<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานเข้าร่าง รธน.ฉบับไอลอว์! พปชร. แฉมี 400 รายยืนยันไม่ได้ร่วมลงชื่อส่อเป็นโมฆะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - ที่พรรคพลังประชารัฐ นายทศพล เพ็งส้ม ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายของภาคประชาชน หรือ ไอลอว์ ที่มีผู้เข้าชื่อกว่า 100,000 รายชื่อ ว่า ตนรับทราบจากรัฐสภาว่ามี 400 รายชื่อ ที่มีการยืนยันว่าไม่ได้มีการเข้าชื่อร่วม และอาจทำให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวตกเป็นโมฆะ ด้วยกังวลว่าในอนาคตอาจมีการเข้าแจ้งความเอาผิดว่าในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการปลอมลายมือชื่อ และนำไปสู่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความภายหลังได้ว่ากระบวนการเสนอร่างกฎหมายนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ว่ากฎหมายนั้นจะผ่านการพิจารณาไปแล้ว พร้อมกับเสนอให้สามารถถอนร่างของไอลอว์ที่เป็นปัญหาออกไปก่อนและถอน 400 รายออก แล้วจึงทำการเสนอร่างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมย้ำว่าทั้ง 400 รายชื่อนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;ซึ่งการเข้าชื่อในการเสนอร่างกฎหมายของไอลอว์ควรตรวจสอบรายชื่อให้เป็นไปตามกฎหมายก่อนยื่นร่างดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาและเห็นว่ากระบวนการยับยั้งร่างกฎหมายอยู่ที่สมาชิกรัฐสภาที่จะพิจารณาดำเนินการ หากเห็นว่ากระบวนการเสนอไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็สามารถยกมือไม่ให้ร่างดังกล่าวผ่านสภาฯได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้หากไม่มีการถอนร่างกฎหมายออก ก็จะต้องมีการวินิจฉัยก่อนว่ามีบุคคลที่ยืนยันว่าไม่ได้เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย สภาฯจะรับร่างหรือไม่ หากสภาฯรับร่างกฎหมายแล้ว แต่มาภายหลังมีผู้ร้องเรียนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา&amp;rdquo;นายทศพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล เพ็งส้ม, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa1477042e28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย้มเลือก&#039;อบจ.&#039;13ธ.ค. &#039;เอ๋-ศรีนวล&#039;เฮได้ไปต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เปรย 13 ธ.ค. ฤกษ์ดีเหมาะสมเลือกตั้งท้องถิ่น ได้ทั้งหย่อนบัตรและหยุดยาว เล็งประเดิม อบจ.เพราะแบ่งเขตเสร็จแล้ว รอต้น ต.ค.เคาะสะเด็ดน้ำแน่ &amp;ldquo;ปารีณา-ศรีนวล&amp;rdquo; เฮ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่สิ้นสภาพ ส.ส. น้องเอ๋เล็งฟ้องกลับเอาคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) หารือเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นในช่วงวันหยุดยาวเดือนธันวาคม ว่าไม่ทราบ แต่รู้ว่ากระทรวงมหาดไทย (มท.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือกันแล้ว โดยเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าจะให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใดประเภทหนึ่งในปีนี้ และจากการที่ได้พูดคุยกับรองเลขาธิการ กกต. ได้ความตรงกับ มท.ว่าถ้าจะเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งประเภทในเดือน ธ.ค.น่าจะเหมาะสม เพราะเข้าสู่ปีงบประมาณ 2564 แล้ว ซึ่ง กกต.จะใช้งบประมาณในส่วน กกต. และส่วนท้องถิ่น ทำให้กฎระเบียบมีความพร้อมทุกอย่าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังอธิบายอีกว่า ความพร้อมเราต้องดู 4 อย่างคือ 1.เรื่องงบประมาณที่ไม่เป็นปัญหาและอุปสรรค 2.เจ้าหน้าที่ กกต.ผ่านการอบรมเรียบร้อยแล้ว 3.กฎระเบียบและประกาศต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังทยอยประกาศแล้ว และ 4.สถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ปกติการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ว่าประเภทใดจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ โดยในเดือน ธ.ค. จะมีวันอาทิตย์ที่ 6, 13, 20 และ 27 ธ.ค. ซึ่งว่าวันที่ 6 ธ.ค.ใกล้กับวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 9 มีกิจกรรมหลายอย่าง ส่วนวันที่ 27 ธ.