<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;จับมือ&#039;อาเบะ&#039;ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมในEEC</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 &amp;ndash;&amp;nbsp; ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคีกับนายชินโซ อาเบะ (H.E. Mr. Shinzo Abe) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในห้วงการเข้าร่วม พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ณ ทำเนียบรับรองของรัฐบาลญี่ปุ่น (State Guesthouse) สรุปสาระสำคัญดังนี้
&amp;nbsp;
นายกรัฐมนตรี กล่าวในนามของรัฐบาลและประชาชนไทย แสดงความยินดี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมรัฐบาลญี่ปุ่นที่จัดพระราชพิธีได้อย่างสมพระเกียรติ ปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลของทั้งไทยและญี่ปุ่น โดยไทยได้จัดพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำและกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีอาเบะ และการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เป็นเลิศของรัฐบาลญี่ปุ่น จะทำให้ญี่ปุ่นจะสามารถฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไต้ฝุ่นฮากิบิสได้อย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของของสมเด็จพระจักรพรรดิ แห่งญี่ปุ่น และหวังว่าจะพบกันในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 (ASEAN Summit) ในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้
&amp;nbsp;
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือเพื่อผลักดันประเด็นความร่วมมือ ทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริม การลงทุน และการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EEC การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการค้าเสรี และความร่วมมือในการพัฒนาประเทศที่สาม รวมทั้งเห็นพ้องจะเร่งผลักดันการเจรจา RCEP ให้สำเร็จ รวมทั้งขยายผลความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น และการเข้าร่วม TPP
&amp;nbsp;
ในตอนท้าย นายกฯ กล่าวถึงความพร้อมของไทย ในการจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ ลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 11 ในฐานะประธานร่วมกับญี่ปุ่น ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ที่กรุงเทพฯ โดยไทยมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับญี่ปุ่นในการขับเคลื่อนการดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์กรุงโตเกียว ค.ศ. 2018 และข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030
&amp;nbsp;
จากนั้นในเวลา 18.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยาเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และภริยา เป็นเจ้าภาพเลี้ยง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ณ โรงแรมนิวโอตานิ โตเกียว
&amp;nbsp;
ในเวลา 00.20 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562 นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะ จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานฮาเนดะ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น โดยจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการในเวลา 04.50 น. ในวันเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48693</URL_LINK>
                <HASHTAG>EEC, ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, ทวิภาคี, นายกฯ, บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5dafee08ab676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์หารือ‘สี’ หนุนแนวคิด‘BRI’ เชื่อมThailand4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ร่วมถกเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง หารือทวิภาคีทั้ง &amp;ldquo;หลี่ เค่อเฉียง-สี จิ้นผิง&amp;rdquo; ยืนยันไทยพร้อมสนับสนุนแนวคิด BRF สอดรับ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0-อีอีซี&amp;rdquo; ย้ำเร่งโครงการรถไฟไทย-จีนตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา 06.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย. โดยมีนางหลิว ยู่ฟาง รองเลขาธิการสภาประชาชนกรุงปักกิ่ง รอให้การต้อนรับ&amp;nbsp;
โดยในเวลา 08.00 น. คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเข้ามาโรงแรมที่พักเพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการประชุม ก่อนในเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์จะร่วมพิธีเปิดการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง และกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมระดับสูง ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติจีน โดยนายหาน เจิ้ง รองนายกฯ จีน จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า นายกฯ ได้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และชื่นชมยินดีที่ได้เห็นจีนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด จนเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเอเชียและของโลก และแจ้งว่าไทยในฐานะประธานอาเซียนมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ที่สำคัญนี้ให้ก้าวหน้าต่อไปภายใต้แนวคิดร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ เห็นว่ายุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (BRI) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของโลก และสอดคล้องกับเป้าหมายหลักการของอาเซียน และประเทศในภูมิภาค เพราะจะช่วยส่งเสริมความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อความเจริญรุ่งเรือง สันติภาพและอนาคตร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าไทยจะยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับหุ้นส่วนทั้งในและนอกภูมิภาค บนพื้นฐานของความโปร่งใสและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ BRI
