<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรูมูฟ เอช ย้ำตรวจสอบการลงทะเบียนซิมด้วยความเข้มงวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรูมูฟ เอช ยืนยันตรวจสอบการลงทะเบียนซิมด้วยความเข้มงวด แจ้งบก. ปอท. ทันทีที่พบความผิดพร้อมเดินหน้าประสานกสทช. ร่วมพัฒนาระบบให้รัดกุมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่มีผู้ปลอมบัตรประชาชนของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วนำไปลงทะเบียนซิมการ์ดแบบเติมเงินของบริษัท เรียล มูฟ จำกัด นั้น บริษัท ฯ ขอชี้แจงว่า ทันทีที่ บริษัทฯ ตรวจสอบพบความผิดปกติจากการลงทะเบียนซิมการ์ดแบบเติมเงิน ผ่านแอพพลิเคชั่น 2 แชะ บริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมข้อมูลหลักฐาน และแจ้งเรื่องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยเร็ว พร้อมประสานให้ความร่วมมือในการสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ในที่สุดตามที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีดังกล่าว เกิดจากการที่บริษัทฯ ได้มีการตรวจสอบระบบภายในเป็นประจำ และพบว่ามีการปลอมภาพในบัตรประชาชน และปลอมภาพถ่ายเพื่อใช้ในการทำ Face recognition ที่ตัวแทนจำหน่าย ด้วยการแสดงตัวตนผ่านการลงทะเบียนด้วยระบบ 2 แชะอัตลักษณ์ ที่กสทช. กำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องใช้ในการลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับเปิดเบอร์ใหม่ โดยกรณีนี้เมื่อระบบการลงทะเบียนดังกล่าว จะตรวจ ภาพถ่ายจากบัตรประชาชน และภาพถ่ายการแสดงตัวตนในการแสดงอัตลักษณ์ตรงกัน และมีเลขบัตรประชาชน ซึ่งผู้กระทำผิดปลอมแปลงขึ้นมา ครบถ้วนแล้วนั้น จึงได้มีการอนุมัติให้เปิดซิมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าวบริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจ ได้ทำหนังสือแจ้ง กสทช. เพื่อขอให้ตรวจสอบระบบปฏิบัติงาน 2 แชะ อัตลักษณ์อย่างเร่งด่วน และพร้อมที่จะให้ข้อมูลเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาช่องว่างที่มีอยู่ และร่วมกันพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13332</URL_LINK>
                <HASHTAG>2แซะ, กสทช., ทรูมูฟเอช, ลงทะเบียนซิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b4861ffb3387.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยเลิกโทร หันใช้เน็ตบนมือถือเพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน กสทช. เผยปี 60 คนไทยทั้งประเทศใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือประมาณ 3.3 พันล้านกิกะไบต์ โตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับ 4 ปีก่อนหน้า ส่วนการใช้บริการเสียงลดลงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากรายงานของสำนักงาน กสทช. พบว่า จากการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2560 มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานอยู่จำนวนทั้งสิ้น 121.53 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น กลุ่มบริษัท AIS จำนวน 53.05 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ร้อยละ 43.65 รองลงมาคือกลุ่มบริษัท TRUE จำนวน 36.05 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 29.66 และกลุ่มบริษัท DTAC จำนวน 30 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 24.69 &amp;nbsp;CAT มีจำนวน 2.32 ล้านเลขหมาย ส่วน TOT มีจำนวนผู้ใช้บริการ 0.11 ล้านเลขหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อมูลปริมาณการใช้บริการเสียงของโอเปอเรเตอร์หลัก 3 ราย คือกลุ่มบริษัท AIS กลุ่มบริษัท TRUE และกลุ่มบริษัท DTAC ระหว่างปี 2557 &amp;ndash; 2560 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 ปริมาณการใช้งานบริการเสียงมีจำนวน 70,720.42 ล้านนาที ปี 2528 ลดลงเหลือ 62,851.09 ล้านนาที ปี 2559 ลดลงเหลือ 51,021.48 ล้านนาที และปี 2560 มีปริมาณการใช้งานบริการเสียงจำนวน 43,460.84 ล้านนาที โดยกลุ่มบริษัท AIS มีปริมาณการใช้บริการเสียงสูงสุดในแต่ละปี ตามด้วยกลุ่มบริษัท DTAC และกลุ่มบริษัท TRUE อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 และ 2560 กลุ่มบริษัท TRUE มีปริมาณการใช้งานบริการเสียงมากกว่ากลุ่มบริษัท DTAC ทั้งนี้ในปี 2560 คนไทยใช้บริการเสียงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉลี่ยประมาณ 2 นาที ต่อคนต่อวัน ลดจากเดิมปี 2557 ที่ใช้บริการเสียงเฉลี่ยประมาณ 4 นาที ต่อคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร กล่าวว่า ในส่วนของข้อมูลปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (การใช้บริการดาต้า) ของโอเปอเรเตอร์หลัก 3 ราย พบว่า แนวโน้มปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยพบว่า เมื่อสิ้นปี 2560 มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่จากโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ 3 กลุ่มบริษัท (กลุ่มบริษัท AIS กลุ่มบริษัท TRUE และกลุ่มบริษัท DTAC) สูงถึง 3,294,325,000 กิกะไบต์ (หรือ 3 ล้านเทราไบต์โดยประมาณ) โดยเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าตัว ภายใน 4 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตของการใช้งานที่สูงมาก คิดเป็นปริมาณการใช้งานดาต้าโดยเฉลี่ย 4.11 กิกะไบต์ ต่อคนต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าในปี 2560 ใน 1 วันแต่ละคนมีการใช้งานดาต้าเฉลี่ย 0.14 กิกะไบต์ หรือ 140 