ค. ใกล้ปลายปีมากเกินไป ไม่อยู่ในบรรยากาศที่จะหาเสียง ดังนั้นวันที่เหมาะสมคือวันที่ 13 ธ.ค.และ 20 ธ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลไม่กล้ากำหนด ทำได้เพียงพยักหน้าอนุญาตว่าให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ กกต.จะเป็นผู้ไปประกาศกำหนดวัน เมื่อเป็นแบบนี้วันหยุดที่ 13 ธ.ค.จึงเป็นการดี หากให้เลือกตั้งท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะเลือกตั้งทั้งประเทศนั้น ก็จะใช้วันหยุดยาวเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและหยุดยาวด้วย ดูสมประโยชน์ทุกฝ่าย แต่หาก กกต.ประกาศเป็นวันที่ 20 ธ.ค. เหตุผลนี้อาจใช้ไม่ได้ โดยได้คุยกันไปบ้างแล้วอย่างไม่เป็นทางการ ต้องรอให้ กกต.กำหนดวัน เพราะเป็นอำนาจของ กกต.&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มว่าจะเลือกตั้ง อบจ.เป็นประเภทแรกใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เราคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะได้คุยกันมาอย่างนั้น จึงมีการประกาศแบ่งพื้นที่ว่า อบจ.ใดมีผู้แทนสมาชิก อบจ.กี่คน ซึ่ง กกต.ได้ทำประกาศส่วนนี้มาแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะเลือกตั้งอะไรเป็นประเภทแรก อาจเป็น กทม. อบจ. อบต. เทศบาล หรือเมืองพัทยา โดยต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง คาดว่า 1-2 วันนี้น่าจะทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าคาดคั้นว่าจะเป็นวันนั้น แต่คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในเดือน ต.ค.&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าวตอบถึงวันเคาะการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ชัดเจน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเรื่องนี้ว่า สัปดาห์นี้ได้มอบหมายให้ปลัด มท.ไปหารืออย่างไม่เป็นทางการร่วมกับ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. และสัปดาห์หน้าจะหารืออย่างเป็นทางการอีกครั้งให้ได้ข้อสรุป และคาดว่าภายในต้นเดือน ต.ค.จะได้ข้อสรุป และจะทำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องงบประมาณ จากการตรวจสอบทราบว่าทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีการตั้งงบไว้หมดแล้ว แต่ต้องถามอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งจะได้คำตอบจากทุก อปท.ภายในสัปดาห์นี้ ยืนยันมีการเลือกตั้งแน่นอน ส่วนจะเป็นเลือกตั้งท้องถิ่นรูปแบบใดก่อน ขอเป็น ครม.ตัดสินใจ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ส่วนจะนำรายละเอียดเข้าสู่การพิจารณาเมื่อไหร่นั้นเป็นเรื่องของ มท. ซึ่งในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ยืนยันว่าพรรคพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งประเภทใดก่อนก็พร้อมส่งผู้สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ได้เตรียมตัวบุคคลไว้หรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้สิ พร้อมกับหัวเราะเมื่อถามว่าจริงหรือไม่มีข่าวไปทาบทาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.อ.ประวิตรไม่ตอบและเดินขึ้นลิฟต์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยเรื่องที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82&amp;nbsp;ว่าสมาชิกภาพของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรค พปชร. และสมาชิกภาพของ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือ ไม่ โดยในประเด็นของ น.ส.ปารีณานั้น&amp;nbsp;ข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ว่าเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ต.ค.2562&amp;nbsp;ผู้ถูกร้องได้ร่วมประชุมกับข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเกี่ยวกับการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;อ.จอมบึง&amp;nbsp;จ.ราชบุรี&amp;nbsp;โดยแจ้งต่อที่ประชุมว่าจะกำชับประสานงานเร่งรัดการตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อที่จะให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชนโดยเร็วขึ้น เมื่อพิจารณาการกระทำแล้ว&amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์เห็นว่าเป็นเพียงการติดตามเรื่องร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ อ.