&amp;ldquo;ไทยและอาเซียนเล็งเห็นความสำคัญของการเชื่อมต่ออาเซียนสู่โลกผ่าน BRI นอกจากนี้ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นหนึ่งในโครงการแม่แบบในการสร้างฐาน เพื่อเชื่อมโยงไทยเข้ากับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคใกล้เคียง จึงขอเชิญชวนจีนให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECs เพื่อขับเคลื่อน BRI ในอาเซียน ขณะที่ด้านกฎระเบียบส่งเสริมความเชื่อมโยงทางการค้า จะเร่งรัดการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ไทยตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ รวมทั้งด้านดิจิทัลไทยยินดีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสนใจจะร่วมมือกับจีนและฮ่องกง ในโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกระบบใหม่&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าวถึงสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์
พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังย้ำว่าไทยต้องการเห็นยุทธศาสตร์ BRI ประสบความสำเร็จ และต้องการเห็นไทย อาเซียน จีน และมิตรประเทศทุกประเทศ ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดอย่างฉันมิตรสร้างสรรค์ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสันติภาพของภูมิภาคและของโลก และเพื่อการพัฒนามั่งคั่งของพลเมืองของเรา
ต่อมาเวลา 15.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์หารือกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกฯ จีน ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง โดย พล.ท.วีรชนระบุว่า ในการหารือนายกฯ ระบุว่าข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงในภูมิภาค และไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างจีน ประเทศกลุ่ม ACMECS และอาเซียน จึงหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานระหว่างกัน&amp;nbsp;
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ ยังกล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้นำจีนที่พัฒนาและปฏิรูปประเทศจนมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีน ไทยหวังว่าจะได้ร่วมมือกับจีนเพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันต่อไป ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยผู้นำไทยและจีนต่างยินดีที่ทั้งสองประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิด และผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยง ให้มีผลเป็นรูปธรรม พร้อมกล่าวเชิญนายหลี่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในช่วงการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 14 ที่ไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในโอกาสนี้ นายกฯ ยังกล่าวเชิญชวนผู้ประกอบการของจีนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Made in China 2025 ของจีน และยังเน้นย้ำว่าไทยได้เร่งรัดให้โครงการรถไฟไทย-จีน ให้คืบหน้าตามกำหนด จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 18.15 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชนระบุว่า นายกฯ แสดงความชื่นชมต่อการจัดเวทีหารือที่น่าสนใจครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมด้านการต่างประเทศของจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และยินดีที่มาเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้นำของไทยและประธานอาเซียน ทั้งนี้ ยังได้ชื่นชมจีนที่มีพัฒนาการหลายด้าน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี โดยเฉพาะความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม การลดความยากจน และการแก้ไขปัญหามลพิษของจีน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ไทยประสงค์จะศึกษาเรียนรู้ด้วย พร้อมขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับมิตรภาพและความช่วยเหลืออย่างเสมอมา&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทั้งสองฝ่ายต่างย้ำเจตนารมณ์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีน และความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้านให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงที่จะสอดคล้องกับ Thailand 4.0 และ BRI และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างแข็งขันต่อไป ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-จีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ก้าวหน้าต่อไป&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนระบุ&amp;nbsp;
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ด้านประธานาธิบดีจีนพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และให้ความร่วมมือในสาขาที่จีนมีความเชี่ยวชาญ และจีนพร้อมสนับสนุนบทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันเดินหน้าการดำเนินการตามแนวคิดหลักร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน โดยเฉพาะการสานต่อข้อริเริ่มต่างๆ ของอาเซียนให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม และหวังให้จีนสนับสนุนให้มีการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคภายในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของจีนและไทย พร้อมแสดงความขอบคุณการสนับสนุนของจีนในการเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย เพื่อเติมเต็มกลไกการประสานงานระหว่างไทย-ฮ่องกง-จีน ในยุคใหม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34557</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand4.0, ทวิภาคี, สายแถบและเส้นทาง, สี จิ้นผิง, หนังสือพิมพ์, หลี่ เค่อเฉียง, ไทยแลนด์ 4.0-อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc31242cd387.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
