<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยายบวน&#039; น้ำตาไหล มทบ.21 โคราช หอบเงินบริจาค 8.4 หมื่นช่วยจ่ายเบี้ยคนชรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยายบวนวัย 89 ปี ชาว อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ที่ถูก อบต.เรียกเงินเบี้ยคนชราที่จ่ายไปแล้วร่วม 10 ปีคืน ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ หลัง มทบ.21 โคราช หอบเงินสด 84,400 บาท ที่ทหารร่วมกันบริจาคจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนทั้งหมด หลังเครียดจัดนอนไม่หลับไม่มีเงินจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 -&amp;nbsp;พลตรีชลิต บรรจงปรุ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.อ.สันติพงศ์ นารี หัวหน้าคลังแสงที่ 5 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมนำข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp;ผ้าห่มและเงินสดจำนวน 84,400 บาท ที่ได้รับบริจาคจากทหารในสังกัด มอบให้กับนางบวน โล่ห์สุวรรณ&amp;nbsp;อายุ 89 ปี ที่บ้านสี่เหลี่ยม ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้ยายบวนนำเงินจำนวนดังกล่าว ไปชำระเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนให้กับทาง อบต. หลังจากถูกเรียกเบี้ยผู้สูงอายุคืนย้อนหลัง 10 ปี เนื่องจากกรมบัญชีกลางตรวจสอบย้อนหลัง พบว่า ยายบวนได้รับเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนกับบำนาญพิเศษกรณีที่ จ.ส.อ.จักราวุทธ โล่ห์สุวรรณ ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารสังกัด มทบ.21 นครราชสีมา ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลังแสงระเบิด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544 ซึ่งได้รับเงินสวัสดิการจากต้นสังกัดมาโดยตลอด จนล่าสุดเมื่อปี 2562 ได้รับเงินเพิ่มเป็นเดือนละ 10,000 บาท จากที่เคยได้รับเดือนละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากยายได้รับเงินช่วยเหลือจากทางทหาร 84,400 บาท &amp;nbsp;ยายก็ได้มอบเงินดังกล่าวชำระค่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนให้กับทาง อบต.ทันที&amp;nbsp;โดยมีนายทินกร&amp;nbsp;วรนุช นายก อบต.เจริญุสุข และ ผอ.กองสวัสดิการสังคมฯเป็นตัวแทนมารับชำระเงินดังกล่าว จากนั้นก็จะไปทำเรื่องเอกสารการคืนเงินให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยายบวน พูดทั้งน้ำตายด้วยความตื้นตันดีใจว่า ขอบคุณทหาร มทบ.21&amp;nbsp;และกองคลังแสง กรมสรรพาวุธและทหารทุกคนที่นำเงินมาช่วยเหลือจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุแทน เพราะลำพังยายเองคงไม่มีปัญญาจะหามาคืนให้ ก็ดีใจมากที่ทหารมาช่วยเหลือรู้สึกสบายใจขึ้น จากก่อนหน้านี้ทั้งตนเอง และลูกๆ ก็เครียดจนนอนไม่หลับ&amp;nbsp;เพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพลตรีชลิต ผบ. มทบ.21 กล่าวว่า หลังจากรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของคุณยายบวน ซึ่งเป็นมารดา ของ จ.ส.อ.จักราวุทธ&amp;nbsp;ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด ทางทหารก็มีความห่วงใยและไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ร่วมกันบริจาคเงินภายในหน่วยทหาร แล้ววันนี้ก็ได้นำเงินที่ร่วมกันบริจาคมามอบให้กับคุณยายบวน ที่บ้าน เพื่อให้คุณยายนำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ถูกทาง อบต.เรียกคืนย้อนหลัง เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคุณยายและครอบครัว ในฐานะที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91419</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_60140292eb695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ปลอบผู้สูงอายุสุจริตถูกเรียกคืนเบี้ยฯไม่ต้องร้อนใจกำลังแก้ระเบียบเพื่อช่วยเหลืออยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ม.