<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพชรบุรีสั่งอพยพ น้ำทะลักเข้าเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทกภัยที่โคราชลาม 10 อำเภอ ปากช่องยังอ่วม &amp;quot;สุวัจน์&amp;quot; ชี้รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี รีสอร์ตสวนผึ้งน้ำเจิ่ง เสนาลิงเศร้าวิลล่าสุดรักเสียหายด้วย เพชรบุรีให้ราษฎรในเขตเมืองขนของขึ้นที่สูง เตรียมอพยพ หลังระบายน้ำออกจากเขื่อน อุตุฯ แจ้ง 9 จังหวัดอีสานรับมือฝนอีกระลอกจากอิทธิพล &amp;quot;หลิ่นฟา&amp;quot; กทม.ก็ยังลุ้นระทึกถึง 16 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมายังส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ช่วงสายวันที่ 11 ตุลาคมนี้ นายวิเชียร &amp;nbsp;จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และให้ขวัญกำลังใจประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า หลังจากฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.เป็นต้นมา ขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยรวม 10 อำเภอ 38 ตำบล 110 หมู่บ้าน 5 ชุมชน ได้แก่ อ.ปากช่อง, อ.ปักธงชัย, อ.เมือง, เขตเทศบาลนครนครราชสีมา, อ.สูงเนิน, อ.สีคิ้ว, อ.ชุมพวง, อ.พิมาย, อ.ห้วยแถลง, อ.ลำทะเมนชัย และ อ.โชคชัย ราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 1,079 ครัวเรือน ถนน 9 สาย สะพาน 2 แห่ง พืชไร่/พืชสวน 4,042 ไร่ และนาข้าว 740 ไร่ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังคงมีผลกระทบในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 6 ตำบล 1 เทศบาลนคร 1 เทศบาลเมือง 11 หมู่บ้าน 5 ชุมชน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 397 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 6,940 คน โดยเฉพาะ อ.ปากช่อง ได้รับผลกระทบหนักสุด น้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลหลากลงลำตะคอง สถานการณ์ปัจจุบัน ระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำบ้านท่ามะปราง ต.หมูสี ลดลง และมวลน้ำได้ไหลผ่าน ต.หมูสี, ต.ขนงพระ, ต.หนองน้ำแดง ขณะนี้ได้คงอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากช่อง และจะไหลไปที่บ้านท่าง ต.จันทึก ก่อนไหลลงสู่เขื่อนลำตะคองต่อไป ส่วน อ.ปักธงชัย เสียหายรวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 89 ครัวเรือน 740 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันเสาร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 8 ต.จันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา หลังจากมวลน้ำในคลองลำเชียงไกรช่วงที่ไหลผ่านหมู่บ้านได้เพิ่มปริมาณสูงมากขึ้น และยังไหลเซาะคอสะพานจนทรุดเป็นหลุมขนาดใหญ่ หวั่นว่าน้ำอาจจะล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมในหมู่บ้าน จึงประสานขอเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการเข้าช่วยเหลือขนสิ่งของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังอพยพคนถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน กล่าวว่า น้ำท่วมปากช่องครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี และแม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย น้ำส่วนใหญ่ไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง แต่ก็ต้องเฝ้าจับตาระดับน้ำในเขื่อน เพราะขณะนี้น้ำเกือบเต็มเขื่อนแล้ว ถ้าน้ำเข้ามากไปอาจจะพังได้ ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเหมือนการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาญจนบุรี มวลน้ำจากลำน้ำภาชีเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย เนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชบุรี อ.สวนผึ้ง ซึ่งเป็นเขตติดต่อ อ.ด่านมะขามเตี้ย ก็เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลบ่าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และบ้านเรือน รีสอร์ต ที่อยู่ริมทางน้ำถูกน้ำพัดได้รับความเสียหาย ต่อมา นายพงษ์พันธ์ แสงสวุวรรณ รอง ผวจ.ราชบุรี นำคณะลงสำรวจบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำลำภาชี ซึ่งเป็นสะพานสายหลักที่จะเข้าสู่ตัว อ.สวนผึ้ง พบว่าสะพานกำลังมีการก่อสร้างขยายพื้นที่สะพาน จึงทำให้กระแสน้ำกัดเซาะบริเวณคอสะพานที่มีการถมดินใหม่ ส่วนปริมาณน้ำป่าที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรีนั้นเริ่มลดลงจากช่วงเย็นเมื่อวานเกือบสองเมตรจากพื้นสะพาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรีสอร์ตใน อ.สวนผึ้งที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย รวมถึงวิลล่า โมรีดา ของนายสมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ หรือเสนาลิง พิธีกรรายการโทรทัศน์ เจ้าตัวได้โพสต์ภาพน้ำป่ากำลังท่วมวิลล่า พร้อมระบุว่าน้ำท่วมครั้งนี้หนักกว่าทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง และตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ทำให้เขื่อนเพชรมีปริมาณน้ำมากขึ้น จำเป็นต้องระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้น ส่งผลน้ำเข้าท่วมพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีงานก่อสร้างสะพานทางรถไฟ จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีสูงกว่าปกติ และมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ จึงขอประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เขตเมืองเพชรบุรีได้เตรียมขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที และให้เตรียมทรายเพื่อให้ประชาชนไว้กั้นขวาง ป้องกันน้ำท่วม และสามารถขอความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแจ้งได้ที่ ปภ.จังหวัดเพชรบุรี โทร.0-3242-6230
