<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ปลุกจิตสำนึกคนไทยร่วมแก้โจทย์ใหญ่ประเทศจากวิกฤตขยะปีละ 27 ล้านตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.ทส. &amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะ ผ่านเฟสกรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ชี้คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจ แก้ปัญหาขยะที่มีมากถึง 27 ล้านตันต่อปี ขอให้คัดแยก บริจาคเพื่อรีไซเคิล และทิ้งให้ถูกที่ถูกทางโดยเฉพาะมูลฝอยติดเชื้อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็ว ๆนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดให้มีกิจกรรมไลฟ์สด ผ่าน facebook กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ multiple-use การใช้ซ้ำได้ ที่เน้นการนำเสนอแนวคิดและวิธีง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนวิธีการใช้พลาสติกให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ในการนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) &amp;nbsp;ได้กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะรวม 27 ล้านตันต่อปี โดยมีขยะที่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ ประมาณ 12 ล้านตัน และขยะที่เข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น การเผากำจัด หรือฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ประมาณ 11 ล้านตัน และเหลืออีกประมาณ 4-5 ล้าน เป็นขยะที่ยังถูกทิ้งขวาง ไม่ได้รับการกำจัดอย่างถูกต้อง อีกทั้งช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด &amp;ndash; 19 ส่งผลให้มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะขยะพลาสติก ที่เพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซนต์ จากเดิมที่มีวันละ 5,500 ตัน เป็น 6,300 กว่าตัน รวมถึงขยะจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วเพิ่มด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับแนวทางจัดการขยะให้มีปริมาณลดลง โดยเฉพาะขยะพลาสติก ทางทส.ได้ขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชน ผู้ประกอบการ รวมถึงพี่น้องประชาชน ดำเนินการในมาตรการต่าง ๆ เช่น ในสถานประกอบการเริ่มมี Green Hotel, Green Restaurant, Green Coffee Shop หรือแม้แต่ศาสนสถานที่เป็นสีเขียว เป็นต้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ เช่น&amp;nbsp;ร้านกาแฟให้ดำเนินการตามแนวทาง Green Coffee Shop&amp;nbsp;ซึ่งได้รับตอบรับเป็นอย่างดีในปรับเปลี่ยนให้เกิดปริมาณขยะน้อยที่สุด เช่น เลิกการใช้น้ำตาลซอง เปลี่ยนมาเป็นถ้วยใส่น้ำตาลไว้ให้แทน ยกเลิกการใช้หลอด หรือในโรงแรมที่ส่งเสริมให้เกิด Green Hotel ที่ลดปริมาณขยะให้มากที่สุด เช่น เปลี่ยนมาใช้ขวดแชมพูใส่ยาสระผมแทนการใช้แบบซองพลาสติก &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงสร้างความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าในการงดให้ ลดให้ หรือ เลิกให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ให้บริการ และพี่น้องประชาชน ทำให้ช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะลงได้อย่างมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ในช่วงเวลานี้ ทส. ได้มีโครงการดีๆ หลายโครงการ เช่น &amp;ldquo;เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ&amp;rdquo; (เมื่อคุณหมุนเวียน) ด้วยการนำพลาสติกมาอัพไซเคิลเป็นวัสดุที่นำมาใช้ใหม่ได้ เช่น&amp;nbsp; นำขวดเพ็ท หรือพลาสติกที่ใช้แล้ว แปรสภาพเป็นจีวรพระ หรือบางที่นำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น อีกทั้งได้นำกระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมใช้แล้ว มาผลิตเป็นน้ำดื่มกระป๋องใหม่ แจกจ่ายไปยังโรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักคอย เป็นจำนวนรวมกว่า 50,000 กระป๋อง อีกทั้งได้นำลังกระดาษที่ใช้แล้ว ซึ่งร่วมมือกับเครือเอสซีจี แปรสภาพลังกระดาษกว่า 40 ตัน เป็นเตียงกระดาษแข็งมอบให้โรงพยาบาลสนามแล้วกว่า 3,900 เตียง สิ่งเหล่านี้ คือความพยายามของ ทส. ในลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และนำมาแปรสภาพเป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; ในช่วงของการเกิดสถานการณ์ระบาดนี้เกี่ยวกับการทิ้งขยะ รวมถึงขยะเสี่ยงการติดเชื้อต่าง ๆ ขอให้ทิ้งในถังขยะที่แบ่งตามประเภท ซึ่งประกอบด้วย ถังขยะสีเขียวสำหรับขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว, สีเหลืองสำหรับขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้, สีแดงสำหรับขยะที่เป็นอันตราย เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์, สีส้ม สำหรับขยะติดเชื้อ และสีน้ำเงิน สำหรับขยะทั่วไป ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องมีถังขยะทั้ง 5 สีไว้ใช้ในบ้าน แต่สิ่งที่จำเป็นและอยากขอความร่วมมือคือ การทิ้งหน้ากากอนามัย ที่ต้องขอความกรุณาทิ้งกันอย่างให้ถูกต้อง ไม่ควรทิ้งด้วยการใส่ในขวดพลาสติก ซึ่งนอกจากไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้แล้ว