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการเรียกคืนเบี้ยคนชราย้อนหลังในหลายจังหวัดว่า เรื่องดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมบัญชีกลางกำลังพูดคุยกันอยู่ แต่ลำดับแรกเขาต้องเรียกก่อน แต่เมื่อเรียกเสร็จแล้วก็จะไปแก้ระเบียบเพื่อไปผ่อนผันอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งยอมรับว่า กระบวนการเริ่มต้น จะต้องคืนเงินก่อน แต่ถ้าเอาเข้าจริงจะคืนหรือไม่คืนค่อยว่ากัน เข่น หากมีการแก้ระเบียบก็อาจจะไม่ต้องคืน แต่ตอนนี้ต้องหยุดเพื่อที่จะไม่ต้องมีการจ่ายเดือนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการแก้ระเบียบ จะใช้เวลานานหรือไม่ตนยังไม่ทราบเพราะเขาต้องดูว่ามีทั้งหมดกี่เคสและแต่ละเคสเหมือนกันหมดหรือไม่ต้องให้เขาคุยกัน ทั้งนี้ ตนขอย้ำว่า ถ้าผู้สูงอายุสุจริตก็ไม่จำเป็นต้องเดือนเนื้อร้อนใจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็สุจริตอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยมาปรึกษาตนแต่ตนก็ได้ติดตามเรื่องนี้อยู่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, ทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, นายวิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_60139857a39de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มท.1&#039; เผยนายกฯสั่งแก้ปัญหาจ่ายเบี้ยชราซ้ำซ้อน พบ 1.5 หมื่นคน แนะท้องถิ่นเจรจาให้กระทบน้อยสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุว่า เรื่องทั้งหมดมีการจ่ายเงินซ้ำซ้อนกันเกิดขึ้น ซึ่งกรมบัญชีกลางเป็นผู้แจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย หลังพบข้อมูลช่วงปลายปี 62 ว่ามีการจ่ายเงินผู้สูงอายุซ้ำกับคนที่เขารับเงินอื่นๆ ไปแล้ว ซึ่งผิดระเบียบกว่า 1.5 หมื่นคนซึ่งมีหลายกรณี เป็นเรื่องทางกฎหมายที่ไม่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสที่เกิดขึ้นเพราะมีการไปสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ ที่ลูกเสียชีวิตและเขาก็ได้รับเงินซ้ำซ้อน เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วก็จะหาทางออกด้วยกฎหมาย โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน เบื้องต้นเราหาทางออกด้วยวิธีเจรจาเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ทางกฎหมายได้มีคำสั่งให้หาวิธีที่เหมาะสม ต้องดูรายละเอียดกฎหมายว่าจะแก้ไขอย่างไร ในขั้นต้นท้องถิ่นใช้วิธีเจรจาไปก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91278</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, กระทรวงมหาดไทย, ทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabdb2128465.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจออีก! &#039;แม่เฒ่า 89&#039; ถูกเรียกคืนเบี้ยคนชรา 1.2 แสนบาท อบต.บอกเห็นใจพร้อมชี้แจงเพิ่งเชื่อมข้อมูลกรมบัญชีกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;ม.ค.64 -จากกรณีที่นางบวน&amp;nbsp;โล่ห์สุวรรณ&amp;nbsp;อายุ 89 ปี ชาวตำบลเจริญสุข&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;หลังได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ อบต. ให้ไปชำระเบี้ยผู้สูงอายุคืนย้อนหลังเป็นเวลา 10 ปี รวมเป็นเงิน 84,400 บาท พร้อมดอกเบี้ย&amp;nbsp;เนื่องจากตรวจสอบในระบบแล้วพบว่ายายบวนได้รับเงินบำนาญพิเศษกรณีที่เป็นทายาทของ&amp;nbsp;จ.ส.อ.จักราวุทธ&amp;nbsp;โล่ห์สุวรรณ&amp;nbsp;ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารเสียชีวิตจากเหตุการณ์คลังแสงระเบิดที่นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544&amp;nbsp;แต่ได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุอีกซึ่งเป็นการรับซ้ำซ้อน&amp;nbsp;ทาง อบต.จึงต้องเรียกเงินคืนตามระเบียบ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ทางยายและลูกหลานก็ยืนยันว่าจะหาเงินไปชำระคืนแต่ขอผ่อนชำระ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย&amp;nbsp;แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากทาง อบต.ว่าจะสามารถยืดระยะเวลาได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดกลับพบเคสลักษณะคล้ายกับคุณยายบวน โผล่อีกรายที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่าผู้ที่ถูกเรียกเบี้ยผู้สูงอายุคืน คือ นางทิม&amp;nbsp;สังข์สนิท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ปี อยู่ตำบลลำไทรโยง&amp;nbsp;อ.นางรอง&amp;nbsp;จากการสอบถามนางประมวล&amp;nbsp;สังข์สนิท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ปีลูกสาวคนเล็กให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;นางทิม&amp;nbsp;ผู้เป็นแม่มีลูกทั้งหมด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กระทั่งเมื่อประมาณปี&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;ร.ต.อ.สนาม สังข์สนิท ลูกชายคนที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ซึ่งรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ อ.