<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนครศรีฯทวงสัญญา&#039;พปชร.-ปชป.-ภท.&#039;แก้ราคายางตามที่หาเสียงด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63- นายไพรัช เจ้ยชุม &amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ การยางแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ชาวสวนยางพารา ที่จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;ได้ออกมาทวงถามต่อพรรคการเมือง เรื่องที่ได้หาเสียงเอาไว้กับชาวสวนยางพารา ก่อนที่จะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่ผลักดันให้ยางพาราขยับขึ้นมาทันทีที่ราคา 60 &amp;ndash; 65 &amp;nbsp;บาท / กก. แต่ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามนั้น &amp;nbsp; จึงได้เคลื่อนไหวทวงถามสัญญา เช่น กับพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;(พปชร.) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) &amp;nbsp; และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ ( 26 มค. 63) ราคาน้ำยางสด ที่บ่อน้ำยาง รับซื้อราคาประมาณ 37 บาท / กก. &amp;nbsp;และที่สหกรณ์ชาวสวนยาง บางพื้นที่ จ.พัทลุง จะรับซื้อที่ 39 บาท / กก. และขณะนี้ที่ยางรมควัน ราคา 42 บาท / กก. ซึ่งก่อนนั้นก่อนเทศกาลตรุษจีน ยางรมควันอยู่ที่ 44 บาท / กก. น้ำยางสดอยู่ที่ 40 บาท / กก. &amp;nbsp;แต่ปรากฎว่าพอเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน กลับลงมา เช่น &amp;nbsp;น้ำยางสดที่ 37 บาท ยางรมควัน 42 บาท / กก. &amp;nbsp;ภาพรวมราคาลงมาประมาณ 3 บาท / กก. &amp;nbsp;เวลานี้ไม่ใช่เกิดจากกลไกการตลาดโลก &amp;nbsp;แต่เป็นกลไกทางกลุ่มการค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรัช กล่าวว่า แนวทางแก้ไขที่ยังยืน ทางเครือข่ายชาวสวนยางทั่วประเทศ &amp;nbsp;จึงมีทางออกโดยการนำเสนอกฎหมายใช้ยางพาราภายในประเทศ โดยนำยางพาราผสมนำไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ &amp;nbsp;เช่น ถนนผสมยางพารา &amp;nbsp;และ ฯลฯ &amp;nbsp;โดยการบังคับใช้กฎหมาย หากไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย ยางพาราจะเดินไปไม่ได้ &amp;nbsp;ถึงแม้ว่าจะมี พรบ.ควบคุมยาง พศ.2542 ไว้แล้วก็ตาม กฎหมายการใช้ยางพาราภายในประเทศ &amp;nbsp;เครือข่ายางพารากำลังดำเนินการ โดยนักวิชาการยางพารา &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญยางพารา &amp;nbsp;นักฎหมาย &amp;nbsp;และ ฯลฯ &amp;nbsp; ร่วมกันยกร่าง และดำเนินการแล้วเสร็จ จะนำเสนอ &amp;nbsp;ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันฯ &amp;nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp; เพื่อให้เครือข่ายสถาบันฯ พิจารณา แล้วนำเสนอต่อพรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งพรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน &amp;nbsp;และประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทำการพิจารณาดำเนินการ เพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุผลที่นำเสนอต่อทุกพรรคการเมือง &amp;nbsp;เพื่อให้ทุกพรรคได้พิจารณาอย่างทั่วถึงข้อดีข้อเสีย รอบคอบรอบด้าน และพรรคฝ่ายค้าน เพื่อมิให้กฎหมายการใช้ยางพาราภายในประเทศ &amp;nbsp;จะถูกนำไปวางไว้บนโต๊ะ เชื่อว่ายางพารานำไปใช้เป็นส่วนผสมได้ทุกส่วนใช้ภายในประเทศ &amp;nbsp;จะทำให้ระบบตลาดยางพาราเปลี่ยนแปลงและราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่มีเสถียรภาพ &amp;nbsp;และจะดีกว่าการเอาเงินมาเยียวยาแจกจ่าย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อน &amp;nbsp;แต่ไม่ได้ยั่งยืนแต่อย่างใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55513</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง, ชาวสวนยางพาราจ.นครศรีธรรมราช, ทวงสัญญา, ปัญหาราคายางพารา, พรรคการเมือง, หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d400fcc438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งบ้านพักศาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2561 - &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก The North องศาเหนือ ได้รายงานถึงกิจกรรมของเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพในชื่อ &amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแหว่ง&amp;rdquo; แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง ซึ่งเป็นการชุมนุมใหญ่ที่บริเวณลานประตูท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ว่า การชุมนุมเพื่อทวงสัญญาป่าแหว่งของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ หลังเดินรณรงค์จาก 4 มุมเมือง รวมแม่น้ำร้อยสายแล้ว ยังประกอบพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังโพสต์อีกว่า แม้จะมีมติย้ายบ้านพักและที่ทำการศาลฯ ไปเชียงราย แต่การยื้อตลอดที่ผ่านมาส่อแววจะมีหน่วยงานอื่นเข้าไปอยู่อาศัย การสาปแช่งไม่ให้ผู้ใดอาศัยในเขตที่สัญญาไว้ว่าจะไม่มีคนอยู่ คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้คือไม่มีผู้อยู่อาศัยในบ้านพัก 45 หลังและอาคาร 9 หลังเขตป่าดั้งเดิม และฟื้นฟูให้เป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม, ทวงสัญญา, บ้านพักศาล, ป่าแหว่ง, เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, เผาพริกเผาเกลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b824ed5c139f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้ร่วมวงเขย่าคสช.ทวงสัญญาเลิกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองเดือนมิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.61- แอมเนสตี้ทวงสัญญาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องปฏิบัติตามคำสัญญาที่ว่าจะยกเลิกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองในเดือนมิถุนายน 2561 นอกนั้นยังต้องยกเลิกกฎหมายและคำสั่งอื่นๆ ที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบของประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ในวาระครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหารระบุว่า ใกล้ถึงวันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องปฏิบัติตามคำสัญญาที่จะยกเลิกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองในเดือนมิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคทเธอลีน เกอร์สัน (Katherine Gerson) เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า คำสั่งของ คสช. ที่ออกมาตั้งแต่หลังการทำรัฐประหารเป็นการจำกัดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางและปราศจากความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิง มาตรการพิเศษนี้ควรนำมาใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ผ่านมาสี่ปีแล้วคำสั่งเหล่านี้ยังคงถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัดโดยทางการ ซึ่งส่งผลให้มีการปฏิบัติมิชอบจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังเลื่อนคำสัญญามาหลายครั้ง ถึงเวลาแล้วที่ คสช.จะต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ในการยกเลิกคำสั่งห้ามการจัดกิจกรรมทางการเมืองภายในเดือนมิถุนายนนี้ แต่เฉพาะการกระทำเช่นนี้ถือว่ายังไม่เพียงพอ จะต้องยกเลิกกฎหมายและคำสั่งอื่นๆ ที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างสงบด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังระบุเพิ่มเติมว่า คสช. จะต้องยกเลิกกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบของประชาชนอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายและคำสั่งที่เป็นเผด็จการที่พุ่งเป้าไปที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมและฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองซึ่งใช้สิทธิมนุษยชนของตนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคมและการชุมนุมอย่างสงบ ประชาชนหลายร้อยคนไม่ควรถูกดำเนินคดีอาญาเพียงเพราะการแสดงความเห็นและเข้าร่วมการประท้วงอย่างสงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9736</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ทวงสัญญา, มิถุนายน, ยกเลิกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03fc8b58716.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