จอมบึง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งของ น.ส.ปารีณา กรณียังฟังไม่ได้ว่าใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส.กระทำการอันมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงในเรื่องการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ&amp;nbsp;หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเอง&amp;nbsp;ผู้อื่น&amp;nbsp;หรือพรรคการเมือง&amp;nbsp;ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตามรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;185 (1)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็น น.ส.ศรีนวลนั้น ข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 ได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่ทำเนียบรัฐบาล และมอบหนังสือแจ้งปัญหาเรื่องที่พักของเจ้าหน้าที่ รพ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ให้รัฐมนตรีรับทราบ เมื่อพิจารณาการกระทำ โดยมติเอกฉันท์เห็นว่าเป็นการแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.จอมทอง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งของ น.ส.ศรีนวลเพื่อให้ รมว.สธ.ได้รับทราบเท่านั้น ไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นใดเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใดๆ ของ สธ. จึงยังฟังไม่ได้ว่าใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น ส.ส.กระทำการอันมีลักษณะก้าวก่าย หรือแทรกแซง ในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบ ในการจัดทำโครงการใดๆ ของ สธ.เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่นหรือพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185(2)&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อาศัยเหตุผลดังกล่าววินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของ น.ส.ปารีณาไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(7) ประกอบมาตรา 185(1) และสมาชิกภาพ ส.ส.ของ น.ส.ศรีนวลไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(7) ประกอบมาตรา 185(2)&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม ทนายความของ น.ส.ปารีณา กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยทำให้เห็นว่า น.ส.ปารีณาไม่มีความผิด ถือว่าเป็นการทำงานติดตามในฐานะ ส.ส.ให้ประชาชนเป็นหลัก ซึ่งหลังจะรอคัดสำเนาเพื่อมาดูรายละเอียดคำพิพากษาว่ามีเนื้อหาใดเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง และใครต้องรับผิดชอบบ้าง และดูว่าสิ่งที่ร้องที่ศาลส่วนไหนเป็นความเท็จก็ต้องดำเนินคดีฟ้องกลับ ซึ่ง น.ส.ปารีณาแสดงความตั้งใจฟ้องกลับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์​ เตมียเวส แต่ทีมกฎหมายก็ต้องดูเนื้อหารายละเอียดทั้งหมดก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล เพ็งส้ม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b59c2f0910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; ควงทนายงัดข้อ &#039;กฤษฎีกา&#039;  ประกาศลั่นพร้อมสู้คดีรุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า เขาสนฟาร์ม หรือฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ในพื้นที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีสถานะเป็นป่า โดยมีการระบุว่า ยังไม่เพิกถอนสภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติจนกว่าจัดสรรกระจายสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. แล้วเสร็จ และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่ายังไม่ใช่การตัดสินของศาลฎีกา เป็นเพียงการตีความของกฤษฎีกา ยืนยันว่าจะสู้คดีจนถึงที่สุด และยืนยันว่าไม่ได้บุกรุกป่าร้อยเปอร์เซ็น กฤษฎีกาเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกัน ตนมีสิทธิที่จะโต้แย้ง และต่อสู้กับกฤษฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะส.ส. ที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง หากจะขึ้นศาลในช่วงสมัยประชุม จะมีการสละเอกสิทธิ์และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหรือไม่ น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสภา แล้วแต่ประธานจะว่าอย่างไร แต่ตัวของตนเองไม่มีปัญหาอะไร &amp;nbsp;ยังไม่รู้ว่าจะถูกดำเนินคดีอะไรบ้าง เพราะทางป่าไม้ และ ส.ป.ก.ก็ยังไม่มีหนังสือส่งให้ไปชี้แจง แต่ที่กฤษฎีการะบุว่า ทั้งป่าไม้ และส.ป.ก.สามารถดำเนินคดีกับตนได้ เป็นความเห็นของที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพราะยังไม่ทราบว่า ทั้ง ส.ป.ก. และป่าไม้ใครจะเป็นคนดำเนินคดี ซึ่งก็เป็นเพียงคำแนะนำของกฤษฎีกาเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหากเจ้าหน้าที่ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่ป่าไม้นัดนำชี้พื้นที่พร้อมไปหรือไม่นั้น น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ตามที่อธิบดีกรมป่าไม้ เคยชี้แจงไปก่อนหน้านี้ ว่าพื้นที่ 1,700 ไร่ อยู่ตรงไหนบ้าง อธิบดีก็บอกว่าไม่แน่ใจ แต่จะดูจากร่องรอยและก็เป็นสิทธิ์ของตน ไม่สามารถไปบีบบังคับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช้เส้นสายของรัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐ เพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐไม่ดำเนินคดีกับตนเอง น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ไม่มีเรื่องอย่างนั้นแน่นอน เพราะที่ผ่านมา ทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นคำกล่าวหาจากสังคม และสื่อมวลชนบางฝ่าย ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทุกคนก็เห็นว่า ตนถูกปฏิบัติเกินกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ชาวบ้านประกาศให้ออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน แต่ของตนถูกประกาศให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ตนถูกกระทำเยอะมาก หรือเพราะว่าตนชื่อปารีณาหรือไม่ ทุกคนจึงมาทำแบบนี้ ส่วนที่จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมกับตน ยังไม่เห็นข้อกล่าวหาที่ชัดเจน ให้แจ้งข้อกล่าวหามาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากนี้จะปกป้องตัวเอง ก่อนหน้านี้มีฝ่ายตรงข้าม ออกมาโจมตี นำคดีมาเทียบเคียง ถ้าใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองพูด จะไม่ปล่อยให้มีการกระทำเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เราพยายามตรวจสอบทุกพื้นที่ที่มีการออก พ.ร.ก.ปฏิรูปที่ดินว่ามีการดำเนินการของ ส.ป.ก. อย่างไร ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ใครจะเป็นคนแจ้งก่อน เพราะกฎหมายของกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก. เวลาสู้คดีใช้คนละฉบับ และความเป็นจริงเรื่องไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว จึงต้องไปสอบผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเท่าที่สอบถามน.ส.ปารีณา ทราบว่า สปก. ยังไม่ได้ไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริง และเราได้ทราบจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ว่า มีอยู่ส่วนหนึ่งของการดำเนินการของส.ป.ก. ที่ระบุว่า เมื่อใดก็แล้วแต่ที่มีงบประมาณ หรือทำแผน ในที่นี้เราจึงต้องไปตรวจสอบว่า ที่ดินที่ประกาศกฤษฎีกาแล้วมีการยกเลิก และกลับมาประกาศใหม่ส.ป.ก.ได้มีการวางแผนอะไรหรือไม่ ซึ่งต้องไปดูว่า ที่ดินที่ราชบุรีที่ส.ป.ก. ให้ดำเนินการ ได้มีการจัดสรรงบประมาณไปเมื่อไหร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าที่น่าสังเกตคือ บางคนที่ประกาศออกกฤษฎีกา จนถึงปัจจุบัน บางแปลงมีการออกโฉนดที่ดินไปแล้ว เราจึงมีข้อสงสัยว่า ทำไมบางแปลงออก บางแปลงไม่ออก ไม่ได้อยู่ในผืนเดียวกันหรือ อีกทั้งพบว่า เอกสารที่เกษตรอำเภอไม่มี หายหมด ดังนั้น เราสงสัยว่า ข้อเท็จจริงที่ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ได้มานั้น ได้มาได้อย่างไร ทั้งนี้ ในวันนี้ตนในฐานะทีมทนายที่ต่อสู้คดีให้ น.ส.ปารีณา เรามีแนวคิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ข้อเท็จจริงปรากฎ และต่อสู้ทางคดี ไม่ใช่การตอบโต้ทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต้องต่อสู้ในประเด็นการถือครองด้วยหรือไม่ เพราะมีคนมองว่าการถือครองอาจจะไม่ชอบธรรม นายทศพล กล่าวว่า ในระเบียบของส.