<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทวี สอดส่อง&#039; หนุนยื่นซักฟอก เตือนแล้วแต่ไม่ใส่ใจ จี้เอาผิดรมต.ทำโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 - พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยจะเสนอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อสภาฯเปิดว่า ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการประชุมร่วมกันในประเด็นดังกล่าว แต่ส่วนตัวเห็นด้วยกับการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาโควิด เรื่องนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยอภิปรายแบบไม่ลงมติมาแล้วเมื่อเดือนก.ย. 2563 ส.ส.ได้ตั้งคำถามและเสนอข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จฃได้เพียงแต่รับฟังและตอบคำถาม แต่ทางปฏิบัติกลับไม่ใส่ใจก็เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ปล่อยให้มีการแพร่ระบาดเห็นชีวิตคนไทยสำคัญน้อยกว่าการเล่นการเมืองเพื่อรักษาตำแหน่งตัวเอง เราเสนอไปว่าจะมีการระบาดระลอกสอง ระลอกสาม รัฐบาลต้องเตรียมมาตราการรับมือแต่กลับไม่ทำอะไร สุดท้ายเดือนธ.ค. ก็ปล่อยให้มีแรงงานที่ผิดกฎหมายเข้าประเทศแล้วแพร่เชื้อ มีบ่อนในจ.ระยอง จ.ชลบุรี พอมาถึงเดือน มี.ค.ก็ปล่อยให้มีการระบาดระลอกสาม ทำให้มีสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินจำนวนมาก ต้นตอจากคนในรัฐบาล ซึ่งนายกฯบอกเองว่า รู้ว่ารมต.คนไหนไปเที่ยวมา แต่ก็ไม่มีการลงโทษ อีกทั้งยังปล่อยให้คนกระจายเชื้อไปทั่วประเทศช่วงสงกรานต์ แม้แต่รัฐมนตรียังมีการจัดให้มีการมั่วสุมในช่วงดังกล่าวจนมีผู้ติดเชื้อ เท่ากับเป็นการกระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเสียหายหลายๆอย่างเราเชื่อว่าเป็นการกระทำไม่สุจริต มีการทุจริตจงใจไม่บังคับใช้กฎหมาย และยังมีการช่วยเหลือพวกพ้อง ไม่ยอมเอาคนผิดมารับโทษ เครื่องมือที่ดีที่สุดของฝ่ายค้านที่ทำได้ตอนนี้คืออภิปรายไม่ไว้วางใจ และพรรคประชาชาติมีข้อมูลบางอย่างที่ชี้ให้เห็นว่านายกฯ และรัฐมนตรีบางท่านไม่ควรบริหารประเทศต่อ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ทวี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102938</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, การเมือง, ซักฟอก, ทวี สอดส่อง, ฝ่ายค้าน, พรรคประชาชาติ, แก้ปัญหาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e673373b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เปิดเซฟ​ส.ส.-ส.ว.​ 4​ ราย&#039;วันนอร์&#039;เบาะๆ45 ล้าน &#039;วิชัย&#039;อู่ฟู่เศรษฐีพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63-สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 4 ราย ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายวิชัย ทิตตภักดี กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 16 ก.ย.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และนางสุนีย์ สอดส่อง คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 55,985,061 บาท โดยเป็นทรัพย์สินทั้งหมด 56,038,106 บาท แบ่งเป็นของ พ.ต.อ.ทวี 31,851,929 บาท และนางสุนีย์ 24,186,176 บาท ขณะที่หนี้สินมีจำนวน 53,045 บาท ซึ่งมาจากการกู้ร่วมในธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 19,650,000 บาท รองลงมาเป็นเงินลงทุน 6,794,586 บาท เงินฝาก 3,669,501 บาท เงินสด 1,300,000 บาท บ้าน 1 หลังในชื่อ พ.ต.อ.ทวี มูลค่า 9,000,000 บาท ย่านประเวศ ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทที่น่าสนใจ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า มี 53 รายการ มูลค่ารวม 14,774,617 บาท ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่อง อาทิ สมเด็จวัดระฆังเลี่ยมทอง สมเด็จวัดเกศไชโยเลี่ยมทอง หลวงพ่อทวดเลี่ยมทอง หลวงปู่ทิมเลี่ยมทอง หลวงพ่อแช่มเลี่ยมทอง สมเด็จวัดศรีดอนมูล สมเด็จไพรีพินาศ สมเด็จวัดระฆังพิมพ์พระประธาน องค์จตุคามรามเทพ นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกาหรูอีกหลายเรือน ปืน 3 กระบอก ชุดเครื่องประดับสตรี ทองคำแท่ง ชุดเครื่องเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก และนางพรรณวิภา สุทินเผือก คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 25,299,737 บาท โดยเป็นทรัพย์สินทั้งหมด 26,399,558 บาท แบ่งเป็นของนายกรุงศรีวิไล 18,140,384 บาท ของนางพรรณวิภา 8,259,173 บาท และมีหนี้สิน 1,099,820 บาท ซึ่งเป็นของนางพรรณวิภา ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน มูลค่า 15,646,662 บาท อยู่ในย่านลาดพร้าว บางกะปิ กทม. บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และอ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ผู้ยื่นแจ้งว่ามีรายได้ต่อปีว่า มีรายได้จาก ส.ส. 710,665 บาท รายได้จากนักแสดง 253,728 บาท มีรายจ่ายประจำ เป็นค่าสาธารณูปโภค เดือนละ 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และนางอัสนา วัฒนาทร คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 44,985,766 บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นของนายวันมูหะมัดนอร์ 14,062,656 บาท และของนางอัสนา 30,923,109 บาท ทั้งนี้ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินมูลค่ารวม 16,645,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่ารวม 12,800,000 บาท เงินฝากมูลค่ารวม 12,209,765 บาท ยานพาหนะ มูลค่ารวม 1,655,000 บาท และทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) มูลค่ารวม 1,595,000 บาท โดยทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ อาทิ อาวุธปืน 2 กระบอก สร้อยคอและต่างหู 1 ชุด สร้อยข้อมือ 2 เส้น แหวน 4 วง นาฬิกา 2 เรือน มูลค่า 500,000 บาท และนาฬิกาอีก 3 เรือน มูลค่า 120,000 บาท &amp;nbsp;เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ยื่นแจ้งว่ามีรายได้จากเงินเดือน ส.ส. เงินเบี้ยเลี้ยงชีพ ส.ส. และดอกเบี้ยจากธนคารรวม 967,730 บาท นอกจากนั้นยังมีรายได้จากค่าเช่าบ้าน 260,000 บาท และยังมีรายได้จากการขายทองคำ 1,200,000 บาท รายได้จากการขายห้องชุด 1,450,000 บาท มีรายจ่ายประจำเป็นค่าอุปโภคบริโภค การศึกษาบุตรหลาน และเงินบริจาครวม 1,885,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย ทิตตภักดี และนางมาลี ทิตตภักดี คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,008,093,099 บาท โดยเป็นทรัพย์สินทั้งหมด 1,018,146,927 บาท แบ่งเป็นของนายวิชัย 973,093,105 บาท และของนางมาลี 45,053,821 บาท หนี้สิน 10,053,827 ซึ่งเป็นหนี้สินของนายวิชัย ในส่วนเงินเบิกเกินบัญชี และเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็น ที่ดินมูลค่า 714,000,000 บาท อยู่ในย่าน บางขุนเทียน กทม. 4 โฉนด ย่าน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี 3 โฉนด ย่าน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี &amp;nbsp;6 โฉนด ย่าน อ.เสนา อ.ราชคราม อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา 4 โฉนด โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 195,200,000 บาท โดยอยู่ในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด ซึ่งรายการที่มูลค่าสูงสุดอยู่ในเขต จอมทอง กทม. มูลค่ากว่า 170,000,000 บาท ส่วนเงินฝากมูลค่ารวม 12,641,238 บาท เงินลงทุน มูลค่ารวม 3,497,900 บาท สิทธิและสัมปทาน มูลค่ารวม 7,136,788 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ที่น่าสนใจ นายวิชัย ระบุว่า มี 74 รายการ มูลค่ารวม 78,401,000 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาและเครื่องประดับ อาทิ นาฬิกา Rolex 2 เรือน นาฬิกา Patek philippe 2 เรือน นาฬิกา Jaeger-Lecoultre 1 เรือน นาฬิกา Omega 1 เรือน &amp;nbsp;นาฬิกาล้อมเพชร 1 เรือน สร้อยทองคำและแหวนทองคำรวมอัญมณี ทองแท่ง สร้อยหยก ชุดเครื่องประดับเพชร สร้อยไข่มุก เข็มขัดทองคำ กระเป๋า Chanel 2 ใบ กระเป๋า Louis Vuitton 2 ใบ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเหรียญทองที่ระลึก เหรียญเงินที่ระลึกหลายรายการ &amp;nbsp;พระเครื่องพระบูชาหลายรายการ รวมทั้งไวน์ต่างประเทศ 35 ขวด บรั่นดี สุราต่างประเทศ 17 ขวด อาวุธปืน 6 กระบอก อย่างไรก็ตามผู้ยื่นแจ้งว่ามีรายได้จากเงินประจำตำแหน่ง เบี้ยประชุม เงินเดือนจากบริษัท ค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง &amp;nbsp;เงินปันผล รวมทั้งรายได้จากรางวัลสลากออมสินและสลากธ.