<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่‘ตู่’หลังสงกรานต์ จตุพรเตรียมนัดทุกสีเสื้อ‘บช.น.’จ่อฟัน112ถือป้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ให้ กห.สอบ &amp;quot;ร.ท.&amp;quot; โพสต์หนุนแอมมี่ ย้ำทหารต้องมีวินัย &amp;quot;นครบาล&amp;quot; เล็งดำเนินคดีมวลชนร่วมม็อบ 24 มี.ค.อีก 10 คน ถือป้ายผิด ม.112 &amp;quot;ภาคีนักกฎหมายฯ&amp;quot; ร้องศาลปกครองสั่งตร.หยุดใช้กำลังกับผู้ชุมนุม พร้อมเลิกนำแบริเออร์-ลวดหนามสกัดเคลื่อนไหว &amp;quot;โฆษก ยธ.&amp;quot; เผย &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; ไม่ได้อดข้าวเหมือนเพนกวิน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; นัดพรรคการเมือง-ปชช.ทุกกลุ่มหลังสงกรานต์ร่วมออกไล่นายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีทหารยศ ร.ท. สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กสนับสนุนการกระทำของแอมมี่ ผู้ต้องหาทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้สั่งการไปแล้ว ขอให้มีการตรวจสอบว่าทำไมถึงโพสต์ และถ้าไม่ได้โพสต์แล้วใครไปโพสต์ ซึ่งหาหลักฐานได้ทั้งหมด เทคโนโลยีตามได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักเกณฑ์และข้อห้ามในการโพสต์ข้อความลงโซเชียลนั้น จะเป็นทหารหรือไม่ใช่ทหาร ก็ใช้กฎหมายเดียวกัน เพียงแต่ทหารมีวินัยทหารอยู่ด้วย ถ้าร้ายแรงก็เป็นอาญา&amp;quot; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เราไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดของทหาร แต่การแสดงออกผ่านโซเชียลหรือสังคมให้ใช้ดุลพินิจ เนื่องจากเป็นข้าราชการ การโพสต์ข้อความอะไรต้องไม่กระทำการเป็นลบกับองค์กรหรือการเป็นข้าราชการที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วีรยุทธ์ น้อมศิริ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ในการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน กำชับเรื่องการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจําการ 2564 ในเดือนเมษายน ขอให้ดูเรื่องทัศนคติของผู้สมัครที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางทีมงานสืบสวนสอบสวน บช.น. ได้ถอดเทปแกนนำผู้ที่ปราศรัยทั้ง 11 คน ถ้าบุคคลหนึ่งบุคคลใดมีข้อความที่ผิดกฎหมาย มีข้อความที่ผิดตามมาตรา 112 ก็จะถูกดำเนินคดีเป็นรายๆ ไป นอกจากนี้ ทีมงานสืบสวนสอบสวนก็จะดำเนินการประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อเอาผิดกับคนที่โพสต์ข้อความชักชวนให้มีการร่วมชุมนุมในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่ถือป้ายข้อความที่เป็นความผิดตามมาตรา 112 อีก 10 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคล ถ้าพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการดำเนินคดีกับแกนนำที่ขึ้นปราศรัยทั้ง 11 คนในคดี ม.112 เพื่อความรอบคอบในการดำเนินคดี เรามีทีมงานประกอบด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงระดับรองผู้บัญชาการในการถอดเทปครั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมา&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการติดตามตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ โฆษก บช.น.กล่าวว่า อยู่ระหว่างการติดตามอย่างกระชั้นชิด เพราะที่ผ่านมาคลาดได้ตัวเพียงนิดเดียว แต่ยังอยู่ในไทย อย่างไรก็ตาม มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ที่ร่วมกันชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีได้หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียแล้ว 1 คน
ขอศาลสั่ง ตร.เลิกขวางม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 ที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง โดยคำร้องมีเนื้อหารายละเอียดขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการยื่นคำร้องแล้ว ศาลเห็นควรให้เบิกตัวนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่ 1 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และหมายเรียกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน มาศาลเพื่อไต่สวนคำร้องร่วมกัน ในวันที่ 31 มี.ค. เวลา 10.00 น. ซึ่งเมื่อศาลไต่สวนทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้นายปิยรัฐได้ประกันตัวหรือไม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน นำโดยนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมทางการเมือง แนวร่วมกลุ่มราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), ผบช.