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ เป็นบริษัทย่อยหลักของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับอันดับเครดิตที่ระดับ &amp;ldquo;A-/Stable&amp;rdquo; ซึ่งทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทฯ มีบทบาทสำคัญในเชิงกลยุทธ์และเป็นผู้สร้างกำไรอย่างมีนัยสำคัญให้แก่กลุ่มบริษัท ทั้งนี้ บริษัทฯ เป็นหน่วยงานที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าของบริษัทบางจากฯ ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนกลยุทธ์ของกลุ่มบางจากในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจน้ำมัน เพื่อที่จะเป็นกลุ่มบริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันบริษัทฯ สร้างกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) คิดเป็นประมาณร้อยละ 30-40 ของทั้งกลุ่ม นอกจากนี้ กระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพของบริษัทฯ ยังช่วยบรรเทาความผันผวนที่อยู่ในระดับสูงของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทบางจากฯ ได้เป็นอย่างมากอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทริสเรทติ้ง, บัณฑิต สะเพียรชัย, บีซีพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fa3304430f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ้านปู&#039;เฮทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิต“A+” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.2564 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ (International Versatile Energy Provider) &amp;nbsp;ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันจากทริสเรทติ้งที่ระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับเครดิตที่ระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; นี้สะท้อนถึงอนาคตธุรกิจที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงของบ้านปู ตั้งแต่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่บ้านปูได้ลงทุนในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติบาร์เน็ตต์เสร็จสิ้นไปในปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาช่วยเพิ่มทั้งกำลังการผลิตและปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วจากแหล่งก๊าซธรรมชาติเดิมที่มี สำหรับอุตสาหกรรมถ่านหิน อุปสงค์ก็มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงานของบ้านปู ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดที่แน่นอน อันดับเครดิตนี้ยังสะท้อนการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะเป็นผู้ผลิตพลังงานแบบครบวงจรซึ่งมุ่งเน้นพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นด้วย ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่า บริษัทฯ จะยังคงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานต่อไป ด้วยวินัยทางการเงินและการบริหารเงินสดที่แข็งแกร่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;บ้านปูรู้สึกยินดีที่ ทริสเรตติ้งมีความเชื่อมั่นในองค์กร และยังคงเครดิตระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; แม้ว่าสถานการณ์โลกภายนอกมีความท้าทายและผันผวน รวมไปถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจครั้งสำคัญ (Banpu Transformation) ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการแห่งอนาคตภายใต้ยุค Never Normal ที่ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเรามุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อส่งมอบ &amp;ldquo;อนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน (Smarter Energy for Sustainability)&amp;rdquo; ให้กับโลกภายใต้กลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter &amp;amp; Faster โดยนำระบบดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำสมัยมาใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า (Customer Centric) ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ซึ่งคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) อันเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ปฏิบัติมาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน รวมถึงผลประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มใน 10 ประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทริสเรทติ้ง, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facf05cb7355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทริสเรทติ้งคงอันดับวิทยุการบินฯ ที่ระดับ“AAA” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิต วิทยุการบินฯที่ระดับ &amp;ldquo;AAA&amp;rdquo; หลังมีสถิติด้านความปลอดภัยที่ดี สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนคณะผู้บริหารมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.61-รายงานข่าวจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าประเด็นสำคัญที่กำหนดเครดิตของวิทยุการบินฯ คือ การมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศในการให้บริการจราจรทางอากาศ โดยมีสถิติของอุบัติการณ์การจราจรทางอากาศ (incident) อยู่ที่ 2.2-3.7 ต่อ 100,000 เที่ยวบิน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของผู้ให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศทั่วโลกอยู่ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.7 ต่อ100,000 เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้มีปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ รวมทั้งได้มีการลงทุนในระบบควบคุมจราจรทางอากาศระบบใหม่อีกด้วย อีกทั้งผลการดำเนินงานด้านการเงินมีการปรับตัวดีขึ้นพร้อมกับการเติบโตของปริมาณจราจรทางอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2560 มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.7% และในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 61 มีรายเพิ่มขึ้น 6.7% &amp;nbsp;ขณะที่คณะผู้บริหารก็มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการเช้นกัน
&amp;nbsp;
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาผลการดำเนินงานที่ดีเอาไว้ได้และจะยังคงรักษาสถานะสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อไปอีกด้วย ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตสูงสุด AAA ตั้งแต่ ปี 58 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความปลอดภัย, จราจรทางอากาศ, ทริสเรทติ้ง, วิทยุการบิน, อุตสาหกรรมการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b45cb9d250b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
