<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานมึนวางแผนพีดีพียากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน-เจอโควิดกระทบซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 2563นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า พฤติกรรมของประชาชนทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและฉับพลัน ส่งผลต่อการวางแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) มีความซับซ้อนมากขึ้น ประกอบกับผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกลดต่ำลงประมาณ 10% ดังนั้นภาครัฐจะเป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกระทรวงพลังงานได้เข้าร่วมงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ก.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นมหกรรมอุตสาหกรรมด้านพลังงานที่รวบรวมนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับพลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือกที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค เพื่อสร้างความตื่นรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า และตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวว่า กฟผ.จะร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย และนวัตกรรมภายใต้แนวคิด EGAT&amp;rsquo;s E-mobility เพื่อให้ความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต กฟผ. จึงมุ่งวิจัยที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบตามนโยบายของรัฐบาล โดยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอีวีในประเทศหลากหลายด้านทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานการอัดประจุไฟฟ้า และการบริหารการจัดการการใช้ไฟฟ้าจากอีวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนที สิทธิประศาสน์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่าในส่วนของภาคเอกชนมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีรองรับยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและฉับพลันอย่างต่อเนื่อง แต่นโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทนของภาครัฐที่ผ่านมาขาดความต่อเนื่องเมื่อมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เอกชนบางส่วนหันไปลงทุนด้านพลังงานในต่างประเทศระหว่างที่รอนโยบายในประเทศมีความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า งาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 (ASE 2020) ภายใต้รูปแบบ นิวนอร์มอล ตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ ที่มีการจัดระเบียบการเข้าร่วมชมงานตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย โดยการจัดงานครั้งนี้จะมีการปรับรูปแบบการจัดงานแสดงเป็น ไฮบริดเอ็กซ์ซิบิชั่น หรือการจัดแสดงแบบครบองค์รวมที่รองรับทั้งการจัดแสดงงานในรูปแบบปกติ และการจัดแสดงแบบเสมือนจริง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมงานชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางมาด้วยตัวเองให้ได้พบปะพูดคุยกับผู้จัดแสดงงานผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์ม ตลอดระยะเวลาการจัดงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, ทวารัฐ สูตะบุตร, พฤติกรรมเปลี่ยน, แผนพีดีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f51a9dfe0503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งทวารัฐนั่งผู้ตรวจเซ่นปมกองทุนอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.สั่งโยกข้าราชการระดับสูงกระทรวงพลังงานตามคาด &amp;quot;ทวารัฐ&amp;quot;ถูกเด้งนั่งผู้ตรวจ เซ่น ข่าวทุจริตกองทุนอนุรักษ์ฯ

25ก.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทีมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงได้แก่

1.) น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช รองปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงานไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน

2.)นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงงาน ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

3.)นายยงยุทธ จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงพลังงานไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

4.)นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน

