<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อพิรุธ! เปิดหลักฐานมัด &#039;ศุลกากร&#039; คืนกระเทียมเถื่อน96กระสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.61 - จากกรณีที่&amp;nbsp;ร.อ.จำรัส บุตรสุรีย์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ ร.ท.พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;2110&amp;nbsp;มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งจากประเทศ สปป.ลาว โดยใช้เรือหางยาวเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกกระเทียมแห้งข้ามแม่น้ำโขงมาส่งที่บริเวณริมฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คนช่วยกันแบกขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านบางทรายใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าทำการจับกุมผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน คือนายไพวัลย์ สุวรรณศรี และนายชัยมงคล ทองผา พร้อมตรวจยึดกระเทียมแห้งจำนวน 196&amp;nbsp;กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม นำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเหตุเกิดในช่วงกลางคืนเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า ด่านศุลกากรมุกดาหารตรวจยึดไว้ดำเนินคดีเพียง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กระสอบ แล้วคืนให้กับผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของมีนำเข้ากระเทียมแห้งดังกล่าวโดยเสียภาษีศุลกากรไป&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างรอบคอบหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องมีการเข้าตรวจค้นจับกุมในเวลาประมาณ&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น. ของวันที่&amp;nbsp;19 ก.ย.&amp;nbsp;และเจ้าหน้าด่านศุลกากรก็คืนกระเทียมแห้งไปในคืนวันเดียวกัน ทั้งยังไม่ยอมเปิดเผยตัวบุคคล และเอกสารที่ใช้อ้างอิงแล้วนำกระเทียมกลับไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด น.ส.ศรุดา นรสิงห์ พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามที่มีผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด มาขอกระเทียมแห้งที่ถูกนำมาตรวจสอบความถูกต้องที่ด่านศุลกากรคืนไปจำนวน&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบ โดยอ้างว่ามีใบอนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องนั้น เมื่อตรวจสอบจากหนังสืออนุญาตการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีนางสาวนลินี&amp;nbsp; คำปาน ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ขออนุญาตจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่&amp;nbsp;18 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการแจ้งย้ายกระเทียมจำนวน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;กิโลกรัม จากคลังเก็บสินค้าด่านศุลกากรมุกดาหาร ไปยังโกดังเลขที่&amp;nbsp;69&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นคนละบ้านเลขที่กับที่ฝ่ายทหารเข้าไปตรวจค้นจับกุม และเมื่อตรวจสอบสถานที่เก็บกระเทียมตามที่บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เคยแจ้งไว้กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ก็ไม่ตรงกับเลขที่บ้านหลังที่ถูกตรวจค้นแต่อย่างใด จึงเป็นข้อที่น่าสงสัยว่ากระเทียม&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบอาจจะไม่ใช่ของบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ตามที่กล่าวอ้างว่ามีการนำเข้าโดยถูกต้องตามกฎหมายก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เป็นที่สังเกตว่ามักจะมีการลักลอบขนกระเทียมแห้งหนีภาษีศุลกากรในห้วงเวลาที่ใกล้ชิดกับวันที่มีการขออนุญาตนำเข้ากระเทียมแห้ง เช่นเดียวกับกับรายบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่ขออนุญาตนำกระเทียมแห้งเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่&amp;nbsp;18 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวน&amp;nbsp;750&amp;nbsp;กระสอบ น้ำหนัก&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;กิโลกรัม ถัดมาเพียงหนึ่งวันก็มีการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งหนีภาษีศุลกากรจากประเทศ สปป.