ยังทำให้ขวดพลาสติกเหล่านั้นกลายเป็นขยะติดเชื้ออีกด้วย ดังนั้นการกำจัดหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ควรใส่ลงในถุงพลาสติก แล้วทำการมัดปากถุงพ่นฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ พร้อมเขียนหรือติดป้ายว่าเป็นขยะติดเชื้อ ก่อนนำไปทิ้งยังจุดทิ้งตามที่กำหนดไว้ เช่น โรงพยาบาล หรือนำมาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดจุดทิ้งไว้ให้บริการ ดังนั้นหัวใจสำคัญในช่วงเวลานี้ คือ การทิ้งขยะอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถือว่าหนักหนาสากรรจ์มากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะช่วงโควิด &amp;ndash; 19 ซึ่งต้องเรียนว่า สถานที่ที่ใช้ในการฝังกลบ หรือกำจัดด้วยการเผา&amp;nbsp; มีน้อยลงทุกวัน เมื่อเทียบกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรถึงลดปริมาณขยะ แนวทางที่ทำได้คือ นำสิ่งที่ทิ้งกลับมาใช้ใหม่ เช่น ถุงพลาสติก แทนจะใช้ครั้งเดียว ขอความกรุณาใช้แล้วใช้ซ้ำอีก เพราะถ้าใช้ถุงพลาสติกนั้น 1 ใบ ซ้ำกัน 10 ครั้ง จะช่วยลดขยะไปได้ 10 ชิ้น หรือนำขยะเหล่านั้นไปอัพไซเคิล หรือรีไซเคิล เป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดได้อีกเป็นจำนวนมาก วันนี้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนว่า ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ขอให้คัดแยกขยะ และลดปริมาณการทิ้งลง และต้องทิ้งขยะให้ถูกขั้นตอน ถูกวิธี&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115302</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green Coffee Shop, Green Hotel, Green Restaurant, multiple-use, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กระบวนการกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ, ทส., นำพลาสติกมาอัพไซเคิล, วราวุธ ศิลปอาชา, เครือเอสซีจี, เตียงกระดาษ, เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ, เมื่อคุณหมุนเวียน, โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f3c39c7c97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ย้ำความมั่นใจชาวบ้านบางกลอย คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น หลังป่าแก่งกระจานได้ขึ้นเป็นมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมผู้บริหาร ทส. นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ได้เดินทางเข้าไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำกินให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง ว่าจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับผืนป่าแก่งกระจานเป็นอย่างยิ่ง และห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบางกลอย โดยกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถรองรับการเป็นมรดกโลกของพื้นที่ได้โดยเร็ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการมาติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วยังขาดเหลือสิ่งใดอยู่หรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางกลอยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ยังได้กล่าวถึงผลการติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่า เบื้องต้นพบว่า การจัดหาน้ำสำหรับการบริโภคให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านนั้น มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและมีคุณภาพน้ำที่ดีเหมาะสมต่อการบริโภค จากระบบน้ำบาดาลที่ให้ปริมาณน้ำประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สำหรับน้ำอุปโภคนั้นได้มีการติดตั้งระบบกระจายน้ำไปแล้ว แต่อาจจะยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนระบบกระจายน้ำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้และสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมระบบประปาบาดาล ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด และระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก เพื่อให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับทั้ง 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย และตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนบ้านบางกลอย เนื้อที่ 75 ไร่ ของชาวบ้านจำนวน 8 ราย ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ ดำเนินการปรับพื้นที่และปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการปลูกปอเทือง ก่อนที่จะมีการปลูกไม้ผลตามความต้องการของชาวบ้านแต่ละรายต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้มอบสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร น้ำปลา แอลกอฮอล์ ให้กับนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบางกลอย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านตลอดเส้นทางการตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ และที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย 9 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสำรวจที่ดินทำกิน 2) ด้านงานบริหารจัดการน้ำ 3) ด้านงานพัฒนาปรับปรุงดิน 