<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารพม่าปล้นเรือชาวบ้านสาละวิน เหตุอดอยาก-ถูกตัดเส้นทางลำเลียงเสบียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านริมแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่บรรทุกเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อไปส่งยังบ้านแม่นึท่า ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ถูกทหารพม่าซึ่งประจำฐานจ๊อก หยะ ปล้นก่อนถึงบ้านแม่นึท่า โดยทหารพม่าจำนวน 12 นายได้ใช้ปืนยิงข่มขู่ขณะที่เรือแล่นเลียบฝั่งรัฐกะเหรี่ยง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นโค้งน้ำซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำลดลง และริมน้ำฝั่งไทยเต็มไปด้วยโขดหิน ทำให้เรือต้องแล่นเลียบฝั่งรัฐกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านสาละวินเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 12 ตุลาคม 2564 โดยทหารพม่าได้ยิงปืนขู่หลายนัดเพื่อให้เรือขนสินค้าลำดังกล่าวจอดเทียบชายฝั่ง จากนั้นทหารพม่าได้ช่วยกันขนข้าวของทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวน 6 กล่อง ไก่ 20 ตัว ปลากระป๋อง รวมทั้งหอมแดงและมันอาลูอีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ทหารพม่ากำลังลำบากเนื่องจากถูกปิดกั้นเส้นทางลำเลียงเสบียงโดยทหาร KNU (Karen National Union กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง) เพื่อกดดันให้ฐานทหารพม่าย้ายออกจากพื้นที่ริมแม่น้ำสาละวิน จริงๆ แล้วทหารพม่าต้องการข้าวสาร แต่เรือลำนี้ไม่ได้บรรทุกข้าวสารไป&amp;rdquo; ชาวบ้าน กล่าว และว่าหลังจากขนถ่ายสินค้าขึ้นไปยังฐานปฎิบัติการแล้ว ทหารพม่าได้ทำการสอบสวนคนขับเรือและปล่อยตัวรวมทั้งเรือในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า ฐานทหารพม่าจ๊อก หยะ ตั้งอยู่บนดอยสูงและต้องใช้เวลานับชั่วโมงกว่าจะเดินเท้าลงมาถึงริมแม่น้ำสาละวิน แต่เนื่องจากความขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก ทำให้ทหารพม่าบางส่วนลงมาดักซุ่มอยู่ริมแม่น้ำ และได้ยิงปืนข่มขู่เรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านเส้นทางเพื่อขอเสบียง โดยที่ผ่านมาคนขับเรือพยายามเลี่ยงแล่นเรือออกห่างจากฝั่ง แต่เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสาละวินเริ่มลดลงตามฤดูกาลทำให้จำเป็นต้องใช้ร่องน้ำที่อยู่ติดกับฝั่งรัฐกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ได้ปรากฏข่าวดังเมื่อมีข้าวสาร 700 กระสอบ พร้อมเสบียงอื่นๆ มากองไว้ที่ท่าเรือบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเตรียมจัดส่งให้ฐานทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวิน โดยสื่อมวลชนหลายสำนักได้รายงานตรงกันว่าเสบียงดังกล่าวทหารพม่าได้จัดส่งเข้ามาทางด่านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยได้ประสานผ่านทหารไทย เนื่องจากเส้นทางลำเลียงด้านอื่นในฝั่งรัฐกะเหรี่ยงถูกสกัดกั้นจากทหาร KNU หมดทุกทางจึงต้องลำเลียงผ่านประเทศไทยข้ามแม่น้ำสาละวิน ทั้งนี้ภายหลังถูกปิดกั้นเส้นทางลำเลียงเสบียงและถูกทหาร KNU บุกยึดฐานทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวินอย่างน้อย 2 แห่ง ทำให้กองทัพพม่าใช้เครื่องบินบุกโจมตีบ้านเดปูโหน่ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของ KNU กองพล 5 จนทำให้ชาวบ้านหลายหมื่นคนต้องหนีออกจากหมู่บ้าน และหลายพันคนอพยพหนีตายข้ามมาอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสาละวินฝั่งไทย โดยต่อมาถูกผลักดันกลับฝั่งรัฐกะเหรี่ยง กลุ่มสันติภาพกะเหรี่ยง KPSN รายงานว่าจวบจนปัจจุบันยังมีชาวบ้านในรัฐกะเหรี่ยงพลัดถิ่นหลบซ่อนอยู่ตามป่าจำนวน 70,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119717</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ทหารพม่า, รัฐกะเหรี่ยง, สาละวิน, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167c30b28960.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กะเหรี่ยง KNUจับมือกองกำลัง KNLA โจมตีทหารพม่าริมฝั่งสาละวินไฟท่วมค่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - &amp;nbsp;เช้ามืด ประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีรายงานข่าวแจ้งว่า กองกำลังทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ Karen National Union: KNU และ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง &amp;nbsp;Karen National Liberation Army &amp;nbsp; (KNLA) กองพลที่ 5 &amp;nbsp;เขตมือตรอ &amp;nbsp;รัฐกะเหรี่ยง บูรณาการกำลังร่วม พร้อมอาวุธสงครามครบมือทั้งอาวุธหนักและอาวุธปืนประจำกาย &amp;nbsp; บุกเข้าจู่โจมเข้าตี ฐานซอแลท่า ซึ่งเป็นที่มั่นแห่งหนึ่งของทหารเมียนม่า กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 ( พัน.