ก.ส. รวม 2,780,300 บาท ส่วนรายจ่ายเป็นค่าใช้จ่านส่วนตัว ค่าผ่อนคอนโด และเงินบริจาค รวม 1,009,650 บาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86272</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, ทวี สอดส่อง, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช., วิชัย ทิตตภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf07a2acce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรม&#039; โหมกระพือม็อบ แย้ม ส.ว.ส่อคว่ำร่างแก้ รธน. หรือตั้งกมธ.ศึกษาอีก 1 เดือนสืบทอดอำนาจยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 18.00&amp;nbsp;น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภา ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม นายประเสริฐพงษ์&amp;nbsp;ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ได้เดินออกมาสังเกตการณ์ และให้กำลังใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า แปลกใจที่วันนี้รัฐสภามีการปิดประตู มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มายืนป้องกันอย่างเข้มแข็ง น่าเสียดายที่ไม่เปิดพื้นที่ให้กับประชาชน ส.ส. พรรคก้าวไกล อยากให้รัฐสภาเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ได้ร่วมรับฟังการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสำคัญ เพื่อให้ทุกคนได้เป็นพยานว่าสมาชิกรัฐสภาแต่ละคน ลงมติกันอย่างไร แม้จะเข้าไปดูไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องการให้มีตัวแทนได้เข้าร่วมไปรับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แนวโน้มการลงมติ มีอยู่สองแนวทาง คือโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูน ซึ่งมี ส.ว. เป็นแกนหลัก อีกทางหนึ่งคือการตั้งกรรมาธิการ ศึกษาโดยใช้ระยะเวลาหนึ่งเดือนแล้วให้ลงมติในเดือนพ.ย.หาก ไปถูกคว่ำตอนนั้นอีก จะไม่สามารถยื่นกฎหมายที่มีหลักการเดียวกันได้ในสมัยประชุมหน้า กว่าจะยืนได้อีกครั้งก็ปลายเดือนพ.ค. 2564 จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนกังวลว่าจะเป็นการต่ออายุการสืบทอดอำนาจต่อไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า จากการร่วมรับฟังการอภิปรายสองวันที่ผ่านมา มีความไม่สบายใจที่หลายคนดูแคลนปัญญาประชาชน โดยคิดว่าประชาชนจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ หากให้เขา ได้มีส่วนร่วมทุกคนจะได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญและจะหวงแหนรัฐธรรมนูญ อีกทั้งอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีการแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรและอำนาจ อย่างทั่วถึง และจะนำมาซึ่ง รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ซึ่งจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ทวี สอดส่อง, นิคม บุญวิเศษ, ประชาชนปลดแอก, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, รังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c89e08b2ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039; ไขก๊อกพ้นส.ส.แล้ว &#039;ทวี สอดส่อง&#039; เฮลั่นได้เข้าสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชาติ ลำดับที่ ๑ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงประกาศให้พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชาติ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ชวน หลีกภัย
ประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวี สอดส่อง, พรรคประชาชาติ, วันมูหะมัดนอร์ มะทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5da6e24ca60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทวี&#039;เสนอพิจารณางบ&#039;64ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63-พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 กล่าวว่า &amp;nbsp;กมธ.ฯ จะเริ่มมีการประชุมในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ซึ่งในหลักการต้องเลือกประธาน กมธ.ฯ และต่ำแหน่งต่างๆ ที่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงมากกว่าจะได้เป็นประธาน กมธ &amp;nbsp;จากนั้นคงร่วมกันพิจารณากำหนดกรอบในการทำงานและรับฟังหน่วยงานต่างๆ ภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือนกว่า ในกระบวนการร่าง พ.ร.บ.จะต้องสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของภาษีอากรหรือเงินงบประมาณ และมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนรวมของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องด้วย สรุปต้องอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนถ้วนหน้าและต้องพิจารณาแก้วิกฤติทางเศรษฐกิจสังคม สาธารณสุข และความมั่นคงของประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้การพิจารณาครั้งนี้เป็นระบบเปิดที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนรวม ในการแสดงความคิดเห็น เสนอข้อมูล ถ้าไม่ผิดกฏหมายควรเปิดให้สื่อมวลชนได้ถ่ายทอดสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี และรัฐบาล สำนักงบประมาณ ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอให้ กมธ และผลงานหรือการประเมินผลถึงความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน อีกประเด็นมีงบผูกพันข้ามปี ที่เป็นภาระเช่น ซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ หรือก่อสร้าง เมื่อรวมแล้วมีจำนวนมากน่าจะเกิดเพดานร้อยละ 10 ของงบประมาณประจำปี ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ห้ามไว้ แต่ทราบว่ารัฐบาล และสำนักงบประมาณประดิษฐ์คำว่าขึ้นมารายการใหม่ ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย คงต้องหาข้อยุติมิเช่นนั้นจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การพิจารณาของ กมธ.ฯ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการร่างพระราชบัญญัติหรือเป็นกฎหมาย จะมีศักดิ์สูงกว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือระเบียบ แต่มีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ แต่ศักดิ์ศรีเป็นพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ซึ่งในกระบวนการร่างพระราชบัญญัติจะต้องสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของภาษีอากรหรือเงินงบประมาณ และต้องให้มีกระบวนการมีส่วนรวมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้เกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้น ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นมามีจุดอ่อนหลายประการ อาจเรียกได้ว่าจัดงบประมาณที่ สร้างความอ่อนแอให้ประชาชน หรืออาจเรียกว่า &amp;lsquo;ประชาชนล้มละลายด้านงบประมาณ&amp;rsquo; เพราะเงินถูกใช้เป็นงบรายจ่ายประจำ (งบบุคลากรที่เป็นเงินเดือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระ และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ) มากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 76.5 ของงบประมาณทั้งหมด และเมื่อรวมงบที่จ่ายเงินคงคลังกับใช้หนี้คืนเงินต้น จะเหลืองบ &amp;lsquo;รายจ่ายลงทุน&amp;rsquo; เพียงประมาณ 6.7 แสนล้านบาทเศษ หรือประมาณร้อยละ 20.5 เท่านั้น แม้อ้างตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังกำหนดไว้ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 แต่ ไม่ได้นิยามศัพท์ &amp;lsquo;รายจ่ายลงทุน&amp;rsquo; ไว้ มีเพียงคำว่า &amp;lsquo;งบลงทุน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ซึ่งบางส่วนที่ดูแล้วเอกสารดูยากมาก ได้พิจารณารายละเอียดตามเอกสารเบื้องต้น รายจ่ายลงทุนน่าจะน้อยกว่าร้อยละ 20 ในหลักการควรมีร่ายจ่ายลงทุนที่ควรจะเป็นประมาณร้อยละ 30-35 ของงบประมาณ คือต้องมีรายจ่ายลงทุน ประมาณ 9.9 แสนล้านเศษ ถึง 1.15 ล้านล้านบาทเศษ ถึงจะเหมาะสมกับประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า หากพิจารณารายได้ปีนี้ แม้จะคาดการณ์ว่าเก็บภาษีได้ 2.67 ล้านล้านบาทเศษ ซึ่งมีผู้เกี่ยวกับออกมาสัมภาษณ์แล้วว่าไม่น่าจะเก็บถึง 2.5 ล้านล้านบาทเศษด้วยซ้ำ กรมสรรพากรกรมเดียวประมาณการเก็บภาษีต่ำขาดไปมากกว่า 2 แสนล้านบาทแล้ว