<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีทีเอส&#039;ทนไม่ไหวอัดคลิปเปิดหน้าทวงหนี้รัฐ  3 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10เม.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 3.00 นาที ผ่านทางยูทูบ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.64ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประเด็นหนี้แสนล้านดังนี้ ว่าสวัสดีครับ ท่านผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่านครับตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาภาระหนี้สินที่รัฐบาล โดยกรุงเทพมหานครแบกรับค่าก่อสร้าง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และค่าโดยสารไม่สูงจนเกินไป รวมทั้งสิ้นกว่าแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหา ด้วยการขอให้เอกชนรับภาระหนี้สินทั้งหมดกว่าแสนล้านจากรัฐบาล และ กรุงเทพฯไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน โดยรัฐจะอนุญาตให้สัมปทานเอกชนในการเดินรถ 30 ปี ทั้งนี้ต้องกำหนดค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายทุกเส้นทาง สูงสุดไม่เกิน 65 บาทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอดังกล่าวได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ บีทีเอส ได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการสนับสนุน และร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว มานานพอสมควร กรุงเทพมหานคร โดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ไม่ได้ชำระค่าจ้างเดินรถ จนเป็นเหตุให้มีภาระหนี้ติดค้าง นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 60 เป็นจำนวนเงิน 9,602 ล้านบาท และหนี้ค่าซื้อระบบการเดินรถ ไฟฟ้าและเครื่องกล ที่ถึงกำหนดชำระจำนวน 20,768 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระการเงินที่มากเกินกว่า บีทีเอส จะแบกรับต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัท จึงมีความจำเป็นต้องยื่นหนังสือ ทวงถามการชำระหนี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ยังไม่ชำระหนี้ให้บริษัทแต่อย่างใด จากข้อเท็จจริงจากสภาพปัญหาดังกล่าว บริษัท ได้พยายามอย่างที่สุด ที่จะร่วมรับผิดชอบ ที่จะร่วมหาแนวทางแก้ไขข้อขัดข้อง แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาที่ซ้อนปัญหาอยู่ภายใน ซึ่งบริษัท ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ประกอบกับมีบุคคลบางกลุ่ม บางฝ่าย อาจต้องการที่ไม่ให้เรื่องดังกล่าวได้รับการแก้ไข และพยายามสร้างประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมาคัดค้านต่อต้านโดยไม่สนใจว่าหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข จะสร้างความเดือดร้อนเสียหายขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกับผู้โดยสารที่ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา บริษัท ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน และใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสตลอดมา บริษัทขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้บริการระบบขนส่งมวลชน ที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน จะพยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะดูแลผู้โดยสารทุกท่านอย่างดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งโดยลำพัง บริษัทไม่สามารถแก้ไขให้ประสบความสำเร็จได้ และสุดท้ายอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เดือดร้อนแก่ประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทจึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ผู้โดยสารได้ทราบเบื้องต้น ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ชมคลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงเงิน, บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส, รัฐบาล, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา, อัดคลิป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_60713c1d260bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กานต์&#039;ฉะ&#039;เสี่ยโป้&#039;ชุดใหญ่ ทวงเงินออกสื่อ จะลดหนี้ให้เหลือ 30 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่เห็นข่าวคู่อริเก่าอย่างเสี่ยโป้ อานนท์ โดนตำรวจจับ กานต์-วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาชอง เสก โลโซ ก็โพสต์เดือดฉะเสี่ยโป้จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเซียล ล่าสุด กานต์ วิภากร ก็ได้เปิดบ้านต้อนรับกองทัพสื่อ จัดงานแถลงถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมฝากข้อความถึงคู่กรณีถ้ารวยจริงให้เอาเงินมาใช้หนี้ เดี๋ยวลดให้เหลือ 30 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มันไม่ได้แค้นอะไรมากแล้วนะ แต่อยากรู้ว่าทำจริงๆ หรือละครลิงกันแน่ สำหรับคดีที่ฟ้องร้องกัน ยังอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์ ถ้าจำไม่ผิดนัดอีกทีน่าจะวันที่ 20 เมษายน (หลายคนสงสัยว่าไปเกลียดอะไรเขา ทำไมถึงต้องโพสต์ขนาดนี้) เงินไม่ได้หวังหรอก แต่อยากให้มันได้รับกรรม คือยังไงมันก็ต้องได้รับการประกัน แต่อยากมันอยู่นานกว่านี้หน่อยได้หรือเปล่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่เอาไปโพสต์ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง &amp;nbsp;กานต์เป็นลูกตำรวจ รู้ทุกอย่าง ถึงบอกว่าอยากรู้อะไรที่เป็นความจริง กานต์ไม่เคยพูดโกหก &amp;nbsp;ถามว่าไม่กลัวโดนฟ้องเหรอ ปล่อยเขาฟ้องไป ก็สู้กันไป เพราะว่าจะมาให้กานต์กลัวโดนจับแล้วก็เรื่องเงียบไปทำต่ออีกเหมือนเดิม ไหนๆ มันก็เข้าคุกไปละ ต้องเอาให้มันอยู่นานๆ เพราะว่าไม่ใช่ว่าจับง่ายนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับคนนี้มันเป็นคดีอยู่เยอะ อยู่ที่สน. ทั้งคดีปืน และที่เสี่ยโป้ไลฟ์สด ตำรวจไปจับที่บ้านพี่ก็ยังไม่ไปถึงไหนเลย นาฬิกาปลอมก็ลืมเอาไปแจ้งความ หมดไปหลายสิบล้าน น่าจะประมาณ 40 ล้านมั้ง แต่คิดว่าคงไม่ได้คืน คือกานต์ไม่เคยคิดไงว่าจะมีคนมาทำอะไรแบบนี้กับกานต์ เพราะกานต์ไม่เคยคิดทำร้ายใครก่อน กานต์เป็นคนซื่อๆ แบบนี้นี่แหละ และกานต์ก็ไม่เคยเจอ แบบนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (40 ล้านเขายืมไปทำอะไร) ไม่รู้มันโกหกทุกอย่าง โกหกหมดทุกเรื่อง &amp;nbsp;พอยืมมาเท่านี้ แล้วเหมือนว่าจะเอาไปลงทุนอะไรของมัน เอาเท่านี้ก่อน จำไม่ได้แล้ว มัน 5 ปีแล้ว ว่าจะให้ดอกเบี้ยวันละกี่แสนอย่างเนี่ย กานต์ยังไลน์คุยกับน้องเสือเลยว่า แม่มีงานทำใหม่ เสือบอกเขาหลอกหรือเปล่า เราก็บอกไม่หรอก แต่กานต์เป็นคนที่ไม่รอบคอบ เป็นคนที่ค่อนข้างประมาท เพราะคิดว่าคงไม่มีใครทำอะไรกานต์ได้หรอก ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าจะมีคนที่หวังประโยชน์อะไรแบบนี้กับคนที่ดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กานต์จะบอกให้นะ ถ้ากานต์จัดการมันได้ กานต์ตายก็ไม่เสียใจ ตายตาหลับสบายใจด้วย บอกเลยนะถ้ารวยจริงเอาเงินมาใช้หนี้ จากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ทางใครทางมัน เดี๋ยวลดให้ด้วยเหลือ 30 ล้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกม wiphakorn15&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ วิภากร, ทวงเงิน, เสก โลโซ, เสี่ยโป้ อานนท์, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d5c1902c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีทีเอส&#039;ทวงหนี้กทม.3หมื่นล้านเดดไลน์จ่ายภายในพ.ค.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 2564 &amp;nbsp;รายงานข่าวจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ระบุว่า วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2564) นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือส่งถึงกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เรื่องขอให้ชำระค่าจ้างเดินรถและค่าซื้อระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) พร้อมติดตั้ง ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย โดยได้ส่งสำเนาถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในหนังสือฉบับดังกล่าว มีใจความว่า ตามที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ทวงถามให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ชำระหนี้ในการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 