คร.340 ) &amp;nbsp; ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ปะทะอย่างรุนแรง มีไฟลุกไหม้ในฐานที่มั่นของฝ่ายทหารเมียนมา แสงไฟสว่างเห็นได้ชัดเจนถึงฝั่งไทย &amp;nbsp;ซึ่งจุดปะทะระหว่างกองกำลังทหารชนกลุ่มน้อย กะเหรี่ยง KNU ร่วมกับ KNLA ที่โจมตีทหารเมียนม่า &amp;nbsp;เกิดขึ้นบริเวณฐานที่มั่นของทหารเมียนม่า ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ริมแม่น้ำสาละวิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปะทะกันครั้งนี้ส่งผลให้ราษฎรในหมู่บ้านแม่สามแลบ จำนวน 100 กว่าคน ที่เปิดร้านขายสินค้า ตรงข้ามฐานทหารพม่า ได้พากันตื่นตระหนกและพากันหลบหนีไปหลบภัยการสู้รบบริเวณ สนามฟุตบอล ทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.5 กม. โดยฐานซอแลท่า ของทหารพม่า สังกัดพัน.คร.340 มี พ.ท.กองตานจ่อ เป็นผบ.พัน มีกำลังประจำฐานประมาณ 45 นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทหารกะเหรี่ยงสามารถเข้ายึดฐานที่มั่นของฝ่ายเมียนมาได้สำเร็จ &amp;nbsp;ซึ่งฐานที่มั่นแห่งนี้คาดว่ามีทหารเมียนมา ประจำฐานประมาณ 40-50 นาย ต้องหนีกระเจิงออกจากฐาน โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ฝ่ายปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่บ้านแม่สามแลบ เพื่อวางแผนอพยพ ราษฏรไทย บ้านแม่สามแลบ มายังพื้นที่ปลอดภัย. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100867</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงเคเอ็นญู, ทหารพม่า, แม่สามแลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087709b655c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารพม่ายิงชาวบ้านดับ 6 ศพ กักตัวอีกกว่า 270 คน ต้องสงสัยร่วมมือกบฏยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเมียนมาแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทหารยิงผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 6 คน และได้ควบคุมตัวชาวบ้าน 275 คน ไว้ในโรงเรียนประจำหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่รัฐยะไข่ ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกบฏอาระกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลในเมืองซิตตเว รัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในรัฐยะไข่ล่าสุดนี้เพิ่มความหวาดกลัวว่าการสู้รบระหว่างกองทัพของรัฐบาลกับกบฏกองทัพอาระกัน (เอเอ) ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ปฏิบัติการของกองทัพในพื้นที่หวงห้ามนั้นไม่สามารถตรวจสอบหรือดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านและแหล่งข่าวทางทหารกล่าวว่า ทหารได้บุกจู่โจมหมู่บ้านเจ๊าะตุนในเมืองราทีดองเมื่อวันอังคาร และได้แยกควบคุมตัวผู้ชายอายุระหว่าง 15 ถึง 50 ปีไว้ ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2562 พลจัตวาซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ทหารกำลังควบคุมตัวชาวบ้าน 275 คน ไว้ชั่วคราวที่โรงเรียนประจำหมู่บ้านเพื่อทำการสอบสวน แต่เมื่อเช้ามือวันพฤหัสบดี เกิดเหตุการณ์ที่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวพยายาม &amp;quot;โจมตีกองกำลังฝ่ายความมั่นคง&amp;quot; ซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนโดนยิงตาย 6 ราย บาดเจ็บ 8 ราย และหนีไปได้ 4 ราย&amp;quot; นายทหารผู้นี้กล่าว และว่า ทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนก่อน ส่วนคนบาดเจ็บนั้นถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ อาย หม่อง เผยกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า ศพทั้ง 6 ศพถูกนำมาวางไว้หน้าโรงเรียนให้เห็นอย่างชัดแจ้ง พวกที่เหลือนั้นยังถูกจับไว้เป็นตัวประกันในโรงเรียน และพวกชาวบ้านกำลังห่วงความปลอดภัยของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน เอ เตน ชาวบ้านอายุ 57 ปี บอกว่า ถึงช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ทหารยังคงปิดล้อมหมู่บ้านนี้ไว้ทั้งหมด เขายืนยันด้วยว่า ไม่มีกบฏเอเอในหมู่บ้านนี้แม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสู้รบระหว่างกองทัพกับกบฏอาระกันทางเหนือของรัฐยะไข่ตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้ชาวบ้านทิ้งถิ่นฐานแล้วมากกว่า 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน ก็เคยเกิดเหตุชาวยะไข่ 3 คนเสียชีวิตขณะถูกทหารควบคุมตัว ศพของพวกเขาถูกเผาอย่างลับๆ กองทัพอ้างว่าชาวบ้าน 2 คนหัวใจวายตาย แต่กองทัพไม่ได้ข้อมูลของรายที่ 3 หรือชี้แจงว่าเหตุใดจึงเผาศพโดยไม่ได้แจ้งญาติก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอาระกัน, ทหารพม่า, รัฐยะไข่, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccb05e634ea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