และ5นายทวารัฐ&amp;nbsp; สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักง่นนโยบายและแผนพลังงานไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการกระทรวงพลังงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ยื่นครม.เพื่อโยกย้ายราชการระดับสูงของกระทรวงพลังงาน ส่วนหนึ่งทดแทนตำแหน่งที่เกษียณ และบางส่วนเพื่อสยบข่าวลือกรณีทีมีการทุจริตกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดยเฉพาะนายทวารัฐ ที่เข้าไปแทรกแซงการพิจารณาโครงการที่ขอรับการส่งเสริมจากกองทุน เพื่อเอื้อประโยชน์กับพวกฟ้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, ครม., ทวารัฐ สูตะบุตร, โยกย้ายข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71b44ecc79a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานปั่นป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจการพลังงานของไทยขณะนี้กำลังปั่นป่วน มีเรื่องอื้อฉาวมากมาย ทั้งในด้านกองทุนอนุรักษ์พลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ &amp;nbsp;ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนมามีฉาวไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนตัวกรรมการที่ลือกันกระหึ่มว่ากำลังจะมีการปรับเปลี่ยนตัวกรรมการใหม่เพื่อเอื้อให้กับเอกชนรายหนึ่ง โดยอาศัยในช่วงของการครบวาระของกรรมการ ที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวกรรมการมาเป็นโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งกระแสข่าวทั้งวงนอก-วงในลือกันให้แซดไปหมดว่าการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้แปลกกว่าทุกครั้งที่ปกติกรรมการทั้ง 7 คนจะจับสลากออก 3 คน แล้วก็แต่งตั้งอีก 3 คนมาแทนที่คนที่ถูกจับสลากออก แต่ครั้งนี้ก็จับสลากเหมือนกัน แต่แปลกตรงที่ในครั้งนี้ลือกันให้ดังสนั่นเลยว่า ไม่ได้จับสลากออก แต่เป็นการ &amp;quot;จิ้มออก&amp;quot; พร้อมกับส่งเด็กของขาใหญ่เข้ามานั่งแทนทั้ง 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเรื่องอื้อฉาวนี้ถูกตีแผ่ออกไปสู่สังคม จนกลายเป็นข่าวลือที่โด่งดังไปทั่ว และกลายเป็นข่าวฉาวทั้งเมือง ก็ถึงคราวที่รัฐบาลที่ร้อนตัวต้องออกมาแก้ต่าง ซึ่งก็ไม่พ้นมือโปรอย่าง &amp;nbsp;วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่าการปรับเปลี่ยนตัวกรรมการ กกพ.นั้นเป็นไปตามกฎหมายที่ กกพ.กำหนด เมื่อครบ 3 ปี จะต้องปรับเปลี่ยนคณะกรรมการอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง อีกทั้งใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจึงต้องการให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างจากท่าน รมว.พลังงาน &amp;quot;ศิริ&amp;quot; ที่กำกับดูแล กกพ. ก็ออกมาระบุว่า &amp;quot;นโยบายที่หมุนเวียนกรรมการให้ครบทั้ง 7 คน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยจะต้องสรรหากรรมการขึ้นมา 3 คน เพื่อให้ครบ 7 คนตามเดิม ส่วนที่เหลืออีก 4 คนก็จะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย สำหรับวิธีการสรรหาจะเป็นรูปแบบใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และใช้เวลาในการสรรหากรรมการขึ้นมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องฉาว กกพ.ยังไม่ทันจะคลี่คลาย ว่าจริงหรือไม่จริง &amp;nbsp;เรื่องฉาวๆ อันใหม่ก็ดันโผล่ขึ้นมา เมื่อมีการโจมตีความไม่โปร่งใส่ของกองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีเงินมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท และเมื่อรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนระเบียบกองทุนฯ พร้อมทั้งนำงบไปสนับสนุนโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; วงเงินเกือบ 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีการกล่าวหาว่าสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แทรกแซงการทำงาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึงกรณีการเปิดรับสมัครโครงการเพื่อการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้งบประมาณ 10,448 ล้านบาท ประจำปี 2562 ที่ล่าสุดได้มีการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสของการเปิดรับสมัคร ที่มีระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน รวมถึงการพิจารณาโครงการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเรื่องนี้ ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ออกมาชี้แจงว่า สนพ.ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ แต่ สนพ.เข้าไปช่วยการทำงานในงบประมาณปี 2562 เนื่องจากที่ผ่านมามีทั้งงบประมาณปี 2561 เพิ่มเติม และงบประมาณปี 2562 ซึ่งแบ่งเป็น 2 งบประมาณ ดังนั้นจึงต้องแบ่งการทำงานเป็น 2 ทีม สนพ.