ลาว เข้ามาเก็บไว้ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านบางทรายใหญ่ และถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมได้ตามที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศรุดา กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์รับทราบข้อมูลของขบวนการค้ากระเทียมเถื่อนมาโดยตลอด และได้พยายามอุดช่องว่างในทุกด้านเพื่อมิให้มีการนำหนังสืออนุญาตนำกระเทียมเข้ามาในราชอาณาจักร&amp;nbsp;มาใช้สวมกระเทียมเถื่อนที่ลักลอบหนีภาษีศุลกากรให้กลายเป็นกระเทียมนำเข้าถูกต้อง&amp;nbsp;โดยควบคุมให้ผู้ประกอบการแจ้งรายละเอียดของกระเทียมที่นำเข้าเป็นเอกสารครอบคลุมในทุกเรื่อง ทั้ง ชนิด ขนาด เกรด ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่ โดยพาหนะที่ทำการขนย้ายก็ต้องระบุหมายเลขทะเบียนชัดเจน ซึ่งทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารยังได้เข้มงวดในการตรวจสอบจำนวนที่นำเข้ามาเก็บในโกดัง จำนวนที่นำออกไปจำหน่าย จำนวนที่คงเหลือ รวมทั้งมีการควบคุมการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศเริ่มตั้งแต่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปยังสถานที่เก็บ และการนำกระเทียมออกนอกเขตจังหวัดก็ต้องได้รับอนุญาตให้ขนย้ายด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยปกติแล้วหน่วยงานที่ตรวจยึด จับกุม ดำเนินคดีในเรื่องกระเทียมลักลอบนำเข้าหนีภาษีศุลกากร จะขอเอกสารควบคุมการขนย้ายกระเทียมจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการตรวจสอบ หรือพิสูจน์การกระทำความผิด เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมประกอบการพยานหลักฐานที่ชัดเจนในการดำเนินคดี แต่ในกรณีที่มีการดำเนินคดีและคืนกระเทียมแห้งจำนวน&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบกับผู้อ้างตนว่าเป็นเจ้าของนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดร้องขอเอกสารที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารแต่อย่างใด&amp;quot; นางสาวศรุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีนักกฎหมายให้ความเห็นต่อกรณีนี้ว่า หากตรวจสอบได้ความชัดเจนว่า ผู้ที่มาแสดงตนขอรับคืนกระเทียมแห้งไปทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน หรือเป็นการลักทรัพย์โดยใช้กลอุบายหลอกให้ผู้อื่นหลงเชื่อจนได้ทรัพย์สินไปในสถานที่ราชการก็ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ราชการที่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดก็อาจเข้าข่ายเป็นภาคปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมหนีภาษี, กระเทียมเถื่อนล่องหน, ทหารจับกระเทียมเถื่อน, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab236ebea04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กระเทียมเถื่อน&#039; ล่องหน96กระสอบ ศุลกากรอ้างเฉยคืนผู้ประกอบการแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระเทียมเถื่อนล่องหน ทหารบุกจับขณะลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งสปป.ลาวเข้าฝั่งไทยในยามวิกาล แต่ข้องใจจนท.ศุลกากรลงบันทึกตรวจยึดไว้แค่ 100 กระสอบทั้งที่นับได้ 196 กระสอบ นายด่านศุลกากรอ้างส่งคืนผู้ประกอบการมีใบอนุญาตนำเข้ากระเทียม 96 กระสอบ ส่วนกระเทียมของกลางต้องรีบจำหน่ายหวั่นเน่าเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ร.อ.จำรัส บุตรสุรีย์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ ร.ท.พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งจากประเทศ สปป.ลาว โดยใช้เรือหางยาวเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกกระเทียมแห้งข้ามแม่น้ำโขงมาส่งที่บริเวณริมฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน ช่วยกันแบกขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 บ้านบางทรายใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งได้ 2 คนคือนายไพวัลย์ สุวรรณศรี และนายชัยมงคล ทองผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกระเทียมขึ้นฝั่งโดยเข้าไปเก็บไว้ในบ้านหลังดังกล่าวได้ค่าจ้างกระสอบละ 10 บาท เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพบกระเทียมแห้งจำนวน 196 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัม จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรมาดำเนินการตรวจสอบ แต่เมื่อมีการนำกระเทียมแห้งดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เพียง 100 กระสอบ น้ำหนัก 1,800 กิโลกรัม โดยมีกระเทียมหายไป 96 กระสอบ ทั้งยังบันทึกน้ำหนักขาดไปกระสอบละ 2 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักกระเทียมแห้งขาดหายไปหลายร้อยกิโลกรัม จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรู้สึกอึดอัดใจที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการบันทึกไม่ตรงกับความเป็นจริง และเกรงว่าหากเป็นการกระทำที่มิชอบจะทำให้ตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรได้ดำเนินการตรวจยึดอย่างถูกต้อง