<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูจี&#039; โดนริบอีกหนึ่งรางวัล กลุ่มสิทธิเกาหลีใต้ทวงคืน &#039;ควังจูไพรซ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มูลนิธิอนุสรณ์ 18 พฤษภา. ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ประกาศจะทวงคืนรางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เคยมอบให้นางอองซาน ซูจี ตั้งแต่ปี 2547 สืบเนื่องจากผู้นำเมียนมาโดยพฤตินัยรายนี้ไม่แยแสต่อความทารุณโหดร้ายที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 31 มกราคม 2556 นางอองซาน ซูจี รับรางวัลควังจูไพรซ์เพื่อสิทธิมนุษยชน ที่เมืองควังจูในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า มูลนิธิอนุสรณ์ 18 พฤษภาคม ได้มอบรางวัลควังจูนี้แก่นางซูจีเมื่อปี 2547 แต่ขณะที่ประกาศมอบรางวัลนั้น นางยังถูกรัฐบาลทหารเมียนมากักบริเวณที่บ้านของนางในนครย่างกุ้ง ทำให้นางไม่สามารถมารับรางวัลได้ แต่ท้ายที่สุดนางซูจีมารับมอบรางวัลนี้เมื่อปี 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางสามารถชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และนางซูจีได้รับแต่งตั้งเป็นมนตรีแห่งรัฐ แต่ถือกันว่านางเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพรายนี้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ซึ่งทำให้นางได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนควังจูนี้ ทว่าการปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่โดยกองกำลังความมั่นคงของเมียนมา ทำให้นางซูจีโดนวิจารณ์อย่างรุนแรง ที่ไม่ออกมาปกป้องหรือแสดงความเห็นใจต่อชะตากรรมของชาวโรฮีนจา ซึ่งตามคำเตือนขององค์การสหประชาชาติระบุว่ายังคงตกเป็นเป้าหมายของการล้างเผ่าพันธุ์อยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 31 มกราคม 2556 นางอองซาน ซูจี ขณะมาเยือนสุสานแห่งชาติวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองควังจู / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โช จินแต โฆษกของมูลนิธิกล่าวกับเอเอฟพีว่า ความเพิกเฉยของนางซูจีต่อการกระทำโหดร้ายทารุณต่อชาวโรฮีนจานั้นขัดต่อค่านิยมที่รางวัลควังจูยึดมั่น นั่นคือการปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการของมูลนิธิจึงลงความเห็นกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าจะทวงคืนรางวัลนี้จากนางซูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิอนุสรณ์ 18 พฤษภาคม ก่อตั้งเมื่อปี 2537 เพื่อระลึกถึงการลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองควังจูเมื่อปี 2523 ที่จบลงด้วยการที่กองทัพใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกปราบปรามอย่างนองเลือดจนมีคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากกว่า 200 คน การลุกฮือต่อต้านเผด็จการทหารชุน ดูฮวาน ในครั้งนั้นเป็นแรงกระตุ้นที่ปลุกให้ชาวเกาหลีใต้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย อันนำไปสู่การรื้อฟื้นระบอบประชาธิปไตยในประเทศนี้ได้ในเวลา 7 ปีหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน องค์การแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลก็เพิ่งเพิกถอนรางวัลรางวัลทูตแห่งมโนธรรมสำนึกของนางซูจี โดยอ้างเหตุผลที่นางไม่แยแสต่อความทารุณโหดร้ายที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควังจู, ทวงรางวัล, รางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน, อองซาน ซูจี, เกาหลีใต้, เพิกถอนรางวัล, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18b00337d03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