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ระยอง และเพชรบุรี โดยที่จังหวัดนครราชสีมา น้ำป่าที่ไหลหลากจากเขาใหญ่ลงสู่ต้นน้ำลำตะคอง และไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านคลองเดื่อ บ้านวังประดู่ บ้านคลองเพล บ้านโต่งโต้น บ้านท่ามะปรางค์ ต.หมูสี ปัจจุบันเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลหลากนี้จะไหลลงอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่ปัจจุบันยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ 76 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่กระทบกับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ รวมไปถึงในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการช่วยเหลือระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตอำเภอเมืองเนื่องจากระบายน้ำไม่ทันนั้น สำนักเครื่องจักรกลได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในลำน้ำบริบูรณ์ บริเวณประตูระบายน้ำ (ปตร.) จอหอ 6 เครื่อง และที่ลำน้ำลำตะคอง บริเวณ ปตร.ข่อยงามอีก 3 เครื่อง พร้อมกำจัดผักตบชวาบริเวณใต้สะพานรถไฟ ท้าย ปตร.จอหอ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวก นอกจากนี้ยังได้นำรถแบ็กโฮ 5 คัน เข้าไปขุดลอกคลองสาบใหญ่ฝั่งขวา-ปตร.โพธิ์เตี้ย ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชสีมา รวมระยะทาง 11 กม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลงสู่ลำน้ำบริบูรณ์ให้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เขื่อนลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำในเขื่อน 148 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 95 ของความจุอ่าง) แนวโน้มน้ำไหลลงอ่างลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้ระบายน้ำเพื่อการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ด้วยการระบายลงคลองส่งน้ำสายใหญ่วันละ 1.55 ล้าน ลบ.ม. และระบายลงลำน้ำธรรมชาติวันละ 3.28 ล้าน ลบ.ม. รวมระบายน้ำทั้งสิ้นวันละ 4.83 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งการระบายน้ำนี้ส่งผลกระทบบ้างเล็กน้อยในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรในเขต อ.ปักธงชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดกาญจนบุรี มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งในเขต 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย ปริมาณน้ำในลำน้ำลำภาชีเพิ่มสูงขึ้น เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านหินแด้น ต.หนองไผ่ และหมู่ที่ 6 บ้านท่าไม้ยาว และ อ.บ่อพลอย เกิดน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ลำน้ำลำตะเพินเอ่อล้นตลิ่ง ด้านเหนือสถานีวัดน้ำ K.49 เข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม (ไร่อ้อย) โครงการชลประทานกาญจนบุรีได้เตรียมเครื่องสูบน้ำที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดราชบุรี เกิดน้ำหลากล้นตลิ่งแม่น้ำภาชี เข้าท่วมพื้นที่ราษฎร รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ในเขต อ.สวนผึ้ง (ต.ตะนาวศรี และ ต.สวนผึ้ง) อ.จอมบึง (ต.ด่านทับตะโก และ ต.แก้มอ้น) ลำห้วยแม่ประจันต์ อ.ปากท่อ (ต.ยางหัก) แนวโน้มระดับน้ำในลำภาชีเริ่มลดลงแล้ว และการคาดการณ์ โครงการชลประทานราชบุรีได้ประสานกับสำนักงานชลประทานที่ 13 เพื่อสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือเข้าไปช่วยเหลือแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี มีน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.สอยดาว (บริเวณหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 12 ต.ทรายขาว และหมู่ที่ 11 ต.ทับช้าง) และ อ.โป่งน้ำร้อน บริเวณด่านบ้านแหลม ต.เทพนิมิต ปัจจุบัน อ.สอยดาว สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วน อ.โป่งน้ำร้อน ระดับน้ำยังทรงตัว หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดระยอง มีน้ำท่วมขังถนนสายแหลมมะขาม ซ.2 ถึงร้านอาหารต้นทางรัก ม.2 ต.ทับมา อ.เมืองระยอง ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.10-0.50 เมตร โครงการชลประทานระยองร่วมกับเทศบาลตำบลทับมา ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากไม่มีฝนตกในพื้นที่ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 11 ต.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 315 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 44 ของความจุอ่าง) ปิดการระบายน้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์มีปริมาณน้ำในอ่าง 38 ล้าน ลบ.