<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มงคลกิตติ์&#039;มาแต่เช้าขอจองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจ&#039;ลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผมในฐานะฝ่ายค้านอิสระ ขออภิปรายนายกฯ ประเด็น ไม่สามารถกำกับทหาร-ตำรวจ เป็นเหตุทำให้โควิดระบาด รอบ 2 แม้มิได้ทุจริต แต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ กระทบประชาชน สร้างหนี้สาธารณะส่วนรวมเพิ่มขึ้น ผิดหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร-ตำรวจ, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fb9d42b78e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 07:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;เล่าความประทับใจระหว่างไปประชุมครม.สัญจรจ.นราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;22 ม.ค.63-นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าความประทับใจระหว่างการไปประชุมครม.สัญจร จ.นราธิวาส เรื่อง&amp;#39;ท.ทหารอดทน&amp;#39; ระบุว่า ผมเพิ่งเสร็จภารกิจ ครม.สัญจร ที่จังหวัดนราธิวาส เห็นภาพความประทับใจ ของพี่น้อง ทหารตำรวจ ที่มาช่วยดูแลความปลอดภัย ของผมและคณะทำงานระหว่างการเดินทางแล้ว อดนำมาแลกเปลี่ยนให้พี่น้องดูไม่ได้ครับ ผมขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ถึงความเสียสละ ของท่านครับ #รั้วของชาติ #สาธิตปิตุเตชะ #สสจังหวัดระยอง #รมชกระทรวงสาธารณสุข #รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ #ประชาชนสุขภาพดีประเทศไทยเข้มแข็ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร จ.นราธิวาส, ทหาร-ตำรวจ, นายสาธิต ปิตุเตชะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27902c0a3ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศเป็นปึกแผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ทหารและตำรวจ ในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณ &amp;quot;ประเทศจะเป็นปึกแผ่นได้ด้วยประชาชนทุกหมู่เหล่า&amp;quot; ทรงให้ &amp;quot;ทหาร-ตำรวจ&amp;quot; &amp;nbsp;รักษาคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี-ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติประชาชนตามอุดมคติอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.07 น. วันที่ 18 มกราคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว พระลานพระราชวังดุสิต ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี เพื่อทรงร่วมพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหารและตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังอาคารประมณฑ์ผลาสินธุ์ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ทรงลงพระปรมาภิไธย ทรงลงพระนามาภิไธย และทรงลงพระนามในสมุดเยี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์ชุดพระราชฐาน ประดับยศจอมทัพไทย &amp;nbsp;ประทับยืนบนรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน ทรงตรวจพลสวนสนามจากกองทหาร 3 เหล่าทัพ ประกอบด้วย ทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.จักรชัย ศรีคชา นายทหารราชองครักษ์ในพระองค์ฯ เป็นผู้เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ พล.ต.ณัฐวุฒิ จาตุศรีพิทักษ์ นายทหารราชองครักษ์ในพระองค์ฯ เป็นผู้เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จ และมีรถผู้บังคับกองผสมและรถนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย รถคันที่ 1 พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสธ.ทหาร และรองผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ รถคันที่ 2 &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ รถคันที่ 3 พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ รถคันที่ 4 พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.สุทธิพันธุ์ &amp;nbsp;ต่ายทอง เสนาธิการทหารอากาศ รถคันที่ 5 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรถคันที่ 6 พลโทธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บังคับกองผสม ตามเสด็จ ขณะนั้นวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เมื่อทรงตรวจพลสวนสนามเสร็จสิ้น เสด็จขึ้นพลับพลาที่ประทับ &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ ณ พระที่นั่งชุมสาย พลโทกิตติ เกตุศรี เจ้ากรมสารบรรณทหาร ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พันเอกหญิง ธวัลยา ศรีเพ็ชร์พันธุ์ นายทหารประจำศูนย์รักษาความปลอดภัย ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพันเอกหญิง หทัยภัทร ปัทมาคม ประจำสำนักงานรองเสนาธิการทหาร ทูลถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอกมานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประจำแถวพลับพลาที่ประทับ พลเอกพรพิพัฒน์เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนั้นทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพบนพลับพลาที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับดอกไม้ธูปเทียนแพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พลเอกพรพิพัฒน์กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของการจัดพิธีสวนสนาม และถวายสัตย์ปฏิญาณ กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคล นำกำลังพลสวนสนาม ทหารและตำรวจกล่าวคำปฏิญาณตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ทหารและตำรวจ 39 กองพัน 10 กรม จำนวน 6,812 นายว่า &amp;quot;ขอขอบใจในคำอำนวยพรและไมตรีจิตของทุกคน และขอสนองพรกลับทั้งน้ำใจไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ประเทศจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมีอุดมคติและจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือประโยชน์สุขของคนในชาติ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีมากที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของทหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฏิญาณ แสดงความจงรักภักดีและเจตนาอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ขอให้นายทหาร นายตำรวจทุกคนรักษาคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง &amp;nbsp;เข้มแข็ง และเสียสละ พร้อมทั้งหมั่นศึกษาและฝึกฝนตนเอง ให้มีความจัดเจน คล่องแคล่วในหน้าที่และการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น ฝ่ายอื่นอยู่เสมอ ทุกคน ทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ความวัฒนาผาสุกให้แก่ประชาชน และประเทศชาติได้ตามอุดมคติที่ตั้งมั่นไว้ตลอดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจแห่งความภักดีโดยบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง จงบันดาลให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุขความเจริญ และความสามัคคีสวัสดีโดยทั่วกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำรัสจบแล้ว กรมสวนสนามแปรขบวนเตรียมการสวนสนาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรกำลังสวนสนามภาคอากาศ &amp;nbsp;ประกอบด้วยหมู่บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ จำนวน 3 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์บินผ่าน 2 หมู่บิน ประกอบด้วย ฮ.บินหมู่ 6 เครื่อง และ ฮ.บินหมู่ 9 เครื่อง รวม 15 เครื่อง เครื่องบินรบบินผ่าน 2 หมู่บิน ประกอบด้วย เครื่องบินรบหมู่บิน 9 และเครื่องบินรบหมู่บิน 10 รวม 19 เครื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนรับการถวายความเคารพจากกองพันสวนสนาม ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม 7 กรม 28 กองพัน ขณะนั้นวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ช 4 เหล่า ประกอบการเดินสวนสนาม ตามด้วยกรมวิ่งสวนสนาม &amp;nbsp;จำนวน 1 กรม 4 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง Tiger Rag กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1 &amp;nbsp;กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง King Cotton กรมยานยนต์ จำนวน 2 กรม 6 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ช 4 เหล่า ใช้เวลาสวนสนามประมาณ 50 นาที วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสดุดีจอมราชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จลงจากพระที่นั่งชุมสาย ประทับรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน เสด็จฯ ออกจากลานสวนสนาม ศูนย์การทหารม้า ไปยังอาคารประมณฑ์ผลาสินธุ์ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร เมื่อถึงอาคารประมณฑ์ผลาสินธุ์ &amp;nbsp; ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร เสด็จฯ ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร &amp;nbsp;เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว &amp;nbsp;พระลานพระราชวังดุสิต กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสวนสนามเทิดพระเกียรติครั้งนี้ ถือเป็นการสวนสนามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทหารและตำรวจทุกหมู่เหล่าได้ร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น &amp;quot;องค์จอมทัพไทย&amp;quot; โดยเหล่าทัพได้นำยุทโธปกรณ์ที่มีประจำการเข้าร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดกำลังสวนสนามแบ่งออกเป็นกำลังภาคพื้น 10 กรมสวนสนาม 39 กองพัน จำนวน 6,812 &amp;nbsp;นาย และ 1 กองพันทหารม้า ประกอบด้วย 7 กรมสวนสนามเดินเท้า (กรมละ 4 กองพัน ), 2 กรมยานยนต์สวนสนาม และ 1 กองพันทหารม้า รวมถึงกำลังทางอากาศ จำนวน 37 เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน &amp;nbsp;AU-23 บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บินเฮลิคอปเตอร์ 4 เหล่าทัพ โดยบินหมู่ 6 และหมู่ 9 รวมถึงหมู่เครื่องบินรบ ทำการบินหมู่ 9 และหมู่ 10 สำหรับยุทโธปกรณ์ที่นำมาสวนสนาม ในส่วนของกองทัพบก เช่น ยานเกราะล้อยาง stryker BTR-3E1 รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ 105 มม., 155 มม. ปตอ. 35 &amp;nbsp;มม. รถบรรทุกจรวด จรวดหลายลำกล้อง รถถัง OPLOT รถถัง VT-4 กองทัพเรือ เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 จรวด TOW ปืนใหญ่ 155 มม. กองทัพอากาศ เช่น &amp;nbsp;เครื่องบิน F-5, F-16, T-50, Gripen JAS-39 และเฮลิคอปเตอร์ แบบ EC 725.