<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จอห์นนี่ เดปป์&#039;เตรียมทวงคืนความยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากพูดถึงนักแสดงชายเจ้าบทบาทที่มีฝีไม้ลายมือจัดจ้านแห่งวงการภาพยนตร์ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงชื่อของ จอห์นนี่ เดปป์ &amp;nbsp;เจ้าของฉายานักแสดงพันหน้า ผู้เคยฝากฝีไม้ลายมือโดนใจคอหนังมาแล้วมากมายหลายบทบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นกัปตันเรือโจรสลัด แจ็ค สแปร์โรว์ ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อย่าง Pirate Of The Caribbean(2003) ,วิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานช็อคโกแลตใน Charlie and the Chocolate Factory (2005), รวมถึงบทบาทเจ้าของบาร์เบอร์สุดสยอง อย่าง Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) บทบาทที่ส่งให้เขาได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ และลูกโลกทองคำ รวมทั้งผลงานอื่นๆ อีกมายมายหลายต่อหลายเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด จอห์นนี่ เดปป์ กลับมาอีกครั้ง กับบทบาทชายผู้ใช้ภาพถ่ายทวงคืนความยุติธรรมในภาพยนตร์ MINAMATA มินามาตะ สร้างจากเรื่องจริงสะเทือนโลกแห่งหน้าประวัติศาสตร์ กับการรับบทบาท ดับเบิลยู ยูจีน สมิธ ช่างภาพนักข่าวชื่อดังแห่งสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ได้ถูกส่งไปยังเมืองมินามาตะ จังหวัดคุมาโมโตะ เมืองชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับพิษจากผลกระทบของการทิ้งสารปรอทลงในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันเป็นผลจากความประมาทเลินเล่อทางอุตสาหกรรมอย่างร้ายแรงเป็นเวลาหลายทศวรรษ จนนำไปสู่การเกิดพิศจากสารปรอทในชาวบ้านท้องถิ่น หรือที่โลกรู้จักกันในชื่อ โรคมินามาตะ สะเทือนอารมณ์แห่งหน้าประวัติศาสตร์ที่รอวันเปิดเผยให้โลกได้รับรู้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมิธได้แทรกตัวเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชนและบันทึกความพยายามของชาวบ้านในการอยู่ร่วมกับโรคมินามาตะ และการรณรงค์เพื่อให้บริษัทชิซโซและรัฐบาลญี่ปุ่นรับรู้ โดยมีเพียงกล้องคู่ใจติดมือ ภาพถ่ายโดยสมิธของหมู่บ้านเปื้อนสารพิษ จะถ่ายทอดมิติอันน่าสะเทือนใจที่เกิดกับเพื่อนมนุษย์ และงานที่เขาเพียงถูกมอบหมายให้ทำในตอนแรกได้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพถ่ายของเขาจะต่อสู้ความเป็นธรรมให้คนทั้งโลกได้รู้ MINAMATA มินามาตะ 13 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94984</URL_LINK>
                <HASHTAG>MINAMATA, จอห์นนี่ เดปป์, ดับเบิลยู ยูจีน สมิธ, ทวงคืนความยุติธรรม, นินามาตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_60407a5c403f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทวงคืนความยุติธรรม&#039;อังคณา&#039;จี้นายกฯ-ดีเอสไอเร่งสืบคดี&#039;ทนายสมชาย&#039;และผู้ที่ถูกอุ้มหายทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.62-เมื่อวันที่ 3ก.ย.ที่ผ่านมา นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ภรรยานายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งถูกอุ้มตัวหายไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ Change.org ร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอทวงคืนความยุติธรรมคดี &amp;#39;ทนายสมชาย&amp;#39; ผ่าน พรบ.ต่อต้านการทรมานและอุ้มหาย โดยระบุว่า
ตามที่ DSI ให้ข่าวว่าบ่ายโมงวันนี้จะแถลงข่าวกรณี #บิลลี่ และหากเป็นไปตามที่กล่าวในเวทีเสวนา #คนก็หาย #กฎหมายก็ไม่มี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่าจะมีข่าวดี (แม้ฟังแล้วจะขมขื่น) แต่ก็เป็นอีกขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนและการเปิดเผยความจริง ถ้ากระดูกที่พบคือกระดูกของบิลลี่ บิลลี่ก็จะไม่อยู่ในสถานะผู้ถูกบังคับสูญหายอีกต่อไป ครอบครัวจะสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้เขาได้ ในส่วนครอบครัวการทราบชะตากรรมจะเป็นการปลดปล่อยพันธนาการของความคลุมเครือ แต่ก็คงเป็นความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างที่สุดในการรับรู้การกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้ายไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงในคดีนี้ให้ปรากฎคือการที่กรรมการมรดกโลกกดดันให้เวลาประเทศไทย 1 ปีในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ในผืนป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะกรณีการหายตัวไปของบิลลี่
สำหรับกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายรายอื่นๆที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษรวมถึงคดี #สมชายนีละไพจิตร DSI ไม่มีความเต็มใจ (unwillingness) ทำคดีตั้งแต่ต้น และได้งดการสอบสวนไปนานแล้ว และไม่มีท่าทีต้องการรื้อฟื้นคดีกลับมาใหม่ คิดว่าอาจเป็นเพราะผู้กระทำผิดและบรรดาผู้เกี่ยวข้องล้วนยังมีอำนาจมากมายในปัจจุบันจนยากที่ใครจะกล้าแตะ
กรณีสมชายเกิดขึ้นในช่วงการใช้นโยบายสงครามยาเสพติด และการปราบปรามการก่อการร้ายใน จชต. ซึ่งปรากฎมีคนจำนวนไม่น้อยที่สูญหายในช่วงเดียวกัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงใน จชต. เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานจนปัจจุบัน
-------
12 ปีแล้วที่ดิฉัน อังคณา นีละไพจิตร และลูกๆ อีก 5 คนไม่ได้พบหน้าทนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมและรองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ และที่สำคัญกว่านั้นคือ &amp;ldquo;สามี&amp;rdquo; ของดิฉันและ &amp;ldquo;พ่อ&amp;rdquo; ของลูกๆ สิ่งที่เหลือมีเพียงความโศกเศร้า คำถาม และคดีความที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้
ก่อนหายตัวไป &amp;ldquo;ทนายสมชาย&amp;rdquo; ว่าความให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่อ้างว่าถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้รับสารภาพ จนกระทั่งคืนวันที่ 12 มีนาคม 2547 ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลยหลังจากที่เขาแยกตัวกับเพื่อนทนายย่านรามคำแหง ดิฉันและครอบครัวยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นตำรวจ 5 นาย 1 ในนั้นคือตำรวจที่ลูกความของทนายสมชายกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องสงสัยด้วย
ในขณะที่ความหวังที่ครอบครัวนีละไพจิตรจะได้อยู่พร้อมหน้าอีกครั้งริบหรี่ลงเรื่อยๆ โอกาสครั้งสำคัญที่ดิฉันและลูกๆ จะได้รับรู้รสชาติความยุติธรรมก็จบลงเช่นกัน ศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ยกฟ้องตำรวจทั้ง 5 นาย โดยไม่พิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งฝ่ายดิฉันยื่นไป สิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ทรมานทางจิตใจตลอด 12 ปีของพวกเราให้เพิ่มขึ้นทวีคูณ
วันนี้ ดิฉันในฐานะภรรยาของทนายสมชายและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งช่วยจัดทำแคมเปญนี้ขึ้นมา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง;
เร่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สืบคดีของนายสมชาย นีละไพจิตรอย่างจริงจัง
สอบสวนการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร และผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายทุกคนในประเทศไทย อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
ผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... โดยที่เนื้อหาต้องสอดคล้องกับ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (อุ้มหาย) เป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจนตามนิยามในอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย
ให้สัตยาบันต่อ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อบทของอนุสัญญาดังกล่าว
ระบุที่อยู่และชะตากรรมของผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
รับประกันว่าผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและครอบครัวจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ แม้ดิฉันจะได้รับข้อมูลว่าทนายสมชายถูกทรมานจนเสียชีวิต แต่ก็ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนที่รายงานอย่างเป็นทางการได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทนายคนสำคัญของไทยและสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวนีละไพจิตรคนนี้กันแน่
&amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; ยังคงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดที่ใดสักแห่งในสังคมไทย ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกันใช้โอกาสครบรอบ 12 ปีการหายตัวไปของทนายสมชายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องนำความยุติธรรมมาสู่ทนายสมชาย ครอบครัวนีละไพจิตร ตลอดจนผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายคนอื่นๆ ในประเทศต่อไปด้วย
&amp;quot;การบังคับสูญหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ อาจเป็นคนในครอบครัวคุณหรือคนที่คุณรัก ... ร่วมรณรงค์กับเราเพื่อยุติการบังคับสูญหายในประเทศไทย&amp;quot;
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6ก.ย.มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 21,360 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงคืนความยุติธรรม, บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ, พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน, สมชาย นีละไพจิตร, อังคณา นีละไพจิตร, อุ้มฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71aaa8dd749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ณัฐวุฒิจรจัดนำพวกบุก &#039;ปปช.&#039; ทวงความเป็นธรรมเสื้อแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61 - &amp;nbsp;ที่ศาลาพระเทพ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน แกนนำนปช. อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายนิสิต สินธุไพร, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง พร้อมทั้งญาติผู้เสียชีวิตเนื่องในเหตุการณ์การชุมนุมนปช. เดือนเมษายนปี2553 โดยได้ร่วมกันทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์จำนวน 10 รูป และถวายสังฆทานและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตเนื่องในโอกาสครบ 8 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมนปช.ปี 53&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ &amp;nbsp;กล่าวว่าวันนี้เป็นวาระครบรอบ 8 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นวันที่มีการใช้กำลังพยายามสลายการชุมนุมจนมีการสูญเสียของพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก วันนี้เราทำภารกิจ 2 ส่วนไปพร้อม ๆ กัน ก็คือส่วนของการรำลึกเหตุการณ์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งมีแกนนำนปช. ญาติพี่น้องครอบครัวผู้เสียชีวิต และพี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์มาร่วมพิธีกันในขณะนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกส่วนหนึ่งก็คือภารกิจเรื่องติดตามทวงถามความยุติธรรม ทวงถามความคืบหน้าของคดี ซึ่งผมและพวกอีก 3 คนแยกไปปฏิบัติภารกิจที่ป.ป.ช. ซึ่งก็เสร็จสิ้นไปแล้วด้วยดี ข้อสรุปก็คือไม่มีบทสรุปอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งอยู่กับที่&amp;quot;นายณัฐวุฒิ กล่าว และว่าในส่วนของวาระแห่งการรำลึกนี้ อยากเรียนว่าในการต่อสู้ทางการเมืองของทุกประเทศทุกชาติพันธุ์เมื่ออำนาจรัฐได้กระทำต่อประชาชนจนเกิดการบาดเจ็บล้มตาย ขอได้โปรดรับรู้ไว้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ถูกลืม ไม่มีอำนาจและเงื่อนไขวันเวลาใด ๆ จะทำให้ความจริงนี้เลือนหายไปจากบรรทัดประวัติศาสตร์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำนปช. ยืนยันว่าจะเดินหน้าเพื่อติดตามทวงถามคดีนี้ต่อไปให้ถึงที่สุด ตนมั่นใจว่าวันหนึ่งความยุติธรรมจะมาถึง วันหนึ่งใครกระทำความผิดในเหตุการณ์นี้ต้องรับผิดชอบตามตัวบทกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายณัฐวุฒิ &amp;nbsp;นายยศวริศ ชูกล่อม(เจ๋งดอกจิก)นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ได้แต่งตัวเป็นคนจรจัด เดินทางไปยังสำนักงานปปช. สนามบินน้ำเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ, ทวงคืนความยุติธรรม, นปช., ปปช., แต่งตัวเป็นคนจรจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc8aa8c1917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