เมกะไบต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้คลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายหลังจากการประมูลคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2555 และ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2558 &amp;ndash; 2559 ที่ทำให้มีการให้บริการ 3G/4G อย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ทำให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ มีการใช้งานโซเชียลมีเดียสูง เช่น มีผู้ใช้งาน Facebook กว่า 40 ล้านคน และมีผู้ใช้งาน Line กว่า 30 ล้านคน ในประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์ในระบบ Mobile Banking หรือ FinTech ทำให้เกิดระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Promptpay ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 39 ล้านคนในปัจจุบัน ทำให้การซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการสามารถทำได้ง่าย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการได้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทุกที่ ทุกเวลาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6516</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ค่ายมือถือ, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ดีแทค, ทรูมูฟเอช, มือถือ, อินเทอร์เน็ต, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fb660e494c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2018 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2018 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรู โชว์ผลงานปี 60 พลิกกำไรครั้งแรก พร้อมปันผลพันล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลการดำเนินงานที่เติบโต และสามารถทำกำไรได้ 5.4 พันล้านบาทในไตรมาส 4 และ 2.3 พันล้านบาทสำหรับทั้งปี 2560 &amp;nbsp;พร้อมประกาศปันผล 1 พันล้านบาท &amp;nbsp;คิดเป็น 0.031 บาทต่อหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2561 - นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ &amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ในปี2560 ที่ผ่านมา กลุ่มทรู มีรายได้จากการให้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% จากปีก่อนหน้า เป็นจำนวน 97.0 พันล้านบาท จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ EBITDA ของกลุ่มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 59% &amp;nbsp;จากปีก่อนหน้า เป็น 39.9 พันล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (Digital Telecommunications Infrastructure Fund หรือ DIF) EBITDA ของกลุ่มทรู เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นจำนวน 34.0 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รายได้และ EBITDA ที่มีจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นี้ ผนวกกับความมุ่งมั่นในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งองค์กร และผลสำเร็จจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้แก่กองทุน DIF ส่งผลให้กลุ่มทรู รายงานผลกำไรสุทธิจำนวน 2.3 พันล้านบาท ในปี 2560 พร้อมเติบโตสร้างผลกำไรอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป&amp;quot; นายวิเชาวน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านการพาณิชย์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มทรูในการสร้างคุณค่าเพิ่มแก่ผู้บริโภค ทั้งแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์ที่คุ้มค่าและบริการด้านดิจิทัลหลากหลาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความจำเป็นของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างตรงใจ ทำให้เพิ่มความผูกพันของลูกค้าต่อสินค้าและบริการภายใต้กลุ่มทรู ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมา ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มเติบโตสูงเหนืออุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก และทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่มีฐานลูกค้าเติบโต โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 2.7 ล้านราย ในขณะที่ผู้ให้บริการรายใหญ่รายอื่นมีฐานลูกค้ารวมกันลดลงสุทธิ 2.8 ล้านราย ทำให้รายได้จากการให้บริการของทรูมูฟ เอช เติบโตสูงถึง 17.3% จากปีก่อนหน้า ทำให้ทรู ขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 27.2 ล้านราย ประกอบด้วยลูกค้าระบบเติมเงิน 20.3 ล้านราย &amp;nbsp;และลูกค้าระบบรายเดือน 6.9 ล้านราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ธุรกิจบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตของทรูออนไลน์ ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยทั้งรายได้บรอดแบนด์สำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปและฐานผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสูงในอัตราเลขสองหลักจากปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้นสุทธิมากกว่า 385,000 ราย เป็น 3.2 ล้านราย ณ สิ้นปี ซึ่งล้วนใช้บริการบนโครงข่าย FTTx ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4106</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติณัฐ ทีคะวรรณ, ทรู, ทรูมูฟเอช, ธุรกิจ, ผลประกอบการ, วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์, โทรคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a9782304ab43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