คือ ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 คือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งมีจำนวนรวมกันทั้งสิ้น 8,899,338,642.45 บาท (แปดพันแปดร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามแสนสามหมื่นแปดพันหกร้อยสี่สิบสองบาท สี่สิบห้าสตางค์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกรุงเทพธนาคมได้มีหนังสือยอมรับสภาพหนี้ ตามที่บริษัทเรียกร้อง แต่กลับไม่มีข้อเสนอใดๆ ที่จะทำให้บริษัทมีความมั่นใจได้เลยว่า บริษัทจะได้รับชำระหนี้ที่ค้างชำระอยู่ในปัจจุบัน และในอนาคตจากกรุงเทพธนาคม หรือ กทม. ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นเจ้าของกรุงเทพธนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทเชื่อว่า ทั้งกรุงเทพธนาคม และ กทม. ต่างตระหนักเป็นอย่างดีมาระยะหนึ่งแล้วว่า หลักการของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ให้ กรุงเทพธนาคม และ กทม. เป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในผลประกอบการ นับแต่เริ่มต้นเปิดให้บริการ การเปิดให้บริการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายในรูปแบบปัจจุบัน ได้อาศัยเพียงการเรียกเก็บค่าโดยสารจากประชาชนในระดับประมาณ 15 บาท สำหรับการใช้บริการตลอดส่วนต่อขยายที่ 1 และไม่เรียกเก็บค่าโดยสารจากประชาชนสำหรับการใช้บริการส่วนต่อขยายที่ 2 โดยไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ แต่มีต้นทุนที่ต้องแบกรับจากค่าจ้างในการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงนั้น และต้นทุนค่าซื้อระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทำให้เกิดผลขาดทุนแก่กรุงเทพธนาคม และ กทม. ตลอดมาเป็นจำนวนมาก ย่อมจะทำให้กรุงเทพธนาคม และ กทม. ไม่สามารถซ่าระหนี้ที่มีอยู่กับบริษัทฯ ได้ และกลับจะมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นไปอีก จนถึงขั้นที่จะไม่สามารถให้บริการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้อีกต่อไปในระยะเวลาไม่นาน เพราะบริษัทฯ ก็คงจะไม่สามารถที่จะแบกรับภาระหนี้ที่เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดขึ้นต่อไปอีกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น การที่กรุงเทพธนาคม และ กทม.ได้ตัดสินใจไม่เรียกเก็บค่าโดยสารในช่วงเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากมีความคาดหวังว่า การแก้ไขปัญหาการให้บริการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยไม่ต้องใช้เงินอุดหนุนจากภาครัฐ แต่ใช้การแก้ไขสัญญา เพื่อให้การให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว และการเรียกเก็บค่าโดยสารจากประชาชน ทั้งในโครงการส่วนหลัก คือ ช่วงหมอซิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ถือเป็นโครงข่ายเดียวกัน จนเกิดผลดีแก่ประชาชนเพราะทำให้ค่าโดยสารที่จะเรียกเก็บตลอดสายลตลงได้เป็นจำนวนพอสมควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้บริษัทเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในผลประกอบการในระยะยาวแทนการเรียกหนี้ที่ค้างชำระเอาจาก กรุงเทพธนาคม และ กทม. ซึ่งได้มีการเจรจาสำเร็จไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 ภายใต้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 312562 เรื่องการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยเร็วนั้น ก็ยิ่งทำให้กรุงเทพธนาคม และ กทม. สร้างหนี้สินกับบริษัทเพิ่มขึ้น เพราะไม่มีเงินรายได้จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในขณะที่มีภาระที่จะต้องจ่ายค่าจ้างในการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงให้แก่บริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัททราบจากข่าวตามสื่อต่าง ๆ ว่า สัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่การที่บริษัทไม่ทราบเลยว่าคณะรัฐมนตรีมีกำหนดการที่จะพิจารณาให้แล้วเสร็จเป็นประการหนึ่งประการใดเมื่อใด ซึ่งทั้งกรุงเทพธนาคม และ กทม. ก็ไม่สามารถที่จะให้ความกระจ่างแก่บริษัทได้นั้น ทำให้บริษัทต้องตกอยู่ในสภาวะที่ลำบากมากที่เป็นอยู่นี้ต่อเนื่องออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทเป็นบริษัทลูกของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นประชาชนร่วมลงทุนอยู่จำนวนประมาณกว่า 101,700 ราย และมีเจ้าหนี้ที่ให้เงินกู้แก่บริษัทมาประกอบธุรกิจอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างมีความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจของบริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่กรุงเทพธนาคม และ กทม.