<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมโยก”ทวี” นั่งผู้ตรวจดัน “สรพงษ์” นั่งรองปลัดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2563 รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้อนุมัติแค่งตั้งข้าราชการบริหารระดับสูงจำนวน 2 ราย ตามที่คมนาคมเสนอ แต่งตั้งนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.)ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และแต่งตั้งนายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ มีกระแสข่าวว่าก่อนหน้านี้นายทวี ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง อธิบดี ทย. เป็นรองอธิบกรมทางหลวง(ทล.) และทำงานเป็นที่เข้าตาของ พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะโครงการดำเนินการหาเอกชนเข้ามาร่วมทุนในการจัดเก็บค่าผ่านทาง และ บำรุงรักษา ในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ จนได้รับการผลักดันให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อมาดำรงตำแหน่งอธิบดี ทย. เป็นหน่วยงานในการกำกับของนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และทำงานสนองนโยบายของ นายถารมากกว่า จึงทำให้มีปัญหา ล่าสุดก่อนหน้านี้ นายทวี ได้เข้ามาพบนายศักดิ์สยาม เพื่อเคลียร์ปัญหา และขอที่จะอยู่ในตำแหน่ง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน จนกว่าจะเกียณในปี 64 ซึ่งเป็นที่คาดหมายว่า บุถคคลที่จะมานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมท่าอากายานคนใหม่ จะโยกมาจาก กรมทางหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77532</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.), ทวี เกศิสำอาง, สรพงศ์ ไพฑูรย์พงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f608f3bd4359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ลุยปรับปรุงขยายสนามบินระนองหวังส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นผู้แทนกรมท่าอากาศยาน เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานระนอง ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายพรเทพ ผ่องศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดการประชุม &amp;nbsp; และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 ณ โรงคลุม เทศบาลตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานระนอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมรายละเอียดโครงการ วิเคราะห์ผลกระทบทรัพยากรสิ่งแวดล้อม จากการดำเนินโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อม และนำเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานระนอง มีแผนการจะขยายความยาวทางวิ่งทางด้านทิศเหนือ 500 เมตร สร้างทางขับขนาน และจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมทางด้านทิศเหนือประมาณ 165 ไร่ เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จจะมีทางวิ่ง จากเดิม ขนาด 45 x 2,000 เมตร เป็น 45 x 2,500 เมตร และพื้นที่รวมจากเดิม 2,447 ไร่ เป็น 2,612 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 นี้ กรมท่าอากาศยานได้นำเสนอรายละเอียดของโครงการในภาพรวม ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา พื้นที่ศึกษา แนวทางการดำเนินงาน พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจากศักยภาพด้านต่างๆของจังหวัดระนอง ทั้งในด้านการท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประกอบกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง จึงทำให้หลายปีที่ผ่านมามีจำนวน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นทุกปี กรมท่าอากาศยานจึงได้รับงบประมาณให้ดำเนินโครงการนี้ขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน(ทย.), ขยายสนามบินระนอง, ทวี เกศิสำอาง, สมเกียรติ มณีสถิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58393ae2ae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารสนามบินภูมิภาคสั่งรายงานส่วนกลางทุกวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 มี.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นประธานการประชุมทางไกล conference กับท่าอากาศยานในความดูแล 25 แห่ง เพื่อติดตามสถานการณ์การเฝ้าระวัง คัดกรองผู้โดยสารเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ของท่าอากาศยาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ณ ห้องประชุมจันทรางศุ กรมท่าอากาศยาน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานทุกแห่ง ดำเนินการตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส(COVID 19) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้ง รายงานสถานการณ์ และสอบถามข้อมูล แนวทางการปฏิบัติในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศทุกท่าอากาศยาน การดำเนินการตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้รับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อหาแนวทางดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญในการประชุมมี ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การตรวจคัดกรอง ปัจจุบันท่าอากาศยานมีการบูรณาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานโดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยทางการแพทย์ มาดำเนินการตรวจคัดกรองผู้โดยสารเป็นประจำ และ ทย. ได้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการให้เพียงพอ และครอบคลุมการดำเนินการ โดยการจัดหาเครื่องเทอร์โมสแกน และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ (Hand Held Thermometer) เพิ่มเพื่อให้เกิดความพร้อมของอุปกรณ์และเพียงพอ และกำชับให้ทุกท่าอากาศยานตรวจคัดกรองผู้โดยสารทุกคน ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านมีมาตรฐานเดียวกันทุกท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อุปกรณ์เครื่องมือ ป้องกันตนเองสำหรับเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานขาดแคลน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เจลหรือแอลกอฮอล์ ที่ต้องใช้ประจำและหาซื้อได้ยากแล้วนั้น ทางส่วนกลางได้จัดหาหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นทยอยจัดส่งให้ทุกท่าอากาศยานเพื่อให้การปฏิบัติงานสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะและมีการป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กำชับเรื่องการทำความสะอาดพื้นที่ภายในท่าอากาศยานของพนักงานทำความสะอาด ให้เพิ่มความถี่ ในจุดที่โดนสัมผัสบ่อย โดยใช้แอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด หลังเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบินในทุกวัน และการทำความสะอาดภายในอาคารที่ผู้โดยสารด้วยการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบงวงช้าง ทุกท่าอากาศยาน หลังหมดเที่ยวบินในแต่ละวัน เพื่อสร้างความมั่นในให้กับผู้รับบริการของท่าอากาศยานและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และเพื่อเพิ่มมาตรการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส(COVID 19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลแนวทางการปฏิบัติของผู้โดยสาร ผู้ประกอบการในสนามบิน เจ้าหน้าที่ได้ทราบ ทั้งการดูแลตนเอง การให้ความร่วมมือการตรวจคัดกรอง โดยมีการแจกแผ่นพับ การนำข้อมูลเผยแพร่ผ่านจอประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เพจหรือเฟสบุ๊คของท่าอากาศยาน และการประกาศเสียงตามสายภายในอาคาร แจ้งผู้โดนสารในการเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามได้กำชับ ให้ทุกท่าอากาศยานรวบรวมรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดต่อเชื้อไวรัสไวรัส(COVID 19) เป็นประจำทุกวันมาที่ส่วนกลาง เพื่อหาแนวทางแก้ไขได้ และมอบหมายให้ทุกท่าอากาศยาน ประสานหน่วยเกี่ยวข้องจัดทำแผนฉุกเฉินในกรณีพบผู้เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสแนวทางการสั่งการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60446</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมท่าอากาศยาน, ทวี เกศิสำอาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e75d8c90a98b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เข้มคัดกรองผู้โดยสารทุกสนามบินแนะเลี่ยงเดินทางพื้นทีเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน สั่งการตรวจเข้ม ตามมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส COVID &amp;ndash; 19 อย่างเคร่งครัด ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นการร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลในพื้นที่ หน่วยควบคุมโรค ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพิ่มจุดคัดกรองผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานอย่างทั่วถึง โดยการใช้เครื่องเทอร์โมสแกน และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ (Hand Held Thermometer) รวมถึง เพิ่มความถี่การทำงานของพนักงานทำความสะอาด ในจุดที่โดนสัมผัสบ่อย โดยใช้แอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด หลังเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบินในทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในระบบปรับอากาศภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร
สำหรับมาตรการเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศของเจ้าหน้าที่ กรมท่าอากาศยาน ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเดินทาง เลื่อน หรืองดการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคแต่กรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือแวะผ่านประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคได้ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเป็นรายกรณีและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนครบ 14 วัน เมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว และหลีกเลี่ยงการไปในที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากท่าอากาศยานเป็นหน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสารและประชาชนผู้รับบริการโดยตรง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานสวมหน้ากากอนามัยระหว่างปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวี กล่าวต่ออีกว่า การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจการบิน กรมท่าอากาศยานจึงมีมาตรการช่วยเหลือสายการบิน และผู้ประกอบการของกรมท่าอากาศยาน โดยจะเสนอให้ลดค่าเช่าพื้นที่ 50% ภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ที่กรมท่าอากาศยานได้ขึ้นราคาค่าเช่าไปแล้ว รวมถึงเสนอลดค่าธรรมเนียมการให้บริการขึ้นลงอากาศยาน 50% และเสนอลดค่าธรรมเนียมการจอดอากาศยาน 90% เพื่อช่วยเหลือสายการบินลดค่าใช้จ่าย โดยเปลี่ยนนำอากาศยานมาจอดในท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรมท่าอากาศยานตระหนักถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยาน ทุกหน่วยงานที่ลงพื้นที่ปฏิบัติการคัดกรองภายในท่าอากาศยาน ดำเนินการตามแผนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และพร้อมรับมือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจคัดกรอง และไม่ปกปิดข้อมูลการเดินทางของตนเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58858</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, ทวี เกศิสำอาง, อธิบดีกรมท่าอากาศยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f66ff554cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมท่าอากาศเปิด4 มาตรการสกัดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)กล่าวถึงแผนการรับมือของกรมท่าอากาศยาน ในการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากการแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานว่า ได้สั่งการให้ทุกท่าอากาศยานดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มงวดทุกแห่ง โดยมีมาตรการดังนี้