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54919</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร-ตำรวจ, ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติประชาชนตามอุดมคติ, ประเทศจะเป็นปึกแผ่นได้ด้วยประชาชนทุกหมู่เหล่า, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณ, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แสดงความจงรักภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200118/image_big_5e2306105f412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮิวแมนไรท์วอทช์โดดงับข่าวปลอมจมเขี้ยวทหาร-ตร.สนธิกำลังกับบุกเข้าจู่โจมโรงเรียน สั่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;เลิกคุกคาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.62-ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ &amp;quot;Thailand : Authorities Punish Mockery of Junta&amp;quot; ตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐไทย กรณีข่มขู่คุกคามผู้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำรัฐประหารและปกครองแบบเผด็จการทหารมาตั้งแต่ปี 2557 และได้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย หลังการเลือกตั้งเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่าเมื่อ 13 มิ.ย.62 ทหารและตำรวจสนธิกำลังกับบุกเข้าจู่โจมโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย บังคับให้นักเรียนลบภาพเกี่ยวกับกิจกรรมวันไหว้ครูที่แสดงออกเชิงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร และความพยายามสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จากบัญชีสื่อออนไลน์ของพวกเขาทั้งหมด ทั้งที่ประเทศไทยให้การรับรองกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ซึ่งสาระสำคัญคือรัฐบาลต้องรับรองสิทธิในการแสดงออกของพลเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ ควรสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งหมดยุติการข่มขู่คุกคามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์โดยสงบ และมิตรประเทศของไทยก็ไม่ควรปล่อยให้การเลือกตั้งเมื่อเร็วๆ นี้มาเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย&amp;quot; ผอ.ภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38572</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคาม, ทหาร-ตำรวจ, ฮิวแมนไรต์วอตช์, แบรด อดัมส์, โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย, ไหว้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d0381a886901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ-ทหารปาปัวนิวกินีบุกสภา ทวงเบี้ยเลี้ยงเอเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทหารและตำรวจปาปัวนิวกินีบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันอังคาร โวยวายยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเอเปกที่เพิ่งจบลงเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารและตำรวจปาปัวนิวกินีรวมตัวกันด้านนอกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2561 หลังจากบุกเข้าไปทำลายข้าวของภายในด้วยความไม่พอใจที่ยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเอเปก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาปัวนิวกินีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก 2 วัน ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ โดยรัฐบาลของประเทศยากจนแห่งนี้ได้สั่งซื้อรถหรูมาเซราติ 40 คันมาใช้รับส่งบรรดาผู้นำด้วย แต่เมื่อวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน ไบรอัน เครเมอร์ ส.