หรือจะทำให้ถูกมองว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเอาของกลางไปโดยไม่ทำการตรวจยึดดำเนินคดีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพันธ์ จันทร์ไทยศรี นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า กระเทียมแห้งที่ตรวจยึดและนำมาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรนั้น เป็นขั้นตอนการนำมาตรวจสอบว่าเป็นกระเทียมแห้งที่นำเข้าโดยเสียภาษีศุลกากรถูกต้อง หรือลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย โดยตรวจนับได้จำนวน 196 กระสอบจริง แต่ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีผู้รับมอบอำนาจของบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้นำหนังสืออนุญาตนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศจำนวน 750 กระสอบ น้ำหนัก 15,000 กิโลกรัม ลงวันที่ 18 กันยายน 2561 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรว่า กระเทียมที่ถูกนำมาตรวจสอบเป็นกระเทียมแห้งนำเข้าโดยได้รับอนุญาตรวมอยู่ด้วยจำนวน 96 กระสอบ และสอบถามผู้ลักลอบขนกระเทียมที่ถูกจับกุมทั้งสองคน ก็ให้การว่าขนกระเทียมแห้งเข้ามาเก็บไว้ในบ้านเพียง 100 กระสอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เพียงจำนวน 100 กระสอบ และคืนให้แก่บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ไปจำนวน 96 กระสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนที่มีการระบุไว้ในบันทึกการตรวจค้นจับกุมว่ายึดกระเทียมแห้งของกลางจำนวน 100 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,800 กิโลกรัม หรือ กระสอบละ 18 กิโลกรัม ทั้งที่ในหนังสือขออนุญาตนำเข้ากระเทียมแห้งบันทึกว่ามีน้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัมนั้น เป็นการที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้วิธีคาดคะเนน้ำหนักเอง เพราะเมื่อเก็บไว้นานน้ำหนักก็จะลดลง ซึ่งโดยทั่วไปน้ำหนักกระเทียมแห้งก็จะอยู่ระหว่างกระสอบละ 18-20 กิโลกรัม ทั้งนี้ กระเทียมของกลางที่ตรวจยึดได้จำหน่ายออกไปแล้ว เหตุที่ต้องจำหน่ายโดยทันทีหลังการตรวจยึดเพราะเป็นสิ่งของที่เน่าเสียได้ง่าย โดยเป็นการจำหน่ายให้กับส่วนราชการ ไม่ได้จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการค้ากระเทียม เพื่อป้องกันการนำมาหมุนเวียนในตลาดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคดีดังกล่าวทางศุลกากรมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ว่าร่วมกันกระความผิดโดยนำกระเทียมแห้งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่เสียภาษี ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ และยอมยกกระเทียมแห้งของกลางจำนวน 100 กระสอบ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน และยินยอมเสียค่าปรับสองเท่าของราคากระเทียมแห้งรวมเป็นจำนวนเงิน 86,400 บาท คดีจึงเป็นอันระงับไม่ต้องส่งฟ้องต่อไป ส่วนใครเป็นผู้มารับกระเทียมทั้ง 96 กระสอบ และใช้เอกสารใดมาแสดงความเป็นเจ้าของที่นำเข้าโดยผ่านศุลกากรโดยถูกต้องไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นคนตรงไปตรงมาไม่มีนอกมีใน ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายทุกอย่าง และหากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะดำเนินการทางคดีและทางวินัยอย่างเด็ดขาดทันที&amp;quot;&amp;nbsp;นายประพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจค้นจับกุมยังคงตั้งข้อสงสัยว่า การระบุน้ำหนักให้น้อยลงจากน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ตามปกติและมีระบุในเอกสารขออนุญาตนำเข้าว่ากระสอบละ 20 กิโลกรัม ให้เหลือเพียง 18 กิโลกรัม จนทำให้น้ำหนักขาดหายไปหลายร้อยกิโลกรัม โดยไม่ทำการชั่งน้ำหนักให้ตรงกับความเป็นจริงจะเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งให้ได้รับโทษหรือเสียค่าปรับน้อยลง และการรีบคืนกระเทียมแห้งให้แก่ผู้อ้างตนเป็นเจ้าของกระเทียมโดยทันทีทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ตามหลักวิชาการ หรือตรวจสอบเอกสารกำกับที่แสดงชนิด ขนาด แหล่งที่มา และสถานที่จัดเก็บอย่างชัดเจนว่ากระเทียมแห้งที่กองอยู่รวมกันในบ้านหลังเกิดเหตุในขณะเข้าตรวจค้น มีวิธีการพิสูจน์หรือแยกแยะอย่างไรว่าส่วนใดเป็นการลักลอบ และส่วนใดนำเข้าโดยผ่านศุลกากร จะเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมเถื่อนล่องหน, กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, ขนกระเทียมข้ามแม่น้ำโขง, จังหวัดมุกดาหาร, ทหารจับกระเทียมเถื่อน, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba9fb527a378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