สามารถชำระหนี้ให้แก่บริษัทได้ ซึ่งคำนวณจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีจำนวนถึงกว่า 8,899,338,642.45 บาท (แปดพันแปดร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามแสนสามหมื่นแปดพันหกร้อยสี่สิบสองบาทสี่สิบห้าสตางค์) นั้น ย่อมจะสร้างความเสียหายให้แก่บริษัท รวมทั้งผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ของบริษัทเป็นอย่างมาก ซึ่งการที่บริษัทยินยอมตกลงตามหลักการของร่างสัญญาแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น ก็เพราะเห็นว่าเป็นทางออกที่จะหยุดการที่กรุงเทพธนาคม และ กทม. จะสร้างหนี้กับบริษัทเพิ่มมากขึ้นไปอีกจากการเปิดให้บริการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายในรูปแบบปัจจุบันต่อไป โดยมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่าจ้างให้แก่บริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแม้ว่าภายใต้ร่างสัญญาแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น บริษัทจะไม่ได้รับชำระหนี้ที่ค้างชำระคืนทันที แต่หากผลประกอบการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อไปในระยะยาวดีขึ้น บริษัทซึ่งเป็นเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในผลประกอบการและเป็นผู้ให้บริการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเอง ก็จะมีโอกาสได้หนี้ที่ค้างชำระนี้คืนได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นมาตรการในการแก้ไขหนี้ที่แม้จะมีความเสี่ยงกับบริษัทบ้าง แต่ก็ทำให้บริษัทอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อไม่มีความแน่นอนว่าการดำเนินการตามร่างสัญญาแก้ไขสัญญาสัมปทาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่และเมื่อใด จึงไม่เป็นธรรมกับบริษัท หากกรุงเทพธนาคม และ กทม. จะอาศัยการที่บริษัทไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนอันเนื่องมาจากการหยุดให้บริการการเดินรถ ทั้งๆ ที่ไม่ได้รับค่าจ้างมาเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ที่ค้างให้แก่บริษัท และกลับจะสร้างหนี้กับบริษัทเพิ่มมากขึ้นไปอีกจากการเปิดให้บริการเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อไป โดยไม่มีมาตรการในการจ่ายค่าจ้างที่ค้างอยู่และที่จะเกิดขึ้นใหม่มาทำความตกลงกับบริษัทให้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่พอจะอนุมานได้จากหนังสือยอมรับสภาพหนี้แต่ไม่มีข้อเสนอใดๆ ของกรุงเทพธนาคม ดังได้เรียนชี้แจงมาข้างต้นแล้วนั้นว่า บริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ของบริษัท ที่จะต้องทำการบริหารจัดการหนี้ที่ กรุงเทพธนาคม และ กทม. ค้างชำระแก่บริษัท และมีแนวทางที่ชัดเจนหากมีการที่จะต้องให้มีการสร้างหนี้เพิ่มขึ้นไปอีก โดยหนังสือฉบับนี้ บริษัทจึงขอให้กรุงเทพธนาคม และ กทม.ชำระหนี้ทั้งหมด คือ หนี้ค่าจ้างค้างซ้าระถึงวันที่ออกจดหมายฉบับนี้ ซึ่งค้างชำระมาเป็นเวลา 3 ปี 9 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 คิดเป็นเงินประมาณ 9,602,927,927.24 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหนี้ค่าซื้อระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) ที่จะถึงกำหนดชำระในเดือนมีนาคม 2564 คิดเป็นเงินประมาณ 20,768,979,836.13 บาท ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ มิฉะนั้น บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาการใช้สิทธิตามกฎหมายและตามสัญญาของบริษัท เอากับ กรุงเทพธนาคม และ กทม. ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพธนาคม, ทวงเงิน, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บีทีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22e204b51bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกพรรคเศรษฐกิจใหม่ร้องกกต.