4) ด้านงานจัดทำแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน 5) ด้านงานพัฒนาอาชีพทางเลือกและสร้างรายได้ 6) ด้านงานพัฒนาการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 7) ด้านงานมวลชนสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ 8) ด้านสำมะโนประชากร และ 9) ด้านงานพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านบางกลอย, ทส., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, นายธัญญา เนติธรรมกุล, นายนิรันดร์ พงษ์เทพ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บ้านโป่งลึก-บางกลอย, ป่าแก่งกระจาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มรดกโลก, แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d77175806f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;กำชับอช.เร่งออกกฎหมายลูกสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ส.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ครั้งที่ 2/2564 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ร่วมด้วยคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนายธัญญา เนติธรรมกุล ในฐานะฝ่ายเลขานุการ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) ในการนี้ นายวราวุธ กำชับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อช.) เร่งดำเนินการออกกฎหมายลำดับรอง ประกอบพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไปได้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมย้ำการอนุรักษ์และการพัฒนาต้องสมดุล ประชาชนต้องไม่เดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการการอนุรักษ์สัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อใช้ในการจัดทำแผนอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า ให้สอดคล้องตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ตลอดจนเห็นชอบกฎหมายลำดับรองประกอบ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;ได้แก่ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมีการกำหนดบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 1,305 รายการ แยกเป็น 2 บัญชี คือ บัญชี 1 สัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำนวน 1,216 รายการ และบัญชี 2 สัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ&amp;nbsp;จำนวน 89 รายการ โดยเป็นการปรับปรุงจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และเพิ่มรายการในบัญชี 7 รายการ ลดรายการในบัญชี จำนวน 20 รายการ รวมทั้งปรับปรุงชื่อไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ ในลำดับชั้นสกุล และลำดับชั้นชนิด ในบัญชี 1 จำนวน 418 รายการ และบัญชี 2 จำนวน 29 รายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการฯ เห็นชอบร่างระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และร่างระเบียบกรมประมง ที่ว่าด้วยการแจ้งและการรับแจ้ง การออกใบอนุญาตหรือใบรับรอง การกำหนดอายุใบอนุญาตหรือใบรับรอง การต่ออายุใบอนุญาตหรือใบรับรอง การโอนใบอนุญาตหรือใบรับรอง การออกใบแทน ใบอนุญาตหรือใบรับรองสำหรับการครอบครองสัตว์ป่าสงวน ซากสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และการจำหน่าย จ่าย หรือโอนสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ตลอดจนเห็นนชอบร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในการกำหนดพื้นที่ การขยาย หรือการเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยทั้งหมดนี้ได้มอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เพื่อทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปเป็นกรอบการดำเนินงานตามแนวทางและนโยบาย ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทส., พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_612605396a1bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ตั้ง “สุรชัย อจลบุญ” ขึ้นเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ “รัชดา” อธิบดีกรมส่งเสริมฯ  “พงศ์บุณย์” อธิบดีรกมทรัพยากรธรณี พร้อมตั้งรองปลัด ทส.อีก 4 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 17 ส.ค.คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 จำนวน 7 ตำแหน่ง ประกอบด้วยนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็น อธิบดีกรมป่าไม้ แทนนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ นายรัชดา สุริยะกุล ณ อยุธยา รองปลัด ทส.เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัด ทส.เป็น อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แทนนายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ นายเฉลิมชัย ปาปะทา ผู้ตรวจราชการ ทส. เป็นรองปลัด ทส. นายจงคล้าย วรพงศธร ผู้ตรวจราชการ ทส.เป็น รองปลัด ทส. นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี ผู้ตรวจราชการ ทส.เป็น รองปลัด ทส.และนายปิ่นศักดิ์ สุรัสวดี ผู้ตรวจราชการ ทส.