จึงต้องเข้าไปช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นควรได้รับการชี้แจงจากผู้ที่มีอำนาจในการกำกับดูแลอย่างจริงจังว่า ข้อเท็จจริงเจริงเป็นอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นยังไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจนจากฝ่ายกำกับดูแล มีแต่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนออกมาชี้แจง และคนนั้นว่าอย่างนั้น คนนี้ว่าอย่างนี้ไปต่างๆ นานา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบกันมาชัดๆ เลยดีกว่าว่าอะไรเป็นอะไร เพราะทั้ง 2 หน่วยงานนั้นต่างก็มีความสำคัญกับกิจการด้านพลังงานของประเทศทั้งสิ้น รีบๆ เถอะอย่าให้มันคาราคาซัง อึมครึมกันไปแบบนี้เลย เพราะที่เสียหายไม่ใช่ใครที่ไหน ประเทศไทยเรานี่เอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย &amp;nbsp;ค้ายาดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16199</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวารัฐ สูตะบุตร, บันทึกหน้า4, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนพ.ยันกองทุนอนุรักษ์ไร้การแทรกแซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนพ.ยันกองทุนอนุรักษ์พลังงานไร้การแทรกแซง แต่ระดมคนเข้าไปช่วยทำงาน ดูแลโครงการเบิกงบปี 62 ตามระเบียบใหม่ ที่ยุ่งยากกว่า ชี้ไม่มีเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา ขั้นตอนอนุมัติต้องผ่าน 3 คณะทำงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2561 - นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยถึงกรณีการจัดการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2562 ว่ายืนยันว่าไม่มีการแทรงแซงการทำงานของหน่วยงานเดิม ที่มีสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(ส.กทอ.) ดำเนินการอยู่ แต่เป็นการระดมคนเข้าไปช่วยทำงานเพื่อบริหารจัดการกองทุนฯ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบใหม่ของการใช้เงินกองทุน โดยจะแบ่งเป็น 2 ทีม ได้แก่ทีมที่ 1 คือ ส.กทอ. ที่จัดการรับผิดชอบกองทุนฯ งบปี 2561 ส่วนเพิ่มเติมภายใต้ &amp;ldquo;โครงการไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; และทีมที่ 2 รับผิดชอบในส่วนกองทุน ของปีงบประมาณ 2562 ที่จะต้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามระเบียบใหม่ของกองทุนฯ กำหนดว่า หน่วยงานที่ต้องการขอใช้งบกองทุนจะต้องมายื่นเสนอกับ ส.กทอ. โดยตรง จากเดิมที่ต้องผ่านหน่วยกู้เบิกที่ประจำอยู่ สนพ. และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) และจะต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการยื่นเสนอ ที่มีขั้นตอนเยอะกว่าเนื่องจากตองมีการเตรียมเอกสารควบคู่กันไป จึงส่งผลให้รองรับปริมาณโครงการได้เยอะขึ้น โดยกำหนดใช้กับการเบิกของบในปี 2562 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้อำนาจในการพิจารณากลั่นกรองต้องผ่าน 3 คณะทำงานหลัก ได้แก่ คณะกรรมการกลั่นกรองงและพิจารณากองทุนที่มี ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ก่อนจะส่งให้อนุกรรมการกองทุนฯ ที่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และให้คณะกรรมการกลั่นกรองกองทุนฯ ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งยืนยันว่าไม่มีบริษัทเอกชน เข้ามามีส่วนเกี่ยวของกับการพิจารณากองทุน ซึ่งยืนยันว่าไม่มีบริษัทเอกชน เข้ามามีส่วนเกี่ยวของกับการพิจารณากองทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากที่มีการอ้างชื่อบริษัทเอกชนว่าเข้ามามีบทบาทในการพิจารณากองทุน ที่จริงแล้วเป็นที่ปรึกษาที่ สนพ. จ้างเข้ามาเพื่อติดตาม ประเมินผล และเตรียมเอกสาเพื่อทำการเบิกจ่ายงบในโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น แต่ไม่มีสิทฺที่จะเข้ามามีอำนาจใรการพิจารณากองทุน&amp;rdquo;นายทวารัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีการเปิดรับสมัครโครงการที่จะเข้ามาใช้งบประมาณปี 62 แล้วประมาณ 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เป็นต้นมา มีโครงการที่เสนอมาทั้งสิ้น 956 โครงการ จาก 343 หน่วยงาน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโครงการใดตกการตรวจสอบไป ซึ่งการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะเข้ามาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการติดตามโครงการต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้ในอนาคตยืนยันว่าไม่มีความเป็นจำเป็นที่จะต้องมีทีมทำงานด้านกองทุน 2 ทีมแล้ว ซึ่งอาจจะเหลือทีมเดียวเหมือนเดิมก็คือ ส.