ป.ก. ถ้าระบุว่าได้มาโดยไม่ชอบ สมมติพ่อตาย แต่มี ส.ป.ก. อยู่แล้วลูกไม่เอา มาขายให้น.ส.ปารีณา ก็ถือเป็นการส่งมอบ ซึ่งแต่ละแปลงก็ไม่เหมือนกัน และในหลายๆส่วนที่กฤษฎีกาตีความ มันก็น่าฉงนใจว่า ในบางข้อความระบุว่า ป่าไม้ไม่มีความรับผิด ป่าไม้ไม่มีอำนาจ แต่ในท้ายที่สุดของความเห็นของกฤษฎีกา ว่า ถ้ามีการบุกรุก ส.ป.ก. จะเป็นผู้เสียหาย ตนจึงบอกว่าถ้าสปก.ไม่มีอำนาจอยู่แล้ว จะมีอำนาจมาแจ้งความร้องทุกข์ น.ส.ปารีณาได้หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ไปหาพยานแวดล้อม ไม่ใช่การเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันใช่หรือไม่ นายทศพล กล่าวว่า ประชาชนที่เราไปขอข้อมูล และเอกสาร แค่ถามว่าได้โฉนดมาได้อย่างไร ไม่ได้เป็นการเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพียงแต่อยากได้ข้อเท็จจริง และอยากทราบการได้มาของโฉนด ส่วนการนำชี้พื้นที่นั้น วันนี้เจ้าหน้าก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ และนำคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมานำชี้ ซึ่งจะไม่มีการไปนำชี้พื้นที่ เพราะหากไปนำชี้พื้นที่ก็เท่ากับเป็นการรับสารภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล เพ็งส้ม, บุกรุกป่า, ปารีณา ไกรคุปต์, ส.ป.ก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e4530b46079c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>32สส.ฝ่ายรัฐบาลมีเฮ!หัวหน้าทีมกฎหมาย2พรรคใหญ่พบช่องรอดคดีถือหุ้นสื่อแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทศพล เพ็งส้ม , ราเมศ รัตนะเชวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย 62 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกฎหมายส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกร้องให้พ้นสถานภาพความเป็นส.ส.จากการถือหุ้นบริษัทสื่อ กล่าวถึงผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีเนื้อหาระบุถึงบริษัทที่ถือว่าเป็นสื่อมวลชนต้องมีการจดแจ้งการพิมพ์ตามพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ และต้องมีรายได้จากการผลิตสื่อว่า ทำให้มีการความหวังมากขึ้น เพราะศาลได้เทียบเคียงให้เห็นว่า ผู้ที่จะประกอบกิจการสื่อต้องมีการไปจดแจ้งการพิมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่กรณีของส.ส.ประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีการจดแจ้งการพิมพ์ เพราะมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการจัดตั้งบริษัทว่าไม่ใช่กิจการสื่อ ดังนั้นทุกคดีของส.ส.ประชาธิปัตย์จึงไม่มีใครไปจดแจ้งการพิมพ์ กับสำนักหอสมุดแห่งชาติ หรือต่างจังหวัดก็ไม่มีใครจดแจ้งต่อสำนักงานศิลปากรเขต ซึ่งในการต่อสู้คดี เรามีการขอเอกสารเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ได้รับคำยืนยันกลับมาชัดเจนว่าไม่มีทั้งการจดแจ้งและการยกเลิกจดแจ้งการพิมพ์ เป็นเครื่องยืนยันว่าส.ส.ประชาธิปัตย์ไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อตามที่ระบุในคำร้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าคณะทำงานกฎหมายส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าเมื่อดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้วเรามีความหวังขึ้น อย่างน้อยที่สุดความหวังเรื่องเจตนาที่บริสุทธิ์ใจในการตั้งต้นบริษัทและถ้าเห็นที่ศาลอธิบายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ก็ค่อนข้างชัดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ส.ส.ก้าวก่ายแทรกแซงหรือครอบงำ ฉะนั้นการก้าวก่ายแทรกแซงหรือครอบงำ ศาลก็ต้องกลับไปตั้งต้นว่าบริษัทนั้นเป็นสื่อจริงหรือไม่ ถ้าเริ่มต้นไม่มีการประกอบกิจการสื่อ ไม่ได้มีการจดแจ้งการพิมพ์ก็จะนำไปสู่การครอบงำไม่ได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมายของสส.พรรคพลังประชารัฐ ก็ระบุเช่นเดียวกันว่า คำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจดแจ้งการพิมพ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะยืนยันได้ว่า ส.ส.