เป็น รองปลัด ทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การแต่งโยกย้ายครั้งนี้ ถือเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งสำคัญอีกครั้งของ ทส. โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายสุรชัย อจลบุญ เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เพราะถือว่านายสุรชัย อจลบุญ ที่จบการศึกษาโรงเรียนป่าไม้แพร่ รุ่น 29 ได้มีโอกาสขึ้นเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ สำหรับนายสุรชัย ปัจจุบันอายุ 56 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต(วนศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่นที่ 61 ที่มีเพื่อนร่วมรุ่น อาทิ &amp;ldquo;บิ๊กอ้อ&amp;rdquo; พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี อดีตผู้การกองปราบ&amp;nbsp; นิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุรชัย เริ่มต้นรับราชการที่ กรมป่าไม้ ก่อนจะขยับมากรมอุทยานแห่งชาติฯ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ&amp;nbsp; ผอ.สำนักบริหารกลาง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13(แพร่) เป็น ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด(ทสจ.) นครศรีธรรมราช กับพระนครศรีอยุธยา จากนั้นขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้ตรวจราชการ ทส.ก่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในวันที่ 1 ต.ค.2563 และอธิบดีกรมป่าไม้ในวันที่ 1 ต.ค.2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113592</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรธรณี, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กรมอุทยานแห่งชาติฯ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ข้าราชการระดับ 10, ครม., ทส., นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี, นายจงคล้าย วรพงศธร, นายปิ่นศักดิ์ สุรัสวดี, นายพงศ์บุณย์ ปองทอง, นายรัชดา สุริยะกุล ณ อยุธยา, นายสมหมาย เตชวาล, นายสุรชัย อจลบุญ, นายอดิศร นุชดำรงค์, นายเฉลิมชัย ปาปะทา, อธิบดีกรมป่าไม้, แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b5e44cad55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. มอบโล่ G – Green ขับเคลื่อนความร่วมมือผู้ประกอบการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (16 สิงหาคม 2564) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดงานมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ G &amp;ndash; Green ระดับประเทศเสมือนจริง เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่วิสาหกิจชุมชน สถานประกอบการประเภทโรงแรม อุทยานแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการสำนักงานสีเขียว ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีการปรับรูปแบบการตรวจประเมินให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid &amp;ndash; 19) แต่ยังคงดำเนินต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการในการส่งเสริมสถานประกอบการและสำนักงาน มีความเข้าใจการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มโอกาสและช่องทางให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp; บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นให้เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อพัฒนาประเทศ กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม จึงมีความจำเป็นต้องให้ความรู้แก่ประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ลดของเสียจากการผลิต การบริการและการบริโภค ตลอดจนส่งเสริมกระบวนการรับรองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือและการบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค และภาคีความร่วมมือต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสู่สังคมและวิถีชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ส่งเสริมการดำเนินโครงการการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (G &amp;ndash; Green) มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศ การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือการเติบโตสีเขียว (Green Growth) มุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วม การให้ความรู้ และการสร้างแรงจูงใจอย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจประเมิน เพื่อให้การรับรองและมอบโล่ตราสัญลักษณ์ตัว G &amp;ndash; Green ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการดำเนินการ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) โครงการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) โครงการอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Park) และโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) โดยส่งเสริมผู้ประกอบการ สถานประกอบการ อุทยานและสำนักงาน ให้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต การบริการ และการบริโภค และการจัดการสิ่งแวดล้อม มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการจัดการของเสียหรือมลพิษ โดยการตรวจประเมินและให้คำแนะนำตามเกณฑ์ของทั้ง 4 โครงการ ส่งผลให้สถานประกอบการและสำนักงานสามารถลดต้นทุนและลดมลพิษที่เกิดขึ้น มีความเข้าใจในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพิ่มโอกาสและช่องทางสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid &amp;ndash; 19) ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินงานและรูปแบบการตรวจประเมินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การตรวจประเมินดำเนินการต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยให้มีการตรวจประเมินออนไลน์ ซึ่งเปรียบเสมือนกับการลงพื้นที่ตรวจจริง โดยใช้แพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีที่หลากหลายในการดำเนินการตรวจประเมิน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของทางรัฐบาล ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี โดยในปีนี้ มีหน่วยงานและสถานประกอบการที่ผ่านการรับรอง จำนวนทั้งสิ้น 324 แห่ง ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.25in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) มีผู้ประกอบการ ผ่านการ รับรอง 44 ราย แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 11 ราย ระดับดีมาก (G เงิน) 16 ราย และระดับดี (G ทองแดง) 17 ราย 2.โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) มีโรงแรม ผ่านการรับรอง 66 แห่ง แบ่งเป็นระดับ G ทอง 21 แห่ง G เงิน 23 แห่ง และ G ทองแดง 22 แห่ง 3.โครงการส่งเสริมการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านอุทยานแห่งชาติ (Green National Park) มีอุทยานแห่งชาติ ผ่านการรับรอง 30 แห่ง แบ่งเป็นระดับ G ทอง 25 แห่ง G เงิน 3 แห่ง และ G ทองแดง 2 แห่ง 4.โครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) มีสำนักงาน ผ่านการรับรอง 184 แห่ง แบ่งเป็นระดับ G ทอง 108 แห่ง G เงิน 41 แห่ง และ G ทองแดง 35 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมในวันนี้ นอกจากพิธีการมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ G &amp;ndash; Green เสมือนจริงทางออนไลน์แล้ว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;G &amp;ndash; Green&amp;hellip;Green to Nature เรารักษ์โลก โลกก็รักเรา&amp;rdquo; โดยได้รับเกียรติจากวิทยา 4 ท่าน ในการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การผลิต การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ดร. มนูญ ใจซื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายสังคมและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นางสาวนิภาพร ไพศาล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบขาน คุณอลิสรา ศิวยาธร ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ และนายอนัฆ นวราช ผู้อำนวยการปฐมออร์แกนนิกลีฟวิ่ง บริษัท สวนสามพราน จำกัด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการชมนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ซึ่งเป็นการเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ G &amp;ndash; Green 4 โครงการ ทาง www.G-GreenAward.com เป็นการเยี่ยมชมโครงการ G &amp;ndash; Green&amp;nbsp; แบบ Interactive และการดาวน์โหลดข้อมูล ประกอบด้วย มุมแห่งความภาคภูมิใจ (Hall Of Fame) นิทรรศการผลงาน G &amp;ndash; Green และมุมแสดงสินค้า G &amp;ndash; Green และบริการสีเขียว โดยสามารถเข้าชมพิธีมอบรางวัลเสมือนจริง และเยี่ยมชมวิดีโอย้อนหลังได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113474</URL_LINK>
                <HASHTAG>G – Green, G – Green…Green to Nature เรารักษ์โลก โลกก็รักเรา, Green Growth, Green Hotel, Green National Park, Green Office, Green Production, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), การบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม, การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร, การเติบโตสีเขียว, ขับเคลื่อนความร่วมมือผู้ประกอบการ, ความสมดุลระหว่างการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ, งานมอบรางวัลตราสัญลักษณ์, ทส., นายจตุพร  บุรุษพัฒน์, นายสุรชัย อจลบุญ, ปกท.ทส., ประกาศเกียรติคุณแก่วิสาหกิจชุมชน, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี, ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม, มอบโล่, ระดับประเทศเสมือนจริง, โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a114e5fa0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วราวุธ’สั่งยกเลิกปิดอุทยานฯทั่วประเทศ2เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด ร้องเรียนถึง ทส.เพื่อให้ทบทวนยกเลิกคำสั่งปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ดประจำปี เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ประกอบด้วย เกาะเสม็ด เขาแหลมหญ้า และหาดแม่รำพึง เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.64 ถึง 30 ก.