ภาษีที่เก็บได้ยังไม่พอใช้รายจ่ายประจำที่รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐใช้เป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน และงบประมาณดำเนินงานเรียกว่าภาษีอากรของประชาชนทุกบาทประเคนให้รัฐและข้าราชการใช้ทั้งหมด ที่เหลือต้องกู้มา เป็นหนี้สาธารณะที่ประชาชนร่วมกันใช้หนี้ นอกจากนี้ยังมีเงินนอกงบประมาณ และรัฐวิสาหกิจ ที่จัดแล้วประชาชนอ่อนแอลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้การพิจารณาครั้งนี้เป็นระบบเปิดที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น หรือเสนอข้อมูล ถ้าไม่ผิดกฏหมายควรเปิดให้สื่อมวลชนได้ถ่ายทอดสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี และรัฐบาล สำนักงบประมาณ ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอให้ กมธ.และผลงานหรือการประเมินผลถึงความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70565</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี, ทวี สอดส่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e7226ea600b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงหน่อยโวยรบ.มีเส้น ทำอะไรก็ไม่ผิด ชี้รธน.ส่งเสริมการโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 9.30 วันที่ 15 ก.ย. ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม&amp;nbsp; วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน จัดเสวนา &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมเสวนา อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นพ.ประสงค์ บูรณพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดงานเสวนาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเลือกบางพรรคที่ไม่เอาเผด็จการที่ไปร่วมรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญกล้บทำให้คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้เป็นนายกฯ เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย การทำให้บ้านเมืองสันติสุข 1.ต้องทำให้ประชาชนของประเทศเป็นประชาชนที่ดีมีปัจจัยสี่ ได้รับการดูแลเศรษฐกิจ มีสิทธิเสรีภาพ 2.ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ดี&amp;nbsp; ภัยของรัฐธรมนูญ 2560 ไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นอนาคตได้

เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนเราต้องมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญคืนสิทธิคืนอำนาจให้ประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญที่เผด็จการร่างนั้น เราอาจแก้บทเฉพาะกาลให้อำนาจมาสู่ประชาชน เพราะบทเฉพาะกาลอำนาจอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งและนายทุน เมื่อร่างเสร็จปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ที่ดินทำกิน ไม่เคยถูกหยิบมาร่างในรัฐธรรมนูญ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เศรษฐกิจกับกฎเกณฑ์มีความเกี่ยวกัน เศรษฐกิจจะดีได้ต้องมีความมั่นใจถึงจะกล้าใช้เงิน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระเป๋าแฟ่บ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำลายความเชื่อมั่นและนักลงทุนทั้งหมด ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญนี้ทำลายเชื่อมั่น ความหวังของคนไทยและนานาชาติ เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ทั่วโลกยอมรับ มีสูตรคำนวณ ส.ส.พิสดารที่สุด มีการคำนวณให้พรรคปัดเศษเล็กได้มากันเต็ม พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุดแต่ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นกติกาที่แปลกและขัดหลักการประชาธิปไตยทั่วโลก และมี ส.ว. 250 คน เลือกเสร็จแล้วก็เลือกนายกฯ แทนชาวบ้าน