รัฐบาลไม่มีใครถือหุ้นสื่อ เนื่องจากทุกบริษัทไม่ได้มีการจดแจ้งการพิมพ์แต่อย่างใด จึงมีความมั่นใจในการทำคดีมากขึ้น โดยจะไปขอคัดลอกสำเนาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายธนาธร มาประกอบการพิจารณาว่าจะต้องจัดส่งเอกสารหรือทำคำชี้แจงใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสู้คดีเพิ่มเติมอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับส.ส.รัฐบาลที่ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อมีทั้งหมด 32 คน ประกอบด้วย ส.ส.พลังประชารัฐ 21 คน ประชาธิปัตย์ 8 คน รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน ชาติพัฒนา 1 คน และประชาภิวัฒน์ 1 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50809</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ทศพล เพ็งส้ม, ราเมศ รัตนะเชวง, ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd63e53c3db6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งอีกแล้ว!ที่ปรึกษารองประธานสภาฯชี้อนาคตใหม่ดึง&#039;ทอน&#039;นั่งกมธ.วิสามัญ อาจทำให้ร่างพรบ.งบฯเป็นโมฆะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค 62 - นายทศพล เพ็งส้ม ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1(นายสุชาติ ตันเจริญ ) พรรคพลังประชารัฐ กล่าว ในรายการ&amp;quot;มองรัฐสภา&amp;rdquo;ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ช่วงหนึ่งถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นกรรมาธิกาวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ว่า อำนาจการตั้ง กมธ.วิสามัญของสภาฯ บัญญัติไว้ในมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ระบุว่า สภาฯ มีอํานาจเลือกบุคคลผู้เป็น ส.ส.หรือมิได้เป็น ส.ส.ตั้งเป็น กมธ.วิสามัญเพื่อกระทํากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาฯทราบตามระยะเวลาที่กําหนด ฉะนั้นจึงมี 2 ทางเลือกสำหรับ กมธ.วิสามัญ ว่าจะเป็น ส.ส. หรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ได้ จึงต้องมาพิจารณาดูว่า การเสนอชื่อ นายธนาธร ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราว ในระหว่างรอคำวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของ นายธนาธร ในกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน เข้ามาเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 นั้นมาในสถานะใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวว่า เมื่อดูหลักกฎหมายแล้ว ก็พบว่าคนที่จะเป็น กมธ.วิสามัญ ได้ต้องเป็น ส.ส.หรือมิได้เป็น ส.ส. จึงต้องถามว่าคุณธนาธรเข้ามาในเงื่อนไขไหน ถ้าเข้ามาในฐานะ ส.ส.ถือว่าไม่ได้เลย เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงทำหน้าที่ ส.ส.ไม่ได้ ส่วนจะใช้สิทธิ์คนนอกก็มีปัญหาอีกว่า นายธนาธรเป็นคนนอกหรือไม่ เพราะยังมีสมาชิกภาพ ส.ส.อยู่ ไม่สามารถถอดสถานะ ส.ส.และเดินเข้ามาในฐานะคนนอกได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากว่า นายธนาธร ขาดคุณสมบัติในการที่จะเข้ามาเป็น กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ที่กำลังจะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่ 24 ต.ค.นี้แล้ว หากมีการเสนอความเห็นหรือสงวนความเห็น ตลอดจนร่วมลงมติใดๆ ก็อาจส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เป็นโมฆะได้ ดังนั้นเจตนารมณ์ของเขา เพื่อให้กฎหมายใช้ไม่ได้หรือไม่ เพราะเอาคนที่ขาดคุณสมบัติการเป็น กมธ.วิสามัญ มาพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 จึงควรที่จะมีการยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความเพื่อให้เกิดความชัดเจน มิเช่นนั้นหากสภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 แล้วเสร็จในวาระที่ 2 และ 3 เกิดมีผู้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า มีผู้ขาดคุณสมบัติร่วมเป็น กมธ.วิสามัญ พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวต่อว่าในกระบวนการมี 2 ทางเลือก หนึ่ง คุณธนาธร ต้องไปลงออกจาก ส.ส. เพื่อใช้สถานะคนนอก เข้ามาเป็น กมธ.วิสามัญ หรือสอง หากอยากเป็น ส.ส.ต้องลาออกจาก กมธ.