ส. ปาปัวนิวกินี ได้โพสต์คลิปวิดีโอทางเฟซบุ๊ก เปิดเผยเหตุการณ์ที่ทหารและตำรวจกลุ่มหนึ่งบุกไปอาคารรัฐสภาในกรุงพอร์ตมอร์สบี เพื่อแสดงความไม่พอใจภายหลังทหาร-ตำรวจกลุ่มนี้ได้เดินทางไปพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีรับผิดชอบงานตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์หน้าอาคารรัฐสภารายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า ทหารและตำรวจหลายร้อยคนรวมตัวหน้าอาคารรัฐสภา พวกเขาต้องการได้เบี้ยเลี้ยงของการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเอเปกจำนวน 350 กีนา หรือราว 3,530 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครเมอร์บรรยายว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเหล่านี้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา มีเจ้าหน้าที่รัฐสภาหลายคนถูกทำร้าย จากนั้นทหาร-ตำรวจเหล่านี้ก็ออกจากอาคารรัฐสภา แล้วมารวมตัวกันด้านหน้า เพื่อเรียกร้องคำตอบจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ผู้นี้ยังได้โพสต์ภาพความเสียหายภายในอาคารรัฐสภา เฟอร์นิเจอร์และกระถางต้นไม้ถูกทำลาย ภาพถ่ายหลายใบโดนดึงลงมากองกับพื้น และกระจกแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริส ฮอว์คินส์ เลขาธิการเอเปกของปาปัวนิวกินี แถลงกับสถานีเอบีซีว่า ในการประชุมระดับนานาชาติ โดยปกติต้องใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ในการจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมด การประชุมเอเปกเพิ่งเสร็จสิ้นแค่ 2 วัน และตอนนี้เริ่มโอนค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแล้ว ขอให้พวกเขาไปเช็คสมุดธนาคารว่าได้เบี้ยเลี้ยงแล้วหรือยัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงเบี้ยเลี้ยง, ทหาร-ตำรวจ, บุกรัฐสภา, ประชุมเอเปก, ปาปัวนิวกินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf40514acd9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศกูมีแบบไหน!&#039;ปิยบุตร&#039;โวยถูกทหาร-ตร.คุกคามเสรีภาพ ตามถ่ายคลิปทุกที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.61- นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเจพ Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรณรงค์รับสมัครสมาชิกพรรคในเขตอีสานใต้ ครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ พวกเรา - พรรคอนาคตใหม่ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างอบอุ่น มีผู้สนใจสมัครสมาชิกพรรคจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากได้พบปะพี่น้องประชาชนแล้ว เรายังพบกับ &amp;ldquo;แขกที่ไม่ได้รับเชิญ&amp;rdquo; ตลอดการเดินทาง คือ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กอ.รมน. ที่ติดตามผมและทีมงานไปทุกที่ ขับรถ 2-3 คัน ตามรถของพวกเรา ตามเข้าปั๊ม ตามเข้าร้านอาหาร ตามไปเฝ้าโรงแรมที่พัก ส่งมอเตอร์ไซค์ตามเข้าไปในพื้นที่จัดงาน ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปนั่งฟังการบรรยายของผมในชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย ส่งทหารในชุดลายพรางเต็มยศ เข้าไป &amp;ldquo;ร่วม&amp;rdquo; การเดินรณรงค์รับสมัครสมาชิกกับพวกเรา ทุกจุดที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ไป มีการถ่ายรูป ถ่ายทะเบียนรถ ถ่ายคลิปวิดีโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผมออกจากพื้นที่ ยังส่งเจ้าหน้าที่ตามไป &amp;ldquo;สอบถาม&amp;rdquo; พี่น้องประชาชน ยังโทรศัพท์หาทีมงานของเรา บางพื้นที่ โทรไปไม่หยุดหย่อน บางพื้นที่ ก็ส่งคนไปขับรถป้วนเปี้ยนแถวบ้าน ทั้งหมดนี้ พวกเขาอ้างว่า ทำลงไปเพื่อ &amp;ldquo;รักษาความปลอดภัย&amp;rdquo; แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันคือการคุกคาม การละเมิดเสรีภาพ การรุกล้ำความเป็นส่วนตัว การข่มขู่กดดัน การสร้างมาตรการจิตวิทยาทำให้คนกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เสรีภาพของบุคคลเป็นเรื่องหลัก การจำกัดเสรีภาพเป็นเรื่องยกเว้น การจำกัดเสรีภาพจะมีได้ก็ต้องมีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการจำกัดเสรีภาพ และการจำกัดเสรีภาพต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และไม่เกินกว่าเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่เป็นเผด็จการ บุคคลไม่มีเสรีภาพ บุคคลจะมีและใช้เสรีภาพได้ก็ต่อเมื่อรัฐอนุญาต ประเทศประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจจำกัดเสรีภาพได้ ต้องถามตนเองก่อนว่าอาศัยอำนาจตามกฎหมายอะไร จำกัดเสรีภาพไปเพื่ออะไร บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ พอสมควรแก่เหตุหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศเผด็จการ เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจละเมิดเสรีภาพประชาชนได้เสมอตามอำเภอใจของตน ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยยึดแบบใดกันแน่ ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ เป็นแบบประชาธิปไตยหรือเผด็จการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตกลงแล้ว #ประเทศกูมี แบบไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20778</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามเสรีภาพ, ทหาร-ตำรวจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ประเทศกูมี, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd2eb88cb770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