กทอ. โดยจะมีการอนุมัติงบประมาณต้นปีวันที่ 1 ต.ค. และงบกลางปีในวันที่ 1 มี.ค. ของทุกปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนอนุรักษ์พลังงาน, ทวารัฐ สูตะบุตร, สนพ., สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, โครงการไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a7098a9cde82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทวารัฐ&quot;ยันไม่แทรกแซงงบกองทุนอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทวารัฐ&amp;rdquo; ยันไม่มีการแทรกแซงคณะกรรมการบริหารกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ย้ำเป็นการเข้าไปช่วยเหลือด้านการดำเนินงานที่กำหนดต้องใช้งบก่อน 1 ต.ค. ตามระเบียบใหม่ของการใช้งบกองทุน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ได้มีการเปิดประเด็นขอเสนอให้พิจาณาการดำเนินการงบประมาณประจำปี 2562 โดยมีการเสนอว่าจะขอให้นายธนธัช จังพานิช ผู้จัดการสำนักบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มอบอำนาจให้นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ดำเนินการแทน ในการใช้เงินงบประมาณ 2562 และใช้เหตุผลว่าสำนักบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ไม่มีความพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวารัฐ กล่าวว่าจากกรณีดังกล่าวยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการฯ แต่เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือในการดำเนินงานของกองทุน หรือการใช้งบกองทุน ให้มีการพิจารณาให้ทันวันที่ 1 ต.ค. 2561 เนื่องจากเป็นไปตามระเบียบใหม่ของการใช้งบกองทุนปี 2560 ที่กำหนดเรื่องเงื่อนไขเวลาว่าจะต้องเริ่มใช้งบตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ของทุกปี ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถอนุมัติเงินให้โครงการต่าง ๆ ไปดำเนินการได้ ทั้งนี้ได้ส่งทีมทำงานเข้าไป 2 ชุด เพื่อติดตามการใช้งบปี 2561 และงบปี 2562 เพื่อให้สามารถเดินหน้าได้ตามกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15438</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการบริหารกองทุนอนุรักษ์พลังงาน, ทวารัฐ สูตะบุตร, ธนธัช จังพานิช, สำนักบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71b44ecc79a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.ลดชดเชยน้ำมันดีเซลพร้อมอุ้มLPGต่อ 6เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบง.ไฟเขียวลดเงินชดเชยน้ำมันดีเซลเหลือ 13 สตางค์/ลิตร เพิ่มความเข้มแข็งกองทุนน้ำมัน พร้อมยังจ่ายเงินหนุนแอลพีจี 560 ล้านบาท/เดือน คงราคาขายปลีกเท่าเดิม ชี้บัญชีแอลพีจีติดลบได้ 3 พันล้านบาท

&amp;nbsp;นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.61 ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุม กบง.เห็นชอบปรับลดอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจาก 50 สตางค์ต่อลิตร เป็น 13 สตางค์ต่อลิตร โดยยืนยันไม่มีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าการตลาดยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมกองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายจ่าย 1,040 บาทต่อเดือน เป็นมีรายจ่ายเหลือ 315 ล้านบาทต่อเดือน จากปัจจุบันสถานภาพเงินกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 15 ก.ค.61 บัญชีน้ำมัน มีฐานะเป็นบวกสุทธิ 29,673 ล้านบาท เพื่อสามารถมีเงินนำมารักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันและก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ในประเทศได้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้

โดยจากสถานการณ์ด้านราคาก๊าซแอลพีจี ตลาดโลกขณะนี้มีความผันผวนมาก ที่ประชุม กบง.