สอบบิ๊กในพรรคถูกครอบงำ แถม&#039;มิ่งขวัญ&#039;ชิ่งไม่จ่ายค่าหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62- &amp;nbsp;นายวัน สุวรรณพงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 &amp;nbsp; ร.ท.ลานบุญ สีลา อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 &amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;พรรคเศรษฐกิจใหม่ &amp;nbsp; ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้สอบสวนคณะกรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจใหม่ &amp;nbsp; กรณีให้บุคคลอื่นครอบงำการบริหารงานของพรรค และไม่ช่วยเหลือกรณีค่าใช้จ่ายหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัน กล่าวว่าตนใช้เงินส่วนตัวในการหาเสียง จ้างรถแห่ ผู้ช่วยหาเสียง เป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท ได้คะแนนมาเกือบ 1 พันคะแนน ทำให้พรรคนำคะแนนไปรวมทั่งประเทศและคำนวณออกได้ ส.ส.จำนวน 6 คน &amp;nbsp;เมื่อเป็น ส.ส.ครบ 1 ปี พรรคยังสามารถนำคะแนนไปเป็นฐานคำนวณเพื่อขอรับเงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองได้อีก &amp;nbsp;แต่พรรคกับไม่เหลียวแลผู้สมัครหลังการเลือกตั้งผ่านไป พยายามติดต่อเพื่อทวงถาม ก็ติดต่อใครไม่ได้ แถมหัวหน้าพรรคยังมาชิงลาออก &amp;nbsp;ตนมีความจำเป็นต้องมายื่นคำร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเป็นผู้สมัคร เป็นคนทำคะแนนให้กับพรรค ไม่ได้ซื้อเสียง &amp;nbsp;หาเสียงต้องไปเดินกราบไหว้ขอคะแนน &amp;nbsp;แต่เรากลับลงทุนไปเสียเปล่า พรรคได้ประโยชน์จากทุกคะแนนของผู้สมัคร &amp;nbsp;ได้ ส.ส.มา 6 คน &amp;nbsp; และ ส.ส. 6 คนได้เงินเดือนคนละแสนสอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลับไม่เคยให้อะไรพวกเราเลย &amp;nbsp;นอกจากค่าสมัคร &amp;nbsp;โทรไปก็ไม่รับ &amp;nbsp;มีคนเป็นหนี้จากการสมัครและหาเสียงเลือกตั้งตั้งแต่ 3 แสน ถึง 1 ล้านบาท &amp;nbsp;คนพวกนี้ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากพรรค &amp;nbsp;ซึ่งเงินเดือน ส.ส.ที่ได้คนละแสนสอง &amp;nbsp;จะเข้าข่ายมาตรา 20 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองหรือไม่ ที่ห้ามพรรคการเมืองแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ผมเป็นอดีต ส.ว.สมัยปี 57 ที่ได้คะแนนเลือกเข้ามากว่า 3 แสนคะแนน แต่เป็นได้เดือนเดียว พล.อ.ประยุทธ์ก็มายึดอำนาจ&amp;rdquo; นายวัน &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ทวงเงิน, พรรคเศรษฐกิจใหม่, วัน สุวรรณพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff2dba7552b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เศรษฐกิจใหม่&#039;วูบหนัก!&#039;ลูกพรรค&#039;เขย่าไล่หลัง&#039;มิ่งขวัญ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอังกฤษฎา ราวินิช ผู้สมัครส.ส.เขต 1 จังหวัดอุดรธานี พรรคเศรษฐกิจใหม่ เดินทางมาขอคำปรึกษาทางกฎหมายและขอความเป็นธรรมจาก กกต. กรณีถูกกรรมการบริหารพรรคสัญญาว่าจะให้เงินสนับสนุนในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นพรรคได้ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 6 คน จาก480,000 คะแนน พรรคกลับบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอังกฤษฎา &amp;nbsp;กล่าวว่าผู้สมัครแต่ละคนลงทุนหาเสียงไปคนละ 2 แสนถึง 2 ล้านบาท เป็นผลให้ผู้สมัครของพรรคเกิดความเครียดจนอยากฆ่าตัวตาย &amp;nbsp;เพราะมีปัญหาหนีสิ้นรุมเร้า และผู้สมัครเสียชีวิตไปแล้วจากความเครียด 2 ราย และเมื่อไปติดต่อที่พรรคก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมประชุม และด่าว่าเป็นแค่ตัวเห็บ อย่าเข้ามายุ่งกับพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ที่ลาออกจากหัวหน้าพรรค นายอังกฤษฎา กล่าวว่า ตนไม่ทราบเหตุผลว่าจะมาจากปัญหาค่าใช้จ่ายจากการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ พูดได้เพียงว่าเป็นการกระทำที่ไม่สง่างามควรจะลาออกจากส.ส.