1.ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลผู้โดยสารอย่างทั่วถึง

2.จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและทำความสะอาดพื้้นที่ภายในท่าอากาศยาน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดทุกจุด และเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คบริเวณที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย เช่น ห้องน้ำ เก้าอี้ผู้โดยสาร ราวบันได รถเข็นสัมภาระ ตะกร้าสำหรับวางสัมภาระในจุดตรวจค้น เป็นต้น

3.สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ คือ ท่าอากาศยานกระบี่และสุราษฎร์ธานี ได้เพิ่มจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยใช้เครื่องแฮนด์เทล วัดอุณหภูมิบริเวณหน้าผากและหู และให้ผู้โดยสารใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง

4.ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการป้องกันตนเองตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผ่านเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของท่าอากาศยาน โดยรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ หรือ จาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น เป็นต้น

นายทวี กล่าวว่ากรมท่าอากาศยานได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และได้สั่งการกำชับให้ผู้อำนวยท่าอากาศยานทุกแห่งรายงานสถานการณ์ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ หากท่านผู้โดยสารและประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำท่าอากาศยานแต่ละแห่งได้ทันที&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55814</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ทวี เกศิสำอาง, มาตรการป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d4e758a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.คุมเข้มมาตรการป้องกันโรคปอดอักเสบระบาดสนามบินกะบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่ากรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมมาตรการการการป้องกันสถานการณ์โรคปอดบวมระบาด สำหรับท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินต่างประเทศ จาก เมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ยสาธารณรัฐประชาชนจีน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2562 ได้มอบหมายให้ นายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสถานการณ์โรคปอดบวมระบาดในเมือง Wuhan ประเทศจีน โดยมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจังหวัดกระบี่ ซึ่งรับผิดชอบด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าอากาศยานกระบี่

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น สาธารณสุขจังหวัดกระบี่,สายการบิน,หอบังคับการบินกระบี่,ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่,ศุลกากรกระบี่, ด่านตรวจพืช,ด่านตรวจสัตว์ป่า,ด่านอาหารและยาและตัวแทนทุกกลุ่มงานท่าอากาศยานกระบี่ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมเนื่องจากท่าอากาศยานกระบี่มีเที่ยวบินเดินทางจากเมือง Wuhan ประเทศจีน ในระหว่างวันที่ 17 มกราคม 2563 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2563

อย่างไรก็ตาม จากการประชุม กรมท่าอากาศยานได้กล่าวสรุปถึงการเตรียมมาตรการด่านควบคุมโรคติดต่อ ดังนี้

1. ประสานหน่วยงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ อำเภอ จังหวัด และประเทศ (รพ./สสจ./สคร.) เพื่อเตรียมพร้อม รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็นและเตรียมพร้อมห้อง Negative Pressure, ทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง

2.เตรียมพร้อมติดตั้ง Thermo Scan เพื่อคัดกรองโรค ผู้โดยสารจากเที่ยวบินที่บินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ตามจุดที่กำหนด ณ ช่องทางเข้าออกอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศท่าอากาศยานกระบี่ ทั้งภาวะปกติ และภาวะฉุกเฉิน

3. หากพบผู้โดยสารที่มีอาการไข้ และเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ห้ามอนุญาตให้ผู้โดยสารทุกคนลงจากเครื่อง เพื่อปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์เมื่อมีโรคติดต่อในอากาศยาน ต่อไป

นายทวี กล่าวว่าได้กำชับให้ท่าอากาศยานกระบี่อำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์กรณีมีโรคติดต่อในอากาศยาน เพื่อรองรับเที่ยวบิน จากเมืองอู่ฮั่น&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวี เกศิสำอาง, สนามบินกระบี่, โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d4e758a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เตรียมพร้อม3 มาตรการดูแลประชาชนเดินทางใน28 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.62-นายทวี เกศิสำอาง รักษาการอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)เปิดเผยว่ากรมท่าอากาศยานได้เตรียมความพร้อมขานรับ 3 มาตรการอำนวยความสะดวกประชาชน ทั้ง 28 สนามบินที่รับผิดชอบในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ตามแคมเปญ &amp;ldquo;ใส่ใจกำลังสาม เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยตลอดปีใหม่&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2562 - 9 มกราคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้กำชับให้ท่าอากาศยานในสังกัดทุกแห่งดำเนินการตามมาตรการ 3 ช่วง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ช่วงก่อนเทศกาล 6 วัน ระหว่างวันที่ 20 &amp;ndash; 25 ธันวาคม 2562เน้นการเตรียมความพร้อม โดยด้านการอำนวยความสะดวกประชาชน เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่และเวรอำนวยการ ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเตรียมพร้อมด้านอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนห้องสุขาให้เพียงพอและสะอาดพร้อมใช้งาน &amp;nbsp;รวมถึงการให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ต้องเพียงพอและมีราคาที่ยุติธรรม ด้านความปลอดภัย จัดเวรอำนวยการพร้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมลาดตระเวนทั้งภายในและบริเวณโดยรอบอาคารที่พักผู้โดยสาร โดยให้ทุกท่าอากาศยานรายงานความพร้อมให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ช่วงเทศกาล 8 วัน ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2562 &amp;ndash; 2 มกราคม 2563
เน้นการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รวมถึงจัดตั้งศูนย์ประสานงานกลางเพื่อประสานงานกับท่าอากาศยานกรณีเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ดูแลผู้โดยสารไม่ให้ตกค้างภายในท่าอากาศยาน พร้อมดูแลเรื่องรถสาธารณะให้ทั่วถึงและมีราคาที่ยุติธรรม โดยทุกท่าอากาศยานจะต้องรายงานสถานการณ์ให้ส่วนกลางทราบภายในเที่ยงคืนของทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ช่วงหลังเทศกาล 7 วัน ระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 7 มกราคม 2563ติดตามและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร พร้อมสรุปผลตัวเลขผู้โดยสาร เที่ยวบินในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับช่วงวันหยุดต่อเนื่องคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเป็นจำนวนมาก กรมท่าอากาศยาน จึงขอความร่วมมือ ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางล่วงหน้า และหากพบเห็นสิ่งผิดปกติภายในท่าอากาศยาน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในทุกท่าอากาศยานได้ทันที โดยกรมท่าอากาศยานพร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ให้ทุกการเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวี เกศิสำอาง, อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d4e758a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