ย.64 ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นการปิดเพื่อฟื้นฟูเหมือนกันทั่วประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และชาวบ้านกว่า 900 หลังคาเรือน ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ก่อนอื่นต้องขอโทษประชาชนและผู้ประกอบการ และต้องขอขอบคุณที่ได้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าว จึงได้รีบสั่งการไปยังนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แล้วว่า ขอให้กรมอุทยานฯ พิจารณายกเว้นมาตรการดังกล่าวไปจนกว่าสถานการณ์ โควิด-19 และการท่องเที่ยวจะกลับมาได้เป็นปกติ ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่กรมอุทยานทำให้ต้องเดือดร้อนแต่เมื่อทราบความเดือดร้อนก็ได้สั่งการเพื่อแก้ปัญหาในทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า ฉะนั้นจะเปิดการท่องเที่ยวอุทยานให้ได้เหมือนเดิม โดยยกเว้นมาตรการที่ให้ปิดอุทยานเพื่อฟื้นฟูเป็นเวลา 2 เดือนนี้ไปก่อน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเคยออกมาในช่วง สถานการณ์การท่องเที่ยวที่ยังเป็นปกติ มีการท่องเที่ยวมากตลอดทั้งปี ได้กำชับไปยังอธิบดีกรมอุทยานเพื่อแจ้งทุกอุทยานทั่วประเทศให้ดำเนินการในทันที แต่อย่างไรก็ตามอุทยานบางแห่งที่จะต้องปิดตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น หมู่เกาะสิมิลันที่เป็นฤดูมรสุม ภูกระดึงเป็นช่วงฤดูฝน ก็ให้ปิดไปตามปกติ และขอย้ำว่า ถึงแม้จะเปิดอุทยานให้ท่องเที่ยวได้ตามปกติก็ต้องเข้มงวดมาตรการป้องกัน โควิด-19 ดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111365</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 เดือน, ทส., นายวราวุธ ศิลปะอาชา, ปิดอุทยาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2824695b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.วอนไม่ทิ้งหน้ากากอนามัยใส่ขวดพลาสติก ทำคนเก็บขยะเสี่ยงติดเชื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 22 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีการแพร่ระบาดในประเทศไทย ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการใช้หน้ากากอนามัยกันอย่างแพร่หลาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย คพ. ได้จัดทำข้อแนะนำให้ประชาชนทั่วไปได้ปฏิบัติตาม ดังนี้ 1. ถอดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วโดยไม่สัมผัสกับด้านในของหน้ากาก 2. ม้วนให้ส่วนที่สัมผัสกับปากอยู่ด้านใน พันสายรัดให้แน่น 3. ใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่น ระบุข้อความว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; ให้ชัดเจน และ 4. นำไปทิ้งแยกจากขยะทั่วไป เพื่อรอการเก็บขนไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งมีบางครัวเรือนที่แยกทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วใส่ลงในขวดพลาสติกเนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่รับผิดชอบงานเก็บขนขยะ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อน ทส. ต้องรบกวนขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในขวดน้ำดื่มพลาสติกดังกล่าว ด้วยเหตุผล ดังนี้ 1.การใส่ขยะติดเชื้อในขวดพลาสติกจะทำให้ไม่สามารถกำจัดได้โดยง่าย นอกจากการนำไปเผา ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะมากกว่าเดิม เพราะต้องเผาขวดพลาสติกไปด้วย 2. หากไม่นำไปเผา พนักงานเก็บขยะจะต้องเปิดขวด เพื่อดึงหน้ากากออกมาจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเพิ่มภาระให้กับพนักงานเก็บขนขยะ 3. ขวดพลาสติก PET ยังมีมูลค่าและราคาค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับขยะพลาสติกประเภทอื่นๆ หากมีการนำเอาหน้ากากอนามัยออกเพื่อนำขวดไปขาย จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเชื้อโรคและการระบาดอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และ 4. ร้านรับซื้อของเก่าหรือโรงงานรีไซเคิลจะไม่รับซื้อขวดพลาสติก ที่มีของแข็งหรือของเหลวใดๆ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ดังนั้น ขวดพลาสติกที่มีหน้ากากอนามัยจะถูกคัดทิ้ง กลับไปเป็นขยะพลาสติกอีกครั้ง จึงเป็นการก่อให้เกิดมลภาวะอย่างไม่รู้จบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ประเทศไทยผลิตขวดพลาสติกเพื่อบรรจุน้ำดื่มประมาณ 4,400 ล้านขวดต่อปี หากขวดพลาสติกเหล่านี้ไม่มีการปนเปื้อนก็จะถูกนำกลับไปรีไซเคิลได้ 100 % ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการนำพลาสติกภายในประเทศกลับไปใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2565) และ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2573 เมื่อรู้แบบนี้แล้ว จึงขอความร่วมมือช่วยกันแชร์ ช่วยกันบอกต่อ ส่งต่อคำแนะนำและองค์ความรู้ดังกล่าวให้ทั่วถึง อย่างน้อยให้คนในครอบครัวได้ช่วยกันจัดการขยะหน้ากากอนามัยได้อย่างถูกวิธี ไม่เพิ่มความเสี่ยงอันตรายให้กับพนักงานเก็บขนขยะและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม&amp;quot;&amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110729</URL_LINK>
                <HASHTAG>คพ., ทส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f9289632900.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