ยังมีมติให้กำหนดบัญชีแอลพีจี ของกองทุนน้ำมันฯ สามารถติดลบได้ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เพื่อการบริหารจัดการสถานการณ์แอลพีจี ให้เกิดเสถียรภาพในการรักษาระดับราคาแอลพีจีขายปลีกขนาดถัง 15 กิโลกรัมให้คงอยู่ที่ 363 บาทต่อถัง ซึ่งต้องใช้เงินอุดหนุน 560 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อรักษาระดับราคาให้อยู่ในระดับนี้ได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., กองทุนน้ำมัน, ดีเซล, ทวารัฐ สูตะบุตร, อุดหนุนแอลพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71b44ecc79a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกวันอากาศหงอยๆ แต่บรรยากาศบ้านเมืองไม่ถึงขั้นเป็นเป็ดง่อย เพราะแต่ละพรรคการเมืองดูเหมือนขยันขันแข็งเขี่ยลูกกันไปมาว่าด้วย &amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; ทางการเมือง!!! ...0 มาแรงแซงหน้ามากกว่าใคร ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คงคิดว่าต้องเดินเกมให้สมกับชื่อหัวหน้าพรรค &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; จึงไม่อยู่กับปัจจุบันแล้วประกาศวาดอนาคตไว้ว่า &amp;quot;จะฉีกยุทธศาสตร์ชาติ&amp;quot; และพร้อม &amp;quot;ฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ...0 คิดว่าจะทำยังไง?? ให้ได้เก้าอี้ในสภา &amp;quot;ไม่ต่ำสิบ&amp;quot; น่าจะเป็นวาระสำคัญมากกว่าไหม มิเช่นนั้นมันก็จะไม่แตกต่างจากคนบางคนฝันอยากจะมีลูกเป็นดาราหรือนายกรัฐมนตรี นั่นโน่นนี่มากมาย!!!&amp;nbsp; แต่ชีวิตจริงคือ ตอนนี้ยังหา ผ.ผึ้ง หรือ ม.ม้า มาร่วมด้วยช่วยผลิตทายาทไม่ได้ แล้วฝันจะเป็นจริงได้ไง?? หนอ ...0 แต่!!! ว่าไปแล้วนะ สามารถบันทึกตั้งข้อสังเกตไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า ถึง &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; จะแป้กบนสนามเลือกตั้ง พรรคการเมืองอื่นๆ ที่เข้ามาบริหารประเทศในอนาคตอันใกล้ ก็คงหนีไม่พ้นต้องหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยข้ออ้างปกติ &amp;quot;เพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; ..ทว่า..ดูเหมือนการฉีกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี น่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหากพิจารณาถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนเป็นหลักใหญ่ เพราะผลงานชิ้นเอกของรัฐบาลทหารชิ้นนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้เกิดความต่อเนื่อง จึงได้กำหนดบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญที่ทุกรัฐบาลเข้ามาแล้วต้องปฏิบัตินั่นเอง ...0 สังคมไทยอาจจะเลิกเชื่อ บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก ที่จะคืนความสุขให้กับประเทศไทย แต่ก็น่าจะพินิจพิเคราะห์ที่มาที่ไปว่า ทำไม??? จึงควรต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งโดยเนื้อหาสาระแล้ว ไม่ได้ยึดโยงเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ เลย แต่เป็นเรื่องของอนาคตที่พึงปรารถนาของประเทศไทยแท้ๆ...จริงไหม ...0 เห็นความเอาจริงเอาจังของนักอนุรักษ์ ว่าด้วยปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ทำให้คำถามคาใจ (มานาน) ว่าด้วยการเตรียมรับมือกับ &amp;quot;ขยะโซลาร์เซลล์&amp;quot; ผุดขึ้นมาอีกหนว่า ระหว่างการสนับสนุนให้ประเทศไทยมีพลังงานทดแทนจากพลังงานแสงแดดและพลังงานลมเพื่อ &amp;quot;หยุด&amp;quot; พลังงานจากถ่านหินนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายโดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ของ ทวารัฐ สูตะบุตร วางโรดแมปให้กับแผงโซลาร์เซลล์ที่จะหมดอายุในเร็ววันนี้หรือยังว่าจะทำอย่างไร??? ขณะที่ต้นแบบพลังงานโซลาร์เซลล์ในหลายประเทศก็กำลังปวดหัวกับขยะเหล่านี้อยู่&amp;nbsp; ...0 ด้วยข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ขยะโซลาร์เซลล์มีปัญหาเช่นเดียวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หากกำจัดโดยการเผา ก็ต้องสูญเสียทั้งพลังงานและงบประมาณ และยังสร้างสารคาร์บอนไดออกไซด์และไดออกซิน หากนำไปฝังกลบก็จะเกิดการแพร่กระจายของโลหะหนัก ทั้งตะกั่วและแคดเมียมตามดินและแหล่งนํ้าธรรมชาติ จนอาจเกิดวิกฤติสูญเสียแหล่งอาหารและนํ้าในอนาคต ...0 ประเทศไทยมีปริมาณซากแผงโซลาร์เซลล์สะสมตั้งแต่ปี 2545-2559 อยู่ที่ 388,347 ตัน หรือคิดเป็น 12.9 ล้านแผง และปริมาณซากสะสมถึงปี 2563 อยู่ที่ 551,684 ตัน หรือ 18.38 ล้านแผง ที่ต้องกำจัดนะเจ้าคะ ...0 บันทึกบรรทัดส่งท้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่วันที่ 21 มิ.ย.นี้ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาของบ้านเรา ...งานนี้น่าลุ้นน่าติดตามมากกว่าฟุตบอลโลกรอบสองนะถ้าหากจะมีการเดินเข้าไปลุยวัดธรรมกายอีกหนเพื่อค้นหาคนที่คุณรู้ว่าเป็นใคร อีกครั้ง ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะโซลาร์เซลล์, ทวารัฐ สูตะบุตร, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บันทึกหน้า 4, ปิยสาร์, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, อนาคตใหม่, เพื่อประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