ไปเลย พวกตนไม่ได้ก่อม็อบร้องยุบพรรค แต่มาเพื่อวิงวอนขอความเป็นธรรมหากพรรคไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้สมัครที่เปรียบเสมือนคนในบ้านหลังเดียวกันได้ พวกเขาต้องเป็นหนี้สินเพื่อนำเงินมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง &amp;nbsp;ถ้าพรรคแก้ปัญหาเล็กไม่ได้ ก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติได้ ดังนั้นผู้สมัครของพรรคจึงต้องรวมตัวกันเพื่อร้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้กกต.ช่วยขจัดเหลือบทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจใหม่ยังนำภาพการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ระหว่างผู้บริหารพรรคกับผู้สมัครส.ส.เขต เพื่อยืนยันให้เห็นว่าพรรครับปากว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายให้กับผู้สมัครที่ได้คะแนนตั้งแต่ 500 คะแนนขึ้นไปและจะประเมินจ่ายตามเกรดของบุคคลที่ลงสมัคร รวมทั้งกำหนดให้ผู้สมัครติดจีพีเอสที่รถหาเสียง เพื่อตรวจสอบว่ามีการลงพื้นที่จริงหรือไม่ ทั้งนี้ผู้สมัครหลายคนต้องไปกู้ยืมหนี้นอกระบบและนำทรัพย์สินไปจำนำเพื่อนำเงินมาสำรองจ่ายค่าหาเสียง ทำให้หลังเลือกตั้ง ต้องแบกภาระค่าดอกเบี้ยเดือนละ 2 หมื่นบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงเงิน, พรรคเศรษฐกิจใหม่, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, อังกฤษฎา ราวินิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce632384cf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 22:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชน ณัฐวัฒน์’ปรี๊ดแตกโดนเบี้ยวค่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดนเบี้ยวเงินจากการทำงาน ทำเอานักแสดงหนุ่ม เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ อยู่เฉยไม่ได้ ขอจัดการคนโกงด้วยวิธีโพสต์รูปลงอินสตาแกรมชี้แจงว่าโดนเบี้ยวค่าตัว ซึ่งล่าสุดนักแสดงหนุ่ม ได้ออกมาเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่ามีการเคลียร์เรื่องเงินเรียบร้อยแล้ว แต่งานนี้ยอมรับว่าเสียความรู้สึกไปมากโข &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จริงๆ ผมไม่อยากใช้คำว่าเบี้ยวเพราะทุกอย่างมันจบไปแล้วครับ มันเป็นการคุยที่ไม่ลงตัว ผมซีเรียสมาก ปกติผมไม่ค่อยลงอะไรอย่างนี้เท่าไหร่ คือผมไปติดต่องานให้กับพี่วีรภาพ และ ซัน ธีรดล ในงานนี้ พอค่าตัวไม่ได้ เราก็ไม่มีตังค์ที่จะไปจ่ายเขาสองคน แล้วเราก็จะโดนเขาถามว่าเงินค่าตัวเสร็จงานแล้วทำไมยังไม่ได้ พอถามไปทางผู้จัดงาน ผมขอยืนยันนะครับว่างานนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกองประกวดใหญ่ และไม่เกี่ยวกับพี่ณวัฒน์ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการคุยกันระหว่างผมกับพีดีของกระบี่ที่จัดงานนี้ซึ่งผมได้รับคำตอบว่าพี่ยังไม่มีตังค์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผมมันเป็นคำตอบที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เขาไม่ได้บอกว่าให้รอเช็คกี่วันๆ เขาพูดว่าเขาเอาตังค์ไปจ่ายอย่างอื่นหมดแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาทำแบบนี้ได้ยังไง จริงๆ คุณควรกันเงินไว้แล้วสำหรับค่าตัวของพิธีกรแล้วนักแสดงหรือเปล่า พอผมฟังแล้วรู้สึกว่า ผมยอมไม่ได้ ผมรู้มาว่ามีน้องๆ บางคนโดน แต่เขาไม่ได้พูดอะไร ผมเลยเป็นเหมือนกระบอกเสียงมากกว่า ว่าคุณทำงานคุณต้องจ่ายตังค์นะ คุณตกลงอะไรไว้ก็ต้องทำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่ได้เดือดร้อนแค่ตัวผม มันเดือดร้อนถึงเครดิตของผมที่มีให้กับพี่กับน้องที่ผมเชิญมาร่วมงาน มันแค่นั้นครับ แต่พอหลังจากนั้นเขาก็มีการติดต่อมา เพื่อชำระและผมก็ถือว่าชำระ แล้วผมก็ขอจบเพียงเท่านั้น ได้เงินครบครับ เงินไม่ได้เยอะเลย ผมเลยสงสัยว่าเพราะอะไรเงินแค่นี้ คุณจัดงานระดับนี้แต่จ่ายให้ไม่ได้ แต่ยอมรับว่าเสียความรู้สึกมากครับ &amp;nbsp;เพราะว่าคนที่ติดต่อมาเป็นคนที่รู้จักอยู่แล้ว แล้วก็ช่วยประสานให้ในราคาพี่น้องช่วยกัน ไม่น่าทำกันแบบนี้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @chanenutthawat&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าตัว, ช่อง 7, ซัน ธีรดล, ทวงเงิน, วีรภาพ, เชน ณัฐวัฒน์, เบี้ยวเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac4ef101d684.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