น.และ ผบ.ตร. ยุติการใช้กำลังจัดการการชุมนุมที่เกินสมควรแก่เหตุกับผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมผู้ฟ้องคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอังคณากล่าวว่า ในวันดังกล่าวตนเดินทางไปเพื่อจะเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมาธิการที่รัฐสภา และได้มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง โดยได้รับคำยืนยันว่าสามารถเดินทางเข้าอาคารได้ การจราจรปกติ ซึ่งตนเดินทางไปก่อนที่การชุมนุมจะเริ่ม ก็พบว่ามีการปิดกันเส้นทางแล้ว เมื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ขอเปิดช่องทางเล็กๆ เพื่อผ่านเจ้าหน้าที่ก็ไม่รับฟัง และมีการขู่ว่าหากเข้าใกล้แนวกั้นก็จะทำการฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่เพิ่งมาฟ้องส่วนหนึ่งเพราะหลายๆ คนกังวล หวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยว่าจะถูกแก้แค้นหรือไม่ถ้ามาฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจริงๆ ควรมีกลไกตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และเราพบว่าหลังจากวันที่ 17 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่เองก็ใช้กำลังมาโดยตลอด&amp;quot; นางอังคณากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชลธิชากล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการชุมนุม แต่กลับใช้กฎหมายมาดำเนินคดีกับพวกเรา ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุม และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือเจ้าหน้าที่ได้พยายามขัดขวางการชุมนุมด้วยการใช้แท่งแบริเออร์และลวดหนามมาสกัดผู้ชุมนุมไว้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจา ซึ่งขัดกับมาตรฐานสากล ที่จะต้องมีการเปิดพื้นที่ให้มีการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายวิชาการ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการประมวลข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภกล่าวว่า จากการตรวจสอบประเด็นเรื่องจดหมายของนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่ม?ราษฎร? เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งนายอานนท์เกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต พบว่าช่วงเวลาไทม์ไลน์มีความสอดคล้องกัน แต่มีการอธิบายความที่แตกต่างกัน โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ แต่ผู้ต้องขังปฏิเสธการตรวจ จึงทำให้ต้องมีการแยกขังตามมาตรการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การตรวจสอบจดหมายซึ่งมีหลายเส้นบรรทัด จากการสืบเสาะของคณะกรรมการพบจดหมายดังกล่าวคือด้านหลังของเอกสารคำร้องขอไต่สวนหรือที่เรียกกันว่าใบคำฟ้อง ซึ่งผู้ต้องขังจะมีติดตัวอยู่ หรืออาจได้รับจากทนายที่ศาล ไม่ได้เป็นหนังสือหรือกระดาษของทางเรือนจำ อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นทนายความซึ่งอาจมีการพกพาเอกสารดังกล่าวเข้ามาตรวจสอบในการต่อสู้คดีได้ จึงคาดว่าจะขอมาตอนขึ้นศาลก่อนเขียนส่งให้บุคคลอื่นไปโพสต์
นัดหลังสงกรานต์ไล่บิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าภายในเรือนจำไม่มีกระดาษลักษณะนี้ ส่วนจะเป็นบุคคลใดที่นำข้อมูลดังกล่าวไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเนื่องจากเรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย ทางกองกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ ได้ไปแจ้งต่อ ปอท.เพื่อสืบหาผู้กระทำความผิดแล้ว&amp;quot; นายวัลลภกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ส่วนที่มีการโพสต์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร? เตรียมอดอาหารเป็นเพื่อนเพนกวินนั้น จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ปนัสยายังทานอาหารปกติ ไม่ได้มีการอดอาหารแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการเสวนา ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย มีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชัน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และตัวแทนภาคประชาชนหลายภาคส่วน ร่วมรับฟังพร้อมเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ ทางการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้พบการจาบจ้วงสถาบัน แต่กลับไม่มีใครปกป้องสถาบันเลย ทำให้สงสัยว่ามีทฤษฎีสมคบคิดอะไรหรือไม่ ขอทำภารกิจอีกครั้งหาก พล.