อุ้งผาง&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;ทางต้นสังกัดได้แจ้งกับทางครอบครัวว่า ได้เกิดเหตุการณ์กองกำลังกระเหรี่ยงบุกโจมตีฐานมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตหลายนาย&amp;nbsp;แต่หาศพของลูกชายซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ฐานดังกล่าวไม่เจอ จึงกลายเป็นบุคคลหายสาบสูญ&amp;nbsp;และทางต้นสังกัดจึงมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวก้อนแรก&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาทเมื่อปี&amp;nbsp;2538&amp;nbsp;พร้อมทำเรื่องขอรับเงินบำนาญพิเศษให้กับพ่อและแม่ โดยช่วงแรกได้รับเงินบำนาญพิเศษเมื่อประมาณปี&amp;nbsp;2540&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หลังจากนั้นก็ปรับเพิ่มเป็นเดือนละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;,&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;,&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ได้เพิ่มเป็นเดือนละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อปี&amp;nbsp;2547&amp;nbsp;มีสมาชิกสภา อบต. มาขอเอกสารคนชราในหมู่บ้านเพื่อไปทำเรื่องขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ อบต. รวมถึงแม่ของตนเองด้วย&amp;nbsp;แต่ไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่มาซักถามข้อมูลหรือแจ้งรายละเอียดอะไรเลย&amp;nbsp;กระทั่งเดือน ธ.ค.2547&amp;nbsp;แม่ก็เริ่มได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท จนถึงเดือน ก.ย.2554&amp;nbsp;จากนั้นปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;ถึงเดือน ก.พ.2563&amp;nbsp;ได้รับเดือนละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;บาท ก็ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งอะไร&amp;nbsp;กระทั่งวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มิ.ย.2563&amp;nbsp;ได้รับหนังสือจากทาง อบต. แจ้งว่าจะเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนจากนางทิม ผู้เป็นแม่ ที่ได้รับไปตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ปี รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;121,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นผู้ได้รับบำนาญจากกรมบัญชีกลาง ถือเป็นการรับเงินจากรัฐซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประมวล บอกว่า&amp;nbsp;หลังได้รับหนังสือดังกล่าวทั้งแม่และตนเองตกใจมาก&amp;nbsp;ก็เลยปรึกษาพี่สาวและพี่ชายก็เห็นร่วมกันว่าจะเอาเงินที่แม่ได้รับเงินบำนาญพิเศษล่าสุดเดือนละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทไปผ่อนชำระให้กับทาง อบต.&amp;nbsp;เพราะกลัวจะถูกดำเนินคดี&amp;nbsp;โดยได้ไปทำบันทึกตกลงที่ อบต. ตอนแรกขอผ่อนชำระเดือนละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าชำระ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;จะใช้เวลาหลายปีกว่าจะหมดจึงแนะนำให้ชำระเดือนละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงยอมชำระเดือนละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาทเป็นเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เดือนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ โดยเอาจากเงินบำนาญของแม่ที่ได้รับมาจ่ายตั้งแต่เดือน ก.ค.2563&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันรวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแล้ว&amp;nbsp;แต่ก็อยากถามว่าความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่แม่ ทำไมจะต้องมารับภาระตรงนี้&amp;nbsp;หากเป็นไปได้ก็อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือด้วยเพราะเงินบำนาญที่เหลือ&amp;nbsp;5,000 บาท&amp;nbsp;แม่ก็ต้องดูแลเลี้ยงหลานกำพร้าอีกถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางนัฐฐา โยธาพล ปลัด อบต.ลำไทรโยง กล่าวว่า สาเหตุที่เพิ่งมีหนังสือไปเรียกเก็บเบี้ยผู้สูงอายุจากยายทิมคืน เนื่องจากเพิ่งมีการลิ๊งค์ระบบข้อมูลกับกรมบัญชีกลางเมื่อต้นปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งทาง อบต.เองก็จำเป็นต้องทำตามระเบียบเพราะเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินหลวง&amp;nbsp;แต่ทาง อบต.ก็เห็นใจคุณยายและครอบครัว&amp;nbsp;จึงได้เรียกมาพูดคุยตกลงกันที่ อบต.