วิสามัญ ต้องเลือกเอาว่าอยากเป็นอะไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องกีดกันการทำหน้าที่ของนายธนาธร เพียงแต่เป็นการทำเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น มิเช่นนั้นก็จะมีคนมองว่า พรรคอนาคตใหม่ตั้งคนที่ขาดคุณสมบัติ พรรคคุณต้องรับผิดชอบ หากกฎหมายมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวว่า ในกรณีที่นายธนาธรขาดคุณสมบัติ ซึ่งส่งผลต่อการทำหน้าที่ของ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ประธานสภาฯอาจต้องเรียกประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง กมธ.แทนนายธนาธร เพื่อให้ครบ 64 คนตามมติที่ประชุมสภาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงที่พรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อนายธนาธรเมื่อวันที่ 19 ต.ค.นั้น ที่ประชุมสภาฯอาจจะยังไม่ทราบว่าประเด็นคุณสมบัติดังกล่าว จึงไม่มีผู้คัดค้านหรือทักท้วง แต่เมื่อมีประเด็นขึ้นมา ก็ต้องมาตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อความถูกต้อง ผู้ที่เป็นประธานในการดำเนินการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 นัดแรกในวันที่ 24 ต.ค.นี้ จำเป็นต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะไม่สามารถเริ่มประชุมได้ ก่อนทำหนังสือแจ้งประธานสภาฯต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวด้วยว่าในส่วนของ กมธ.สามัญต่างๆของสภาฯนั้นได้สงวนไว้เฉพาะผู้ที่เป็น ส.ส.เท่านั้น ขณะที่ กมธ.วิสามัญ ซึ่งตั้งตามวาระต่างๆที่ภารกิจไม่เข้ากับ กมธ.สามัญ ที่มีอยู่แล้ว สำหรับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้คนนอกเข้ามาเป็น กมธ.วิสามัญได้นั้น ก็เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่พิจารณาหรือศึกษาเรื่องใดๆที่ ส.ส.บางคนอาจจะไม่ถนัด อาทิ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ก็เปิดโอกาสให้รัฐบาลหรือพรรคการเมืองเสนอชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณแผ่นดินมาร่วมร่วมทำงานกับ ส.ส. เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48696</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญ, ทศพล เพ็งส้ม, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d55149eb4ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ขนเอกสาร 3 คันรถสู้คดี 21 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;15 ส.ค.62 - เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;(พปชร.)&amp;nbsp;ได้นำคำชี้แจงพร้อมพยานหลักฐานของ 20 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และของนายสมเกียรติ ศรลัมม์ ส.ส.พรรคประชาภิวัฒน์ มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ที่ขอขยายยื่นคำชี้แจงในวันที่ 17 ส.ค.&amp;nbsp;โดยเอกสารมีจำนวน 510 แฟ้มขนมาด้วยรถบิ๊กอัพ 3 คันรถ นายทศพล กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่นำส่งเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่า ส.ส.พรรคพปชร. ทั้ง 21 คนไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อ แม้ในบางรายจะมีระบุอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัท แต่ในการประกอบกิจการจริง ก็ไม่ได้มีการผลิตสื่อ ซึ่งไม่เหมือนกับกรณีการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อจริง และมีรายได้จากธุรกิจสื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ส.ส.ของพปชร.ไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อ รวมถึงไม่มีรายรับจากธุรกิจสื่อ ซึ่งหลักฐานที่นำมายื่นประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ แบบวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัท&amp;nbsp;(สสช1.)&amp;nbsp;แบบนำส่งงบการเงิน&amp;nbsp;(ส.บช.3)&amp;nbsp;และเอกสารงบดุลบริษัท รวมทั้งภาพถ่ายการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน อย่างเช่น กรณีของนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ประกอบธุรกิจ ฟาร์ม และธุรกิจอาหารแช่แข็งนายอนุชา นาคาศัย มีโรงฆ่าสัตว์ และโรงงานแปรรูปหนังสัตว์ จึงได้แนบภาพถ่ายเพื่อยืนยันรูปแบบการประกอบกิจการให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;พรรคเน้นว่าถ้าหากประกอบธุรกิจสื่อจริงก็ต้องมีการทำธุรกิจสื่อมาก่อนแล้ว และมีรายได้ แต่ส.