<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายบัตรใบละพัน5 จุ่มน้ำดื่มรักษาโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุ๋นชาวบ้านชายบัตรพลังรักษาสารพัดโรค ปวดเมื่อยแค่แตะบริเวณดังกล่าว หรือจุ่มในน้ำแล้วดื่มก็ใช้ได้ มีผู้หลงเชื่อซื้อใบละพันห้า เจ้าหน้าที่ สธ.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ขณะที่ตำรวจยังเงียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายพิฑูรย์ ชุมแวงวาปี เภสัชกรปฏิบัติการ ประจำโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีสุขสำราญ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภออุบลรัตน์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านศาลาดิน หมู่ 7 ต.ศรีสุขสำราญ กรณีมีผู้นำบัตรสมาร์ทการ์ด อ้างว่าเป็นบัตรพลังสามารถรักษาโรค โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยการนำบัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือนำแก้วน้ำวางบนบัตร แล้วนับ 1 ถึง 10 แล้วดื่มน้ำ หรือใช้บัตรแกว่งในน้ำ แล้วนำน้ำมาดื่มรักษาโรค ขายบัตรใบละ 1,100-1,500 บาท มีชาวบ้านหลงเชื่อซื้อบัตรไปรักษาโรคกันหลายราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า บัตรดังกล่าวเป็นบัตรแข็งธรรมดาคล้ายบัตรเอทีเอ็มทั่วไป ซึ่งนายพิฑูรย์กล่าวว่า ไม่น่าจะมีพลังอะไรที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยหรืออาการปวดใดๆ ได้ และจากการสอบถามก็ไม่พบแหล่งที่มาหรือที่อยู่ของผู้ผลิตบัตร หรือชื่อที่อยู่ตัวแทน คาดว่าน่าจะเป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรง จะได้รายงานไปยังสาธารณสุขจังหวัดเพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทวี เพียรอินทร์ อายุ 57 ปี ชาวบ้านบ้านศาลาดิน บอกว่า ได้เข้ารับการอบรมกับบริษัทขายบัตรดังกล่าวที่สวนสัตว์ขอนแก่น จากนั้นได้ให้บัตรมา 5 ใบ โดยได้จ่ายเงินไป 4,400 บาท บริษัทระบุว่าเป็นบัตรที่มีพลังสามารถนำไปใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้หลายวิธี บัตร 1 ใบใช้ได้นาน 10 ปี หลังได้บัตรมาจึงนำมาใช้แปะที่หลังเนื่องจากตนมีอาการปวดหลังมานาน อาการก็ดีขึ้น จึงบอกต่อและขายให้กับเพื่อนบ้านไป 1 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายหนูเพียร นารีจันทร์ อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านศาลาดิน &amp;nbsp;บอกว่า บัตรพลังเริ่มเข้ามาระบาดในหมู่บ้านและหมูบ้านใกล้เคียงมานานกว่า &amp;nbsp;2 เดือนแล้ว โดยมีตัวแทนจากบริษัทมาให้ชาวบ้านเป็นตัวแทนจำหน่ายและชักชวนสมัครเป็นสมาชิก พร้อมทั้งเชิญเข้ารับการอบรม ซึ่งก็พบว่ามีชาวบ้านสนใจจำนวนมาก แม้แต่ภรรยาก็ยังซื้อบัตรมาใช้ แต่ขณะนี้ปลัดอำเภอแจ้งมาให้ตรวจสอบและรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบบัตรดังกล่าวมีขนาดเท่ากับบัตรเอทีเอ็ม บนบัตรระบุรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ LA Genius จากบริษัท PT LIVING ACTIVE GENIUS INDONESIA นอกจากนี้บนบัตรยังมี QR code แต่เมื่อสแกนไม่พบข้อมูลใดๆ โดยที่บัตรดังกล่าว มี 2 ชนิด คือสีแดงและสีฟ้า-เขียว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวี เพียรอินทร์, พิฑูรย์ ชุมแวงวาปี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนูเพียร นารีจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d0104f7cd45b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