ก่อนเบื้องต้นว่าคุณยายสามารถชำระได้เท่าไหร่&amp;nbsp; จนได้ข้อสรุปว่าจะชำระเดือนละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาทเป็นเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เดือนจึงมีการทำบันทึกตกลงคืนเบี้ยยังชีพดังกล่าว&amp;nbsp;โดยที่ทาง อบต.ไม่ได้เรียกเก็บดอกเบี้ยจากยายแม้แต่บาทเดียว&amp;nbsp;กรณีที่เกิดขึ้นก็น่าจะเกิดจากระบบข้อมูลที่ไม่ได้เชื่อมโยงกัน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็จะตรวจสอบให้ละเอียดมากขึ้น ก็ขอให้ประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นจริงด้วยเช่นกันเพื่อจะได้ไม่เกินปัญหาตามมาในภายหลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91098</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_60100f9c68357.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผล่อีก! ยายวัย 73 ถูกเรียกคืนเบี้ยคนชรา 7.7 หมื่นบาท ลูกชายโวยเทศบาลจะเอาเงินก้อน วอนขอความเห็นใจด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายมฤคินทร์ เขียนจอหอ อายุ 42 ปี ลูกชายของนางประจวบ ผะดาวัลย์ อายุ 73 ปี ผู้สูงอายุชราภาพ ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา หลังจากได้รับหนังสือขอเรียกคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่จ่ายให้กับนางประจวบฯ ผู้เป็นแม่ ย้อนหลังตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นระยะเวลากว่า 11 ปี เป็นจำนวนเงิน 76,400 บาท และรวมดอกเบี้ยเป็นยอดจำนวน 77,737 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมฤคินทร์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้บิดาของตนคือ ร.ต.ต.สัมพันธ์ ผะดาวัลย์ รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน และได้เสียชีวิตลงจากการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เมื่อปี 2515 ทำให้นางประจวบ แม่ของตนได้รับเงินบำนาญพิเศษตั้งแต่นั้นมา&amp;nbsp;จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือจากเทศบาลตำบลจอหอ อ.เมืองนครราชสีมา ขอเรียกคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากแม่ของตน ซึ่งปัจจุบันแม่ของตนต้องรักษาอาการป่วยที่ขา ขาขวาเดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันเวลาเดินตลอดเวลา และแม่ของตนมีรายได้จากเงินบำนาญพิเศษเพียงทางเดียว ไม่มีรายได้อย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ตนเองได้เข้าไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลจอหอแล้ว แต่ทางเทศบาลขอเรียกเก็บเงินคืนในอัตราที่สูง โดยขอเรียกเก็บเงินคืน 3 เดือนแรก ในอัตราเดือนละ 18,000 บาท จากนั้นเดือนที่ 4 เรียกเก็บเงินในอัตราเดือนละ 1,100 บาท ซึ่งตนได้เจราจรขอผ่อนจ่ายเงินก้อนที่ต้องจ่ายคืน 3 เดือนแรก เพราะเป็นอัตราที่สูงเกินไป ครอบครัวของตนจ่ายคืนไม่ไหว แต่ทางเทศบาลไม่ยอม และได้ส่งเรื่องไปฟ้องศาลแขวงนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลแขวงนครราชสีมาได้มีหมายเรียกให้ นางประจวบ ผะดาวัลย์ แม่ของตน ในฐานะจำเลย ไปพบที่ศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การแก้ข้อหาแห่งคดี และสืบพยาน ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งตนและแม่พร้อมที่จะเดินทางไปศาล เพื่อให้ศาลช่วยเป็นที่พึ่งและช่วยพูดคุยเจราจรไกล่เกลี่ยด้วยความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91046</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, จังหวัดนครราชสีมา, ทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fa98bc7532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาย 89 พร้อมลูกหลาน​เตรียมหาเงินจ่ายเบี้ยคนชราคืน​ ยันไม่เปิดบัญชีกลัวบานปลายเป็นดราม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นางบวน&amp;nbsp;โล่ห์สุวรรณ&amp;nbsp;อายุ 89 ปี&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางลัดดาวรรณ&amp;nbsp;โล่ห์สุวรรณ&amp;nbsp;อายุ 66 ปี ลูกสาวชาวตำบลเจริญสุข&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;หลังจากเจ้าหน้าที่ อบต. ได้มาแจ้งว่ามีหนังสือจากกรมบัญชีกลางมาทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ที่จ่ายให้กับนางบวน ผู้เป็นแม่ย้อนหลังเป็นเวลา 10 ปีคืนเป็นเงิน 84,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยด้วยเพราะเป็นการจ่ายซ้ำซ้อนเนื่องจากยายบวนได้รับเงินบำนาญพิเศษกรณีที่เป็นทายาทของ&amp;nbsp;จ.ส.อ.