&amp;ldquo;ใครเลือกนายกฯ คนนี้บ้างคนยกมือขึ้น แต่มี ส.ว. 250 คนเลือกแทน เมื่อขัดหลักการพื้นฐานประชาธิปไตยทั่วโลกก็ไม่ยอมรับ เมื่อเขียนรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรครัฐบาลมีเกือบ 20 พรรค จึงไร้เอกภาพ จึงเห็นการต่อรองตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล เพราะพรรคนี้ต้องการกระทรวงนี้ วันนี้มีใครต่อรองให้พี่น้องบ้าง ไม่มี ทำให้ได้รัฐบาลที่จ้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ที่โหวต ทำให้ได้รัฐบาลเลี้ยงลิง หากล้วยมาป้อนลิงให้ลิงอิ่ม ไม่ได้หาอะไรให้ประชาชนอิ่มท้อง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับปากท้องโดยตรง 5 ปีราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ได้นายกฯ คนเดิมราคาก็ตกเหมือนเดิม กำลังซื้อในประเทศตก ค่าเงินแข็ง ส่งออกตายสนิท ถ้าเรายังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหวัง อย่างสหรัฐฯและจีนทำสงครามการค้า ประเทศไทยเตรียมซื้อรถถังและเรือดำน้ำอีกแล้ว สวนกับความเป็นจริง รัฐธรรมนูญไม่ให้สิทธิประชาชนไปตรวจสอบ ยิ่งเอาคนไม่เก่งมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือก็ยิ่งแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังขัดขวางอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ใช้มาตรา 44 ยกเว้นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญร่วม 10 ครั้ง เขียนเองยังไม่ทำตามเลย รัฐบาลทำผิดเรื่องถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ไม่ได้บอกที่มาของเงิน ในวันที่ 18 ก.ย. พรรคฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกระทำการขัดรัฐธรรมนูญทั้งสองอย่าง รัฐธรรมนูญนี้จึงขัดขวางการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ถ้าเราเป็นรัฐบาลคงโดนฟ้อง เพราะเราไม่มีเส้น ของเขาทำผิดแค่ไหน ศาลก็ไม่รับพิจารณา แต่ถ้าเป็นเราคุกโลด อย่างนี้ต้องแก้หรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญนี้ไม่ตรงปก เพราะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และเมื่อใช้ก็ปราบได้ไม่จริง ต้องใช้คำว่ารัฐธรรมนูญส่งเสริมการโกง โกงตั้งแต่การเลือกตั้ง ตรวจสอบลงโทษฝั่งตัวเองไม่ได้เลย แต่ฝั่งตัวเองไม่ได้เลย นาฬิกาหลายเรือน หลายล้าน ไม่ผิด ลืมได้ กำลังสร้างมาตรฐานให้เกิดการโกง อีกหน่อยนักการเมืองยื่นทรัพย์สินไม่ครบก็บอกยืมเพื่อนมา

ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ตรงปกต้องฟ้องสคบ. และต้องถูกแก้ไข ส่วนตัวดีใจที่สภาฯ จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมืองในสภา อย่าหลอกประชาชนอีก อย่าสร้างรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่มีการบอกว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อีกทั้ง รัฐธรรมนูญต้องเร่งแก้ไข แต่ไม่แตะต้องหมวด 1 รูปแบบของรัฐ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และต้องแก้ไขบางหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45793</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ทวี สอดส่อง, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7dd5dd7921f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 พรรคฝ่ายค้าน โผล่ให้กำลังใจเหยื่อระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2562 &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วยทีมโฆษกและตัวแทนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เดินทางมายังโรงพยาบาลสิรินธร เข้าเยี่ยมนางสุนทร รอดเสียงล้ำ อายุ 55 ปี และนางสาวคิสนา ผ่องใจดี อายุ 46 เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดเขตสวนหลวง ผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดป่วนเมือง ภายในซอยพระรามเก้า 57/1 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอแสดงความห่วงใย และขอให้ทุกคนปลอดภัย หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว พร้อมขอบคุณโรงพยาบาล แพทย์ผู้ทำการรักษา ที่ดูแลคนบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ขอประณามผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้ ที่เอาความสูญเสีย บาดเจ็บ ของประชาชนเป็นเหยื่อของการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดี และยกระดับมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42675</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, ทวี สอดส่อง, เหยื่อระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d469a79207a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