ม. (90% ของความจุอ่าง) ระบายน้ำ 20 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากมีปริมาณน้ำมาก จำเป็นต้องระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยผากมีปริมาณน้ำ 15 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 56 ของความจุอ่าง) ปิดการระบาย ทั้งนี้ จากการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์ ประกอบกับปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกด้านท้ายอ่าง จะไหลไปรวมกับแม่น้ำเพชรบุรีที่มาจากเขื่อนแก่งกระจานและห้วยผาก ก่อนเข้าสู่เขื่อนเพชร ซึ่งจะเป็นตัวควบคุมการระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีที่จะไหลลงไปสู่พื้นที่ตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;หลิ่นฟา&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2563) ความว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค.63 พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;หลิ่นฟา&amp;rdquo; ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนามแล้ว มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้มีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) และพายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) ตามลำดับ ส่งผลกระทบให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งและมีลมแรงบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศ กอนช.ระบุว่า กอนช.ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในช่วงวันที่ 11-16 ต.ค. ดังนี้ 1.เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรีและตราด ภาคกลาง จ.ชัยนาท กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง 2.เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณคลองพระสทึง จ.สระแก้ว แม่น้ำมูลและแม่น้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา แม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี แม่น้ำเจ้าพระยา จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล, ปากช่อง, วิเชียร  จันทรโณทัย, สำเริง แสงภู่วงศ์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82fb9f9eb6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป๊อกบุกสุโขทัย ยันไม่ทอดทิ้ง เหยื่อน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิ๊กป๊อกนำคณะตรวจสถานการณ์น้ำท่วมสุโขทัย ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งผู้ประสบภัย เตรียมงบไว้ช่วยเหลือแล้ว พิษณุโลกเตรียมรับมือมวลน้ำก้อนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอนุชา โมกขะเวส ที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมีบัญชาให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามการแก้ปัญหาในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ ผวจ.สุโขทัย และทุกภาคส่วน น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดูแลประชาชนให้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหาร และแจกจ่ายน้ำดื่มสำหรับประชาชนและผู้ปฏิบัติงานอย่างทั่วถึง และหลังจากเหตุการณ์คลี่คลายก็จะเข้าสู่การฟื้นฟูโดยเร่งสำรวจ ประเมินความเสียหายเพื่อตั้งงบประมาณใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ได้ไปพบปะให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย และเดินทางต่อไปยังวัดโสภาราม หมู่ที่ 7 ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง รวมทั้งหมู่ที่ 7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำในพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อสำรวจปริมาณน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดแพร่ สุโขทัย พร้อมกล่าวว่า กรมชลประทานต้องใช้ประตูหาดสะพานจันทร์เป็นด่านหน้าในการแบ่งปันน้ำไว้คอยหน่วง คอยฉุด อย่าให้น้ำเข้าเมือง โดยจะปล่อยน้ำให้ผ่านประตูหาดสะพานจันทร์ก่อนที่จะถึงเมืองไป 800 ล้าน ลบ.ม./วินาที แล้วผันออกคลองซ้าย ขวา คลองเล็กคลองน้อย ออกไปประมาณ 170 ล้าน ลบ.ม./วินาที นอกจากนี้มีการจัดตั้งชุดมวลชนสัมพันธ์ ประกอบด้วย หน่วยปกครองท้องที่ ทหาร ตำรวจ ชลประทาน ลงพื้นที่สร้างความรับรู้ให้กับประชาชนบริเวณ 2 ฝากฝั่งแม่น้ำยมทั้งสายใหม่และสายเก่า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4654eeb3bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน8จังหวัดภาคใต้เผชิญฝนตกหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตือนภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะใน 8 จังหวัด กรมชลประทานสั่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากสถานการณ์วิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ต.ค.62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-12 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค.62 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-13 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค. 62 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค.62 อุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค.62 มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อยกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค.62 อุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนว่า ในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคมนี้ บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะใน จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือ ไว้ในพื้นที่ภาคใต้แล้วกว่า 1,242 หน่วย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำได้ทันที.