จักราวุทธ&amp;nbsp;โล่ห์สุวรรณ&amp;nbsp;ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารสังกัด มทบ.21 นครราชสีมา&amp;nbsp;เดือนละ 5,000 บาท&amp;nbsp;หลังจากลูกชายเสียชีวิตจากเหตุการณ์คลังแสงระเบิดที่โคราช เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544&amp;nbsp;และได้รับเงินบำนาญเพิ่มเป็น&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท เมื่อกลางปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ซึ่งก็สร้างความตกใจให้ยายบวน&amp;nbsp;เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าหากได้รับเงินบำนาญของลูกชายที่เสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;จะไม่มีสิทธิรับเบี้ยผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และหากเป็นการจ่ายซ้ำซ้อนทำไมถึงปล่อยให้ล่วงเลยมาจนถึง 10 ปี แล้วเพิ่งจะมาทวงถาม ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายคืนจึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อวานนี้​ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;นายก อบต.เจริญสุข&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจคุณยายบวน&amp;nbsp;พร้อมทั้งหารือแนวทางในการช่วยเหลือยาย&amp;nbsp;โดยจากการพูดคุยก็ได้เสนอให้คุณยาย และครอบครัวสามารถผ่อนชำระได้&amp;nbsp; ตามระเบียบที่กำหนดไว้คือ หากผ่อนชำระภายใน 1 ปี จะไม่มีดอกเบี้ย&amp;nbsp;แต่ถ้าเกิน 1 ปี ตามระเบียบก็กำหนดไว้จะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด​ คุณยายบวน&amp;nbsp;และลูกหลานได้ปรึกษาหารือกันแล้วตกลงว่า​ จะหาเงินมาชำระเบี้ยคนชราย้อนหลังคืนตามระเบียบ​ทั้ง&amp;nbsp;84,400&amp;nbsp;บาท โดยเลือกแบบไม่มีดอกเบี้ย&amp;nbsp;แต่ทางครอบครัวก็ได้แจ้งทาง อบต.ว่าขอยืดระยะเวลาจาก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี หรือ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน​ เป็น&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เพื่อขอเวลาหาเงินและส่วนหนึ่งก็ต้องแบ่งจากเงินบำนาญพิเศษกรณีลูกเสียชีวิตที่ยายได้รับล่าสุดเป็นเดือนละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มารวมกันเพื่อชำระในแต่ละเดือน&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ก็รอคำตอบจากทาง อบต. ว่าจะสามารถยืดระเวลาจาก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน เป็น&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เดือนได้หรือไม่ แต่หากตามระเบียบไม่สามารถทำได้ทางลูกหลานก็จะพยายามหาเงินมาจ่ายคืนให้ครบทุกบาทตามระเบียบ&amp;nbsp;เพราะทางครอบครัวเข้าใจว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินหลวง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลัดดาวรรณ&amp;nbsp;ลูกสาวยายบวน&amp;nbsp;บอกว่าหลังจากพูดคุยกันแล้วทั้งแม่และลูกหลานก็จะพยายามหาเงินไปชำระเบี้ยผู้สูงอายุคืนให้ครบทั้งหมด&amp;nbsp;ขณะนี้ก็รอคำตอบจากทาง อบต.ว่าจะสามารถยืดระยะเวลาการชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยจาก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน​ เป็น&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เดือนได้หรือไม่&amp;nbsp;ยอมรับว่าทั้งแม่และครอบครัวรู้สึกเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;แต่ยืนยันว่าทางครอบครัวจะไม่เปิดบัญชีรับบริจาคเพราะไม่อยากให้เกิดกระแสดราม่า&amp;nbsp;แต่หากใครอยากจะช่วยเหลือก็ให้มาพูดคุยกับคุณแม่หรือลูกหลานที่บ้านด้วยตัวเอง&amp;nbsp;และเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ไม่อยากจะโทษใครอาจจะด้วยความไม่รู้หรือการสื่อสารไม่เข้าใจ&amp;nbsp;ก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเพราะห่วงสภาพจิตใจของแม่เพราะอายุมากแล้ว&amp;nbsp;แค่นี้ก็เครียดมากพอแล้ว ก็ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือคุณแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ลงพื้นที่สอบถามรายละเอียดคุณยายที่บ้าน&amp;nbsp;พร้อมทั้งจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือคุณยายในอีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90972</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, จังหวัดบุรีรัมย์, ทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, นางบวน โล่ห์สุวรรณ, เบี้ยผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e9df716e3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
