<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคอร์ฟิวขลัง!ฝ่าฝืนลดวูบ คดีแจกของให้ใช้ดุลพินิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เคอร์ฟิว&amp;quot; เริ่มขลัง! &amp;quot;โฆษก ศบค.&amp;quot; เผยหลัง ตร.ปรับใช้สายตรวจแทนตั้งด่าน ส่งผลยอดผู้ฝ่าฝืนต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เหลือเพียง 482 ราย มั่วสุมแค่ 39 ราย &amp;quot;อสส.&amp;quot; ห่วงคนเจตนาดีแจกของ แจ้งอัยการทั่ว ปท.ใช้ดุลพินิจสั่งคดี &amp;quot;บิ๊กต่อ&amp;quot; นำทีมทลายโกดังเจล-หน้ากากไม่ได้มาตรฐาน ยึดของกลางมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการปฏิบัติการด้านความมั่นคงช่วงเคอร์ฟิว คืนวันที่ 23 เม.ย. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 24 เม.ย.2563 ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปรับเปลี่ยนมาตรการจากการตั้งด่านตรวจมาเป็นสายตรวจ ทำให้ตัวเลขของการดำเนินคดีลดลง โดยมีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 482 ราย ลดลงจากคืนก่อน 135 ราย ชุมนุม มั่วสุม 39 ราย ลดลงจากคืนก่อน 67 ราย ถือเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า จังหวัดที่มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุดคือปทุมธานี รองลงมาได้แก่ กทม. ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี นนทบุรี กระบี่ ลพบุรี สระบุรี และสุรินทร์ โดยพบกลุ่มก้อนใหญ่ที่กระทำผิดรวมกลุ่ม ชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. มีทั้งสิ้น 1,972 ราย เพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 18 ปี และอายุ 19-30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลการปฏิบัติในช่วงเคอร์ฟิวระหว่างวันที่ 23-24 เม.ย. เรียกตรวจรถยนต์ 20,682 คัน, ประชาชน 26,766 คน ดำเนินคดี 485 คน แยกเป็นออกนอกเคหสถานไม่มีเหตุสมควร 446 คน รวมกลุ่มมั่วสุมในเคหสถานเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 จำนวน 39 คน นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปรับลดจำนวนจุดตรวจทั่วประเทศ ซึ่งจุดตรวจเคอร์ฟิวลดเหลือเพียง 739 จุด ส่วนจุดตรวจโควิด-19 ลดเหลือ 331 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด สรุปการดำเนินคดีผู้ที่ทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินของสำนักงานอัยการต่างๆ ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 3-23 เม.ย.2563 ภาพรวมทั้งประเทศมีการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนพระราชกำหนดฯ ทั้งสิ้น 12,927 คดี มีผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีจำนวน 17,284 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวด้วยว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือ อส 0001/ว188 ลงวันที่ 24 เม.ย. แจ้งพนักงานอัยการทั่วประเทศ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติการดำเนินคดีที่มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจคือ อัยการสูงสุดได้เน้นย้ำว่า ตามปรากฏเป็นข่าวในสังคมว่ามีประชาชนผู้ประสงค์ดีได้นำปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญในการดำรงชีวิต เช่น ยา อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาด เป็นต้น ไปมอบแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนบางครั้งอาจมีการรวมตัวและแก่งแย่งสิ่งของกัน การกระทำดังกล่าวหากมีการจับกุมดำเนินคดี อัยการสูงสุดได้ให้พนักงานอัยการใช้ดุลยพินิจพิจารณาพยานหลักฐานประกอบพฤติการณ์แห่งการกระทำโดยรอบคอบ ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในทางอาญา เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ดังกล่าวหรือไม่ จึงจะมีความเห็นคำสั่งว่าสามารถสั่งฟ้องได้หรือไม่เพียงใด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่มีการกระทำในลักษณะการมอบและการแจกจ่ายสิ่งของต่างๆ ดังกล่าวนั้น อัยการสูงสุดให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนว่า ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการของทางรัฐบาลในการยับยั้งการแพร่ระบาดของการติดเชื้อ และไม่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน และสำนักงานอาหารและยา นำกำลังเข้าตรวจค้นโกดัง 5 โกดัง หลังโรงพยาบาลแพทย์รังสิต หมู่ 8 ถ.พหลโยธิน 76 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;หลังสืบทราบว่าโกดังดังกล่าวเป็นแหล่งพักสินค้าจำพวกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นโกดังจำนวน 2 โกดัง พบหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า เจลแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในโกดังทั้งสอง โดยแยกเป็นทั้งหมด 8 ประเภท ทั้งที่มีฉลากและยังไม่มีฉลาก รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 60 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า สินค้าที่สามารถตรวจยึดไว้ได้ตรวจสอบแล้วเป็นของที่นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งพบว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่มีเครื่องหมายของ อย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการตั้งศูนย์เฟกนิวส์ว่า เพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับข้อมูลจริง จะได้ไม่ต้องสับสนกับข้อมูลเท็จหลอกลวงประชาชน พร้อมดำเนินการในหลายเรื่องหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนร่วมลงทุน หรือการให้ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนสับสน ยิ่งในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องควรดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อจะทำให้การแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่ในกรอบที่คุมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย การสร้างความมั่นคงในข้อมูลข่าวสาร การให้ข้อมูลกับประชาชนที่เป็นความจริงเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง&amp;quot; นายสามารถกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64164</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทลายโกดังเจล-หน้ากากไม่ได้มาตรฐาน, ยอดผู้ฝ่าฝืนต่ำ, สายตรวจแทนตั้งด่าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคอร์ฟิว, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2d4f589ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