ส.ของพรรคไม่มีใครที่เข้าข่ายดังกล่าวเลย ไม่เหมือนกับส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 2 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อจริง และมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าว ซึ่งพรรคได้มีการนำรายงานการประชุม ของสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นำมาใช้เป็นหลักในการพิจารณา ในการกำหนดห้าม ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่า จะต้องดูว่ามีการประกอบธุรกิจสื่อจริงหรือไม่ เพื่อให้ศาลได้เห็นกระบวนการทั้งหมดในการออกกฎหมายฉบับนี้ด้วย&amp;rdquo;นายทศพล กล่าว และว่า ทางพรรคไม่ได้ขอให้ศาลออกนั่งบัลลังไต่สวน แต่ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของส.ส.ที่ถูกร้องเพื่อจะได้เห็นข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อจริง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามนายทศพล ระบุว่า จะยังมีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากส.ส.ผู้ถูกร้องบางคนเช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายสมเกียรติ เนื่องจากยังรอเอกสารจากหน่วยงานของรัฐทั้งกรมศิลปากร ในเรื่องการออกใบอนุญาตจัดทำสิ่งพิมพ์ และคณะกรรมการกิจกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;(กสทช.)&amp;nbsp;ในเรื่องใบอนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่ที่ยื่นขอไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ทนายความนำหลักฐานและคำชี้แจงกรณีถูกร้องว่าประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าบริษัทที่นายเทวัญ เคยถือหุ้นไม่เคยประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน ตั้งแต่จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท เพื่อค้าขายอสังหาริมทรัพย์ และตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล เพ็งส้ม, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d55149eb4ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาสัญญา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่มีคดีถือหุ้นสื่อ อาจจะหลงลืมชื่อ &amp;ldquo;ทศพล &amp;nbsp;เพ็งส้ม&amp;rdquo; ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ กันไปแล้ว หลังพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนพอสอบไม่ผ่าน มักหายหน้าหายตาไม่ค่อยมาให้เห็น แต่ &amp;ldquo;ทนายทศพล&amp;rdquo; ยังวนเวียนอยู่พรรค โดยเฉพาะภารกิจเรื่องกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวะฝ่ายค้านยื่นเรื่อง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ &amp;ldquo;ทศพล&amp;rdquo; ถูกมอบหมายให้ผนึกกำลังกับ &amp;ldquo;เสี่ยโอ๋&amp;rdquo; ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับอีกทางหนึ่งไล่เช็ก ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่อยู่ในข่ายถือหุ้น หรือเป็นเจ้าของกิจการสื่อเหมือนกัน แรกๆ รวบรวมได้เกือบ 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำงานเอาจริงเอาจัง ไม่ว่านักข่าวโทร.หาตอนไหน วันเปิดทำการ หรือวันหยุดราชการ &amp;ldquo;ทศพล&amp;rdquo; รับโทรศัพท์ บอกกำลังประชุมเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ พยายามล้วง แคะ แกะ เกา รายชื่อออกมา แต่เจ้าตัวขออุบไว้ เพราะต้องการให้มั่นใจ ไม่ใช่ยื่นไปแต่หลักฐานหละหลวม เสียชื่อพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติกรณี 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ สัญญากับนักข่าวเอาไว้ว่า ทันทีที่รู้มติศาล จะบึ่งมาแถลงข่าวให้ทราบทันทีถึงที่ทำการพรรค แล้วก็ทำตามที่รับปาก แจ้นจากบริษัท ทีโอที แจ้งวัฒนะ มาถึงจุดนัดหมาย แม้จะปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มาไม่ได้ พี่บอกไว้แล้วว่า มาก็ต้องมา! หุหุ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฌ.เฌอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39644</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ฌ.เฌอ, ทศพล เพ็งส้ม, รักษาสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