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1a09457101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่น2พายุใหญ่ ท่วมซ้ำพื้นที่เดิม คุมเข้มน้ำในอ่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุฯ เตือนรับมือพายุ &amp;quot;บารีจัต-มังคุด&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ 13-18 ก.ย.นี้ ส่งผลฝนตกหนักทั่วประเทศ ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง &amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจฯ&amp;quot; เฝ้าติดตามใกล้ชิด หวั่นทำพื้นที่เดิมท่วมซ้ำ &amp;quot;กรมชลประทาน&amp;quot; คุมเข้มน้ำในอ่างทุกแห่งตลอด 24 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 6 เรื่องพายุ &amp;ldquo;บารีจัต&amp;rdquo; (BARIJAT) ระบุว่า พายุโซนร้อนบารีจัต บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของเกาะฮ่องกงและเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย.2561 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และตอนใต้ของเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย.2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน และผ่านเกาะฮ่องกง โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย.2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 ก.ย.2561 ไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศว่า ขณะนี้ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนตัวของพายุ 2 ลูก คือมังคุดและบารีจัตอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินพื้นที่ที่คาดว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุทั้งสองลูก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า ศูนย์เฉพาะกิจฯ ประเมินสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก เนื่องจากอิทธิพลพายุดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายขอบของประเทศบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ที่อาจจะได้รับผลกระทบในพื้นที่เดิม รวมถึงเขื่อนต่างๆ ที่ยังมีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมหรือเต็มในขณะนี้ ซึ่งอาจจะมีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการระบายจากอ่างเก็บเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำซ้ำพื้นที่น้ำท่วมบริเวณเดิม เช่น เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเตรียมแผนรองรับล่วงหน้าด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ในการป้องกันสาธารณภัย บรรเทาผลกระทบ และการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบล่วงหน้าให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด แต่ทั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่ออ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อย จะมีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเพิ่มน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจะช่วยให้ลุ่มเจ้าพระยามีน้ำใช้ในฤดูแล้งมากขึ้น&amp;rdquo; ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก 2 เขื่อน คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาว่า สำหรับเขื่อนภูมิพลไม่มีปัญหา เพราะมีปริมาณน้ำเพียง 62% ของความจุ ยังสามารถรับน้ำได้อีกจำนวนมาก ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ แม้จะมีปริมาณน้ำในเขื่อนมากถึงระดับ 80% แต่ถ้าดูแนวโน้มปริมาณฝนแล้วเชื่อว่าน่าจะยังพอรับน้ำได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้ก็ลดปริมาณการระบายของทั้ง 2 เขื่อนอยู่แล้ว เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด แต่หลังจากวันที่ 15 ก.ย.ไปแล้ว หากเป็นไปตามคำคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ว่าปริมาณฝนจะน้อยลงมาก อาจให้ลดการระบายน้ำลง โดยเก็บน้ำไว้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งที่จะมาถึงในเดือน พ.ย.นี้&amp;rdquo; เลขาฯ สทนช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่าอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์มาก และเน้นย้ำให้มีการตรวจสอบระบบและอาคารชลประทานให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัด ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ นั้น ได้มีการเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำจำนวน 1,851 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 317 ชุด รถแทรกเตอร์/รถตัก จำนวน 225 คัน และเครื่องจักรกลสนับสนับสนุนอื่นๆ จำนวน 410 หน่วย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคตามพื้นที่ในเขตสำนักงานชลประทานต่างๆ รวมทั้งสิ้น 2,803 หน่วย ตลอดจนให้จัดเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุฯ, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล, สำเริง แสงภู่วงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b992610189af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