อ.ประยุทธ์ออกไปพร้อมจะยุติบทบาท แต่ไม่ใช่การทำม็อบ เพียงแต่ขอเรียกร้องสังคม อยากเห็นความสามัคคีประชาชน พล.อ.ประยุทธ์หรือเครือข่าย 3 ป. หากทำดีขอให้อยู่ตายคาเก้าอี้ไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บัดนี้ได้เวลาแล้วที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องสลายความเป็นสีเสื้อ แล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งและความรุนแรง ด้วยการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากอำนาจตามแนวทางสันติวิธี และมีอารยะ แล้วร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่ไม่มีฝักฝ่ายให้เกิดความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ ภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; ประธานญาติวีรชนพฤษภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพรกล่าวว่า นับแต่ยึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นมา คนไทยตกอยู่ในสภาพถูกแบ่งแยกแล้วปกครอง สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่าจะปฏิรูปประเทศ ทำให้คนไทยเกิดความสามัคคี การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้วนทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์คือภัยของชาติอย่างแท้จริง วางแผนการสืบทอดอำนาจแยบยล มีศิลปะมากกว่ารุ่นพี่ทั้งหลาย ทุกอย่างต้องเอาเปรียบคนไทย หากยังอยู่ในอำนาจอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้เวลาแล้วหรือยัง ควรออกมาจัดการกับประยุทธ์ ความเสียหายจากเรื่องต่างๆ มากมาย เรียกร้องพรรคการเมืองที่บอกว่ารัฐธรรมนูญต้องการแก้ไข ต้องแสดงความรับผิดชอบ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ถอนตัวออก ประเทศก็ไม่เกิดวิกฤติ ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์กล้าหรือไม่ วันนี้ชัดเจน สิ่งที่ประชาธิปัตย์ใช้เป็นข้ออ้างไม่สำเร็จ นักการเมืองเล่นละครกันอย่างไรประชาชนไม่ได้ขำด้วย หลังสงกรานต์หากทุกคนเห็นด้วย ก็มาร่วมกันจัดการประยุทธ์ เมื่อไม่มีประยุทธ์ เชื่อว่าจะได้รัฐธรรมนูญ เหมือนไม่มีสุจินดา พอออกไปก็แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ไม่มีประยุทธ์ก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเหมือนกัน&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่องจุดต่างม็อบ 3 นิ้วในพม่ากับไทย ระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.7 ระบุในพม่าความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตของประชาชนมาจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในประเทศไทยม็อบ 3 นิ้วเป็นผู้เริ่มทำผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรง ระเบิดปิงปอง ระเบิดเพลิง เผาทรัพย์สินจากเงินภาษีของประชาชนและใช้ความรุนแรง ทำร้ายสถาบันหลักของชาติและทำลายจิตใจของผู้อื่นผู้ศรัทธาจงรักภักดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.6 มีความเห็นว่า ถ้าตำรวจไม่จัดการเด็ดขาดกับม็อบ ม็อบจะทำตัวเหนือกฎหมาย ใช้ระเบิด ไม่ใช้สันติวิธี ม็อบคุกคามผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น เผาทำลายทรัพย์สินส่วนรวมเงินภาษีของประชาชน ทำบ้านเมืองวุ่นวาย ซ้ำเติมวิกฤติทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้นไปอีก แนะให้ชุมนุมในที่ที่สงบ ไม่กระทบการเดินทางผู้อื่นของผู้เห็นต่าง มีเพียงร้อยละ 15.4 ระบุตำรวจไม่ควรจัดการม็อบด้วยความรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดความรุนแรงบานปลาย เข้าทางขบวนการปลุกปั่นให้คนไทยในชาติแตกแยก เข้าทางพวกต้องการโหมไฟทำลายล้างประเทศชาติบ้านเมือง และคนในม็อบบางคนถูกยั่วยุเข้าร่วมม็อบด้วยความรู้ไม่เท่าทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่นำธงชาติไทยแต่ไร้แถบสีน้ำเงินมากระทำการในลักษณะไม่สมควร เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 64 และบริเวณคณะวิจิตรศิลป์ มช. ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารต้องมีวินัย, ภาคีนักกฎหมาย, ม.112, ร้องศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de621412ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
